กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
21 กันยายน 2552
 
 
19/09/09 วันทำเลสิค

วันที่ 19 กย. 2552

วันนี้แล้วสินะ ที่เราจะได้ทำเลสิค เมื่อคืน หลับเกือบทั้งคืน ตื่นมาตอนใกล้รุ่ง เริ่มจะนอนไม่หลับด้วยความตื่นเต้น แต่ไม่รู้สึกกลัวอะไรนะ

วันนี้มีนัดทำคิวแรก หมอนัดเวลา 08.30 น. การปฏิบัติตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด ก็ง่ายๆ เหมือนตอนไปบวชชีพราหมณ์เลยอ่ะ คือ ห้ามแต่งหน้าใดๆเลย ไปกันตอนหน้ามันเมือกนี่ล่ะ

เจ้าหน้าที่สั่งให้เราอาบน้ำ พร้อมทั้งสระผมมาให้เรียบร้อย ห้ามใช้ครีม โลชั่น รวมทั้งสเปรย์ น้ำหอมใดๆเลย (เพราะมีผลต่อการตรวจจับของเลเซอร์)

เลยเป็นครั้งแรกที่อาบน้ำเสร็จเร็วมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปกติว่าเป็นคนอาบน้ำเร็วแล้วนะ นี่ยังเร็วขึ้นไปอีก

เค้าบอกว่า ห้ามใช้ครีมใดๆ แต่ว่า ปากมันแห้งเหลือเกิน เลยทาลิปบาล์มไปซะหน่อย

ออกจากบ้านตอน 08.45 น. กะว่าจะไปถึงก่อนเวลานัดสัก 15 นาทีคือ 08.15 น. แต่ด้วยความที่รถไม่ติด + พขร.กิตติมศักดิ์ขับรถว่องไวมาก เลยไปถึง รพ. ตอน 08.00 น.

ผู้ชายคงรู้ว่า เราก็ต้องการกำลังใจ เลยเดินขึ้นมาเป็นเพื่อนด้วย มานั่งรอด้วยกัน ระหว่างที่รอก็พบฝรั่ง 2-3คน ที่มารอพบหมอ น่าจะเป็นการตรวจติดตามผล จากนั้นเราก็แจ้งพนักงาน ขอจ่ายเงินให้เรียบร้อยก่อน (เช็คความชัวร์ว่าบัตรเครดิตมันใช้ได้ ของ KTC ผ่อน 0% 10 เดือน)

พยาบาลพาเราไปจ่ายเงิน เสียเงินแล้ว 39900 บาท เป็นไง สบายใจไปซะ เหอๆๆๆๆๆๆ (แต่ปกติเลสิคจะอยู่ที่ ราคา 61000 บาท)

แล้วก็บอกว่า ได้ของสมนาคุณเป็นที่นอนยาง (กลับมาบ้าน คุณพขร.ลองเอามานอน ถูกใจใหญ่)

กลับขึ้นมาที่ห้อง เจ้าหน้าที่พาเราไปตรวจวัดความดัน + น้ำหนัก ผลคือ ปกติ

จากนั้นก็เอาน้ำยามาหยดที่ตาเรา สองครั้ง ทิ้งช่วงนานประมาณ 5 นาที รอจนอีกนาทีจะ 09.00 น. เจ้าหน้ามาบอกให้เราเตรียมตัวเข้าห้อง

เราก็ถามเจ้าหน้าที่ว่า เดี๋ยวพี่จะไปข้างนอกจะให้เค้ากลับมาประมาณกี่โมงดีคะ เจ้าหน้าที่บอกว่า กลับมาตอนช่วง 10 โมงก็ได้ แล้วเราก็มอบของมีค่าทุกอย่างให้กับ พขร.ไปหมด ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์
พอแยกกับพี่ เจ้าหน้าที่ก็เรียกเราเข้าห้อง ....

ถามว่า รู้สึกยังไง ก็ยังเฉยๆนะ ถามว่า กลัวมั้ย ก็ไม่กลัว ...

พอเข้าไปในห้อง เจ้าหน้าที่ก็ให้เราใส่ชุดเขียวทับชุดที่เราใส่มา แล้วก็ใส่หมวกเก็บผม เปลี่ยนรองเท้า และวางแว่นดำไว้บนถาด (เป็นของชิ้นเดียวที่ถือติดตัว เจ้าหน้าที่บอกให้พกมาด้วย เพราะว่า หลังทำเลสิคจะไม่มีการเอาตามดแดงมาปิดตา หรือเอาผ้าอะไรมาปิดทั้งสิ้น ให้สวมแว่นดำ เดินเป็นคุณนายออกไปเลย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาเราไปยังอีกห้องนึง แล้วเราก็เห็น ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของคุณหมอ คนที่นำความมั่นใจมาให้เราอีกครั้ง

