VUW - Victoria University of Wellington, New Zealand
Group Blog
 
All Blogs
 
ไฮน์ซ กูเดอเรียน บิดาแห่งหน่วยยานเกราะ “แพนเซอร์” 1




ไฮน์ซ กูเดอเรียน (Heinz Guderian)

อัศวินผู้ก่อกำเนิด หน่วยยานเกราะ “แพนเซอร์”

ตอนที่ 1

โดย พันเอกศนิโรจน์ ธรรมยศ

สงวนลิขสิทธิ์ในการทำซ้ำเพื่อการค้าขายและการพาณิชย์อื่นใด

อนุญาตให้เผยแพร่เพื่อความรู้และการศึกษาเท่านั้น




รุ่งอรุณของวันที่ 17 มิถุนายน ค..1888 ที่เมือง “คลุม” (Kulm) ใกล้กับเมือง “วิสทูลา”  (Vistula) ในปรัสเซียตะวันตกของเยอรมัน ทารกน้อยผู้ซึ่งจะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงยุทธวิธีการรบแบบโบราณ ไปสู่ยุทธวิธีการรบแบบสมัยใหม่ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ได้ถือกำเนิดขึ้น

เขาคือ ไฮน์ซ กูเดอเรียน บิดาของเขา คือ ร้อยโทเฟรดริค กูเดอเรียน (Friedrich Guderian) ซึ่งเป็นนายทหารสังกัดกองพันทหารราบเบา “ปอเมเรเนียน” ที่ 2 (2nd Pomeranian Jager Battalion คำว่า เยการ์ (Jager หรือ Jaeger) ในภาษาเยอรมัน หมายถึงผู้ล่า (hunter) ในที่นี้หมายถึง หน่วยทหารราบเบา (Light Infantry))

บิดาของเขาได้กลายเป็นต้นแบบของ ไฮน์ซ กูเดอเรียน ในการเป็นนายทหารมืออาชีพ ที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อประเทศชาติ ส่วนมารดาคือ คลาร่า เคริคฮอฟฟ์ (Clara Kirchhoff) แม้บิดาของ ไฮน์ซ กูเดอเรียน จะเป็นนายทหารรับราชการ แต่ก็มีรากฐานมาจากตระกูลที่มีฐานะมั่งคั่ง เนื่องจากบรรพบุรุษเป็นนายทุน เจ้าของที่ดินในปรัสเซีย ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของไฮน์ซ กูเดอเรียน ค่อนข้างสะดวกสบายพอสมควร

ในปี ค..1891 บิดาของเขาย้ายไปประจำการที่เมือง “โคลมาร์” (Colmar) ในแคว้น “อัสซาส”  (Alsace) ทำให้ ไฮน์ซ กูเดอเรียน ซึ่งตอนนั้นมีอายุเพียง 6 ขวบ ต้องย้ายติดตามไปด้วย แต่เนื่องจากบิดามีวัตถุประสงค์ ที่จะให้เขาเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อย การย้ายไปอยู่ในโรงเรียนที่ห่างไกล ดูเหมือนจะไม่เหมาะสม ดังนั้นอีกไม่นานนัก ไฮน์ซ กูเดอเรียน ก็ถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำ และในวันที่ 1 เมษายน ค..1901 ก็ถูกส่งเข้าโรงเรียนนายร้อย “คาร์สรัวฮ์” (Karlsruhe Cadet School) ก่อนจะย้ายมาเข้าโรงเรียนนายร้อยหลักที่ “กรอสส์-ลิคเตอเฟลด์” (Gross-Lichterfelde) ใกล้กับกรุงเบอร์ลิน

ในเดือนกุมภาพันธ์ ค..1907 หลังจากสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยแล้ว ไฮน์ซ กูเดอเรียน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น นายทหารประจำกองพันทหารราบเบา “ฮันโนเฟอเรียน” ที่ 10 (10th Hanoverian Jager Battalion) ที่แคว้นลอเรนซ์ ซึ่งเป็นกองพันที่บิดาของเขาดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพัน และในวันที่  27 มกราคม ค..1908 เขาก็ได้รับการประดับยศเป็นร้อยตรี

ต่อมาในเดือนตุลาคม ค..1913 ไฮน์ซ กูเดอเรียน ได้สมรสกับ มาร์กาเร็ทเทอ โกร์เนอ (Margarete Goerne) มีบุตรชายสองคน คือ ไฮน์ซ กุนเธอร์ (Heinz Gunter) และ ควร์ท (Kurt) ซึ่งทั้งตัวเขาและลูกชายทั้งสองคน ต่างก็ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกชายคนโต ที่ต่อมาได้เป็นนายทหารชั้นยศ “พลตรี” ของกองทัพเยอรมันตะวันตกในช่วงหลังสงคราม

