บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2548
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
27 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
การเขียนแผนธุรกิจ

แผนธุรกิจ เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ริเริ่มจะก่อตั้งกิจการ แผนนี้เป็นผลสรุปหรือผลรวมแห่งกระบวนการคิดพิจารณา และการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนความคิดของผู้ประกอบการออกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจแผนธุรกิจเปรียบเหมือนแผนที่ในการเดินทางที่จะช่วยชี้แนะขั้นตอนต่าง ๆ ทีละขั้นตอนในกระบวนการก่อตั้งกิจการ แผนจะให้รายละเอียดต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการตลาด การแข่งขัน กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ การคาดคะเนทางการเงิน ที่จะชี้นำผู้ประกอบการไปสู่ความสำเร็จ หรือชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อควรระวัง




แผนธุรกิจควรมีอะไรบ้าง
แผนธุรกิจที่ดีย่อมช่วยในการวัดถึงความเป็นไปได้ของกิจการที่จะลงทุน ตัวแผนจึงควรประกอบด้วยการวิเคราะห์อย่างละเอียดในตัวแปรหรือปัจจัยดังต่อไปนี้

1. สินค้าหรือบริการที่จะขาย
2. กลุ่มลูกค้าที่คาดหวัง
3. จุดแข็งและจุดอ่อนของกิจการที่จะทำ
4. นโยบายการตลาด
5. วิธีการหรือกระบวนการในการผลิต รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ต้องใช้
6. ตัวเลขทางการเงิน นับตั้งแต่รายได้ที่คาดว่าจะได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน จำนวนเงินลงทุนที่ต้องการ และกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้มาหรือใช้ไป


แผนธุรกิจสำคัญอย่างไร

แผนธุรกิจสำคัญในฐานะ

1. ที่จะให้รายละเอียดของการเริ่มต้นธุรกิจ แผนธุรกิจทำให้ผู้ประกอบการมีเป้าหมายที่ชัดเจน กำหนดแนวทางของความคิดและช่วยให้ผู้ประกอบการแน่วแน่ต่อการใช้ทรัพยากรและกำลังพยายามและ ไปสู่เป้าหมาย
2. เป็นเครื่องมือที่จะแสวงหาเงินทุนจากผู้ร่วมลงทุน จากกองทุนร่วมลงทุน และจากสถาบันการเงินต่างๆ
3. ที่เป็นเสมือนพิมพ์เขียวที่ให้รายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ ทั้งกิจกรรมในการจัดหาเงินทุนกิจกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กิจกรรมการตลาด และอื่นๆ ในการบริหารกิจการใหม่ แผนธุรกิจยังใช้เพื่อกำหนดการปฏิบัติงานที่ต่อเนื่องในอนาคตของกิจการด้วย


ทำไมต้องพิถีพิถันกับการเขียนแผนธุรกิจ

ผู้ที่ริเริ่มจะก่อตั้งธุรกิจใหม่ จำเป็นต้องให้เวลากับการเขียนแผนธุรกิจ เพื่อให้ได้แผนที่ดี ทั้งนี้เพราะ
1. แผนที่ดีเป็นตัวชี้ว่าผู้เขียนมีความสมารถ ไม่ใช่เพียงแค่ความคิดความฝันเท่านั้น แผนที่ดีจะทำให้ผู้ร่วมลงทุนหรือผู้ให้กู้แน่ใจว่า ผู้ประกอบการใหม่สามารถทำให้ความคิด ความฝันกลายเป็นความจริงได้
2. แผนที่ดีชี้ให้เห็นว่าผู้เขียนเป็นมืออาชีพ ความสมบูรณ์ครบถ้วนของแผนจะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการมีความสามารถและความใส่ใจเพียงใด เพราะถ้าแผนขอกู้ยังไม่มีคุณภาพ ย่อมคาดหวังไม่ได้กับคุณภาพการประกอบการในอนาคต
3. แผนที่ดีชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีการเตรียมตัวอย่างดี แผนจะบอกถึงระดับความเตรียมพร้อมในธุรกิจที่จะลงทุน ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความรู้เท่าทันในธุรกิจนั้นๆ ขนาดไหน ยิ่งถ้ามีระดับการเตรียมพร้อมและทางหนีทีไล่มากเท่าไร ยิ่งทำให้ผู้ร่วมลงทุนหรือผู้ให้กู้รู้สึกเสี่ยงน้อยลงเท่านั้น
4. แผนที่ดีเผยให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีวิสัยทัศน์ คือเป็นผู้เล็งการณ์ไกล และมีวิธีจะจัดการกับสิ่งท้าทายในอนาคต





แผนธุรกิจที่ดี เมื่ออ่านแล้วจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ได้
1. การก่อตั้งธุรกิจเป็นรูปร่างชัดเจนขนาดไหน เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง
2. ธุรกิจนี้น่าลงทุนหรือไม่
3. ธุรกิจมีแนวโน้มหรือโอกาสที่จะประสบความสำเร็จตั้งแต่เมื่อแรกตั้งมากน้อยขนาดไหน
4. ธุรกิจนี้มีความได้เปรียบหรือความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวมากน้อยเพียงใด
5. สินค้าที่จะผลิตมีวิธีการผลิตที่มีประสิทธิภาพเพียงใด้
6. สินค้าที่ผลิตสามารถวางตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
7. วิธีการผลิตและการวางตลาดสินค้านั้น มีทางเลือกอื่น ๆ ที่ประหยัดได้มากกว่าหรือไม่
8. หน้าที่ต่าง ๆ เช่น การผลิต การจำหน่าย การจัดการทางการเงิน การจัดการคน มีการจัดการที่ดีและ
เหมาะสมเพียงใด
9. จำนวนและคุณภาพของพนักงานที่ต้องการมีเพียงพอหรือไม่


แผนธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ซึ่งแผนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานในอนาคตของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในองค์กร รวมทั้งเป็นประโยชน์แก่สถาบันการเงินและนักลงทุนภายนอกที่จะเป็นแหล่งเงินทุนให้แก่กิจการในอนาคตได้ โดยปกติแผนธุรกิจจะบอกให้เราทราบว่าปัจจุบันเราเดินอยู่ ตรงไหน อนาคตจะไปอยู่ที่ใด ด้วยวิธีการอย่างไร โดยทั่วไปองค์ประกอบของแผนธุรกิจจะประกอบไปด้วย10 หัวข้อหลัก ดังนี้

1. บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
เป็นส่วนที่สรุปใจความสำคัญ ๆ ของแผนธุรกิจทั้งหมด และต้องเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ในตัวเอง (Stand
alone document) โดยจะชี้ให้เห็นประเด็นที่มีความสำคัญ คือ จะชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสจริงเกิดขึ้นได้ในตลาดสำหรับธุรกิจที่กำลังคิดจะทำ และชี้ให้เห็นว่า สินค้าและบริการที่จะทำนั้น สามารถใช้โอกาสในตลาดให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร ดังนั้นบทสรุปจึงมีความจำเป็นต้องเขียนให้เกิดความน่าเชื่อ หนักแน่น มีความเป็นไปได้
เนื่องจากบทสรุปของผู้บริหารเป็นเพียง "บทสรุป" จึงต้องเขียนให้สั้น กระชับ และกะทัดรัด (ไม่ควรเกิน 2 - 3 หน้า) และเป็นส่วนสุดท้ายในการเขียนแผนทังหมด เนื้อหาในบทสรุปของผู้บริหารควรได้กล่าวถึง
- จะทำธุรกิจอะไร มีแนวคิดเกี่ยวกับธุรกิจนั้นอย่างไร โดยอธิบายให้เห็นถึงความสำคัญของสินค้าและบริการ
- โอกาสและกลยุทธ์ บอกถึงความน่าสนใจ ตลอดจนแนวโน้มของธุรกิจ ที่จะแสดงว่าโอกาสทางการตลาดนั้นเปิดทางให้
- กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อธิบายถึงลักษณะทางการตลาด กลุ่มลูกค้าหลัก การวางแผนการเข้าถึง ลูกค้า
- ความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของธุรกิจ รวมถึงทางด้านตัวผลิตภัณฑ์ และความได้เปรียบต่อคู่แข่งขัน
- ทีมผู้บริหาร สรุปถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และทักษะ ควรจำกัดไม่เกิน 3 - 5 คน และเป็น ผู้ที่มีผลกระทบต่ออนาคตและความสำเร็จของธุรกิจ
- แผนการเงิน/การลงทุนโดยระบุถึงเงินลงทุน จะทำอะไร ผลตอบแทนของการลงทุน จะเป็นเท่าไร



2. ประวัติกิจการ / ภาพรวมของกิจการ
ในส่วนนี้เป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นมาของการก่อตั้ง / จดทะเบียน ตลอดจนแนวคิด และการเล็งเห็นโอกาสทางการตลาด การคิดค้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่จะนำเสนอให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายในระยะยาวที่ต้องการจะเป็นในอนาคต

3. การวิเคราะห์สถานการณ์
การวิเคราะห์สถานการณ์ที่เรียกกันว่า “SWOT ANALYSIS” แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

3.1 การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน เป็นการตรวจสอบความสามารถ ความพร้อมของกิจการในด้านต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นในส่วนที่เป็นจุดแข็ง (Strengths) และจุดอ่อน (Weaknesses) ของกิจการ

3.2 การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก เป็นการประเมินสภาพแวดล้อมที่ผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงได้ ในลักษณะที่เป็นโอกาส (Opportunities) หรืออุปสรรค(Threats)ในสถานการณ์ปัจจุบันผู้ประกอบการควรได้เริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกเนื่องจากเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมได้ โดยทั่วไปปัจจัยภายนอกที่มีความสำคัญที่ผู้ประกอบการควรจะต้องให้ความสนใจ มี 7 ประการ สามารถเรียกง่าย ๆ ว่า "MC-STEPS" โดยมีความหมายพอ

สรุป ได้ ดังนี้
M = Market คือ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
C = Competition คือ สถานการณ์การแข่งขัน
S = Social คือ ค่านิยมทางวัฒนธรรมของสังคม เช่น การใช้สินค้าที่มียี่ห้อ
T = Technology คือ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
E = Economic คือ สถานการณ์
P = Political & Legal คือ สถานการณ์ของการเปลี่ยนแปลงเรื่องกฎ ระเบียบต่าง ๆ
S = Suppliers คือ กลุ่มผู้จำหน่ายวัตถุดิบ / กลุ่มผู้ผลิตและเครือข่าย


4. วัตถุประสงค์ และเป้าหมายทางธุรกิจ
เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่กิจการต้องการได้รับในช่วงระยะเวลาของการจัดทำแผน โดยทั่วไปเป้าหมายธุรกิจแบ่งออกเป็น เป้าหมายโดยรวมของกิจการ และเป้าหมายเฉพาะด้านในแต่ละแผนก/ลักษณะของงานนอกจากนี้เป้าหมายทางธุรกิจยังควรแบ่งเป็น เป้าหมายระยะสั้น ในช่วงระยะเวลา 1 ปี เป้าหมายระยะปานกลาง ระยะเวลา 3 - 5 ปี และเป้าหมายระยะยาว ที่นานกว่า 5 ปีลักษณะเป้าหมายธุรกิจที่ดี ประกอบไปด้วย

