! ที่นี่ ! เราเลิกเขียนแล้วครับ ..กับเรื่องธรรมดา ที่คุณสามารถหาอ่านที่ไหนก็ได้
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2562
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 สิงหาคม 2562
 
All Blogs
 
๒๒ : ความลับ


            บรรยากาศในตอนบ่ายของโรงพยาบาลเอกชนช่างเงียบสงบและเย็นสบาย  ผู้ป่วยรวมถึงผู้มาติดต่อเรื่องต่างๆ ไม่ได้มีจำนวนมากมาย หรือพลุกพล่านเหมือนอย่างโรงพยาบาลของรัฐ  ด้วยอัตราค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเพื่อแลกกับความรวดเร็วสะดวกสบาย  รวมถึงเรื่องปัญหาสุขภาพซึ่งต้องการปกปิดเป็นความลับจากสายตาของใคร  เลยทำให้หลายคนเลือกที่จะยอมจ่ายเพื่อซื้อความสุขกายสบายใจเช่นนี้

            บนที่นั่งบริเวณด้านหน้าแผนกสูติกรรม  นางนุ่มชำเลืองมองหญิงสาวผู้นั่งอยู่ข้างกันด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ  ใบหน้าในตอนนี้ของอิงนภาซีดขาวราวกระดาษด้วยเกิดอาการแพ้ท้องอย่างหนัก  เธอขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อจำต้องอยู่ต่อหน้าหญิงชราผู้นี้  ผู้ที่เป็นใหญ่ในการปรนนิบัติรับใช้บรรดาเจ้านายแห่งบ้าน ‘รณภัครนครินทร์’  ครอบครัวที่มีพื้นฐานและหมู่เครือญาติเกี่ยวพันกัน อยู่ในแวดวงสังคมผู้ดีและเศรษฐีเก่า

            สาเหตุที่นางนุ่มต้องมานั่งรอพบแพทย์พร้อมกับหญิงสาวในตอนนี้  ก็เพราะถูกขอร้องจากบุตรชายคนรองของเจ้านาย  วิชยคุณ หรือ คุณวิชย์ เรียกนางออกมาพบข้างนอกในวันหนึ่งพร้อมกับบอกกล่าวเล่าปัญหา  นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา  หญิงชราก็มีหน้าที่กลายๆ ที่ต้องแวะเวียนไปคอยดูแลคนท้อง ผู้ที่ไม่ใช่ภรรยาตามกฎหมายของเจ้านายคนนี้

            เรื่องมันมีที่มาที่ไป  เพราะคุณผู้หญิงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พึงพอใจในตัวลูกสะใภ้  ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจึงตัดปัญหาด้วยการแยกครอบครัวออกไปอยู่กันเองตามลำพัง  นานทีปีหนเวลามีงานใหญ่ถึงจะควงคู่กันมาให้พอเห็นหน้าค่าตาบ้าง  คุณวิชย์รักภรรยาของเขาหนักหนา  ถึงขนาดงัดข้อกับคนทั้งบ้านเพื่อให้ได้แต่งงาน  ชายหนุ่มหัวรั้นคนนั้นก็เคยทำมาแล้ว

            เพราะวิชยคุณเกิดมาเพียบพร้อมทั้งโดดเด่นกว่าบรรดาพี่น้อง  ลูกชายคนรองของบ้านนี้จึงได้รับอภิสิทธิ์ที่จะทำทุกสิ่งอย่างตามแต่ใจ  นางนุ่มมองเห็นลักษณะนิสัยชอบเอาชนะทั้งนิยมความสมบูรณ์แบบ ซึ่งคงได้รับอิทธิพลสืบทอดมาจากตัวคุณผู้หญิงนั่นเอง

            สงสารก็แต่เด็กที่กำลังจะเกิดมา  ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้รับความรักและการยอมรับจากคนเป็นพ่อมากน้อยแค่ไหน  เมื่อดูจากความสัมพันธ์ที่มีต่อแม่ของเด็กในตอนนี้
 

            “ป้านุ่มคะ  เมื่อไหร่พี่วิชย์จะมาถึงสักที  โทรไปหลายทีแล้วก็ไม่รับสาย  อิงอยากให้เราเข้าไปฟังคุณหมอพร้อมกันๆ ทีเดียว สามคนพ่อแม่ลูก”

