บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แด่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
คำถาม : ต้องการกระตุ้นยอดขายสินค้าค่ะ แต่ไม่มีหัวการตลาดเลยขอคำแนะนำด้วยค่ะ

คำถาม
ต้องการกระตุ้นยอดขายสินค้าค่ะ
แต่ไม่มีหัวการตลาดเลยขอคำแนะนำด้วยค่ะ

วิบูลย์ จุง // Wiboon Joong (wbj)


คือเราขายของทางเน็ตมาระหว่างเรียนไปด้วยค่ะ ทำมาปีกว่าแล้วสินค้าขายได้เรื่อยๆ
กำไรก็เรื่อยๆจริงๆค่ะ จนมาถึงวันนี้ใกล้จะเรียนจบแล้ว เรากำลังหาทางกระตุ้นยอดขาย
เริ่มจากการใช้โฆษณาในFacebook ให้มีประโยชน์ค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังขาดอยู่คือการดึงดูด
และความน่าสนใจจากการขายค่ะ อยากจัดโปรโมชั่นที่เพิ่มยอดขายค่ะ คือเราไม่ทราบว่า
ต้องเริ่มจากจุดไหนลดราคา แถมสินค้า หรือจัดส่วนลด อะไรทำนองนี้ค่ะ เลยอยากจะปรึกษา
พี่ๆเพื่อนๆ ช่วยจุดไอเดียให้ที 

ปล.เราขายเคสมือถือที่สั่งทำได้ค่ะ
1183051

เคสมือถือที่สั่งทำได้ เป็นสินค้าที่สามารถมีลูกเล่นได้หลากหลายเลยครับ...

คำว่า สั่งทำได้ น่าจะเป็น เอกลักษณ์ ของแต่ละคนหรือเปล่า ถ้าใช่จะยิ่งสนุกมากๆ
สิ่งที่ สั่งทำได้ เป็น เอกลักษณ์ ส่วนใหญ่ราคาจะสูง การลดราคาจะทำให้ภาพลักษณ์ดูไม่ดี และ จะดูว่า คุณลดราคาเพราะ ไม่มีลูกค้าหรือเปล่า
สินค้าสั่งทำได้ ส่วนใหญ่จะไม่มีสต๊อกสินค้า แต่ถ้ามีก็จะเป็นวัตถุดิบที่จะนำมาประกอบเป็นสินค้า...

คุณต้องเข้าใจก่อนว่า... การกระตุ้นยอดขาย มีหลายลักษณะ

1. จำนวนคนซื้อ เพิ่มขึ้น ==> คุณต้องเพิ่ม Customer Segment หรือ กลุ่มเป้าหมาย

คนทำธุรกิจระยะเริ่มแรก จะหากลุ่มเป้าหมายมาก แต่เมื่อทำไปสักระยะ จะเริ่มจับแต่กลุ่มเป้าหมายเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ การเพิ่ม กลุ่มเป้าหมายใหม่ จึงเป็นเรื่องเดิมๆ ที่คุณควรจะทำ การเพิ่ม FB ก็เป็นไปตามรูปแบบนี้ แต่ถึงกระนั้น คุณควรจะหากลุ่มใหม่ๆเพิ่มอีกจากจุดแข็งของสินค้าของคุณ เช่น การจัดทำ เคสมือถือ แบบ Limited Edition ซึ่งอาจจะขอลายเซ็นต์ ดาราดังที่นั่น และให้เขาช่วยโปรโมท (อันนี้ยาก) หรือ ทำเคสมือถือที่เป็นการส่งเสริมการขายให้กับองค์กรต่างๆ โดยให้เขาใช้ Logo ของเขาบน เคสมือถือของคุณ เป็นต้น อันนี้ คุณต้องดูลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายให้ดี มีโอกาส แต่ก็ต้องเหนื่อยหน่อยครับ

การทำ Fan Page ใน FB คุณควรจะหาคนมาช่วยทำ ช่วย Post เป็นการเพิ่มช่องทางการป้อนข้อมูล การเพิ่มกลุ่มลูกค้า จัดกิจกรรม เพื่อนบอกเพื่อน หรือ การ Tag เพื่อนในรูปที่ถ่ายกับสินค้าเรา ฯลฯ เพื่อชิงรางวัล อาจจะทำให้ งานนี้ คุณได้กลุ่มเป้าหมายใน FB เพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว

2. ยอดจำนวนการขาย เพิ่มขึ้น ==> มี ช่องทางในการขายเพิ่มขึ้น

การเปิด FB เป็นการเปิดช่องทางการขาย ซึ่งเป้าหมายอาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ ใน Social Media แหล่งใหม่ เพื่อเพิ่มยอดขายมากขึ้น ผมกำลังคิดว่า คุณมี FB กี่ Account ? เพราะถ้าคุณมีจำนวนมาก โอกาสที่คุณเปิด Page เพื่อการค้า คุณก็จะเพิ่มจำนวน ว่าที่ลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น แนะนำว่า ให้ใช้เครื่องมือของ FB ในการโฆษณา เพิ่มจำนวนลูกค้าด้วย

การเพิ่มช่องทางไม่ใช่ FB เพียงสื่อเดียว คุณอาจจะเพิ่ม IG หรือ G+ ก็ได้ หาเพื่อนเข้ามาเยอะๆ เปิดกลุ่มเป้าหมายเยอะๆ มีหลาย Login ก็จะเพิ่มจำนวนได้มากเลยทีเดียว เมื่อมีสื่อ มีกลุ่มเป้าหมาย เวลาทำการตลาดก็จะง่ายขึ้น...

