มองกระแส แลตลาด (ทุกความเห็นมีค่า แย้งได้ถ้าไม่ถูกต้อง)

วิวัฒนาการโทรศัพท์ (มือถือ)

นับตั้งแต่ ซามูเอล ฟินเลย์ บรีส มอร์ส (Samuel Finley Breese Morse) คิดค้นสัญญาณโทรเลขและสร้างรหัสในการรับส่งข้อมูลข่าวสารในนาม "รหัสมอร์ส" การสื่อสารก็ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนักประดิษฐ์อย่างอเลกซานเดอร์ เกรแฮม เบล (Alexander Graham Bell)ได้ คิดค้นระบบโทรศัพท์ขึ้นมาทำให้การสื่อสารง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องตีความหมายจากรหัสมอร์ส แต่ดูเหมือนการพัฒนาจะยังคงไม่หยุดนิ่ง จนในปี 1908 นาธาน บี สตับเบิ้ลฟีลด์ (Nathan B. Stubblefield) ได้คิดค้นโทรศัพท์ไร้สายขึ้น โดยการสร้างเสารับและส่งสัญญาณเป็นโลหะวงกลม 2 วง ซึ่งมีสายไฟร้อยอยู่ตรงกลาง ส่วนตัวโทรศัพท์จะติดตั้งไว้ที่ยานพาหนะ เช่น รถไฟ หรือเรือ เมื่อยานพาหนะดังกล่าวเคลื่อนเข้ามาใกล้เสารับส่งโทรศัพท์ สัญญาณก็จะถูกส่งผ่านคลื่นสนามแม่เหล็ก ทำให้โทรศัพท์สองเครื่องสามารถเชื่อมสัญญาณกันได้



ทว่า การพัฒนาโทรศัพท์ไร้สายก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่องแต่อยู่ในรูปแบบของการพัฒนา เพื่อกองทัพเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งตลาดได้รู้จักกับการสื่อสารไร้สายมาจาก อีริคสัน (Ericsson) โดยทุกคนรู้จักในนาม "ฮอตไลน์ อีริคสัน (Hotline Ericsson)" ซึ่ง เวอร์ชั่นแรกจะเป็นการติดตั้งแบบถาวรไว้ในรถยนต์ ทำให้สามารถใช้โทรศัพท์ในรถยนต์ได้ แต่มีข้อจำกัดว่าต้องอยู่ในรถยนต์เท่านั้น อีริคสันจึงออกอีกรุ่นโดยสามารถถถอดมาจากรถแล้วหิ้วไปไหนมาไหนได้ ลดปัญหาดังกล่าวได้แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นอีก เมื่อแบตตเตอรี่ของโทรศัพท์ใหญ่โตกว่าเครื่องโทรศัพท์แถมหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม แบกไปไหนมาไหนก็เมื่อยล้าไปหมด การพัฒนาจึงเพ่งเล็งไปที่ขนาดของแบตเตอรี่



จนกระทั่งโทรศัพท์ที่กล่าวได้ว่าเป็นมือถือของแท้รุ่นแรกก็เกิดขึ้นในปี 1983 เมื่อ โมโตโรล่า (Motorola)ส่งรุ่น Motorola DynaTAC 8000X หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อรุ่นกระดูกหมาหรือกระติกน้ำ เมื่อถึงปี 1987 ชื่อของ โนเกีย (Nokia) ก็มีชื่อเมื่อเปิดตัว NMT Mobile Phone Standard โทรศัพท์ไร้สายลงสู่ตลาด และในปี 1989 โนเกียก็ปล่อยตัว Nokia 1011 ต้นฉบับของมือถือในปัจจุบัน