หมอบอกว่า ให้ทำตัวสบายๆ หมออาจจะขอให้เราช่วยร่วมมือในการขยับบ้างนิดหน่อย แต่ไม่มากมาย เช่น ก้มให้คางลงมาชิดหน้าอกช้าๆ เป็นต้น

จากนั้นหมอก็ให้เรานอนบนเตียง เอาหมอนมารองเข่าเพื่อให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวเส้นตรง และให้เอาหัววางลงในร่องเป็นรูปโดนัท หัวเราจะลงบล๊อคพอดี ขยับไม่ได้ จากนั้นก็เอาผ้ามาคลุมถึงคอ ช่วงนี้หมอให้เราจ้องไปที่ลำแสงสีเขียวข้างหน้า บอกตามตรง เราไม่รู้เลยว่า หมอหยอดยาชาตอนไหน เพราะไม่รู้ตัวเลย บางทีอาจจะเป็นยาที่หยอดให้ตั้งแต่นั่งรออยู่นอกห้องแล้วก็ได้

และเพราะไม่รู้เลยยังไม่รู้สึกอะไรมาก สักพักหมอก็เอาพลาสติกมาคลุมหน้า และบอกว่า อาจจะทำให้หายใจลำบากนิดหนึ่ง และก็ช่วยจัดให้หายใจสบายขึ้น จากนั้นก็เปิดพลาสติกที่ตา เริ่มที่ตาขวาก่อน

สักพักหมอก็เอาเทปมาปิดเพื่อดึงให้ตากว้างขึ้น (เราก็ยังไม่รู้ตัวอยู่ดีว่า ใส่ยาชาหรือยัง) จากนั้นก็เอาสำลีมาทาๆๆๆๆบนตาเรา ตอนนั้นก็ตกใจนะ อยากกระพริบตา เพราะแสงมันจ้าอ่ะ แต่ก็ไม่ได้กระพริบ

แอบกลั้นหายใจ เพราะกลัวยาชามันจะไม่ออกฤทธิ เพราะไม่รู้ว่าหยอดช่วงไหน ตอนที่เห็นสำลีมาทาๆๆๆ บนตา ตอนนั้นนึกว่า นั่นคือยาชาซะอีก แต่ไม่ใช่อ่ะ หมอบอกว่า คือ น้ำตาเทียม เพราะเราไม่ได้กระพริบตาเลย ตามันจะแห้ง จากนั้นหมอก็บอกว่า จะเอาเครื่องมือถ่างตาแล้วนะ

แล้วก็เอาเครื่องมาวางบนตาเรา แล้วเราก็ได้ยินเสียง หมุนๆๆๆ เพือให้เครื่องถ่างตาของเราให้กว้างที่สุด ตอนนี้ รู้สึกเหมือนถูกกดที่เบ้าตา ไม่เจ็บแต่รู้สึกหน่วงๆอ่ะ ไม่ค่อยชอบความรู้สึกนี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ตกใจเท่าไหร่ จากนั้น หมอก็เรามองไปที่จุดสีเขียว เราก็มอง จากนั้นก็รู้สึกเหมือนมีอะไรผ่านตาเราไป แล้วก็มองไม่เห็นเลย มืดไปหมด อยากกรีดร้องว่า หมอขา มองไม่เห็นแย้ววววววว
แล้วก็ได้ยินพยาบาลบอกว่า Blackout มันคืออะไรไม่รู้ รู้แต่ว่า ภาพมันมืดไปเลย แสงเขียวอะไรไม่เห็นแล้ว แต่แป๊บเดียวก็กลับมาเห็นแสงเขียวเหมือนเดิม แล้วหมอก็บอกว่า เดี๋ยวสักพักจะมองไม่เห็นจุดเขียวแล้วนะ แต่จะเป็นเป็นแสงขาวจ้าๆๆ

เพราะว่า หมอกำลังจะเปิดกระจกตา (เลยทำให้เรารู้ว่า เมื่อกี้นี้ คือขั้นตอนการกรีดกระจกตานั่นเอง) พอเปิดกระจกตาปุ๊บ เราก็เห็นแต่แสงสีขาว ไม่สามารถแยกสีได้ว่า สีเขียวคือตรงไหน เห็นแต่ขาวไปหมด

แล้วจากนั้นก็เห็นแสงสีแดง หมอก็เราจ้องแสงสีแดง นิ่งๆ ไม่เกิน 15 วินาที แสงแดงก็หายไป แล้วหมอก็เลื่อนกระจกตามาปิดเหมือนเดิม แล้วก็เอาสำลีชุบน้ำตามเทียมมาทาอีก ขยับกระจกตา แล้วก็ทาน้ำตาเทียมอีก จากนั้นก็ค่อยเอาเครื่องถ่างตาออกจากตาเรา แล้วให้เราค่อยๆหลับตาลงช้าๆ