4.1 ความเป็นไปได้ หมายถึง กิจการมีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมาย

4.2 สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ ความชัดเจนที่สามารถประเมินได้ว่ากิจการบรรลุตามเป้า
หมายแล้วหรือไม่

4.3 เป็นไปในทางเดียวกัน คือ เป้าหมายย่อย ๆ ในแต่ละฝ่าย ควรมีลักษณะที่สอดคล้องกัน

5. แผนการตลาดและการวิจัย

แผนการตลาด


ในการทำธุรกิจนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมุมมองทางด้านการตลาด ผู้ประกอบการจะต้องหาให้ได้ หรือมอง
ให้ออกว่าผู้บริโภคต้องการอะไร แล้วผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อสนองความต้องการนั้น กำไรที่เกิดขึ้นนั้นคือผลงานจากการทำให้ผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจสูงสุด
แผนการตลาดเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่าจะมีความเป็นไปได้แค่ไหน โดยทั่วไปจะเป็นการวิเคราะห์เพื่อกำหนดแผนการตลาด ดังนี้

5.1 กำหนดขอบเขตธุรกิจหรือขอบเขตการตลาด (Market Definition)
5.2 การวิเคราะห์อุตสาหกรรม (Industry Analysis) มีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้
- วิเคราะห์ลูกค้า
- วิเคราะห์คู่แข่ง
- วิเคราะห์ต้นทุน
- วิเคราะห์แนวโน้ม ส่วนใหญ่
5.3 การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation)
โดยทั่วไปจะนิยมแบ่งส่วนตลาดใน 4 ลักษณะ ดังนี้

ภูมิศาสตร์
- ภาค
- ในเมืองหรือชนบท
ประชากรศาสตร์
- อายุ
- เพศ
- รายได้
จิตวิทยา
- รูปแบบการดำเนินชีวิต
- ชั้นวรรณะ สูง กลาง ต่ำ
พฤติกรรม
- โอกาสซื้อบ่อยแค่ไหน
- ความภักดีต่อสินค้า

กลยุทธ์ทางการตลาด โดยทั่วไปการวางแผนทางด้านการตลาด มักจะมีขั้นตอนง่าย ๆ เรียกว่า STP&4P’s ดังนี้
1. S มาจาก Segmentation คือ การแบ่งส่วนตลาด ดังได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อ 5.3
2. T มาจาก Targeting คือ การกำหนดลูกค้าเป้าหมายว่ากลุ่มไหนที่เราจะเลือก โดยทั่วไปเรา
3. P มาจาก Positioning คือ การสร้างภาพพจน์ในใจของลูกค้า
4. 4 P’s มาจากส่วนผสมที่ลงตัวในโปรแกรมทางการตลาด 4 ตัว เปรียบเสมือนแผนปฏิบัติการ
(Action Plan) ทางการตลาด ดังนี้
4.1 Product คือ สินค้า/บริการ
4.2 Price คือ ราคา
4.3 Place คือ ช่องทางการจำหน่าย
4.4 Promotion คือ การส่งเสริมทางการตลาด

นอกจากส่วนประสมทางการตลาด 4 P’s ที่กล่าวมาแล้ว ยังมี 4 C’s ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนประสม
ทางการตลาดยุคใหม่ที่มองทางด้านความต้องการของผู้บริโภคและควรที่จะต้องนำมาใช้ร่วมในแผนปฏิบัติการทาง
การตลาดด้วย ดังนี้
5. 4 C’s
5.1 Consumer Need คือ ผลิต/ขายสินค้าตามความต้องการของลูกค้า
5.2 Customer Benefits คือ ผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ
5.3 Convenience คือ เป็นสินค้าที่สะดวก
5.4 Communication คือ การรับรู้ข่าวสารสินค้


การวิจัย


การวิจัยคือจุดเริ่มต้นสำหรับการตลาด หากไม่ทำวิจัยก่อนก็เหมือนกับบริษัทนั้น ๆ เข้าสู่ตลาดเหมือนคนตาบอด

การวิจัยทำให้บริษัทตระหนักว่า โดยปกติแล้วผู้ซื้อในตลาดหนึ่ง ๆ จะมีความต้องการ ความเข้าใจ และความชอบต่างกันไป เช่น ผู้หญิงต้องการรองเท้าที่ต่างจากผู้ชาย คนอ้วนต้องการรองเท้าต่างจากคนผอม และเมื่อแฟชั่นเข้าสู่ตลาดรองเท้า ความชอบก็จะยิ่งขยายวงกว้างออกไป ซึ่งเป็นผลจากความแตกต่างด้านรายได้ การศึกษาและรสนิยม

6. แผนการบริหารจัดการและแผนการดำเนินงาน
เป็นการกำหนดโครงสร้างองค์กร และผู้บริหารที่สอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจด้านอื่น ๆ ของ กิจการ มีแผนด้านทรัพยากรบุคคลที่ดี ในส่วนนี้จะประกอบไปด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้
6.1 สถานที่ตั้ง
6.2 โครงสร้างองค์กร และทีมผู้บริหาร
6.3 แผนด้านบุคลากร จำนวน เวลาทำงาน ค่าตอบแทน ความรู้ ความสามารถ ทักษะ
6.4 เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ – ซื้อ เช่า เช่าซื้อ


