บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
9 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
เก่งทั้งทีมแต่กลับล้มเหลว..

เก่งทั้งทีมแต่กลับล้มเหลว



เมื่อครั้งที่สหรัฐแข่งขันกับสหภาพโซเวียตในกิจการอวกาศ สหรัฐโดนสหภาพโซเวียตนำหน้าไปก่อน จึงแสวงหาสุดยอดฝีมือมารวมเป็นทีมทำงาน ในโครงการอวกาศของตน ซึ่งแทนที่โครงการอวกาศนั้นจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นล่าช้า บางโครงการก็ล้มเหลวไปเลย

นักปราชญ์จึงสนใจว่า ทีมคนเก่งลักษณะใดที่จะนำไปสู่ความล้มเหลว ซึ่งก็พบความจริงว่า ทีมคนเก่งแต่ทำงานแล้วล้มเหลว มักเริ่มต้นการทำงานของทีม โดยใช้เวลาส่วนใหญ่จ้องจับผิดการทำงานของสมาชิกคนอื่นๆ ภายในทีม ซึ่งที่จ้องจับผิดกันนั้น แท้จริงแล้วเริ่มต้นโดยมิได้มีเจตนาร้ายต่อกันแต่อย่างใด ที่จ้องจับผิดกันก็เพราะแต่ละคนเก่งและรอบรู้ จนสามารถมองเห็นช่องโหว่ ที่เป็นจุดอ่อนของวิธีทำงานที่คนอื่นในทีมเสนอแนะได้ นักปราชญ์ในวงการบริหารเรียกความล้มเหลว จากการที่คนเก่งมารวมทีมกันทำงานว่า ' อาการอพอลโล ' ตามชื่อโครงการที่เกิดความล้มเหลวจากฝีมือของทีมคนเก่ง

ซึ่ง ' อาการอพอลโล ' นี้ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในหมู่นักบริหารรุ่นต่อๆ มา แต่ ที่น่าแปลกใจก็คือ ทุกครั้งที่มีวิกฤติเกิดขึ้น ผู้บริหารก็มักเลือกคนเก่งๆ มารวมกันเป็นทีม เพื่อแก้ไขวิกฤติอยู่ดี ด้วยความคิดที่ว่าคนเก่ง ย่อมช่วยแก้ไขวิกฤติให้ผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งหลายครั้งก็เป็นไปตาม ' อาการอพอลโล ' คือเก่งทั้งทีม แต่กลับสร้างความล้มเหลวให้เกิดขึ้น แต่หลายครั้งก็ได้ผลดีตามที่คาดการณ์ไว้ ใครเสนอวิธีใดออกมา คนเก่งแต่ละคนก็จ้องหาจุดอ่อนจนเจอ จนกลายเป็นว่า ทุกวิธีที่ทีมนี้เสนอมาล้วนแต่มีจุดอ่อนทั้งสิ้น เมื่อมองไปทางไหนก็เห็นแต่จุดอ่อน เวลาทำงานจึงหมดไปกับการถกเถียง หรือไม่ก็ชักชวนให้คนอื่นเห็นดีเห็นงาม กับวิธีการของตน พร้อมๆกับติเตียนวิธีการของคนอื่น ซึ่งตอนแรกต่างก็ตำหนิวิธีการทำงานของอีกฝ่ายหนึ่ง ตำหนิกันไปมากๆ เข้า ก็เริ่มเลยไปถึงเรื่องตัวบุคคล

