บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
คำพูดด้านลบ สร้างความเชื่อใหม่ด้านลบ

คำพูดด้านลบ สร้างความเชื่อใหม่ด้านลบ

วิบูลย์ จุง // Wiboon Joong (wbj)


สมัยผมเป็นเด็ก ไม่ว่าผมจะฟังเทศน์ หรือ อ่านหนังสือด้านบริหาร ผมเรียนรู้ว่า ต้องมีความคิดเชิงบวก เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีให้กับตนเอง ซึ่งสมัยนั้น ก็มักจะคิดแต่ว่า ต้องคิดเชิงบวก ต้องคิดแต่สิ่งดีๆ ถ้าเกิดไปคิดในสิ่งที่ไม่ดีเข้า ก็จะพยายามคิดในแง่ดีเอาไว้ เหมือนสร้างภาพของตัวเองขึ้นมาว่า เราต้องคิดแต่สิ่งที่ดีๆเสมอๆ

ครั้งเมื่อผมเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องคนได้มากยิ่งขึ้น แค่คนภายใต้การดูแลประมาณ 300 กว่าชีวิต ก็มีความแตกต่างกันมากมาย ความต้องการแตกต่างกัน พฤติกรรมแตกต่างกัน การจะทำให้คนทั้งหมดมีเป้าหมายการทำงานให้ดีนั้น ก็จะเป็นเรื่องยาก และ ปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจากกลุ่มคนเพียงบางส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาเท่านั้น

เมื่อสังเกตุกลุ่มคนที่มีปัญหาเหล่านั้น ผมก็พบกับความเป็นจริงที่ว่า คนกลุ่มที่มักสร้างปัญหาให้กับองค์กรมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นคนที่พูดจาในเชิงแง่ลบ เป็นส่วนใหญ่ มักต่อว่าเจ้านายว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ หรือ มักจะปฏิเสธก่อนที่จะลงมือทำ และ ที่ยิ่งร้ายกว่านั้น คนเหล่านี้ มักจะหาพวกพ้องที่คิดเหมือนกับตน หรือ พยายามโน้มน้าวให้คนอื่นๆคิดเหมือนกับตน ในเชิงลบเช่นเดียวกัน

ทำไมแค่พูดความรู้สึก ของตัวเองถึงไม่ดีเพียงนั้นเลยหรือ?

แน่นอนว่า การพูดความรู้สึกของตนเองนั้นให้คนอื่นรับรู้ ก็เท่ากับเป็นการระบายความเครียดของผู้พูดในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ตามมานอกจากการระบายความเครียดแล้ว คือการ สร้างความเชื่อใหม่ทางด้านลบ ให้กับตัวคนพูดเองด้วย กระบวนการทางความคิดและการสร้างความเชื่อ มันเป็นกระบวนการที่สลับซับซ้อนจริงๆ ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจละกัน

สมมติว่า เจ้านายของคุณ ให้คุณทำงานชิ้นหนึ่งในเวลาจำกัด แล้วคุณบอกว่า "ไม่สามารถเสร็จทันตามกำหนด" แค่คำว่า ไม่สามารถเสร็จได้ทันแค่นี้ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลยในความคิดของพนักงานทั่วไป แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่า การที่คนเราจะพูดคำๆนี้ออกมา มันได้ถูกกลั่นกรองจากความรู้สึกก็จริง แต่เมื่อคุณพูดออกมาแล้ว ในหัวสมองของคุณ จะหาเหตุผลต่างๆมาสนับสนุนคำพูดของคุณว่า ไม่สามารถทำงานนั้น งานนี้ได้เสร็จทันอย่างแน่นอน และ เมื่อคุณต้องหาเหตุผลต่างๆนาๆ มาสนับสนุน เท่ากับว่า คุณกำลังทบทวน ตอกย้ำตนเองว่า ไม่สามารถทำให้เสร็จได้อย่างแน่นอน

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคุณ คุณก็จะไปคุยกับคนอื่นๆ และ ถ้ามีใครเห็นด้วยกับคุณ หรือเป็นคนประเภทเดียวกับคุณ เข้าข้างคุณเข้าแล้วด้วย นั่นก็หมายถึง เป็นการยืนยันความคิดของคุณ คุณจะมั่นใจมากขึ้นว่า ไม่สามารถทำได้เสร็จอย่างแน่นอน และ เมื่อคุณเชื่อว่าไม่สามารถทำให้เสร็จ คุณก็จะไม่หาหนทางทำให้เสร็จ แต่จะหาหนทางที่จะปกป้องตนเอง และ หาเหตุผลในการทำไม่เสร็จ มากกว่าหาทางที่จะทำให้สำเร็จ ผลเสียที่ได้ก็คือ งานคุณก็ไม่สำเร็จ คุณเองก็ไม่มีผลงาน หรือ อาจจะทำให้เจ้านายคุณไม่พอใจในการสั่งงานแล้วคุณไม่สามารถทำงานได้ตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งก็ไม่ได้เป็นผลดีสำหรับคุณเอาเสียเลย

