บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
ลักษณะที่ปรึกษาที่น่ารังเกียจ 7 ประเภท

ลักษณะที่ปรึกษาที่น่ารังเกียจ 7 ประเภท


วิบูลย์ จุง // Wiboon Joong (wbj)


ผมทำงานที่ปรึกษามาก็นาน ส่วนใหญ่ก็อยู่กับผู้ประกอบการ มากกว่าอยู่กับที่ปรึกษาด้วยกัน เลยไม่ได้รู้เลยว่า ที่ปรึกษาท่านอื่นเป็นอย่างไร แต่เมื่ออยู่กับที่ปรึกษาที่หลากหลาย จึงทำให้รู้ว่า ที่ปรึกษาไม่ใช่จะสมบูรณ์พร้อมไปทุกคน ไม่ใช่คนดีทุกคน เหมือนกับสังคมทั่วไป เมื่อมองเพื่อนร่วมอาชีพ แล้วมองกลับมายังตนเอง ผมเองบางครั้งก็ทำตัวน่ารังเกียจในบางเรื่อง เหมือนคนทั่วไป ดังนั้น ผมจึงขอแชร์มุมมองของ ที่ปรึกษาที่น่ารังเกียจ มาไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจกับ ที่ปรึกษา รุ่นใหม่ทุกๆคน อย่าได้ทำลักษณะนี้ เพราะจะทำให้ความน่าเชื่อถือของท่านลดลง ซึ่งผมขอจัดแบ่งที่ปรึกษาที่น่ารังเกียจไว้ 7 ลักษณะ ดังนี้..


1. ไม่รักษาความลับของกิจการ


เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของการทำอาชีพที่ปรึกษา โดยเฉพาะ หัวใจของธุรกิจนั้นๆ จะเห็นว่าผู้ใช้ที่ปรึกษาส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ที่ปรึกษารู้เรื่องมากนัก การสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ผู้ใช้ที่ปรึกษา จนเขาให้ข้อมูลเชิงลึก การเจาะข้อมูลต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเทคนิคของที่ปรึกษาที่จะทำให้มองเห็นภาพรวมขององค์กร แต่หากที่ปรึกษาเอาสิ่งเหล่านั้นมาอวดอ้าง หรือ แค่มาคุยกัน ภาพลักษณ์ของที่ปรึกษานั้น กลับดูแล้วไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไหร่ ลูกค้าบางรายเห็นที่ปรึกษาคุยฟุ้งถึง ธุรกิจนั้น ธุรกิจนี้และบอกถึงข้อมูลเชิงลึกขององค์กรต่างๆ คำถามในใจของผู้ใช้ที่ปรึกษา คงไม่พ้นคำถามที่ว่า...

“ ที่ปรึกษาคนนี้ จะเอาความลับของธุรกิจเรา ไปคุยโวกับคู่แข่งเราหรือเปล่า ? ”

หรือแม้นแต่ ความลับบางอย่างของผู้ประกอบการ ดูเหมือนว่า มันจะไม่เกี่ยวกับธุรกิจ แต่ก็ต้องรักษาความลับไว้ด้วยเช่นกัน เช่น เจ้าของธุรกิจบางรายถึงแม้นจะมีกิ๊กเป็นเด็กสาวๆ หรือ มีภรรยาหลายคน ปัญหาทางครอบครัวของเจ้าของธุรกิจอาจจะกระทบถึงการดำเนินงานหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่สมควรที่จะนำไปพูดกับบุคคลอื่น เพราะเท่ากับเป็นการประจานตนเองถึง ความเป็นคน ปากมาก เม้าส์คนอื่นไปทั่ว หรือ อาจจะส่งผลทำให้ครอบครัวของเจ้าของธุรกิจท่านนั้นมีปัญหาเกิดขึ้นตามมา

นอกจากจะไม่พูดหรือไม่กล่าวถึงแล้ว ก็ไม่ควรไปทำงานให้กับคู่แข่งทางธุรกิจ กับลูกค้าในปัจจุบัน หรือ ลูกค้าที่ให้คำปรึกษาไปไม่นาน ทั้งนี้ ที่ปรึกษาที่รับงานมากๆ เช่น รับดูแลงาน ธุรกิจอย่างเดียวกัน หลายๆธุรกิจพร้อมกัน หรือ ติดต่อกัน ยังไงแล้ว ความรู้ แนวความคิดของที่ปรึกษา ก็จะไม่เปลี่ยนไปมากนัก ทำให้โอกาสการใช้แนวทางกลยุทธ์เดียวกัน แข่งขันกันเอง หรือ คิดกลยุทธ์ที่ดีกว่าเดิม นำไปทำร้ายลูกค้าเก่า ก็เป็นไปได้ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการให้คำปรึกษากับธุรกิจเดียวกันที่มีโอกาสแข่งขันกัน