จากเดิมเริ่มจากเรื่องของหลักการ ก็ค่อยๆ กลายเป็นเรื่องส่วนตัว จากเดิมที่พูดถึงเฉพาะเรื่องปัจจุบัน ก็เลยกลับไปถึงเรื่องในอดีต สุดท้ายก็กลายเป็นความแตกแยกที่เริ่มต้นจากความหวังดีของทุกคนในทีม ซึ่งแน่นอนว่า ความแตกแยกที่เกิดขึ้น จะยิ่งยกระดับให้ต่างคนต่างยกสารพัดเรื่อง มาทำลายซึ่งกันและกันโดยอัตโนมัติและท่ามกลางความแตกแยกนั้น คนเก่งแต่ละคนก็ยังคิดไปเองว่าสิ่งที่ตนกำลังกระทำอยู่นั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ขององค์กร ในขณะที่สิ่งที่ผู้อื่นกระทำจะเกิดผลเสียนานาประการกับองค์กร ยิ่งเชื่อมากเท่าใด ก็ยิ่งหาทางลดความน่าเชื่อถือของคนอื่นๆ ในทีมมากเท่านั้น เพื่อที่จะทำให้วิธีการที่ตนคิดว่าดีเป็นสิ่งที่ทุกคนในทีมต้องยอมรับปฏิบัติตาม ถ้าอาการเช่นนี้ปรากฏให้เห็นเมื่อใด ท่านบอกล่วงหน้าได้เลยว่า องค์กรนั้นจะประสบความล้มเหลว จากฝีมือของคนเก่งอย่างแน่นอน

ทีมคนเก่งบางทีมก็มีปัญหาในขั้นตอนการปฏิบัติ ด้วยความที่ต่างคนต่างเก่ง ต่างคนจึงมีวิถีทางในการทำงานที่เชื่อว่าถูกต้อง และให้ผลดีที่สุด เรื่องเดียวกันต่างคนต่างทำเรื่องนั้นตามแนวทางของตนเองโดยไม่สนใจว่ากติกากำหนดไว้เป็นอย่างไร โดยอ้างเพียงแต่ว่าจะมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จ โดยไม่สนใจอีกว่า การทำงานตามแบบฉบับเฉพาะตนนั้น จะสร้างความวุ่นวายใดๆ ให้กับงานของผู้อื่น รู้แต่ว่าจะทำงานตามแบบที่ตนคิดไว้เท่านั้น

ถ้ามีผู้ใหญ่มาขัดใจ ผู้ใหญ่ก็กลายเป็นตัวกีดกันไม่ให้เกิดความก้าวหน้า แต่ถ้าผู้น้อยมาขัดใจก็กลายเป็นผู้น้อยไร้ฝีมือ ทำตามที่ตนต้องการไม่ได้ กลายเป็นองค์กรที่ต่างคนต่างมุ่งความสำเร็จสูงสุดเฉพาะในส่วนของตนเอง โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์ในภาพรวมขององค์กรนั้นจะเป็นอย่างไร เราจึงอาจเคยเห็นว่าองค์กรที่โดยรวมดูย่ำแย่ กลับมีบางส่วนที่ทำตัวเป็นพระเอกนางเอกโดดเด่นเฉพาะตัวอยู่ภายในองค์กรนั้น

คนเก่งมักชอบมองไปในอนาคตไกลๆ และแต่ละคนมักมองเห็นภาพอนาคตขององค์กรไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างเก่งจึงเนรมิตภาพอนาคตตามสาขาความเก่งที่ตนเองถนัด พอคนเก่งหลายคนมารวมกันเป็นทีมแล้ว กำหนดภาพอนาคตขององค์กรร่วมกัน กลับปรากฏว่าอนาคตที่คนเก่งแต่ละคนเห็น พอนำมารวมกันแล้วจะกลายเป็นภาพอนาคตที่เลือนราง ไม่จำเพาะเจาะจง เพราะเป็นภาพอนาคต ที่เกิดจากการรวบรวมภาพอนาคตของแต่ละคน ที่แทบจะต่างกันโดยสิ้นเชิงซึ่งทำให้วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ ที่เกิดจากภาพอนาคตที่สับสนนี้ ไม่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง หลายคนคงเคยพบเห็นยุทธศาสตร์ ที่ทีมคนเก่งช่วยกันคิด ซึ่งดูหรูหรา ลึกล้ำ แต่ใช้ปฏิบัติงานจริงไม่ได้ เพราะคนธรรมดาอ่านแล้วไม่เข้าใจ พอไปถามคนเก่งคนใดคนหนึ่ง ก็อธิบายไปแบบหนึ่ง พอไปถามคนเก่งอีกคนหนึ่ง ก็อธิบายไปอีกทางหนึ่ง จนไม่ทราบว่าจะปฏิบัติอย่างไรดี ยุทธศาสตร์ของทีมคนเก่งบางครั้ง จึงเป็นแค่ผลรวมของยุทธศาสตร์ส่วนตัวของแต่ละคน มากกว่าที่จะเป็นยุทธศาสตร์ตัวจริงขององค์กร

