บทนำ (2) ลงเพิ่ม 100%


หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

ชัณญาตั้งใจกลับมาที่สวนลุกซ็องบูร์ในวันเดียวกับสัปดาห์ที่แล้วหญิงสาวเดินเอื่อยมองอาคารโบราณฝั่งตรงข้ามเหมือนทุกครั้งวันนี้เธอไม่ได้นำเฟรมวาดภาพมา ตั้งใจว่า ถ้าได้พบเขาจะทำเพียงกล่าวขอบคุณและถามชื่อ เธอก็จะกลับโรงแรมเพราะต้องขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยคืนนี้แล้ว

พอเดินพ้นอาคารโบราณร่างเล็กก็ต้องหยุดยืน เพราะมีการซ่อมทางเท้า โดยมีแผ่นเหล็กหนาๆ ปักกั้นไว้ไม่ให้ผ่านเธอหันกลับไปมองรถที่กำลังวิ่งมาบนถนน และรอจนรถทิ้งระยะห่าง จึงก้าวลงไปเดินบนถนนทว่า...แผ่นเหล็กแผ่นหนึ่งที่กั้นไว้ริมถนน ปักฝังลงดินไม่ลึกมากพอทำให้แผ่นเหล็กใหญ่และหนาเอียงลงมาหาชัณญา ซึ่งเธอกำลังก้มดูโทรศัพท์มือถือจึงไม่เห็น

ขณะเดียวกันหนุ่มฝรั่งเศสนั่งรถยนต์ของเขาเพื่อมาสอนเทนนิสให้เด็กพอดี จึงบอกให้คนขับรถจอด เขารีบเปิดประตูลงจากรถและรวบตัวเธอมากอด พร้อมกับหมุนตัวเบี่ยง จนบังหญิงสาวไว้จนมิดซึ่งคนของเขาก็ตามลงมาช่วยผลักแผ่นเหล็กหนาหนักเอาไว้ ถึงกระนั้นหัวไหล่ของเขาก็ยังถูกแผ่นเหล็กกระแทก

ชัณญาตกใจร้องเสียงดัง“ว้าย!” พร้อมกับถูกใครคนหนึ่งโอบกอดเอาไว้

“เป็นไงบ้างครับบอส”เสียงชายคนหนึ่งตะโกนถาม เธอจึงพยายามหันหน้าไปมองด้านหลังพอเห็นว่าเป็นใครก็ต้องอุทานออกมา

“คุณ!”

คนที่ถูกเรียกว่าบอสกัดฟันข่มความเจ็บและบอกคนของเขา “จะถามทำไมวะ ช่วยกันยกแผ่นเหล็กออกไปเสียที!”ชายหนุ่มส่งเสียงคำราม

“ครับครับ” คนของเขาสองคนรับคำและช่วยกันดันแผ่นเหล็กกลับไป และเป็นจังหวะที่คนงานของบริษัทรับเหมาซ่อมทางเท้าวิ่งเข้ามาช่วยดันแผ่นเหล็กออก

ครั้นแผ่นเหล็กถูกผลักให้นอนลงบนทางเท้าพ้นไปจากหนุ่มสาวทั้งสองชายหนุ่มที่เอาตัวมาบังยังคงกอดชัณญานิ่งอยู่ เธอหันไปมอง แล้วเอ่ยขึ้น“ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ แต่...คุณ...ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”

“ผมขยับแขนไม่ได้”เขาเค้นเสียงตอบแผ่วเบา เพราะเพียงแค่ขยับนิดเดียวก็รู้สึกปวด

“ตายจริง!”ชัณญาเผลออุทานเป็นภาษาไทย แล้วจึงค่อยๆ ขยับออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่มจากนั้นก็ตะโกนเรียกคนของเขา

“คุณคะ...”ยังไม่ทันได้พูดอะไร ผู้ชายร่างหนาก็วิ่งมาหาคนที่ช่วยเธอไว้

“บอส!เป็นยังไงบ้างครับ”

“สงสัยหัวไหล่หลุด”คนเป็นบอสบอกพลางยกมือซ้ายช่วยประคองแขนขวาที่คาดว่าไหล่หลุด

“รีบไปโรงพยาบาลดีกว่าครับ”บอกพร้อมกับประคองเจ้านาย ก่อนจะเปรยออกมา “โชคดีไม่ใช่ข้างที่บอสถนัด”