2. เชื่อมั่นในตนเองเกินไป



ความเชื่อมั่นของที่ปรึกษา เป็นสิ่งที่ดีที่จะส่งเสริมให้กับบุคคลิกของที่ปรึกษามีความน่าเชื่อถือ น้ำเสียง คำพูด คำแนะนำ ที่ออกมาจะบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ที่จะทำให้ธุรกิจที่ให้คำปรึกษานั้นประสบความสำเร็จ

แต่ว่า ความเชื่อมั่นของที่ปรึกษาที่มีมากเกินไป ก็จะทำให้ ที่ปรึกษาไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของบุคคลอื่น บางคนไม่ฟังความคิดเห็นของนักปฏิบัติ เพราะคิดว่า ผู้ปฏิบัติงานไม่มีความรู้ความสามารถในด้านนั้นบ้าง หรือ สิ่งที่ที่ปรึกษาได้คิดนั้นดีเยี่ยมแล้ว ต้องนำไปปฏิบัติให้ได้ ทั้งๆที่มีการทัดทานจากผู้ปฏิบัติงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ ผู้ปฏิบัติงาน ไม่ให้ความร่วมมือเป็นส่วนใหญ่ และ กลับดูถูกที่ปรึกษาอีกต่างหากว่า “โง่แล้วอวดฉลาด”

ในบางครั้งที่ปรึกษาคุยกันเอง บางครั้งเกิดยกเคสต่างๆขึ้นมาคุยกัน ก็จะถามความคิดเห็นซึ่งกันและกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อให้คำแนะนำไป กลับ ตอกกลับถึงแนวความคิดต่างๆว่า ไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ มีข้อด้อยอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อนๆที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำคงคิดว่า “แล้วจะมาถามทำไม ถ้าคิดว่าตัวเองคิดได้ดีกว่า...”

ที่ปรึกษาบางคน ก็มักสำคัญตนมากว่า เป็นที่ปรึกษามานานบ้างหละ มีคำนำหน้าที่มาจากการเรียน บ้างหละ แล้วยกตนข่มคนอื่นๆว่า ด้อยความรู้ ด้อยประสบการณ์ และ ไม่ยอมรับสิ่งที่ผู้ประกอบการ ผู้ปฏิบัติการ หรือ คนอื่นๆเสนอแนะ ก็มีให้เห็นมากมาย เพราะความยึดมั่นในความรู้ของตน ทำให้ผู้ติดต่อด้วยเกิดความเบื่อหน่าย


3. ปลิงดูดเลือด

“ปลิงดูดเลือด” คำนี้ เป็นคำที่ผู้ประกอบการบางแห่งใช้แทนคำ “ที่ปรึกษา” มันบ่งบอกให้เห็นถึง ความเห็นแก่เงินของที่ปรึกษา ที่ผู้ประกอบการได้พบเจอมา ซึ่งส่งผลให้ที่ปรึกษาอื่นๆ ตกอยู่ในสภาพของการกีดกันที่ปรึกษาตามไปด้วย

ที่ปรึกษาบางคน ก็หาผลประโยชน์ใส่ตนจนน่ารังเกียจ จริงๆ สโลแกนว่า “ไม่แนะนำ ถ้าไม่ได้เงิน” หรือ “ความคิดมีไว้ขาย” หรือ “ทุกคำแนะนำมีค่าเป็นเงิน” อย่างนี้เป็นต้น บางครั้งผมก็ว่ามันดี เพราะว่า คำแนะนำของที่ปรึกษา ที่ให้ไปมันเป็นทรัยพ์สินทางปัญหา แต่บางทีมันก็มากเกินไป กับธุรกิจเล็กๆ หรือ ให้คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ ก็จะคิดเงิน



บางคนแนะนำให้ลูกค้าใช้บริการในที่ต่างๆ โดยหวังเปอร์เซ็นต์จากการแนะนำ อย่างออกนอกหน้า พยายามให้ลูกค้า ใช้บริการที่ตนมีเปอร์เซ็นต์ โดยไม่ได้คำนึงถึง ผลประโยชน์ของลูกค้าเลยก็มี