            คุณแม่บ้านรู้สึกขัดหูกับคำปิดท้าย  ผู้หญิงคนนี้เป็นคนช่างเพ้อฝันหรือหูตามืดบอดไป ถึงได้ลืมเลือนว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไรกับผู้ชายที่เป็นสามีของคนอื่น

            “คุณวิชย์เธอคงกำลังขับรถนั่นแหละค่ะ  ถ้าเธอไม่รับก็ไม่ควรโทรย้ำซ้ำๆ นะคะ  เธอจะหงุดหงิดเอา”
            หญิงชราแนะนำตามประสบการณ์  นางรู้นิสัยของวิชยคุณดีเพราะอุ้มชูดูแลกันมาตั้งแต่เกิดจนโต

            “ก็อยากให้มาเร็วๆ นี่คะ  พักหลังมานี้ พี่วิชย์ไม่ค่อยมีเวลามาหาบ่อยเหมือนเมื่อก่อนเลย”
            “คุณเคยทำงานที่เดียวกับเธอ  คุณเองก็น่าจะเข้าใจนะคะว่า เธอทำงานหนักและยุ่งแค่ไหน”
            “มันก็ใช่  ถ้าไม่ติดว่าท้องน้อง  อิงก็คงไม่ต้องออกจากที่นั่นหรอกค่ะ”
            หญิงสาวยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่เริ่มขยายของตนเอง  พลางยิ้มแย้มอย่างคนมีความสุข
            “แล้วคุณอิงคิดจะทำอย่างไรต่อไปคะ” 
            นางนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็น เช่นเดียวกับสายตาที่กำลังแสดงออกอยู่ในขณะนั้น
            “พอคลอดแล้ว ก็คงต้องแล้วพี่วิชย์แล้วล่ะค่ะ ว่าจะเอายังไง”
            “อันที่จริง คุณวิชย์เธอก็พูดชัดเจนแล้วนะคะ ว่าเธอยินดีที่จะรับผิดชอบเรื่องเด็กทุกอย่าง”  หญิงชราเน้นเสียงหนักตรงคำว่า ‘เด็ก’ อย่างจงใจ  “แต่สำหรับคุณที่จะมีสถานะเป็นได้แค่แม่ของเด็ก  ป้าถึงได้ถามไงคะว่า คุณได้คิดเผื่อเอาไว้บ้างหรือยัง ว่าตัวเองจะทำอย่างไรต่อไปจากนี้”

            ถ้อยคำเหล่านั้นดั่งกระชากใครบางคนให้ตื่นจากฝันมาสู่ความเป็นจริงอันโหดร้าย  อิงนภาสั่นไปทั้งตัวด้วยทั้งอารมณ์โกรธและเสียใจตีกันให้วุ่นวาย  หนำซ้ำตัวเองก็ไม่สามารถโต้แย้งอีกฝ่าย  เนื่องจากสิ่งที่ป้านุ่มพูดมาล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทุกประการ

            “แต่อิงเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของพี่วิชย์  อิงก็มีสิทธิ์ที่จะ..”
            “ไม่ใช่ค่ะ  ภรรยาของคุณวิชย์มีเพียงคนเดียวคือ คุณสิริกัญญา  คุณน่าจะทราบดีอยู่แล้วนะคะ”

            อิงนภาน้ำตาไหล  ถึงคุณป้าแม่บ้านผู้นี้จะไม่ได้มีท่าทีรังเกียจหรือปฏิบัติต่อตนดีอย่างไร  แต่ความเป็นจริงย่อมจัดแจ้งแถลงไขว่า  สุดท้ายตนก็เป็นได้แค่ผู้หญิงใจง่ายที่เต็มใจกระโดดเข้าวังวนแห่งกามนี้เอง

            “ป้านุ่มคะ  อิงอยากขอเข้าพบคุณแม่ของพี่วิชย์  ป้าช่วยอิงหน่อยได้ไหมคะ”

            หญิงชราดูไม่ตกใจในคำขอของอีกฝ่าย  เหมือนนางได้ตรองมาก่อนหน้านี้แล้วว่า อีกฝ่ายจะขยับเคลื่อนไหวหรือแสดงความประสงค์ออกมาอย่างไร

            “ป้าว่าคุณอิงไม่ควรทำอย่างนั้นนะคะ  เพราะคุณผู้หญิงท่านคงไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่ต้องพบกับคนที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของลูกชายท่าน  คุณอิงโชคดีเท่าไหร่แล้วนะคะ ที่อย่างน้อยคุณวิชย์ก็ยังยินยอมให้ลูกของคุณได้เกิดมา  อย่าพยายามทำอะไรที่จะเป็นการสร้างปัญหาให้เธอเลยค่ะ  ป้าขอเตือนด้วยความหวังดี”