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ไฮน์ซ กูเดอเรียน ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในป้องกันชายแดนทางด้านตะวันออกของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ “ไซลีเซีย” (Silesia) และบริเวณทะเล “บอลติค”  (Baltic) ในเวลาต่อมาหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในพื้นที่ทะเลบอลติค เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในกองพลน้อยไรซ์แวร์ ที่ 10 (10th Reichswehr Brigade) ในเมือง “ฮันโนเฟอร์” (Hanover) เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นผู้บังคับกองร้อยของกองพันทหารราบเบา “ฮันโนเฟอเรียน” ที่ 10 ในปี ค..1920 และอีกสองปีต่อมาก็ได้รับการทาบทามให้ไปปฏิบัติหน้าที่นายทหารฝ่ายเสนาธิการ โดยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นายทหารตรวจสอบการขนส่งกำลังพล ประจำกองพันยานยนต์ขนส่งบาวาเรียนที่ 7 (7th Bavarian Motorized Transport Battalion) ที่เมือง “มิวนิค” (Munich) ซึ่งสังกัดอยู่กับกรมยานยนต์ขนส่ง (Motorized Transport Department)

ด้วยภารกิจใหม่นี้เอง ที่ไฮน์ซ กูเดอเรียน ต้องศึกษาค้นคว้าอย่างมาก เนื่องจากตระหนักดีว่าพื้นฐานความรู้ของตนเอง เป็นพื้นฐานของการเป็นทหารราบ และมีความเกี่ยวข้องน้อยมากกับงานด้านการขนส่ง หรือด้านยานยนต์ หนังสือที่เขาศึกษาค้นคว้าส่วนใหญ่ เขียนขึ้นโดยนายทหารอังกฤษ ผู้มีประสบการณ์ด้านการรบด้วยยานเกราะ เช่น ร้อยเอก ลิดเดลล์ ฮาร์ท (Liddell Hart) ผู้ซึ่งให้ความสำคัญในการใช้กำลังรถถังและยานเกราะในการรบระยะไกล ตลอดจนใช้เพื่อทำลายการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งได้นำเสนอแนวความคิดของกองพลยานเกราะ ที่เป็นการประสานงานกันระหว่าง ยานเกราะ และ ทหารราบ

หลังจากการศึกษางานเขียนของ ลิดเดลล์ฮาร์ท แล้ว ไฮน์ซ กูเดอเรียน ถึงกับกล่าวว่า “.. ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ ร้อยเอก ลิดเดิลล์ ฮาร์ท อย่างมาก ในข้อแนะนำต่างๆ อันนำมาซึ่งการพัฒนากำลังยานเกราะให้ก้าวหน้าไป ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ..”




ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนารถถังและยานเกราะในกองทัพเยอรมันขณะนั้น นับเป็นเรื่องใหม่ เพราะแทบไม่มีใครสนใจสนใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเลย การค้นคว้าอย่างจริงจังของ ไฮน์ซ กูเดอเรียน ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ไปโดยปริยาย ข้อเขียนของเขาเกี่ยวกับการพัฒนากำลังรบที่มีรถถังและยานเกราะเป็นหัวหอก ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารรายสัปดาห์ของกองทัพ (Militar - Wochenbllatt) พร้อมๆ กับชื่อเสียงของ ไฮน์ซ กูเดอเรียน ก็เริ่มเป็นที่รู้จัก พลเอก ฟอน แอลรอค (von Alrock) บรรณาธิการของวารสารดังกล่าว ถึงกับเดินทางมาพบเขาเป็นการส่วนตัว เพื่อขอให้เขียนบทความเกี่ยวกับบทบาทของรถถังและยานเกราะอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างปี ค..1923– 1924 พันโท วอลเธอร์ ฟอน โบรคิทช์ (Walther von Brauchitsch) ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นผู้บัญชาการทหารบก ได้ทำการฝึกทดสอบความเป็นไปได้ ในการนำรถถัง  ยานเกราะ ทหารราบ และเครื่องบิน ประสานการปฏิบัติการรบร่วมกัน การฝึกนี้เป็นที่สนใจของกรมการฝึกกองทัพบก (Army Training Department) อย่างมาก และ ไฮน์ซ กูเดอเรียน ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ฝึกสอนด้านยุทธวิธีและประวัติศาสตร์การทหาร โดยทำหน้าที่เผยแพร่แนวความคิดการรบแบบใหม่นี้ ให้กับหน่วยทหารต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการสอนยุทธวิธีให้กับหน่วยทหารรถถัง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเห็นรถถังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภายในตัวรถถัง ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ ส่งผลให้เขาเกิดแนวความคิดการใช้รถถังในการรบว่า

“.. หากรถถังทำการรบด้วยตัวของมันเอง หรือทำการรบร่วมกับทหารราบ จะประสบความสำเร็จได้ยากมาก .. คุณสมบัติเด่นของรถถังที่จำเป็นต้องมีในการรบสมัยใหม่ คือ ต้องมีความเร็ว และสามารถเคลื่อนที่ผ่านภูมิประเทศในรูปแบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี .. การใช้รถถังเข้าทำการรุก จำเป็นจะต้องได้รับการสนับสนุนจากอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ โดยรถถังทำหน้าที่หลักในการรุก และยุทโธปกรณ์อื่นๆ ทำหน้าที่รอง ..”