บางคนแย่ไปกว่านั้น แนะนำให้ธุรกิจของลูกค้าไปแล้วจนประสบความสำเร็จ ก็หวังว่าตนเองก็น่าจะทำได้สำเร็จ ก็เปิดธุรกิจลักษณะเดียวกับลูกค้า มาเป็นคู่แข่งขันทางธุรกิจเลย ซึ่งผิดทั้งจรรยาบรรณ และ ทำให้วงการที่ปรึกษาเสื่อมเสียอีกด้วย

ที่ปรึกษาบางคน มีช่องทางการรับงานมาก ก็จะมาเบียดบังที่ปรึกษาท่านอื่นๆ รับงานมาแล้วเอางานมาจ่ายให้ บางคนก็หักหัวคิวบ้าง ซึ่งก็ยังยอมรับได้ แต่บางคน ไม่ยอมจ่ายเงินให้กับที่ปรึกษาที่ไปทำงานให้ โดยอ้างว่าลูกค้าขอยกเลิก แต่กลับส่งงานของตนเข้าไปโดยใช้งานของที่ปรึกษาที่ไม่จ่ายเงินให้ไปปรับปรุง


4. ให้คำปรึกษาที่ผิดต่อคุณธรรม จริยธรรม



ผู้ประกอบการชอบผลลัพธ์ที่เห็นได้อย่างรวดเร็วก็จริง การแนะนำแนวทางการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วส่วนใหญ่ แต่การได้ความสำเร็จมานั้น ต้องอาศัยเวลาในการดำเนินงาน ที่ปรึกษาบางคนจึงนิยมใช้ Dark Marketing หรือ การตลาดที่ผิดคุณธรรม จริยธรรม แนะนำให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้ผลในระยะเวลาอันสั้น แต่ไม่ได้ทำให้ธุรกิจของผู้ประกอบการดำเนินไปอย่างยั่งยืน เช่น การไม่จ่ายหนี้สิน การโกง การล๊อกเสปค การทำให้คู่แข่งเสื่อมเสีย สิ่งเหล่านี้ เป็นต้น

ความสำคัญต่อคุณธรรม จริยธรรม เป็นเครื่องชี้คุณค่าของความเป็นคนของคนๆนั้น หากที่ปรึกษายังผิดต่อ คุณธรรม จริยธรรม ก็ไม่ต้องพูดถึงว่า การแนะนำของที่ปรึกษาก็คงผิดคุณธรรม จริยธรรม ตามไปด้วย เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า

“คบคนพาล พาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”


5. ดูถูก ดูแคลน ต่อว่า และ ข่มผู้ประกอบการ วางตัวมากเกินไป



ที่ปรึกษาเป็นผู้ให้บริการแก่ผู้ประกอบการ จะบอกว่าเป็นพนักงานก็ไม่ใช่ จะบอกว่าเป็นคนนอกก็ไม่เชิง ทั้งนี้แม้น ที่ปรึกษา จะมีความรู้ความสามารถมาก แต่ผู้ประกอบการหรือผู้ใช้ที่ปรึกษา ก็ยังเป็นลูกค้าที่ให้เงินค่าตอบแทนให้กับที่ปรึกษา ซึ่งนับว่าเป็นบุคคลที่เกื้อกูลผลประโยชน์ซึ่งกัน และ อาจจะบอกได้ว่ามีบุญคุญต่อที่ปรึกษา

แต่เมื่อ ที่ปรึกษา เข้าไปให้คำปรึกษา แล้วพบว่า ผู้ประกอบการ หรือ ผู้ใช้ที่ปรึกษา มีความสามารถน้อยกว่า จึงดูแคลนว่า ผู้ประกอบการไม่รู้ ไม่มีความสามารถ ตนเองมีความสามารถมาก จึงกำหนดให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งบางครั้ง ถึงกับใช้ถ้อยคำที่บ่งบอกถึงความดูถูก ดูแคลน ผู้ประกอบการ หรือ ผู้ใช้ที่ปรึกษา กลางห้องประชุมก็มีให้เห็น


6. ไม่สามารถควบคุมอารมณ์



ความเครียดจากการทำงาน และ ความคิดวิเคราะห์ เป็นสิ่งที่ที่ปรึกษาต้องบริหารจัดการให้ได้ งานที่ปรึกษาไม่ใช่แค่การเข้าไปฟัง หาวิธีการ แล้วเขียนรายงานก็เป็นอันจบ แต่ ในบางครั้ง ที่ปรึกษาที่หวังผลเลิศจากสิ่งที่ให้คำปรึกษาไป จะติดตามงาน หรือ เข้าไปช่วยดำเนินการให้งานลุล่วง แน่นอนว่า ย่อมเจอกับสภาพที่ไม่พึงประสงค์

