บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
20 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
พัฒนาตนให้เป็น "บุคคลเชิงกลยุทธ์" - มีพลังและความคิดสร้างสรร

ความคิดสร้างสรรดูเหมือนเป็นสิ่งที่สร้างให้เกิดขึ้น ได้ยาก แต่แท้จริงแล้วพื้นฐานของความคิดสร้างสรรอยู่ที่ การประยุกต์ประสบการณ์ที่ผ่านมา กับ เหตุการณ์ในปัจจุบัน ให้มีความสอดคล้องซึ่งกันและกัน บุคคลเชิงกลยุทธ์ ที่จะเสนอแนวคิดในเชิงสร้างสรร จึงต้องสะสมประสบการณ์และจับประเด็นของประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม

ทุกคน ต่างมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละคน แต่ไม่ว่าจะประสบการณ์เช่นใด ถ้าสามารถเก็บรายละเอียดของประสบการณ์เหล่านั้น เพื่อนำมาคิด วิเคราะห์ ว่า ประสบการณ์เหล่านั้นให้อะไรกับเราแล้ว ก็จะสามารถ นำมาเป็นฐานความรู้ หรือ องค์ความรู้สำหรับในการประยุกต์ในเหตุการณ์ปัจจุบันต่อไป

ประสบการณ์ดี / ประสบการณ์ที่เลวร้าย

ประสบการณ์ แยกออกได้ 2 ลักษณะที่เด่นชัด คือ ประสบการณ์ดี และ ประสบการณ์ทีเลวร้าย แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าประสบการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างไร การสังเคราะห์ประสบการณ์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ บุคคลเชิงกลยุทธ์ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือประสบการณ์ใดก็ตามควรจะทำประสบการณ์เหล่านั้นมาทำให้ เกิดประโยชน์ต่อตน อย่างสม่ำเสมอ

ประสบการณ์ดีๆ ที่เราประทับใจ เมื่อผ่านเข้ามาก็ทำให้เกิดความสุข ความยินดี และถ้าไม่คิดอะไร มากที่สุดก็ได้แค่ความประทับใจที่เอาไว้จดจำ

ประสบการณ์ที่เลวร้าย เมื่อผ่านเข้ามามันก็ทำให้เกิดความทุกข์ ความขมขื่น ความสะเทือนใจ สร้างรอยพยาบาท อาฆาต ซึ่งอาจจะส่งผลถึงการแก้แค้น ในกาลต่อไป ซึ่งประสบการณ์ที่เลวร้าย เรามักจดจำมันได้ง่ายกว่า ประสบการณ์ดีๆ แต่ส่วนใหญ่การจดจำอยู่ในลักษณะที่ต้องการเอาคืนเสียมากกว่า และ ประสบการณ์เหล่านั้นก็จะทำให้จิตใจไม่สดชื่น ไม่เบิกบาน เมื่อใจไม่สดชื่น หน้าตาก็บึ้งตึง และ ยิ่งเป็นมากเท่าไหร่ ความสดใสของชีวิตก็ดูเหมือนว่าจะบั่นทอนความสุขชั่วชีวิตเลยก็ว่าได้

ทั้ง นี้ เมื่อมีประสบการณืที่ดี หรือ เลวร้าย เกิดขึ้นก็ตาม บุคคลเชิงกลยุทธ์ ควรที่จะนำเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาทำการสังเคราะห์เพื่อนำมาใช้ในคราวต่อไป ได้ง่ายขึ้น การสังเคราะห์สามารถกระทำได้ โดยการนำเอาองค์ประกอบของสถานการณ์ ภาพรวม กระบวนการ รวมไปถึงผลที่ได้รับ ว่าเป็นเช่นใด แล้วทำการหาความเชื่อมโยง หาเหตุของเหตุการณ์นั้น เพื่อโยงไปสู่ผล นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงเหตุโดยสมมติเหตุ และ พิจารณาผลจากองค์ประกอบที่มีว่าเหตุสมมติเหล่านั้น สามารถก่อให้เกิดผลใดได้บ้าง ก็จะเป็นการสร้างแนวคิดเชิงประยุกต์ และ สร้างสรร ให้เกิดขึ้นกับตนมากขึ้นด้วย