เมื่อใดก็ตาม ที่ผู้บริหารคิดว่าจะนำคนเก่งมารวมกันทำงานเป็นทีม นักปราชญ์แนะนำไว้ว่า ให้พิจารณาเฉพาะคนเก่งที่รู้ตัวเองว่าตนยังไม่เก่งที่สุด เก่งแล้วยังมีเก่งกว่า ทีมคนเก่งแบบนี้รับรองผลลัพธ์ที่ได้จากทีม จะมีแต่ความสำเร็จ ไม่มีความล้มเหลวอย่างแน่นอน แต่ถ้าอยากให้ทีมคนเก่งสร้างแต่ความล้มเหลว นักปราชญ์ท่านว่า ให้เลือกคนเก่งที่สำคัญตัวผิดว่าตนเองนั้นเก่งสุดยอดในปฐพีมารวมเข้าด้วยกันเป็นทีม ซึ่งทีมคนเก่งแบบนี้จะแตกแยกล้มเหลวหลังจากเริ่มต้นได้ไม่นานเกินรอ ซึ่งตัวอย่างของทีมคนเก่งที่เป็นแบบนี้หาดูได้ไม่ยากในบ้านเรา เก่งกันทั้งทีม แต่กลับล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น เพราะทุกคนเก่งสุดยอดจนกระทั่งไม่สามารถยอมทำตามวิธีของคนอื่นได้ ใครมาขวางก็ซัดจนตกเก้าอี้ โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์โดยรวมจะเป็นอย่างไรรู้เพียงแต่ว่า ฉันเก่ง ทุกคนต้องทำตามฉันเท่านั้น

ที่มา : ก้าวไกลวิสัยทัศน์ : ดร.บวร ปภัสราธร กรุงเทพธุรกิจ
วันศุกร์ที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549



Create Date : 09 ตุลาคม 2551
Last Update : 9 ตุลาคม 2551 10:16:58 น. 5 comments
Counter : 1358 Pageviews.

 
สุดยอดครับผมเองก็ไม่ใช่คนที่เก่งมาก..แต่พอรู้เท่านั้นเองครับ


โดย: อภิรักษ์ IP: 124.120.172.89 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:8:46:23 น.  

 
เก่ง แต่ ไม่เป็นทีม ก็ไปไม่ได้ไกล



โดย: eulb วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:16:48:05 น.  

 
well
...รู้เขา รู้เรา...ซุนวู...ว่าอย่างนั้น ..

..การรู้เขา...คือ รู้ว่าเขากูมีดี
..การรู้รา...คือ รู้ว่าเราควรทำอย่างไรดี......เมื่อเขาไม่รู้อย่างเรา.....ชีวิตเกิดมานะ....เอากับมันอย่างไร...

ไม่ช้าก็ตายกันแล้ว...........


โดย: rong IP: 58.9.124.19 วันที่: 30 ตุลาคม 2551 เวลา:17:05:41 น.  

 
เก่ง ไม่เก่งอยู่ที่การยอมรับในแนวทางความคิดของคน

คนเราไม่ใช่เก่งทุกด้าน และทุกทาง/????????????????


โดย: one.ding IP: 124.157.223.81 วันที่: 30 มกราคม 2552 เวลา:20:06:20 น.  

 
ประทับใจมาก


โดย: สู้ๆ IP: 117.47.181.206 วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:2:01:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 203 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.