7. แผนการผลิต/ปฏิบัติการ
แผนการผลิตและปฏิบัติการที่ดีต้องสะท้อนความสามารถขององค์กรใน "การจัดการกระบวนการผลิต
และปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล" เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับธุรกิจ โดยมุ่งเน้นประเด็น
การจัดการไปยังกระบวนการแปลงสภาพวัตถุดิบและทรัพยากรในการผลิต
ในการวางแผนปฏิบัติการ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผลิตตาม
ประเด็นที่สำคัญ คือ
7.1 คุณภาพ
7.2 การออกแบบสินค้าและบริการ
7.3 การออกแบบกระบวนการผลิต และการตัดสินใจเรื่องกำลังการผลิต
7.4 การออกแบบผังของสถานประกอบการ
7.5 การออกแบบระบบงาน และวางแผนอัตรากำลังคนในกระบวนการผลิต

โดยการพิจารณาถึงรายละเอียดของระบบงานเป็นการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังในกระบวนการผลิต การใช้เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ และการใช้อัตรากำลังคนที่เหมาะสม สำหรับหน้าที่ต่าง ๆ คุณสมบัติของ
พนักงานทั้งทางด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะ

8. แผนการเงิน
เมื่อมีการกำหนดแผนการตลาด แผนการบริหารจัดการ และแผนการผลิตได้แล้ว ที่สำคัญที่สุดคือต้อง
มีแผนการเงินมารองรับ เนื่องจากในทุกกิจกรรมต้องใช้เงินทั้งนั้น ในท้ายที่สุดของแผนธุรกิจจะต้องมีแผนการเงิน
ที่ดี โดยทั่วไปจะมีส่วนประกอบที่สำคัญ ดังนี้
8.1 สมมุติฐานทางการเงิน เป็นการกำหนดปัจจัยหลัก ๆของการดำเนินงานเพื่อประมาณการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปมีดังนี้
1) ยอดขาย เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่มาจากแผนการตลาดที่วางไว้
2) ต้นทุนขาย ควรจะมาจากแผนการผลิตที่วางไว้
3) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมาจากแผนบุคลากร และกิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมการขาย
ต่าง ๆ
4) ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ประเมินจากอัตราดอกเบี้ย และวงเงินกู้เดิมกับวงเงินกู้ที่จะขอเพิ่มมาใหม่
5) สินทรัพย์และค่าเสื่อม มาจากประมาณการที่จะลงทุนในอนาคต เพื่อขยายกิจการและวิธีการคิดค่า
เสื่อม
6) สินค้าคงคลัง ประมาณการระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม
7) ลูกหนี้การค้า ประมาณการระยะเวลาระหว่างการขายสินค้า และการเก็บเงินได้จากการขาย
8) เจ้าหนี้การค้า ประมาณการระยะเวลาสั่งซื้อของ และจ่ายเงินให้เจ้าหนี้


8.2 ประมาณการทางการเงิน เป็นการประมาณการงบการเงินและการวิเคราะห์อัตราส่วนตามสมมุติฐานที่วางไว้ ประกอบไปด้วย

งบกำไรขาดทุน คือ งบที่แสดงถึงผลการดำเนินงานของบริษัทตลอดงวดระยะเวลาบัญชโดยทั่วไปจะ
กำหนดให้เป็นรอบ 1 ปี หรือราย 6 เดือน งบกำไรขาดทุน ประกอบด้วย รายการหลัก 3 รายการ คือ
1) ยอดขายหรือรายได้
2) ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือต้นทุน
3) ผลต่างของตัวเลขดังกล่าว ซึ่งก็คือ กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ


งบดุล คือ งบที่แสดงถึงฐานะการเงิน ภาระผูกพันในการชำระหนี้ และจำนวนทุนของบริษัท ณ วันใดวันหนึ่งเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ณ วันสิ้นงวดของรอบระยะเวลาบัญชี งบดุลประกอบด้วยรายการหลัก ๆ 3 รายการ คือ สินทรัพย์ หนี้สิน และทุน หรือส่วนของเจ้าของ

งบกระแสเงินสด (Cash Flow) คือ งบแสดงการเคลื่อนไหวของเงินสด โดยจะแสดงถึงรายการได้มาและ
ใช้ไปของเงินสดหรือสิ่งที่เทียบเท่าเงินสดใน 3 กิจกรรมหลัก ๆ คือ
- เงินสดที่ได้จากการดำเนินงาน
- จากการจัดหาเงินทุน
- จากการลงทุน

ดังนั้นความสามารถในการบริหารเงินสดของบริษัท และสภาพคล่องทางการเงิน จะดูได้จากงบกระแส
เงินสด โดยงบกระแสเงินสดที่ดีควรเป็นเงินสดที่ไหลเข้ามาจากการลงทุนมากที่สุดรองลงมาจากการดำเนินงาน
และจากการจัดหาเงินทุนน้อยที่สุด งบกระแสเงินสดควรจะทำเป็นรายเดือน รายไตรมาส รายปี และอาจจะทำล่วง
หน้าไปหลายปี ทั้งนี้แล้วแต่ความเหมาะสมของกิจการเพื่อที่จะทำให้รู้ถึงสถานะปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของ
กิจการนั้น ๆ

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน แบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้
1. สภาพคล่อง

1.1 อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน
1.2 อัตราส่วนสินทรัพย์คล่องตัว (Quick Ratio) = (สินทรัพย์หมุนเวียน - สินค้าคงเหลือ) / หนี้สินหมุนเวียน

2. ประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์

2.1 อัตราหมุนเวียนของลูกหนี้ (Receivable Turnover) = ขายเชื่อสุทธิ / ลูกหนี้เฉลี่ย


2.2 อัตราหมุนเวียนของสินค้า (Inventory Turnover) = ต้นทุนสินค้าขาย / สินค้าคงเหลือเฉลี่ย