จากนั้นธุรกิจมือถือก็เริ่มบูมขึ้นมาจริงจัง โดยในปี 1996 โมโตโรล่าก็ปล่อยตัว StarTac มือถือฝาพับรุ่นแรกของโลก จากนั้นในปี 1998 ซีเมนส์ (Siemens) ที่เข้าเมืองไทยในช่วงนั้นก็ปล่อยรุ่น Siemens S10 ซึ่งเป็นมือถือจอสีตัวแรกลงสู่ตลาด แต่ไม่ได้รับความนิยมมากมาย จนในปี 2000 ก็ส่ง Nokia 3210 โดยเป็นมือถือที่สามารถใช้ภาษาไทยได้ เพื่อรองรับยุค 2G ที่เน้นการรับส่งข้อความ (SMS) และในเวลาต่อมา Nokia 3310 มือถือรุ่นยอดฮิตก็เกิดขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับการปลดล็อคอีมี่ (International Mobile Equipment (IMEI))



และ นั่นเป็นสาเหตุให้โทรศัพท์หลากรุ่นหลายแบรนด์ทะลักเข้าสู่เมืองไทย และถือเป็นวิวัฒนาการก้าวกระโดดของมือถือบ้านเรา เพราะหลังจากนั้นไม่นาน รุ่นที่มีดีไซน์ใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ฝาพับแบบบิดได้ รุ่นสไลด์ รุ่นสวิง เป็นต้น และเทคโนโลยีมือถือจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะผู้ผลิตมือถือนอกจากจะแข่งกันที่ดีไซน์แล้วระบบก็มีการแข่งขันที่ รุนแรงมาก โดยเฉพาะการผสมผสานความสามารถอื่นนอกเหนือจากการพูดคุย (Voice) เพราะในปัจจุบันการใช้ข้อมูล (Data หรือ Non-Voice) มีมากขึ้นเช่นการรับส่งข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือการพูดคุยผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ (Video Conference)



อนาคต เป็นสิ่้งไม่แน่นอน แต่ในอนาคตหากมีเทคโนโลยี 4 มิติ มือถือน่าจะสิ้นสุดเทคโนโลยีที่ตรงนั้น เพราะถ้ามากกว่านั้นมันจะก้าวข้ามการเป็นโทรศัพท์ไปแล้ว.......




 

Create Date : 09 เมษายน 2553   
Last Update : 9 เมษายน 2553 10:10:32 น.   
Counter : 1598 Pageviews.  

อนาคตของโทรศัพท์บ้าน



โทรศัพท์บ้าน ในอดีตเคยเป็นที่ต้องการของใครหลายคน อันเนื่องมาจากในอดีตมีผู้ให้บริการเพียงรายเดียวคือ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ซึ่ง เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่สำคัญใครที่อยู่ในยุคนั้นคงจะพอทราบได้ว่า การขอเบอร์โทรศัพท์แต่ละทีต้องรออนุมัติเป็นเดือน บางรายก็เล่นเป็นปี ซึ่งระเบียบในการขอนั้นก็สุดแสนยุ่งยากกะอีแค่เบอร์โทรศัพท์เลข 7 หลัก (สมัยก่อนไม่ต้องกด 02 นำหน้า) ยกตัวอย่างที่บ้านของผม ขอไปปีกว่าถึงจะได้ (สมัยนั้นถ้ามีเส้นหรือใต้โต๊ะหน่อยก็ได้เร็วเป็นพิเศษ) ดังนั้นบ้านใครมีโทรศัพท์ก็เป็นเครื่องบ่งบอกถึงรายได้ อาชีพ ฐานะทางสังคมได้เป้นอย่างดี เพราะผู้ที่ต้องใช้โทรศัพท์ส่วนใหญ่เป็นระดับนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ที่ต้องมีการติดต่อซื้อขายกัน คนทั่วไปมักจะใช้บริการไปรษณีย์โทรเลขเป็นหลัก