ตอนนี้เราขยับตาช้ามากๆ ไม่ใช่เจ็บนะ กลัวกระจกตามันจะหลุด ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หมอบอกว่า เสร็จแล้วหนึ่งข้าง เดี๋ยวอีกข้างหนึ่งก็จะทำเหมือนกันเลย เพียงแต่ข้างแรกเราจะเกร็ง เพราะคิดไปต่างๆนาๆ บางอันก็เหมือนที่คิด บางอันก็ไม่เหมือน แต่ทีนี้เรามีประสบการณ์นั้นแล้ว อีกข้างจะรู้สึกว่าง่ายกว่าเดิม

ซึ่งมันก็จริงอ่ะแหละ ... ขั้นตอนเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ตอนที่ยิงเลเซอร์จะนานกว่านิดนึง เพราะตาข้างซ้ายจะสั้นกว่า ตาขวา

หมอบอกว่า หนูมีสมาธิดีมาก ตานิ่งมากๆๆๆๆ เก่งมาก (แน่นอนค่ะว่าต้องนิ่งมาก เพราะหนูกลัวตาจะบอดอ่ะค่ะ อิอิอิอิ จริงๆแล้ว ภาวะตาบอดนี่จะไม่เกิดเลย เพราะว่ มันไม่ได้ยิงลึกไปถึงจุดที่จะสร้างความเสียหายให้ลูกตาได้ ก็ไม่ได้ห่วงแต่เพราะเราอยากให้ผลออกมาดีที่สุด ก็เลยทำตามหมอบอกทุกอย่าง)

แต่ตอนที่หมอยิงเลเซอรที่ตาข้างซ้าย ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เหมือนได้กลิ่นไหม้ อิอิอิอ เนื้อฉันโดนความร้อนสุกไปแย้วววว (ใครอ่านจุดนี้ต้องกลัวแน่ๆ คริคริ)

เสร็จแล้ว เหมือนตาข้างขวาทุกอย่าง พอเสร็จปุ๊บ หมอก็บอกว่า ไม่มีผลข้างเคียงใด ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบดีมาก

แล้วก็ออกมาจากห้องทำเลสิค เห็นคนไข้คนต่อไปนั่งรอหมออยู่หน้าห้อง แล้วเราก็เอาแว่นคุณนายมาสวม จากนั้นก็มีบุรุษพยาบาลเอารถเข็นมาให้นั่ง ว้าววว สบายจริงๆ

พอถามเวลา ปรากฏว่า แค่ 30 นาที โอ้ว ฉันเข้าห้องทำเลสิค แค่ 30 นาทีเองหรือนี่ เลยขอพยาบาลโทรศัพท์ตามหาญาติก่อนค่ะ เพราะมันเสร็จเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ตอนนี้อาการก็คือ มองอะไรก็เหมือนมองผ่านน้ำ เพราะหมอหยอดน้ำตาเทียมเยอะมาก หมอบอกว่า ตอนนี้ให้พักสายตาเยอะๆ อย่าเพิ่งหลับช่วงที่ยาชายังไม่หมดฤทธิ เพราะกลัวว่า พอยาชาหมดฤทธิ เราจะเคืองตา แล้วปฏิกริยาของคนเวลาเคืองตาจะเอามือขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ก็เลยให้เรานอนหลับตาเฉยๆ ห้ามหลับ แต่เราก็แอบเปิดตาดูเป็นระยะๆ ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน รู้สึกได้เลยว่า มันชัดมาก เห็นอะไรก็ชัดไปหมด

วันนี้ได้ยาแก้ปวด + ยานอนหลับมาด้วย เพราะหมออยากให้พักผ่อนมากๆๆๆ วันนี้เลยนอนใส่แว่นทั้งวัน ทั้งคืน

กลับมาถึงบ้าน แอบดูตาตัวเองว่าจะแดงมั้ย ก็มี่เลยอ่ะ ตาขาวจั้วะ ตาดำก็ใสปิ๊ง จะมีบ้างก็ขี้ตานิดๆหน่อยๆ แต่หมอห้ามโดนน้ำเลย ให้รอจนวันรุ่งขึ้นที่ไปพบหมอ เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดตาให้เอง

วันพรุ่งนี้ มีนัดตรวจติดตามผล หลังทำเลสิควันที่ 1......
วันนี้ก็นอนทั้งวัน




Create Date : 21 กันยายน 2552
Last Update : 21 กันยายน 2552 19:39:26 น. 1 comments
Counter : 390 Pageviews.

 
จะไปทำสิ้นเดือนนี้ค่ะ
คุณหมอสมชาย เหมือนกันเลย...
เลยเข้ามาอ่านข้อมูลตั้งแต่ตรวจประเมินตาแล้ว...
อ่านแล้วตื่นเต้นตามไปด้วยเลย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ


โดย: manatsu (manatsu ) วันที่: 22 กันยายน 2552 เวลา:16:15:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 

แมวสีขาวขนปุย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add แมวสีขาวขนปุย's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com