2.3 ระยะเวลาเรียกเก็บหนี้ (Receivable Turnover Period) = ( 365 x ลูกหนี้ ) / ยอดขาย


2.4 ระยะเวลาสินค้าคงเหลือ (Inventory Turnover Period) = ( 365 x สินค้าคงเหลือ) / ต้นทุนขาย


3. ความสามารถในการบริหารงาน

3.1 อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทั้งหมด (Return On Assets : ROA ) = ( กำไรสุทธิ x 100 ) / สินทรัพย์ทั้งหมด

3.2 อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (Return On Equity : ROE) = ( กำไรสุทธิ x 100 ) / ส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด

3.3 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income Margin) = ( กำไรจากการดำเนินงาน x 100 ) / ยอดขาย

3.4 อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) = ( กำไรขั้นต้น x 100 ) / ยอดขาย


4. ความสามารถในการชำระหนี้

4.1 อัตราส่วนแห่งหนี้ (Debt Ratio) = หนี้สินรวม / สินทรัพย์รวม

4.2 อัตราส่วนแหล่งเงินทุน (Debt to Equity Ratio) = หนี้สินทั้งหมด / ส่วนของผู้ถือหุ้น

4.3 อัตราส่วนความสามารถจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) = กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี / ดอกเบี้ยจ่าย


8.3 การประเมิณสถาณการณ์จำลอง
เมื่อจัดทำงบประมาณทางการเงินแล้ว ลำดับต่อไปจะทำการประเมินสถานการณ์จำลองเป็นการวิเคราะห์ความไวต่อสถานการณ์เมื่อเกิดมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นในอนาคต จะขอยกตัวอย่างการประเมินสถานการณ์อยู่ 3 ลักษณะ ดังนี้

กรณีที่ดี เช่น ยอดขายเพิ่ม 20% ค่าใช้จ่ายลด 20%
กรณีปกติ เช่น ยอดขายเพิ่ม 10% ค่าใช้จ่ายลด 10%
กรณีแย่ เช่น ยอดขายลด 20% ค่าใช้จ่ายเพิ่ม 20%

ซึ่งทำให้ทราบถึงผลกระทบของตัวแปรที่เปลี่ยนแปลงไปว่าจะมีผลต่อโครงการอย่างไร เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ายอดขายลด 20% และค่าใช้จ่ายเพิ่ม 20%

8.4 การวิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน
บอกถึงสภาพคล่องของโครงการ หมายถึง ระยะเวลาทั้งหมดที่จะต้องใช้ไปในการที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ลงทุนไปนั้นกลับมาเป็นเงินสดอีกครั้งหนึ่ง ระยะเวลาคืนทุนที่สั้นกว่าจะบอกถึงสภาพคล่องที่ดีกว่า และมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า แต่อย่างไรก็ตามเกณฑ์ระยะเวลาคืนทุนนี้ มีจุดอ่อนอยู่ที่การไม่คำนึงถึงค่าของเงินตามเวลาหรือกระแสเงินที่เกิดขึ้นต่างเวลากัน เกณฑ์นี้นำมารวมกันที่หาระยะเวลาคืนทุนโดยทันที และการไม่นำกระแสเงินสดทุกจำนวนที่เกิดจากโครงการมาพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ จะพิจารณาเฉพาะกระแสเงินสดที่จำเป็นสำหรับการได้คืนทุนเท่านั้น รวมทั้งเกณฑ์นี้จะไม่เป็นธรรมสำหรับโครงการระยะยาวที่มีผลกำไรหลายปี ในอนาคตจะให้น้ำหนักความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงการระยะสั้นเป็นหลัก

ระยะเวลาคืนทุน หมายถึง ระยะเวลาทั้งหมดที่โครงการจะให้กระแสเงินสดสุทธิรวมเท่ากับเงินลงทุนที่จ่ายเริ่มแรกพอดี

8.5 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน
การเริ่มต้นธุรกิจใหม่จะต้องทำการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยการคำนวณหาจุดคุ้มทุนของธุรกิจก่อน ซึ่งการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนส่วนใหญ่จะใช้กำไรส่วนเกินเป็นหลักในการวิเคราะห์โดยพิจารณาจำนวนสินค้าที่ขายเป็นจำนวนเท่าใด จึงจะมีรายได้เท่ากับค่าใช้จ่าย

จำนวนหน่วยขาย ณ จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่ / ( ราคาขายต่อหน่วย – ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย )


หมายเหตุ

ต้นทุนผันแปร หมายถึง ต้นทุนรวมที่ผันแปรตามจำนวนหน่วยที่ผลิตหรือขายได้

ต้นทุนคงที่ หมายถึง ต้นทุนรวมที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามจำนวนหน่วยที่ผลิตใน ระหว่างช่วงการผลิตหรือช่วงการขายช่วงหนึ่ง


8.6 การวิเคราะห์มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV)
เป็นการประเมินโดยการนำความสำคัญของค่าของเงินตามเวลาเข้ามาคิดด้วย วิธีการนี้จะหามูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรับที่เกิดจากโครงการในแต่ละงวดมารวมกัน แล้วเปรียบเทียบกับมูลค่าปัจจุบันของเงินลงทุนโดยกำหนดอัตราส่วนลดหรือผลตอบแทนที่ต้องการ หากมีค่าเท่ากันหรือมูลค่าปัจจุบันสุทธิเป็นศูนย์ แสดงว่าโครงการนั้นคุ้มทุนพอดี หากมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดเข้ารวมกัน มีมากกว่ามูลค่าปัจจุบันของเงินลงทุน ถือว่าโครงการนั้นให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่เราต้องการหรือคาดหวังไว้ ควรจะลงทุนในโครงการนั้น
หากไม่แล้ว ก็ควรปฏิเสธไม่ลงทุนในโครงการนั้น
มูลค่าปัจจุบันสุทธิ = มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรับ – มูลค่าปัจจุบันของเงินสดจ่าย