            สีหน้าและท่าทางจริงจังของนางนุ่มทำให้อิงนภาต้องชะงัก  เคยรู้สึกถึงความเย็นชาของผู้ชายคนที่ตนมอบกายถวายใจ  แต่ก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ลักษณะนิสัยนี้ส่งผลมาจากอิทธิพลของคนทางบ้าน

            ขนาดคนรับใช้ยังแสดงออกขนาดนี้  แล้วมารดาของวิชยคุณล่ะจะมีปฏิกริยากับตนขนาดไหน  อิงนภาได้แต่คิดพร้อมกับกอดตัวเองไว้ด้วยความหนาวซึ่งแผ่ขยายตัวอยู่ข้างใน  ยกทิชชู่ขึ้นคอยซับน้ำแห่งความทุกข์ใจอยู่เป็นระยะ
 

            วิชยคุณมาถึงตอนที่หญิงสองวัยต่างนั่งนิ่งเงียบอยู่ในที่แห่งนั้น  เขาปรายตามองอิงนภาด้วยสายตาแสดงความรำคาญซึ่งเกิดจากความแหนงหน่าย  ความรับผิดชอบทำให้เขาต้องหาทางแก้ไขเรื่องปวดหัวนี้ให้เป็นไปในทางที่ดีให้จงได้  หากสามารถล่วงรู้แต่แรกว่า ผู้หญิงตรงหน้าจะนำมาซึ่งปัญหาระคายใจ  ตนคงไม่ปล่อยให้เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตตั้งแต่แรกอย่างแน่นอน

            “หมอว่าอย่างไรบ้าง” 
            เขาส่งเสียงถามอย่างพยายามระงับความหงุดหงิด ขณะเดินเข้าไปใกล้หญิงต่างวัยทั้งสอง
            “ยังค่ะ  อิงรอพี่วิชย์มาถึงก่อน  ค่อยเข้าพบคุณหมอด้วยกัน”
            “ทำไมต้องรอ  นี่มันเสียเวลาไหม”

            สามีของสิริกัญญาตวัดเสียงห้วนกระด้าง  สีหน้าที่กำลังแสดงออกถึงความดีใจของอิงนภาจึงหดหายไปในทันที  ป้านุ่มช้อนสายตาขึ้นมองเจ้านายหนุ่มของตน พูดติงเสียงเบาดังต้องการเตือนสติ

            “คุณวิชย์คะ ..โรงพยาบาล..”
            “ก็.. ก็ เอ่อ คุณหมออยากพบทั้งพ่อและแม่พร้อมกัน  อิงก็เลยรอ”
            หญิงสาวพูดตะกุกตะกัก  ไม่กล้ามองสบสู้สายตาที่กำลังกราดเกรี้ยวด้วยความไม่พอใจของคนตรงหน้า
            “อย่าเอาหมอมาอ้าง  หมอเขารู้อยู่แล้วว่า เคสนี้เป็นยังไง  ถ้ายังไม่เลิกทำอะไรตามใจ  ก็เตรียมตัวไว้ให้เร็วขึ้นได้เลย  คุณอิงนภา”

            วิชยคุณพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา  โดยไม่สนใจเลยว่าคำพูดจะรุนแรงหรือทำร้ายความรู้สึกอีกฝ่ายสักแค่ไหน  โยนคราบผู้ชายอบอุ่นอ่อนหวานที่เคยแสดงออกแต่หนหลังทิ้งไป  เหลือเพียงผู้ชายอารมณ์ร้ายที่ปราศจากความรักและห่วงใย ต่อผู้หญิงที่กำลังจะให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไขของตน

            ขนาดหมอคนก่อนเผลอเรียกเขาเป็นคุณพ่อ  วิชยคุณก็ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนหมอประจำเคสคนใหม่ทันที  แม้เป็นความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยแต่เขาก็ตัดทิ้งด้วยไม่ชอบใจ  ถึงแม้ตนเป็นพ่อทางพฤตินัย  แต่ในทางกฎหมายแล้ว  การที่เด็กคนนี้จะมีเขาเป็นพ่อได้ ก็ต้องหลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจดีเอ็นเอก่อนรับรองบุตรแล้วเท่านั้น