ตัวอย่าง เช่น "แนวความคิดที่ไม่ตรงกันระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง" เมื่อเกิดปัญหาทางด้านแนวความคิดของสองฝ่ายไม่ตรงกัน สิ่งที่เราจะนำมาวิเคราะห์คือ สาเหตุ ที่ทำให้เกิดปัญหา กับ ผลที่ได้ลัพท์ ทั้งนี้ บริบทของสาเหตุ ยังมีองค์ประกอบมากมาย เช่น พื้นฐานของแต่ละคน ประสบการณ์ของแต่ละคน รวมไปถึง หนังสือที่แต่ละคนอ่าน ที่มีผลต่อแนวความคิดของคนๆนั้น ณ ช่วงเวลานั้นๆ ดังนั้น จึงต้องวิเคราะห์บริบทของทั้งสองฝ่ายว่า มีความสัมพันธ์ มีความต่อเนื่อง หรือ ขัดแย้งกันอย่างไร บ่อยครั้งเราพบว่า ผู้บริหารจะใช้หลักการที่เคยทำมาแล้วประสบความสำเร็จในอดีต นำมาใช้ในปัจจุบัน แต่กับเด็กใหม่ๆ ยังยึดติดกับทฤษฎี หรือวิธีการต่างๆที่ได้เคยทำมา ดังนั้น จะพบว่า บ่อยครั้งที่ ทฤษฎีสมัยใหม่ กับ แนวคิดของผู้บริหารไม่ตรงกัน จึงเกิดความขัดแย้งขึ้น ทั้งนี้ การทำความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด แต่ความเป็นจริง ความถือตน และ ตำแหน่งหน้าที่ มักจะทำให้ ผู้บริหาร ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ยังคงยึดเอาหลักการณ์ของตนเป็นที่ตั้ง และ ให้พนักงานใหม่ หรือ บุคคลที่ขัดแย้งเปลี่ยนแปลงไปตามแนวความคิดตน ซึ่งผลเสียที่ตามมาอาจจะ ทำให้พนักงาน รับไม่ได้และลาออกไป หรือ พนักงานปรับตัวให้ยอมรับกับแนวคิดของผู้บริหาร แต่ก็จะไม่ยอมที่จะเสนอแนวความคิดใหม่ๆอีก หรือ ได้พนักงานที่ไม่ยอมมีความคิดขัดแย้ง เพราะจะทำให้ตนเองเสียผลประโยชน์ ทั้งนี้ผลเสียของ ผู้บริหารที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเอง จึงกลายมาเป็นเครื่องทำร้ายองค์กรไปในทางอ้อมในบางครั้งไปอย่างน่าเสียดาย

จะ เห็นว่า การเพิ่มทักษะแนวความคิดสร้างสรรจากประสบการณ์ต่างๆ สามารถกระทำได้ โดยการ สร้างมุมมองทางเลือก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างเพิ่มขึ้น เช่น ถ้าพนักงานเลือกที่จะเขียนแนวความคิด หาเหตุผลมาสนับสนุนแนวความคิด และ ศึกษาเรื่องต่างๆอย่างละเอียด ก่อนที่จะเสนอแนวความคิดนั้นสู่ผู้บริหาร จะสร้างการยอมรับให้ผู้บริหารได้มากน้อยเพียงใด? ทั้งนี้ การเข้าใจบริบทของผู้บริหารว่า ต้องการพัฒนาองค์กรให้ไปในทางที่ดี ซึ่งผู้บริหารส่วนใหญ่ยอมรับเหตุผลที่มีข้อมูลสนับสนุน มากกว่าข้อมูลตามแนวความคิด ดังนั้น การเสนอหนทางแนวทางเลือกให้ผู้บริหารอาจจะส่งผลดีโดยรวมต่อองค์กร ก็เป็นไปได้... เป็นต้น