ลองมาดูอีกสักตัวอย่าง กับเรื่องที่พนักงานโปรดปรานกันมากที่สุด และ มักเกิดขึ้นในองค์กรทุกองค์กรก็ว่าได้ คือการนินทาเจ้านาย ผมเห็นหลายคนแล้วที่ชอบนินทาเจ้านายให้คนอื่นๆฟัง แล้วต้องลาออกจากงานไปเอง ซึ่งบางคนก็ทำงานได้ดีมาก แต่ก็ต้องลาออกไป

สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่เขานินทาเจ้านาย ก็คือ การตอกย้ำความไม่พอใจเจ้านายให้ฝังลึกเข้าไปในความคิด และ เมื่อความรู้สึกไม่พอใจเจ้านายมากๆ สิ่งที่แสดงออกต่อเจ้านาย ก็จะมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ให้เห็นกันบ่อยๆ เช่น พูดจาแบบมะนาวไม่มีน้ำ หรือ ไม่เกรงใจเจ้านายเพิ่มมากขึ้น

การนินทาเหมือนยาเสพติด เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่คนเอาคนอื่นไปพูด ก็มักจะสร้างภาพในความคิดของตนว่า คนที่เราจะพูดถึงเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มากกว่าความเป็นจริง และเวลาพูดก็จะพูดในมุมมองของตนเองที่มากกว่าความเป็นจริงเสมอ ทำให้คนที่ถูกนินทาดูเลวร้ายได้มากเท่าไหร่ ก็จะสร้างความพอใจให้กับ ผู้นินทา ได้มากเท่านั้น และ เมื่อมีความพึงพอใจเป็นที่ตั้ง ก็จะยิ่งเชื่อมั่นว่า คำพูดของตนที่นินทาออกไปเป็นจริง ยิ่งผู้ฟังสนับสนุนตามสิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่เป็นแล้วละกัน การนินทาก็จะยิ่งสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น ออกรสมากขึ้น กลายเป็นนินทาหมู่ ทั้งนี้ นินทามาก ก็ยิ่งทำให้เชื่อว่า เจ้านายไม่ดีมากขึ้น และ เวลาทำงานก็จะรู้สึกไม่สนุกสนาน เจ้านายมอบหมายงานมาก็ไม่อยากทำ หรือ ไม่ยอมทำเอาเสียดื้อๆเลยก็มี และ เมื่อในใจมีความรู้สึกนี้มากๆ ก็จะทำให้ตนเองรู้สึกอยากเปลี่ยนงานหางานใหม่ และ ต้องออกจากที่ทำงานในที่สุด

ทั้งสองตัวอย่างเกิดจากคำพูดของคนทั้งสองประเด็น ซึ่งคำพูดด้านลบ ที่พูดออกมา ถึงแม้นว่ามันสนุกสนาน แต่ก็สร้างโทษให้กับหน้าที่การงานของคุณทางอ้อม สร้างความรู้สึกไม่ดีให้เกิดกับจิตใจของคุณเอง ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตของคุณจริงๆแล้ว อยากให้ไตร่ตรองก่อนจะพูดอะไรออกมา โดยเฉพาะคำพูดที่ส่งผลทางด้านลบ เพราะเมื่อพูดออกมาแล้ว คุณก็จะเกิดการตอกย้ำตัวตนของตัวคุณขึ้นแล้วผลเสียจะเกิดกับตัวคุณเอง ถึงแม้นว่ามันอาจจะช้ากว่าการที่คุณทำให้คนอื่นเสียหา แต่ถึงกระนั้น มันจะกลายเป็น วจีกรรม ติดตัวคุณไปในภพชาติเบื้องหน้า ซึ่งผลกรรมขั้นต่ำก็จะทำให้คุณมีกลิ่นปาก ฟันไม่สมบูรณ์ เจ้านายไม่ชอบอย่างไม่มีเหตุผล ฯลฯ


วิบูลย์ จุง // Wiboon Joong (wbj)




Create Date : 25 สิงหาคม 2555
Last Update : 25 สิงหาคม 2555 0:40:38 น. 0 comments
Counter : 6368 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 205 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.