            “อิงขอโทษค่ะ  เราเข้าไปพบคุณหมอกันเถอะค่ะ”

            หญิงสาวผู้น่าสงสารรีบเช็ดน้ำตาแห่งความน้อยใจ   เพราะตั้งแต่เริ่มมีครรภ์เป็นต้นมา ดูเหมือนความสนิทเสน่หาที่อีกฝ่ายเคยมีให้กับตนจะลดน้อยถอยลงไปทุกวัน   

            ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความรัก  เพราะวิชยคุณบอกอย่างแจ้งชัดตั้งแต่แรกมีสัมพันธ์  สิ่งที่เขาต้องการจากตัวเธอนั้นเป็นแค่การเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาดไป

            ภรรยาตัวจริงเท่านั้นที่ได้รับเกียรติและความรัก  ส่วนคนอื่นๆ นั้นมีไว้เพื่อปลดเปลื้องความใคร่  แม้ตระหนักรู้ถึงความจริงข้อนี้  ทว่าอิงนภากลับหลอกตัวเองมาตลอดว่าตนนั้นแตกต่างออกไป  ผู้หญิงอย่างเธอสามารถเป็นทุกอย่างให้วิชยคุณได้  แม้ยอมอยู่ในเงาที่เขาสั่งให้เธออยู่อย่างไร้ตัวตนมาโดยตลอด

            แต่พอรู้ตัวว่ามีอีกชีวิตหนึ่งอุบัติขึ้น  อิงนภาก็จำเป็นต้องออกจากเงามาเพื่อเคลื่อนไหว  อนาคตของเด็กคนนี้จะเป็นอย่างไร  ถ้าหากแม่ของเขาเป็นได้แค่ผู้หญิงใจง่าย ที่ได้ให้กำเนิดเขาขึ้นมาจากความผิดพลาด

            หญิงชราช่วยประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นจากที่นั่ง  นางนุ่มอดนึกเวทนาในชะตากรรมของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้  ในขณะที่ใครอีกคนกลับยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะแสดงอาการห่วงใย  คนทั้งสามพากันเคลื่อนย้ายเข้าไปในห้องตรวจเพื่อพบแพทย์  หลังจากที่รอให้คิวก่อนหน้าคือ ผู้หญิงสาวคนหนึ่งเดินสวนออกมาเสียก่อน
 

            คุณแม่ยังสาวคนดังกล่าวเดินถือเอกสารพลางลูบท้องของตนด้วยท่วงท่าสบายๆ  ใบหน้าของคนมีอารมณ์แจ่มใสเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนมองหาใครสักคน  ก่อนหยุดฝีเท้าแล้วล้วงเอามือถือจากในกระเป๋าถือแบบสตรีออกมากดโทรหาพี่สาวผู้หายตัวไป

            “พี่ชุ  พี่ไปซื้อของถึงไหน  หมอเขาตรวจเสร็จ คุยเสร็จเรียบร้อย  เนี่ยตอนนี้ ลิกำลังลงไปจ่ายเงิน  ยังไงพี่มาตรงหน้าการเงินก็แล้วกัน  เดี๋ยวลินั่งรอแถวนั้นแหล่ะ”

            หญิงสาวกล่าวบทสนทนาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  ก่อนจัดการเก็บมือถือใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย  ออกเดินต่อได้ไม่เท่าไหร่ก็มองเห็นพี่สาวตนเดินเลี้ยวออกมาจากลิฟต์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น

            ชุติมาหิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือ  วันนี้คุณแม่ลูกสองเป็นธุระพาชลิดาน้องสาวมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล  หลังยื่นใบนัดตรงแผนกต้อนรับเสร็จสรรพ  ตัวเธอก็ถือโอกาสทิ้งน้องออกไปเดินจับจ่ายซื้อของ ด้วยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องอยู่เป็นเพื่อนแต่อย่างใด

            อาจเป็นด้วยความบังเอิญหรือโลกกลมจนเกินไป  ขณะที่วิชยคุณอุตส่าห์เลือกโรงพยาบาลที่ห่างไกลเพื่อให้พ้นจากสายตาคนรู้เห็น  ทว่าสถานที่แห่งนี้ก็ดันเป็นโรงพยาบาลเจ้าประจำที่เพื่อนสนิทของสิริกัญญาเข้าออกเป็นว่าเล่น  นับตั้งแต่ตั้งครรภ์ลูกชายคนโตจนมาถึงลูกสาวคนเล็ก  มาปีนี้ก็ถึงคิวน้องสาวตนเองที่เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปได้ไม่นาน และกำลังจะมีหลานเกิดใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ 