คนขับลงมาเปิดประตูให้ชัณญาจึงขยับหลบ พอคนเจ็บขึ้นรถเรียบร้อย เธอก็ร้องบอกรัวเร็ว“ขอฉันตามไปดูอาการบอสของคุณด้วยนะคะ” พูดจบก็เข้าไปนั่งในรถหนุ่มร่างหนามองหน้าเจ้านาย ซึ่งได้รับการพยักหน้าตอบกลับมา จึงปิดประตู

“เจ็บมากมั้ยคะ”ชัณญาหันไปถามด้วยความกังวล เป็นเพราะเธอเดินไม่ระวัง เขาถึงต้องเจ็บและถ้าเขาไม่ผ่านมาพอดี เธอจะเป็นยังไง

“ขอบคุณมากนะคะคุณต้องเจ็บตัวเพราะฉันแท้ๆ” บอกพลางมองเส้นผมสีทองที่ยุ่งเหยิงของเขาซึ่งเจ้าของเส้นผมสีทองก็ฝืนยิ้มตอบกลับมา

“ไม่เป็นไรครับคุณปลอดภัยก็ดีแล้ว”

ครั้นถึงโรงพยาบาลชัณญายังคงตามไปและรอดู จนกระทั่งคนของเขาเดินมาบอก

“บอสให้ผมขับรถไปส่งคุณ”

“เขาเป็นยังไงบ้างคะ”หญิงสาวอดเป็นห่วงไม่ได้

“คุณหมอจัดการให้หัวไหล่เข้าที่บอสไม่เป็นอะไรแล้วครับ” เขาตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทำให้ชัณญาไม่กล้าขอเข้าไปเยี่ยมเจ้านายของเขา

“เชิญครับ”คนของหนุ่มผมทองบอกอีกครั้ง และยังผายมือให้เธอเดิน เจ้าของร่างเล็กจำใจเดินจากมาพอพ้นจากอาคารฉุกเฉิน ชัณญาก็หันกลับไปมองอีกครั้งซึ่งคนที่บอกว่าจะขับรถไปส่งก็เดินแซงหน้า นำไปยังรถที่จอดเอาไว้หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างตัดใจ

สองปีต่อมา

ชัณญาเดินทางข้ามขอบฟ้ากลับมาที่ปารีสอีกครั้งหลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย เธอก็เรียกรถไปโรงแรมเพื่อเช็คอินเข้าพักและเลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้บริษัทโมเดอฟรองซัวให้มากที่สุดแล้วพรุ่งนี้เช้าจะได้เข้าไปสมัครงานเป็นดีไซเนอร์ที่นั่น

ครั้นถึงโรงแรมและเช็คอินขึ้นมาบนห้องพักเรียบร้อย ก็อดคิดถึงสุธาดลไม่ได้ จึงรำพึงออกมา

“ป่านนี้พี่ดลจะรู้รึยังว่าฉันมาถึงปารีสแล้ว” พูดพลางอมยิ้ม และนึกถึงพี่ชายซึ่งเป็นผู้บริหารโรงงานทอผ้าสุธางค์เท็กซ์ไทล์เขาค้านหัวชนฝาทันทีที่เธอบอกว่าจะมาสมัครเป็นดีไซเนอร์ที่โมเดอฟรองซัวแล้วการสนทนาระหว่างเธอกับพี่ชายซึ่งคุยกันก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็ย้อนกลับมาดังขึ้นในโสตประสาท

“มิสเตอร์ราฟาเอลไม่ได้เป็นเจ้าของโมเดอฟรองซัวเท่านั้น...”

ชัณญาพูดสวนทันควัน“ฉันรู้น่า เขาเป็นเจ้าของห้างฯ ใหญ่ในปารีสด้วย แต่...ฉันอยากพบแคลริส”

สุธาดลส่ายหน้าก่อนจะบอกเสียงเข้ม“พี่ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น พี่หมายถึง...เขาเป็นมาเฟียไม่กลัวปัญหาที่จะตามมาเลยรึ”

“ฉันก็แค่ไปสมัครเป็นดีไซเนอร์”ชัณญาบอกเสียงอ่อย

“แต่ชัณญาคือเจ้าของห้องเสื้อเข็มทอง”พี่ชายย้ำเสียงหนัก...

