พัฒนาตนให้เป็น "บุคคลเชิงกลยุทธ์" - พยายามหลีกเลี่ยงกับดักทางความคิด
บุคคลเชิงกลยุทธ์ จะมีแนวคิดที่พยายามพัฒนาตนเอง ทั้งความคิด และการกระทำ และพยายามที่จะศึกษาตนเอง เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในกับดักของความคิด ทั้งนี้ แค่เพียงนิสัยเล็กๆน้อยๆ หรือเรื่องเล็กน้อยที่เคยชิน ก็จะสามารถทำให้การตัดสินใจผิดพลาด ทำให้ตกอยู่ในกับดักทางความคิด จนทำให้เรื่องใหญ่เสียหายได้

ยก ตัวอย่างเช่น พนักงานที่ซื่อสัตย์มีเจ้านายที่คดโกง ความซื่อสัตย์ของพนักงานอาจจะกลายเป็นกับดักทางความคิดของตนเองที่มองคนอื่น ในแง่ดีไปเสียหมด จนมองว่าเจ้านายไม่มีทางโกงกับตนเพราะมองว่าเจ้านายก็น่าจะมีความซื่อสัตย์ ด้วย แต่แท้ที่จริง คนเราไม่สามารถวัดกันได้ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ พนักงานอาจจะโดนโกงค่าแรงจากเจ้านายที่เอาแต่ได้ หรือ ต้องทนรับความรู้สึกกดดันจากพฤติกรรมของเจ้านายที่กดขี่ข่มเหงลูกน้อง โดยเฉพาะจิตใจ ทำไมพนักงานเหล่านั้นถึงทนอยู่กับเจ้านายลักษณะนี้ได้ ก็เพราะ อาจจะต้องทนทำงานกับเจ้านายเพราะไม่มีหนทางอื่นที่จะไป หรือ อาจจะมีเป้าหมายบางอย่าง หรือ เพราะพฤติกรรมของ เจ้านายไม่ยอมแสดงตนเองว่าเป็นคนไม่ดีทั้งความคิดและจิตใจ ให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งก็เป็นไปได้ สิ่งรอบตัวของพนักงาน และมุมมองของพนักงานที่ซื่อสัตย์จึงกลายมาเป็นกับดักทางความคิดและต้องทน อยู่กับเจ้านายที่คดโกงกันไป

แม้นแต่พฤติกรรมความชอบ ก็มีส่วนที่จะทำให้เกิดกับดักทางความคิดได้ ทั้งนี้ บุคคลเชิงกลยุทธ์จึงพยายามที่จะไม่แสดงให้ใครรู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอย่าง ไร ไมยอมแสดงให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองมีปมด้อยอะไร ไม่ยอมเปิดเผยจุดอ่อนของตนว่ามีจุดใด ทั้งนี้ก็เพื่อจะปกปิดตัวตนที่แท้จริงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงข้อด้อย เหล่านั้น ในเชิงธุรกิจก็เช่นเดียวกัน การวางแผนกลยุทธ์ หรือ การวางตำแหน่งทางการตลาด ย่อมต้องปกปิดจุดอ่อนของตน และแสดงจุดแข็งให้คนอื่นรับทราบ หรือ พยายามที่จะบอกกล่าวว่าสินค้าของคู่แข่งขันของตนนั้น ไม่ดีในจุดนั้นจุดนี้และสร้างภาพลักษณ์ของตนว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้าให้เพิ่มมากขึ้น

ในทางกลับกัน การสร้างจุดเด่นเพือกลบจุดด้อยให้เกิดขึ้น ก็เท่ากับการบอกจุดด้อยของตนเองให้คนอื่นรู้ด้วย บุคคลเชิงกลยุทธ์ จึงจำเป็นต้องมีทักษะในการแยกแยะปมเด่น และ ปมด้อยของสิ่งต่างๆให้ออกมาได้อย่างชัดเจนว่า จริงๆแล้ว ปมเด่นของสิ่งนั้นเป็นปมเด่นจริง หรือ เป็นปมเด่นเพื่อปกปิดปมด้อยอะไรบางอย่าง

ยกตัวอย่างเช่น ความอยากของคนบางคน ก็จะบอกให้คนอื่นว่าตนเองไม่อยาก ไม่ต้องการในสิ่งนั้นๆ แต่แท้ที่จริงแล้วอยากได้สิ่งเหล่านั้น แต่ไม่สามารถทำให้ได้มา ยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนขึ้นคือ นักเรียนบางคนอยากเป็นหัวหน้าชั้น แต่เมื่อคนอื่นๆได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าชั้น ตนเองกลับไปบอกว่าหัวหน้าไม่เห็นดีเลย ไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ ซึ่งพยายามมองหาจุดอ่อนของหัวหน้าแล้วนำมากล่าวอ้าง แต่พอเพื่อนอีกคนบอกว่าถ้าเขาไม่ดีก็มาเป็นแทนเสียเลยซิ กลับกล่าวในเชิงไม่อยากเป็นหรอกตำแหน่งนี้ ไม่เห็นจะดีอย่างไร เพราะตนเองไปกล่าวอ้างคนอื่นไว้มาก จึงไม่กล้าที่จะรับตำแหน่งเพราะกลัวโดนต่อว่ากลับเช่นกัน นี่แสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมการซ่อนเร้นของคนมักแสดงออกมาทางการกระทำได้เช่นกัน บุคคลเชิงกลยุทธ์ จึงควรที่จะศึกษาพฤติกรรมที่ซ่อนเร้น และ ความปราถนาของคน เพื่อใช้ในการควบคุมดคนเหล่านี้ไว้บ้าง