จากนั้นองค์การโทรศัพท์ฯ ก็มีการให้สัมปทานกับ 2 บริษัทเอกชนในด้านโครงข่าย โดยจัดสรรให้ บริษัท TT&T รับหมายเลขไป 1 ล้านหมายเลขและได้รับสัมปทานในเขตต่างจังหวัด ต่อมาให้เพิ่มอีก 5 แสนเลขหมาย ในส่วนของ กทม. จัดสรรให้บริษัท TelecomAsia หรือต่อมาเรียกว่า TA ซึ่งเป็นเครื่อข่ายหนึ่งของบริษัท CP โดยได้รับมาจำนวน 1 ล้านเลขหมายและค่อยๆ เพิ่มในระยะเวลาต่อมา ขณะที่ทางองค์การโทรศัพท์ฯ ก็ยังคงเปิดให้บริการประชาชนทั่วไปเหมือนเดิมทั้งเครือข่ายและขอหมายเลขได้ ตามปกติ ซึ่งการมาของ TA ช่วยให้การขอโทรศัพท์ง่ายมากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีโทรศัพท์ที่เปลี่ยนจากการหมุนหน้าปัด (Pulse Dial) เป็นแบบกดปุ่ม (Tone Dial) ยิ่งช่วยให้การใช้โทรศัพท์สะดวกมายิ่งขึ้น



จนกระทั่งโทรศัพท์รุ่นใหม่เข้ามาที่เราเรียกว่า "มือถือ" เข้ามาโดยผู้ให้บริการที่เรารู้จัเป็นอย่างดี ซึ่งผู้ให้บริการทั้งหลายต่างก็ได้รับสัมปทานคลื่นวิทยุจากองค์การโทรศัพท์ฯ ทั้งสิ้น ช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้นแต่การขอหมายเลขยังคงมีระเีบียบที่ยุ่งยากเล็ก น้อย โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินจึงเกิดขึ้น โดยมี 1-2-Call เป็นเจ้าแรก ด้วยความสะดวกชนิดที่เรียกว่านับ 1....2.....แล้วโทรออกได้เลย ซึ่งตอนนั้นจะเป็นการเครื่องโทรศัพท์พร้อมซิมรวมในหนึ่งแพ็คเกจ จากนั้นหลายค่ายก็เริ่มลงสู่ตลาดมือถือเติมเงิน จึงเป็นเหตุให้การใช้โทรศัพท์บ้านลดลง

นั่นเป็นเพราะการใช้โทรศัพท์บ้านจะต้องอยู่เป็นจุดเป้นที่เท่านั้น เนื่องจากตัวหูฟังจะมีสายเชื่อมต่ออยู่จึงไม่สามารถไปไหนไกลได้ และแม้ว่าจะมีการพัฒนาโทรศัพท์บ้านไร้สายก็ยังถูกล็อกให้อยู่ในรัศมีพื้นที่ จำกัด อีกทั้งไม่มีความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถเปิดฟังการสนทนาที่ตัวเครื่องได้ ด้วย ที่สำคัญโทรศัพท์ยังต้องถูกชาร์จไฟด้วยการวางที่ตัวเครื่องไม่สามารถเสียบ ปลั๊กและพูดคุยขณะเสียบไฟชาร์จได้

ผู้ให้บริการโทรศัพท์หลายรายจึงปรับเปลี่ยนมาเน้นเรื่องของการรับส่ง ข้อมูล (Non Voice - Data) มากกว่าเรื่องของการพูดคุย (Voice) การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบเชื่อมต่อกับสายโทรศัพท์ (Fixed Line) จึงเกิดขึ้น องค์การโทรศัพท์ฯ เจ้าของผู้ให้สัมปทานจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและชื่อ โดยเปลี่ยนชื่อมาเป็น TOT Coporation เนื่อง จากองค์การโทรศัพท์ฯ ไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับมือถือจึงปรับเปลี่ยนตัวเองให้อยู่ในรูปแบบของเอกชน (บริษัทมหาชน) ซึ่งต่อมาก็เริ่มมีหน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น กทช. หรือ CAT Telecom เป็นต้น