เจ้าของดวงตาสีดำส่ายศีรษะเลิกนึกถึงการพูดคุยก่อนมาปารีสแล้วก็อดไม่ได้ เผลอตอบโต้คำพูดพี่ชายเสียงดัง “ฉันอายุยี่สิบสามแล้วทำเหมือนฉันเป็นเด็กอยู่เรื่อย”

สุธาดลจบปริญญาโทและช่วยงานธุรกิจของครอบครัวได้ปีเดียวมารดาของเขาและเธอก็จากไปอย่างกะทันหัน ผ่านไปไม่กี่เดือนบิดาก็จากไปอีกคนเขาต้องรับหน้าที่ทุกอย่าง ต้องดูแลเธอซึ่งอายุห่างกันถึงเจ็ดปีพร้อมกับดูแลธุรกิจทั้งหมด และตลอดห้าปีที่พี่ชายดูแลเธอแทนพ่อกับแม่ เขาไม่เคยบ่นเขายอมแม้กระทั่งทิ้งชีวิตส่วนตัวเพื่อน้องสาวคนเดียวซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ชัณญาค่อนข้างจะเชื่อฟังพี่ชาย แม้จะมีดื้อและเถียงบ้างแต่ก็ไม่เคยสร้างความหนักใจ

หญิงสาวกะพริบตาแล้วถอนหายใจออกมา“เฮ้อ” แล้วพึมพำอย่างรู้สึกผิด ที่ยังดื้อรั้นมาปารีสจนได้

“ขอโทษนะพี่ดลฉันขอพบไอดอลของฉันสักครั้งก็พอ” พูดพลางคิดว่าจะทำอะไรก่อนดี เพราะถึงยังไงต้องเข้าไปสมัครงานในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว

“ถ้างั้น...ตอนนี้ฉันขอย่ำปารีสให้หนำใจก่อนแล้วกัน อย่างน้อยก็รื้อฟื้นความหลัง” ชัณญาพูดกับตัวเองพร้อมกับหยิบเสื้อกันลมมาสวม แต่พอนึกถึงความหลัง เธอก็ยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วภาพในสวนลุกซ็องบูร์ก็ปรากฎขึ้นแทนภาพในห้องพักของโรงแรม ใบหน้าคมสันที่ฝังอยู่ในความทรงจำชัดเจนขึ้นราวกับเขายืนอยู่ตรงหน้า

เจ้าของดวงตาสีดำกะพริบตาไล่ภาพอดีตออกจากสมองพร้อมกับยกสองมือตีแก้มตัวเอง “กลับมา...กลับมา” เธอเรียกสติให้กลับมาที่ปัจจุบันสุดท้ายก็ยังส่ายหน้าด้วยความเสียดาย

“เฮ้อ...คุณช่วยฉันสองครั้งแล้วยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร” หญิงสาวพยายามปกปิดความรู้สึกตัวเองด้วยการยกเอาเรื่องที่อยากรู้ชื่อของเขาขึ้นมาพูด

(เพิ่ม)

ในที่สุดชัณญาก็ตัดสินใจออกจากโรงแรม เพื่อมุ่งหน้าไปที่สวนลุกซ็องบูร์หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะแอบหวังว่าอาจจะได้พบผู้ชายคนนั้น คนที่แนะนำให้เธอแก้แบบแล้วแบบชุดนั้นก็ได้คะแนนสูงสุดจากอาจารย์และยังเรื่องที่เขาช่วยเธอด้วยการเอาตัวเองเข้ามารับแผ่นเหล็กจนบาดเจ็บอีก เธออยากขอบคุณเขา

‘คุณจะรู้มั้ย ว่าฉันไม่เคยลืมคุณเลย’ เธอคิดอยู่ในใจและไม่สามารถบังคับริมฝีปากได้ จนต้องอมยิ้ม ทั้งที่ยังนั่งอยู่บนรถจึงต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้

ชัณญานั่งรถเพียงสิบนาทีเธอก็ลงเดินบนทางเท้าริมถนนกายอาร์เมอร์หญิงสาวเดินไปตามแนวรั้วของสวนสาธารณะเธอหยุดมองตรงจุดซึ่งจำได้ว่าสองปีก่อนมีการซ่อมทางเท้าตรงนี้จนเกิดอุบัติเหตุกับเธอและเขาคนนั้นเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน ริมฝีปากอิ่มยิ้มออกมาก่อนจะเดินต่อจนเลี้ยวเข้าประตู จึงมุ่งหน้าไปยังสถานที่ในความทรงจำที่แห่งแรกที่ได้พบชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีฟ้า ไม่นานนักเจ้าของร่างเล็กก็มานั่งที่เก้าอี้ถัดจากตัวเดิมที่เคยนั่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามเทนนิสและพยายามมองหาคนตัวสูงรูปร่างบึกบึน แต่ก็ไม่พบ