แนวความคิดของ ไฮน์ซ กูเดอเรียน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแนวคิดในการจัดตั้งกองพลยานเกราะ (Panzer Division) แต่ก็มีนายทหารหัวเก่า ที่ยังคงมองว่าความคิดของเขาเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ดังเช่น พลเอก ออตโต ฟอน สตัลป์นาเกล (Otto von Stulpnagel) ผู้ตรวจสอบโครงการยานยนต์ขนส่งซึ่งกล่าวว่า “.. กองพลยานเกราะเป็นสิ่งที่เพ้อฝัน (a Utopian dream) และคุณจะไม่มีวันได้เห็นมันเลยตลอดชีวิต ..”

อย่างไรก็ตาม ไฮน์ซ กูเดอเรียน ก็ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอแนวความคิดในการใช้รถถังและยานเกราะในการรบตามแบบฉบับของเขา ในช่วงแรกทุกคนให้ความสนใจกับการใช้รถหุ้มเกราะลำเลียงพล (Armored Troop Carrier) ซึ่งเป็นรถยนต์สี่ล้อ ที่ใช้ขนส่งทหารและได้รับอนุญาตตามสนธิสัญญาแวร์ซายให้เยอรมันมีไว้ในครอบครองได้ แต่ในปี ค..1932 ความกังวลเกี่ยวกับสนธิสัญญาแวร์ซายก็เริ่มหมดไป เพราะอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มีแนวความคิดที่จะพัฒนากำลังรบของกองทัพเยอรมันอย่างเงียบๆ โดย ไฮน์ซ กูเดอเรียนได้เสนอรูปแบบรถถังที่จะใช้ในกองพลยานเกราะว่า ควรมีรถถัง 2 ประเภท คือ รถถังขนาดเบา (Light Tank) และรถถังขนาดกลาง (Medium Tank)




รถถังขนาดเบา จะติดตั้งปืนใหญ่ที่มีขีดความสามารถในการยิงกระสุนเจาะเกราะ พร้อมกับปืนกลอีก 2 กระบอก กระบอกแรกติดตั้งในป้อมปืน และอีกกระบอกหนึ่ง ติดตั้งกับตัวรถ ซึ่งปืนใหญ่ของรถถังขนาดเบานั้น มีการโต้เถียงกันมากว่า ควรจะเป็นขนาด 37 มิลลิเมตร หรือ 50 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเป็นขนาด 37 มิลลิเมตร แต่ไฮน์ซ กูเดอเรียน มองว่าควรเป็นขนาด 50 มิลลิเมตร เนื่องจากทหารราบทั่วไป มีปืนใหญ่ต่อสู้รถถังขนาด 37 มิลลิเมตรอยู่แล้ว ซึ่งต่อมาแนวความคิดนี้คือการกำเนิดของรถถังเบา ที่มีน้ำหนัก 15 ตันแบบ แพนเซอร์ 3 (Panzer III หรือ Panzerkampfwagen III เขียนย่อว่า Pz.Kpf.III) ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 37 มิลลิเมตร และสามารถรองรับการเปลี่ยนปืนใหญ่ให้เป็นขนาด 50 มิลลิเมตรได้

สำหรับรถถังขนาดกลางนั้น ไฮน์ซ กูเดอเรียน มีความเห็นว่า ควรติดตั้งปืนใหญ่ที่มีอำนาจการยิงไกล และติดตั้งปืนกล 2กระบอก เช่นเดียวกับรถถังเบา ขนาดของปืนใหญ่ประจำรถนั้น ทุกคนลงความเห็นว่าควรเป็นขนาด 75 มิลลิเมตร โดยไฮน์ซ กูเดอเรียน เสนอว่ารถถังขนาดกลางนี้จะมีภารกิจอยู่ 2 ประการ

ประการแรกคือ ทำการสนับสนุนรถถังขนาดเบาในการรุก

และประการที่สองคือทำลายเป้าหมายที่อยู่นอกเหนือระยะยิงของรถถังขนาดเบา

ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาแนวความคิดนี้เป็นรถถังขนาดกลางที่มีน้ำหนัก 20 ตัน แบบแพนเซอร์ 4 (Panzer IV หรือ Panzerkampfwagen IV เขียนย่อว่า Pz.Kpf.IV) ติดตั้งปืนใหญ่ลำกล้องสั้นขนาด 75 มิลลิเมตร และต่อมาปรับปรุงเป็นแบบลำกล้องยาวที่มีขีดความสามารถในการยิงไกลและแม่นยำขึ้น รถถังรุ่นนี้ได้ทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังของหน่วยรถถังเยอรมันจนสิ้นสุดสงคราม


(โปรดติดตามตอนที่ 2)





Create Date : 09 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 20:53:06 น. 1 comments
Counter : 851 Pageviews.

 
สุดยอดครับเยอรมันมีนายพล ที่เก่งมากหลายคน


โดย: fox IP: 223.205.235.213 วันที่: 5 มกราคม 2560 เวลา:14:03:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
unmoknight
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




ฉันจะบิน ... บินไป ... ไกลแสนไกลไม่หวั่น
เก็บร้อยความฝันที่มันเรียงราย ...
ให้กลายมาเป็นความจริง ...
New Comments
Friends' blogs
[Add unmoknight's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.