ยกอีก ตัวอย่างหนึ่ง มีคนที่พูดไม่เก่ง มีปมด้อย เขากล่าวอ้างว่า "คนที่ฉลาดคิด ฉลาดทำ อาจจะไม่ฉลาดพูด" เพื่อบอกให้คนอื่นรับทราบว่า เขานะพูดไม่เก่งหรอกแต่เขานะชาญฉลาดทางด้านอื่นๆ แต่ถ้ามองในทางกลับกัน คนที่ฉลาดพูดก็อาจจะไม่ฉลาดคิด และ ฉลาดทำก็ได้ ซึ่งความสัมพันธ์ ของทั้งสามในบางบุคคลอาจจะสัมพันธ์กัน แต่บางคนก็ไม่สัมพันธ์ ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับการสังเกตุองค์ประกอบต่างๆเพื่อใช้ในการตัดสินใจกับบุคคล นั้นๆด้วย

พฤติกรรมของมนุษย์นั้น ก่อเกิดจากการเลี้ยงดูตั้งแต่เยาว์วัย ประสบการณ์ในอดีตจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำเร็จ หรือไม่ ซึ่งหากบุคคลนั้นคิดในเชิงตามเหตุการณ์ต่างๆไปโดยพยายามทำตามเหตุการณ์นั้นๆ เพื่อจะกลายเป็นคนเช่นนั้น ก็จะมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ติดตัวไป แต่หากเจอประสบการณ์ที่ไม่เลวร้ายแล้วพยายามคิดในทางกลับกันว่า ถ้าหากเป็นตนเองแล้ว จะไม่ทำเช่นนั้นเช่นนี้ ก็จะสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ขึ้นมาได้... ยกตัวอย่างเช่น คนที่เคยบ้านแตกพ่อแม่หย่าร้าง หากคิดว่าชีวิตของตนเองก็เจอเช่นนี้ ไม่เห็นจำเป็นเลยว่าจะต้องจริงใจกับใครสักคน แล้วเที่ยวผู้หญิง หลอกฟัน ทำคนอื่นท้อง ก็ไม่รับผิดชอบ นั่นหมายถึงประสบการณ์ชีวิตอันเลวร้ายได้สร้างพฤติกรรมอันเลวร้ายกับคนๆนั้น เอาไว้ แต่หากบุคคลนั้นเป็นบุคคลเชิงกลยุทธ์ ก็จะสามารถแยกแยะได้ว่า การกระทำเหล่านั้นเป็นสิ่งไม่ดีงาม สังคมไม่ยอมรับ อีกทั้งอาจจะติดโรคเอดส์ หรือ โรคอันน่ารังเกียจอื่นๆมาหรือเปล่า หรือแม้นคิดกลับกันว่า ลูกของตนในอนาคตถ้าโดนกระทำเช่นนี้บ้างตนเองจะรู้สึกเช่นใด เมื่อนึกถึงโทษของสิ่งเหล่านี้ได้ ก็ย่อมที่จะหลีกเลี่ยงโทษเหล่านี้โดยการสร้างพฤติกรรมส่วนตัวที่ตรงข้ามกับ พฤติกรรมที่เลวร้ายในอดีตให้กลายมาเป็นนิสัยที่ดี เป็นนิสัยที่สังคมต้องการได้

เท่าที่กล่าวมาทั้งหมด การหลีกเลี่ยงกับดักทางความคิด ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้นแต่คนจบปริญญาเอก หรือ ปริญญาโทฯ บางครั้งก็ยังติดอยู่ในกับดักทางความคิด แต่คนที่รู้ตัวถึงจุดอ่อนของตนเองแล้วแก้ไข โอกาสที่จะติดอยู่ในกับดักความคิดก็จะลดน้อยลง...



Create Date : 20 มีนาคม 2552
Last Update : 20 มีนาคม 2552 22:32:12 น.
Counter : 1624 Pageviews.

2 comments
  
จริงที่สุด พบเจอตลอดเวลาในชีวิตประจำวันๆๆๆๆ
โดย: Freelancer Paul IP: 58.10.155.77 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:9:15:53 น.
  
ขอบคุณมากครับ
โดย: watch IP: 125.27.94.135 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:08:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#14



wbj
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 209 คน [?]



ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด



<< Main Menu >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'

Group Blog
มีนาคม 2552

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add wbj's blog to your weblog]
MY VIP Friends