ความเครียดต่างๆ รวมถึงความไม่พึงพอใจในด้านต่างๆ จึงควรที่จะข่ม หรือ ระงับให้ได้ การปล่อยอารมณ์ทางคำพูด หรือ การแสดงออก ไปกับผู้ประกอบการ ผู้ปฏิบัติการ หรือ ผู้ใช้งานที่ปรึกษา ก็ตามจึงไม่ควรให้เกิดขึ้น เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว ไม่เพียงแต่ทำให้ภาพลักษณ์เสีย อาจจะทำให้การติดต่อในครั้งต่อๆไป มีปัญหาตามมา


7. ให้ร้ายที่ปรึกษาด้วยกัน



ที่ปรึกษา ก็ยังเป็นคนธรรมดาที่มีทั้ง โลภ โกรธ และ หลง การเข้าไปเสนอตัวเป็นที่ปรึกษา หรือเข้าพบผู้ประกอบการ เมื่อรู้ว่ามีการแข่งขัน ก็จะมีการให้ร้ายที่ปรึกษาท่านอื่น ดูถูก วิจารณ์ที่ปรึกษาท่านอื่นเสียๆหายๆ เพื่อเป็นการลดความน่าเชื่อถือของคู่แข่งลงไป ภาพลักษณ์ของที่ปรึกษาท่านนั้น ถ้าผู้ประกอบการหรือผู้ใช้ที่ปรึกษารู้ทัน จะกลายเป็นภาพลักษณ์ที่น่ารังเกียจอย่างมากไปในทันที

บางรายเมื่อมีการแข่งขัน ก็จะ เจ้าเล่ห์ โดยใช้การ ตะล่อมที่ปรึกษาที่มีโอกาสได้งาน มาเป็นพวกของตนทั้งนี้ก็เพื่อที่ตนเองจะได้ไม่มีคู่แข่งขัน หรือ ทำให้ตนเองได้งานร่วมกัน ทั้งนี้หากร่วมมือด้วยก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ร่วมมือด้วยก็จะทำให้ที่ปรึกษาท่านนั้นหมดโอกาสไปเลยก็มีให้เห็นกัน



วิบูลย์ จุง // Wiboon Joong (wbj)


จะเห็นว่า สิ่งที่ผมนำมาเสนอรูปแบบของที่ปรึกษาที่น่ารังเกียจทั้ง 7 ลักษณะนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะการแข่งขัน วุฒิภาวะที่ไม่พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา และ การขาดคุณธรรมจริยธรรมในจิตใจ ทั้งนี้เมื่อท่านรู้ว่า ที่ปรึกษาที่น่ารังเกียจนั้นมีพฤติกรรมเช่นใด ก็ขออย่าได้ปฏิบัติดังข้างต้น เพราะ ที่ปรึกษา มีความน่าเชื่อถือเป็นพื้นฐาน การแสดงที่ทำให้เกิดการลดความน่าเชื่อถืออย่างใดอย่างหนึ่ง จึงไม่สมควรอย่างยิ่ง
หวังว่าที่ปรึกษาทุกท่านจะมีภาพลักษณ์ที่ดีกันทุกๆคนนะครับ เพื่อให้วงการที่ปรึกษาของไทย ก้าวหน้ากันต่อๆไป





Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2554 12:37:20 น. 4 comments
Counter : 1590 Pageviews.

 


จริงค่ะ...ชัดเจนและเห็นด้วย...และขอขอบคุณนะค่ะที่ให้ความรู้เป็นวิทยาทาน...

ขอให้ได้บุญเยอะ ๆ ค่ะ สาธุ


โดย: คนกลาง IP: 101.109.58.6 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:17:58:32 น.  

 
เจ้าของกิจการควรใช้บริการที่ปรึกษาที่เดียวหรือหลายๆคนก็ได้ค่ะ?


โดย: Ladda Asaranurak IP: 27.55.4.66 วันที่: 13 เมษายน 2555 เวลา:14:59:37 น.  

 
น่าจะมีสมาคมที่ปรึกษา เหมือนของ สนช.นะครับ


โดย: ปัญญา IP: 124.120.253.68 วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:22:41:10 น.  

 
บทความที่น่าอ่านครับ เป็นประโยชน์สำหรับที่ปรึกษา และผู้จะใช้บริการ


โดย: ปรีชา ไกรสิริเดช IP: 115.87.154.33 วันที่: 13 ตุลาคม 2556 เวลา:16:35:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 203 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.