“นี่ฉันคงบ้าไปแล้วใช่มั้ย”เจ้าของห้องเสื้อเข็มทองบ่นตัวเอง แต่พอเก้าอี้ตัวที่เคยนั่งเป็นประจำเมื่อสองปีก่อนว่างเธอก็เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้ตัวนั้นหญิงสาวนั่งมองสนามเทนนิสว่างเปล่าผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง จึงลุกขึ้นและเดินออกจากสวนลุกซ็องบูร์ด้วยความผิดหวังและคิดว่าตัวเธอช่างไร้สาระสิ้นดี เป็นถึงเจ้าของห้องเสื้อดังในกรุงเทพ แต่กลับหลงเสน่ห์หนุ่มฝรั่งเศสและยังนำเอาความประทับใจที่ซุกซ่อนไว้มาคาดหวังว่าจะได้พบเขา

“แค่ฉันบินมาปารีสเพื่อสมัครเป็นดีไซเนอร์ของโมเดอฟรองซัว ก็บ้าพอแล้ว ยังจะมาคิดเรื่องผู้ชายอีก”เธอพึมพำตำหนิตนเอง

ครั้นชัณญาออกจากสวนใจกลางกรุงปารีสผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงชายหนุ่มร่างสูงบึกบึนเจ้าของเส้นผมสีทองดวงตาสีฟ้าก็เดินมาหยุดมองเก้าอี้ที่เคยพบสาวเอเชียนั่งเขียนแบบเมื่อสองปีก่อนมือข้างซ้ายยกขึ้นจับหัวไหล่ขวา ก่อนจะกระตุกยิ้มนึกขำตัวเอง เพราะก่อนที่จะเข้าไปเล่นเทนนิสกับเด็กด้อยโอกาสเขามักจะหยุดยืนมองเก้าอี้ตัวนี้ทุกสัปดาห์แม้จะเป็นสัปดาห์ละครั้งที่มีโอกาสมาสอนเด็กๆ ฝึกเล่นเทนนิสก็ตาม

“โค้ชครับ”เสียงลูอิสตะโกนเรียกมาจากในสนาม ซึ่งมีตะแกรงเหล็กเป็นตาข่ายกั้น ปิดล้อมไว้ทั้งสนามเทนนิส

เขาหันไปโบกมือแล้ววิ่งเหยาะๆ ไปที่สนามเทนนิสทันที ถึงกระนั้น ก็ยังไม่วายหันกลับมามองเผื่อว่าเธอคนนั้นจะเพิ่งเดินมา แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของเธอ เขารีบหันกลับไปพร้อมกับถอนหายใจ“เฮ้อ”

พอเข้ามาภายในสนามเด็กชายเด็กหญิงต่างเข้ามารุมล้อม ซึ่งคนที่ตั้งใจมาสอนจะมีของมาแจกทุกครั้งและครั้งนี้ก็เช่นกัน เขานำชุดกีฬา และเสื้อกันหนาวติดมาด้วยจำนวนมาก

“เอ้า...ลูอิสเอาไปแบ่งน้องๆ” เขาส่งถุงผ้าใบใหญ่สองถุงให้กับคนที่เพิ่งเป็นหนุ่มซึ่งสองปีก่อนเขาคือเด็กชายที่โตที่สุดต่อจากนี้ เด็กทุกคนจึงเริ่มฝึกเทนนิส ตามที่ชายหนุ่มสอน จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ลูอิสเป็นผู้สอนรุ่นน้อง

ครั้นถึงเวลากลับเจ้าของดวงตาสีฟ้าก็ยังเหลือบมองเก้าอี้ที่เคยเห็นสาวร่างเล็ก นั่งขีดๆ เขียนๆกระดาษบนเฟรม แล้วสองเท้าของเขาก็พาร่างสูงบึกบึนมาหยุดยืนตรงหน้าเก้าอี้เพียงเสี้ยวนาทีก็เดินกลับออกไป


ฝากกดติดตามบล็อก เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์หน่อยน้า...

ขอบคุณคร่า




Create Date : 18 มกราคม 2561
Last Update : 19 มกราคม 2561 18:38:04 น.
Counter : 76 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ
โดย: วไลกร (สมาชิกหมายเลข 4329110 ) วันที่: 18 มกราคม 2561 เวลา:19:06:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 4329110
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]