ขณะที่ TA ก็มีการปรับเปลี่ยน โดยเปลี่ยนชื่อเป็น True และเข้าสู่ธุรกิจมือถือโดยใช้ชื่อ Orange ซึ่ง ต่อมาไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร True จึงเข้ามาเล่นเองแบบเต็มตัว พร้มกันนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายแบบควบรวม (Convergence) เข้าไว้ด้วยกัน ที่สำคัญ True เริ่มเห็นช่องว่างของโทรศัพท์บ้านว่าอยู่ที่ราคาการให้บริการต่อครั้ง โดยเฉพาะการโทรเข้าเบอร์มือถือที่คิดแพงกว่าการโทรเข้าเบอร์บ้านทั่วไป True จึงงัดกลยุทธ์คิดค่าบริการครั้งละ 3 บาททั้งโทรศัพท์บ้านและมือถือทั่วไทย 24 ชั่วโมง โดยทดลองใช้งานนาน 5 เดือนแต่หากมีผลตอบรับดีจะมีการขยายโปรโมชั่นออกไปอีก

จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าการใช้โทรศัพท์บ้านเริ่มปรับเปลี่ยนการใช้ จากการพูดคุยเป็นการใช้เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง อีกทั้งเทคโนโลยีโทรศัพท์บ้านไม่ค่อยมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญหากมองย้อนกลับไปแม้โทรศัพท์บ้านจะพัฒนามาสู่้การเป็น PCT ซึ่งนิยมมากในญี่ปุ่น แต่ก็มีปัญหามากในเรื่องของสัญญาณที่สำคัญไม่สามารถใช้งานนอก กทม. ได้อีกทั้ง PCT ที่ใช้ในบ้านเราเป็นเทคโนโลยีเดิมๆ ไม่หวือหวาเท่ามือถือ




ดังนั้นโทรศัพท์บ้านในสายตาของหลายคน อาจจะเหลือเพียงแค่การใช้เพื่อเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต แต่ในความเป็นจริงแล้วโทรศัพท์บ้านคือความมั่นคงด้านการสื่อสารที่แต่ละบ้าน ควรมีไว้ เพราะมือถือเชื่อมต่อด้วยสัญญาณคลื่นวิทยุ บางครั้งฝนตกฟ้าคะนองสัญญาณอาจมีปัญหาได้ หรือหากมีคลื่นวิทยุที่มีความถี่สูงกว่าเข้ามาแทรกในระหว่างที่ใช้งานก็มี โอกาสที่สัญญาณจะมีปัญหาได้ ที่สำคัญมือถือใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นหลัก ลองนึกสถานการณ์จำลองดูว่ามือถือแบตฯ ใกล้หมด ไฟก็ดันมาดับเพราะหม้อแปลงที่อยู่บนเสาไฟฟ้าหน้าบ้านระเบิด สะเก็ดไฟไปติดวัสดุเชื้อเพลิง ไฟเกิดการลุกโชนและลามมาที่บ้าน ตู้โทรศัพท์สาธารณะแถวบ้านก็โดนแก๊งชั่วทำลายพังหมด แถมวันนั้นเป็นวันหยุดยาวชาวบ้านแถวนั้นก็ไปเที่ยว ตจว. หมดโทรศัพท์บ้านคงจะกลายเป็นพระเอกทันที เพราะโทรศัพท์บ้านไม่ต้องเพิ่งไฟฟ้าภายในบ้าน ดังนั้นแม้ไฟในบ้านจะดับโทรศัทพ์ก็ยังสามารถใช้งานได้ และสามารถใช้งานได้ในยามฉุกเฉินเพราะตราบเท่าที่สายโทรศัพท์ยังไม่ถูกตัด หรือแบตเตอรรี่สำรองที่อยู่ในชุมสายยังไม่ดับ (ขอบคุณข้อมูลคุณน้อง ความคิดเห็นที่ 1) ก็ไม่มีอะไรจะสามารถรบรวนสัญญาณของโทรศัพท์บ้านได้ (ยกเว้นคลื่นแม่เหล๊กไฟฟ้ากำลังสูง (EMP - Electro-Magnetic Pulse))




 

Create Date : 08 เมษายน 2553   
Last Update : 9 เมษายน 2553 15:00:22 น.   
Counter : 3240 Pageviews.  


watnoi
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add watnoi's blog to your web]