8.7 การวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนของการลงทุน (Internal Rate of Return - IRR)
เป็นอัตราส่วนลด/หรืออัตราดอกเบี้ยที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของเงินสดที่คาดว่าจะต้องจ่ายออกไปเท่ากับมูลค่าปัจจุบันของเงินสดที่คาดว่าจะได้รับเข้ามาตลอดอายุของโครงการ หรือคือการหาส่วนลดหรืออัตราดอกเบี้ยที่ทำ
ให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ NPV (Net Present Value) เท่ากับ 0

อัตราผลตอบแทนที่ได้จากโครงการ : เป็นอัตราผลตอบแทนที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ = 0

9. แผนฉุกเฉิน
เป็นการบอกถึงเรื่องถ้าเกิดการผิดพลาด กล่าวคือ ถ้าไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ยังมีแผนอื่นมารองรับที่จะทำอะไรต่อไปได้กับธุรกิจนี้ อาทิเช่น แปรผันธุรกิจ หรือบริการนี้ไปยังธุรกิจอื่นไปยังแหล่งอื่น หรือเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น เป็นต้น ตัวอย่างของประเด็นความเสี่ยงและการเตรียมความพร้อมที่ควรระบุไว้ในแผนฉุกเฉิน อาทิเช่น
- ยอดขาย/เก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ตามคาดหมาย ทำให้เงินสดหมุนเวียนขาดสภาพคล่อง และธนาคาร
ไม่ให้วงเงินกู้หรือลดวงเงินกู้
- คู่แข่งตัดราคาหรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องระยะยาว
- มีคู่แข่งรายใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่า ทันสมัยกว่า มีสินค้าครบถ้วนกว่า ราคาถูกกว่า เข้าสู่อุตสาหกรรม
หรือมาตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
- สินค้าถูกลอกเลียนแบบและขายในราคาที่ถูกต้อง
- สินค้าผลิตไม่ทันตามคำสั่งซื้อเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ
- สินค้าผลิตมากจนเกินไป ทำให้มีสินค้าในสต็อกเหลือมาก
- ต้นทุนการผลิต/การจัดการสูงกว่าที่คาดไว้
- เกิดการชะงักการเติบโตของทั้งอุตสาหกรรม
- มีปัญหากับหุ้นส่วนจนไม่สามารถร่วมงานกันได้


10. ภาคผนวก
อาจเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดของคู่แข่งขันที่มีอยู่ในตลาด ของผู้ประกอบการเดิม มีจำนวนมากน้อยเท่าไร และแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะเข้าไปมีส่วนแบ่ง ระบุถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน ทางด้านตัวผลิตภัณฑ์ เน้นถึงจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์เดิม บริการเดิมในตลาด แสดงให้เห็นถึงโอกาส ความได้เปรียบในด้านต่าง ๆ

(จากเวป //www.sfac.or.th ที่ผมหาไม่เจอแล้ว...)


Create Date : 27 มิถุนายน 2548
Last Update : 6 ธันวาคม 2551 16:30:52 น. 53 comments
Counter : 3759 Pageviews.

 
มาทักทายค่ะ


หลับฝันดีนะคะ ^^




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 27 มิถุนายน 2548 เวลา:21:44:44 น.  

 
555 ทำไปแล้ว ส่งไปแล้ว พรีเซนต์ไปแล้ว ผ่านไปแล้ว
555 ตอนนี้ บ้าไปแล้ว
กว่าจะทำเสร็จ เครียดมั่กมาก


โดย: mungkood วันที่: 27 มิถุนายน 2548 เวลา:22:47:40 น.  

 
วันนี้อ่านเว้นๆ ไปบ้าง
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะปรินท์เอาไปอ่านอีกทีค่ะ
ขอบคุณนะคะ


โดย: beejasmine วันที่: 29 กรกฎาคม 2548 เวลา:6:38:59 น.  

 
วิชาโปรดง่ะ



โดย: คนฤดุเหงา IP: 58.147.66.220 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:21:50:43 น.  

 
ขอบคุณสำหรับภาคผนวกดี ๆ เอ้ยไม่ใช่เนื้อดี

555


โดย: M IP: 61.19.170.199 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:0:45:57 น.  

 
แล้วจะเขียนแผนไงให้ได้ A ล่ะเนีย แนะนำหน่อยนะ อ่านแล้วก็เขียนอยากเหมือนกันเพราะไม่เคยทำอ่ะ


โดย: ปุกปุย IP: 61.19.236.130 วันที่: 15 สิงหาคม 2549 เวลา:15:16:36 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆเหล่านี้ครับ

ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ซักคนนะครับ


โดย: เก่งเหมือนเป็ด IP: 221.128.112.118 วันที่: 27 สิงหาคม 2549 เวลา:10:45:05 น.  

 
เฮ่อ. ยังไม่รู้จะทำไงดี ยากจัง สู้ๆ ก้อได้ว่ะ


โดย: มดจัง IP: 58.8.157.171 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:19:19:15 น.  

 
อยากรู้ว่าถ้าเราจะ take over บริษัทหนึ่งเนี่ย เราควรจะดูอะไรบ้างค่ะ


โดย: Babe IP: 58.10.0.120 วันที่: 12 ตุลาคม 2549 เวลา:18:19:23 น.  