ประสบการณ์เสมือน

นอกจากจะ สร้างความคิดสร้างสรรจากประสบการณ์จริงของตนเองแล้ว การสร้างประสบการณ์เสมือน ก็สามารถกระทำได้จากการอ่านหนังสือทางด้านวิชาการ หรือ ประสบการณ์ของท่านอื่นๆ เช่น หากท่านกำลังอ่านหนังสือในเชิง How to ท่านก็ต้องคิดนำมาประยุกต์ใช้กับองค์กรของท่านให้ได้ว่า ในบริบทขององค์กรของท่านนั้นเป็นอย่างไร และ ถ้าจะทำลักษณะนี้ควรทำเช่นใด ทั้งนี้ การประยุกต์เรื่องที่อ่านเข้ามาใช้กับชีวิตประจำวัน ในหลายๆครั้ง ในหลายๆเรื่อง จะทำให้เกิดความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์เสมือนของเหตุการณ์ที่เรานึกคิดได้ ด้วย

นอกจากนี้ ประสบการณ์เสมือน สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้จากการพยายามตอบปัญหาที่เกิดขึ้นของบุคคลอื่น บ่อยๆ ซึ่งประสบการณ์นี้หากเกิดขึ้นกับตนเองก็จะสามารถ มีแนวทางแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น และ รวดเร็วกว่าปัญหาที่ยังไม่เคยพบเจอ

ทั้ง นี้ บุคคลเชิงกลยุทธ์ จึงสร้างนิสัยในการคิด ในการวิเคราะห์ รวมถึง สร้างนิสัยที่ชอบแก้ไขปัญหาให้กับบุคคลอื่นโดยทั่วไป เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์เสมือนของตนให้มีมากขึ้น และ เป็นองค์ความรู้พื้นฐานที่จะใช้ในอนาคต รวมถึง ผลักดันให้แนวความคิดสร้างสรร สามารถมีได้ในการประยุกต์ใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมา

และบ่อยครั้งพบว่า บุคคลเชิงกลยุทธ์ ที่เก่งในความคิดสร้างสรร จะสามารถคิดในเชิงที่คนอื่นคาดไม่ถึงจากการ ใช้จิตวิทยาเข้ามาประกอบกับการมองบริบท เสมอๆ




Create Date : 20 มีนาคม 2552
Last Update : 20 มีนาคม 2552 22:25:05 น. 4 comments
Counter : 1405 Pageviews.

 

...แวะมาหาข้อมูลดี ๆ ค่ะ ตอนนี้กะลังมีปัญหาเรื่องงานเหมือนกันค่ะ ยังรักงานแต่รู้สึกว่าเจอแต่เืรื่องแย่ ๆ กับผู้บริหาร เลยอยากลาออก ...


โดย: นู๋วี (คนดีคนเก่ง ) วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:12:57:29 น.  

 
เป็นลูกจ้างก็งี้แหละ อย่าทำเก่งกว่าเจ้านาย ภัยจะมาเยือน


โดย: เก่ง IP: 125.25.149.181 วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:13:41:16 น.  

 
ขอบคุณ มากๆ ครับ
ได้เเนว คิดเยอะมาก ครับ


โดย: 007chanchai@gmail.com IP: 203.146.8.165 วันที่: 8 เมษายน 2552 เวลา:20:33:35 น.  

 
มาเป็นลูกจ้างตัวเองกันดีกว่ามั้ยค่ะ

ชีวิตลูกจ้างก็ต้องยอม ทน และก็ทนอยู่ ถ้าเบื่อที่จะเป็นลูกจ้าง ก็อาจจะหางานใหม่ที่สามารถทําให้ตัวเองหลุดจากการเป็นลูกจ้างให้เร็วที่สุด และหางานที่สามารถทําให้ตัวเองเป็น อิสระได้นั่นเอง ลองดูค่ะ ถ้าคุณมองเห็นโอกาส สิ่งนี้จะนําพาคุณให้เป็นอิสระในอนาคตค่ะ คลิกดูฌส้นทางสู่อนาคที่สดใสของคุณค่ะ //www.poodangkitozanbest59.com/


โดย: มาเป็นลูกจ้างตัวเองกันดีกว่ามั้ยค่ะ IP: 58.9.8.12 วันที่: 18 มิถุนายน 2552 เวลา:10:11:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 206 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.