3. ยอดจำนวนเงิน รายได้ เพิ่มขึ้น ==> ปรับภาพลักษณ์ ขึ้นราคา

ถ้าคุณพอใจในการขายสินค้าจำนวนเท่าเดิม กับกลุ่มเดิมๆ ก็อาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้า แล้วค่อยๆขึ้นราคา หรือ ปรับภาพลักษณ์ให้ดูมีราคาเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่อง Packaging หรือ การออกแบบ ทั้งนี้ แบรนด์ ก็มีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้สินค้าในตัวอื่นๆ ดีไปตามๆกัน ภาพลักษณ์ของสินค้าและแบรนด์ จึงมีความสำคัญ ที่จะส่งผลให้สามารถขึ้นราคาได้

การขึ้นราคาต้องระวังเพราะ ถ้าขึ้นทีเดียว โอกาสที่ลูกค้าเดิมจะหายไปก็มีสูง ต้องค่อยๆปรับ ค่อยๆขึ้นราคา และทำให้เขาชินกับราคาใหม่ ในการจ่ายราคาเดิม ทิ้งช่วงนานสักหน่อย และ คุณต้องเข้าใจว่า การปรับเปลี่ยนราคาจะทำให้ การขายปริมาณจะลดลงในช่วงแรก ถ้าภาพลักษณ์ของคุณช่วงปรับราคาดี เข้าไปแทนที่ความรู้สึกเดิมๆ จะทำให้ลูกค้าไม่ค่อยติดใจเรื่องราคาที่ขึ้นมากนักด้วย... เหมือน ดังกิ้น ที่ปรับปรุงร้านใหม่ และ ปรับราคาสินค้าจาก 10 บาทเป็น 15 บาท แต่ลดราคาเป็น 12 บาทอยู่นานประมาณ 1-2 เดือน ทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อปรับเป็น 15 บาท จริงๆ ลูกค้าก็หายไปช่วง 1-2 สัปดาห์ ก่อนที่จะฟื้นคืนขึ้นมาต่อครับ...

4. สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ คือ กำไร ที่เพิ่มขึ้น ==> ต้นทุนต่ำ ราคาเพิ่มขึ้น

สินค้าของคุณเป็นเอกลักษณ์ ไม่ควรลดราคา แต่ควรเพิ่มราคาในรุ่นที่แตกต่าง หรือ ปรับรูปแบบใหม่ๆ ให้ราคาเพิ่มขึ้น สร้างมูลค่าให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เช่น การดูแลเรื่อง Package การป้องกันการกระแทก มี Option เพิ่ม ราคาสูงขึ้น ฯลฯ เป็นต้น

หากสามารถคงความมาตรฐานของสินค้า และบริการ แต่สามารถทำให้ต้นทุนต่ำลงได้ ก็ควรจะทำ แต่ถ้าทำแล้วไม่คุ้มค่า ก็อย่าทำ ทั้งนี้ มีบางคนเขาเห็นว่า ซื้อวัตถุดิบจำนวนมากๆ ต้นทุนต่อตัวจะต่ำลง แต่ถ้าวัตถุดิบที่มากแล้วปล่อยออกยาก เราแบกต้นทุนบาน อันนี้ก็ไม่น่าทำครับ...

เขียนมาซะยืดยาว ไม่รู้ว่าตรงกับความต้องการหรือเปล่า เพราะ ผมเดาเอาจากการเขียนของคุณ ไม่ได้วิเคราะห์จากข้อมูลจริงสักเท่าไหร่ มันอาจจะมีประโยชน์สำหรับคุณไม่มากก็น้อยนะครับ

วิบูลย์ จุง // Wiboon Joong (wbj)
;b[^]pN 06' c:j06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ ไิ่ "ฺ๋



Create Date : 01 มิถุนายน 2557
Last Update : 1 มิถุนายน 2557 19:37:26 น. 0 comments
Counter : 1200 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
wbj
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 203 คน [?]




ต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อทางเมล์ที่ wbjoong@gmail.com หรือ 062 641 5992

วิทยากรเชิงกิจกรรม

วิทยากรกระบวนการ

ที่ปรึกษาธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ

การตลาดและการประชาสัมพันธ์

การบริหารทรัพยากรมนุษย์

และ

การวางแผนกลยุทธ์



ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย
และ ทำให้ดีกว่าดีที่สุด

Wiboon Sae Joong

Create Your Badge



<< Main Menu >>


<< บทความล่าสุด >>



ดวงถาวร


ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด






;b[^]pN 06' ไรินนื ่นนืเ "รินนื ๋นนืเ c:j06'




Friends' blogs
[Add wbj's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.