 
อยากเขียนให้ได้ A จังเลย ขอบคุณบทความแนะนำดี ๆ ค่ะ






มุกดาหาร
























































โดย: อีเหี่ยว IP: 203.113.61.6 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:17:42 น.  

 
จะหาเวป sfac.or.th เจอได้ยังไงคะ เพราะเป็นเวปของศูนย์ให้คำปรึกษาทางการเงินสำหรับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และประชาชน (ศงป.) ที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลท่านนายกชวน หลีกภัย และโดนยุบโดยฝีมือทักษิณ ชินวัตร ขนาดเป็นองค์กรที่มีประโยชน์ยังโดนยุบเลย


โดย: ดาว IP: 203.113.66.72 วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:15:13:35 น.  

 


โดย: aa IP: 202.183.233.11 วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:10:40:01 น.  

 
ดีมากครับขอให้ประสบผลสำเร็จในอาชีพนะครับ


โดย: pp IP: 125.24.138.90 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:9:24:23 น.  

 

อารายหว่า


โดย: รี่มส IP: 202.143.139.66 วันที่: 30 มกราคม 2550 เวลา:15:30:12 น.  

 
อาจารย์สอนไม่ยอมจำมาตอนนี้ต้องรักจำขอสอบอาจารย์ฮิฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สาวพิดโลก


โดย: สาวPIGLET IP: 202.143.132.253 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:23:06 น.  

 
ถ้าเป็นเราจะจดไก่ไปในห้องสอบซะเลยดีมั้ย.................................................



โดย: ปปปปปปปปป IP: 202.143.132.253 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:26:20 น.  

 

ขอความช่วยเหลือหน่อยนะค่ะช่วยสอนการเขียนแผนธุรกิจหน่อยนะค่ะ //www.acerpoo@hotmail.com ว่างๆ ก็เข้ามาคุยกันหน่อยนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: หวาน IP: 202.44.70.51 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:50:18 น.  

 


โดย: พด IP: 203.113.111.87 วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:13:01:59 น.  

 
ตอนนี้ยังไม่รู้จะทำไงดี นึกก็ไม่ออก อาจารย์ก็ไม่สอนแถมสั่งงานครั้งเดียวจบ งานที่ทำก็ไปหาหนังสือมาประกอบเอา แล้วจะทำเป็นไมเนี่ย แย่จังเลย


โดย: ฟ้าใส IP: 203.113.60.72 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:14:57:59 น.  

 
ไม่รู้เรื่องเลย เพราะยังไม่ได้เรียนเลย พึ่งอยู่ ป.3 เอง


โดย: คำเยี้ยว IP: 203.113.60.12 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:20:31:41 น.  

 
กำลังเรียนอยู่ค่ะและจะเอา A วิชานี้ฝากด้วยนะค่ะ


โดย: แอน IP: 202.91.19.192 วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:19:57:47 น.  

 


โดย: รักจัง IP: 202.143.162.236 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:28:31 น.  

 
ขอข้อมูลไปทำรายงานหน่อยนะค่ะ มีประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ๆ ๆ ๆ นะค่ะ


โดย: สิริกร IP: 203.157.7.73 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:16:15:44 น.  

 
อยากทราบวิธีเขียน Action Plan เกี่ยวกับการทำร้านอาหารใครก้อด้ายช่วยที


โดย: barbie IP: 203.144.240.229 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:9:59:53 น.  

 
อยากทราบวิธีการเขียนแผนธุรกิจ


โดย: โมโน IP: 58.147.38.103 วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:9:22:42 น.  

 
อยากทราบเรื่องใด เขียนเมล์มาคุยกันครับ


โดย: wbj วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:11:56:27 น.  

 
พึ่งเริ่มเรียนวันแรกก็ปวดหัวแล้ว
เขียนแผนธุรกิจยากจังเนอะ


โดย: ปอ IP: 58.8.186.229 วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:19:59:34 น.  

 
อยากทราบหลายเรื่อง เพิ่งเริ่มหัดใช้คอมฯ ไม่เข้าใจ


โดย: ktpคนไม่รู้ IP: 222.123.92.174 วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:13:54:56 น.  

 
ขอบคุรนะคะช่วยได้ 2 หัวข้อ
งัยก็adมาคุยกันนะying_sake@hotmail.com


โดย: ... IP: 125.25.149.95 วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:15:09:18 น.  

 
กำลังเขียนแผนธุรกิจอยู่ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร อยากขอความช่วยเหลือค่ะ


โดย: อ้อ IP: 222.123.225.21 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:14:47:52 น.  

 
อยากทราบการพิจารณาข้อมูลของกิจการก่อนการเข้าตั้งกิจการ


โดย: กุ้ง IP: 158.108.14.35 วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:14:10:24 น.  

 
อยากจะเขียนแผนธุรกิจ ร้านมินิมาร์ท ไม่ทราบว่าจะเริ่มจากตรงไหนดีค่ะ ใครทราบช่วยแนะนำหน่อย หรือเมลล์มาก็ได้ค่ะที่ chayen-chanom@hotmail.com ด่วนเลยน่ะค่ะ


โดย: รวิกานต์ IP: 118.174.91.101 วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:15:47:51 น.  

 
กำลังเรียนเรื่อง การจัดการด้านอาหารและเครื่องดื่ม

อยากขอคำปรึกษา ด้านการเขียน Planning

หัวข้อ ภัตตาคารอิสระ

ไม่รู้ว่าจะเขียนแผนออกมาเป็นรูปแบบไหนคะ

ช่วยบอกโครงสร้างการทำให้หน่อยคะ




โดย: ni_chau@hotmail.com IP: 124.121.189.128 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:14:31:43 น.  

 
Download วิธีการและขั้นตอนการเขียนแผนธุรกิจได้ฟรี!! ครับผม
//www.ziddu.com/download.php?uid=bK%2BelpqrbbKZlOKnZqqhkZSpY6yam5Sm6


โดย: FREE IP: 58.10.9.106 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:21:36:44 น.  

 
ใครเขียนแผนธุรกิจเก่งๆๆบ้างครับผมอยากจะจ้างเขียนครับ ผมทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้า ปัจจุบันมีลูกค้าเช่า 70 % อยากจะปรับปรุงพื้นที่ และ ต้องการใช้ผู้ร่วมลงทุน หรือกู้แบงค็ มาลงทุนปรับปรุงพื้นที่ใหม่ทั้งหมดนะครับเนื่องจากมีความต้องการเช่าพื้นที่มากกว่าเดิม ต้องขยาย พื้นที่ครับ
แต่ต้องใช้งบประมาณ สัก 3 ล้าน บาท ครับ ใครเขียนแผนธุรกิจเก่งๆๆช่วยหน่อยได้ใหมครับ แบบ จ้างเขียนก็ได้ครับ หรือ ใครอยากจะร่วมทุน ยินดี โทร ปรึกษาได้ครับ วิทยา 089-453-6630


โดย: วิทยา IP: 118.173.74.75 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:14:45:45 น.  

 
ลืม ให้ Email ครับ vittomee@gmail.com
ติดต่อ 089-4536630 085-1479914

รบกวนผู้รู้ด้วยนะครับ
ขอบคุณ ครับ


โดย: วิทยา IP: 118.173.74.75 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:14:48:39 น.  

 
อยากได้ตัวอย่างการเขียนแผนธุรกิจ


โดย: นัทชา IP: 202.149.25.241 วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:31:35 น.  

 
งงเหมือนกัน


โดย: kk IP: 58.9.15.110 วันที่: 5 มิถุนายน 2551 เวลา:19:42:17 น.  

 
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=wbj&group=3&date=27-06-2005&blog=3


โดย: me IP: 118.173.224.216 วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:10:06 น.  

 
อยากลอกบ้างจัง


โดย: goongging IP: 58.10.170.153 วันที่: 20 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:26:26 น.  

 
อยากถามว่าองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการจัดทำธุรกิจคืออะไรคะช่วยตอบทีค่ะ


โดย: อาลิส IP: 118.172.66.207 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:18:23 น.  

 
thank you somuch


โดย: bee IP: 58.10.81.12 วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:20:49:52 น.  

 
เธŠเนˆเธงเธขเธšเธญเธเธ„เธงเธฒเธกเธชเธณเธ„เธฑเธเธ—เธฒเธ‡เธ˜เธธเธฃเธเธดเธˆเธ”เน‰เธงเธขเน„เธ”เน‰เน„เธซเธกเธˆเนŠเธฐ


โดย: เนเธญเธ™เธ™เธตเนˆ IP: 222.123.100.90 วันที่: 3 กันยายน 2551 เวลา:22:59:09 น.  

 
อยากมีงานที่ดีทำจะได้เลี้ยงพ่อแม่


โดย: นุ่มค่ะ IP: 124.121.245.51 วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:18:28:12 น.  

 
อยากได้คำแนะนำการเขียนแผนจังค่ะ


โดย: เด็กเมืองลิง IP: 202.129.38.137 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:00:24 น.  

 
เรียนหลายชิวาแล้วการเขียนแผนนะแต่ก็ยากอยู่ดี


โดย: ศกลวรรณ IP: 203.144.187.19 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:26:23 น.  

 
ราคามาตรฐานในการจ้างเขียนแผนธุรกิจ อยู่ที่ประมาณกี่บาทคะ


โดย: มโน IP: 15.203.233.79 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:11:18 น.  

 
ผมตามมาอ่าน ใน blog คุณ วิบูลย์ ละกันครับมีอะไรดีๆเยอะจริงๆ ให้กำลังใจครับและขอบคุณที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้ทุกคนครับ

ขอบคุณครับ


โดย: Perfect IP: 222.123.129.156 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:2:19:32 น.  

 
มาอ่านแล้วชอบครับ ขอบคุณนะครับกำลังต้องการแนวทาง


โดย: paraceta IP: 58.64.72.183 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:21:08:42 น.  

 
จะลองอ่านดูครับ


โดย: Adore วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:12:22:22 น.  

 
อาจารย์สุดยอดเลยคะ ขอบคุงทีให้ความรู้นะคะ
สามารถนำไปเอาตอบข้อสอบของนู๋ได้เลยนะเนีย


โดย: แก้มบุ๋ม IP: 58.8.93.179 วันที่: 24 มิถุนายน 2553 เวลา:11:13:42 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ นะครับ ผมได้นำบทความจากที่นี้ไปเผยแพร่ แล้วอ้างอิงมาที่บล็อกเรียบร้อยครับ ต้องขอบคุณอาจารย์ด้วยนะครับ ที่เขียนบทความดี ๆ ให้พวกเราได้อ่านกันครับ แวะเขาไปดูแหล่งเผยแพร่บทความที่เว็บของผมได้นะครับ //www.click2charm.com

ขอบคุณครับ


โดย: Chok IP: 110.49.193.152 วันที่: 18 ตุลาคม 2553 เวลา:3:54:23 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆและทรงคุณค่า ดีใจที่ได้มีโอกาศอ่าน


โดย: Tee' IP: 58.137.183.2 วันที่: 5 มกราคม 2555 เวลา:16:10:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.