            ความลับไม่มีในโลก  เรื่องสกปรกที่ใครซุกซ่อนเอาไว้ก็ย่อมมีวันถูกเปิดเผยเช่นกัน  เรื่องลับๆ ของสามีเพื่อนคงจะยังเป็นความลับต่อไป  ถ้าหากเจ้าตัวเลือกที่จะไม่รับสายเรียกเข้าจากที่ทำงานและปลีกตัวออกมาคุยเรื่องงานข้างนอกห้องตรวจเสียก่อน

            สายตาของชุติมาไพล่มองข้ามน้องสาวไปด้านหลัง  เธอเพ่งมองดูร่างสูงอันโดดเด่นสะดุดตา ก่อนจดจำได้ว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

            “นั่นใช่  คุณวิชย์รึเปล่านะ มาทำอะไรที่นี่  หรือว่าพาใครมาหาหมอ”

            เพราะทั้งหลิ่วตามองและเปรยขึ้นมาด้วยความสงสัย  ชลิดาน้องสาวจึงทำท่าจะเหลียวมองกลับไป  หากถูกพี่สาวดึงตัวออกมาหลบหลังมุมทางเดินเสียก่อน

            “ใครหรือพี่ชุ  พี่รู้จักเขาหรอ”  ชลิดาถามด้วยความสงสัย หลังตกกะไดพลอยโจนไปกับพี่สาวด้วยตามสถานการณ์
            “รู้สิ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่  เออ.. ยัยลิ ก่อนเธอออกมานี่  ได้เห็นไหมว่าผู้ชายคนนั้นเขามากับใคร”  ชุติมาถามน้องสาวทั้งสายตายังจับจ้องไปยังวิชยคุณที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่อย่างไม่วางตา
            “ลิก็ไม่ทันมอง  แต่เห็นมาด้วยกันสามคน  ก็มีพี่ผู้ชายคนนี้  มีผู้หญิงสาวๆ หน่อยคนนึง  แล้วก็มีผู้หญิงอีกคนนึงแก่แล้วน่าจะเป็นแม่ล่ะมั้ง”

            ในทีแรก  ชุติมานึกทึกทักไปเองว่า สิริกัญญากับสามีเดินทางมาใช้บริการทางการแพทย์เหมือนอย่างพวกตนที่นี่  เลยคิดจะวกกลับไปทักทายเพื่อน  แต่แล้วก็กลับฉุกใจคิดขึ้นมาได้จากคำพูดของน้องสาว

            “แม่เหรอ.. แม่ที่ไหนล่ะ  ก็แม่ยัยกัญเสียไปนานแล้วนี่หว่า”
            “พี่กัญหรอ ไม่ใช่นะพี่  ถ้าเป็นพี่กัญ ลิก็ต้องจำได้สิ  แต่ผู้หญิงที่มาด้วยกันนี่ไม่ใช่พี่กัญนะ”

            ชลิดาออกเสียงยืนยัน  ถึงแม้ตนจะไม่ได้สนิทสนมกับเพื่อนของพี่สาวสักเท่าไหร่  แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินผ่านกันโดยไม่สะดุดหรือนึกคุ้นหน้าคุ้นตาตามประสาคนรู้จักกัน

            “แป๊บนึงนะ  ยัยลิ เดี๋ยวแกกลับไปนั่งตรงนั้น คอยจับตาดูไว้  เดี๋ยวฉันขอไปโทรหาเพื่อนแป๊บนึง”

            ชุติมาย้ายสัมภาระใส่มือน้อง ก่อนรุนหลังให้อีกฝ่ายเดินกลับไปนั่งยังโซฟารับรองซึ่งจัดวางไว้อย่างสวยงามบริเวณนั้น  คุณแม่ลูกสองเดินห่างออกมาพร้อมกับกดโทรศัพท์หาใครอีกคน ด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม

            “ฮัลโหล ยัยนิด ตอนนี้ฉันอยู่โรงบาล  แกลองทายซิว่า ฉันเจอใคร”
          ‘--เจอหมอไง  ทำไม แล้วแกไปทำอะไรที่โรงบาล  ใครเป็นอะไร--‘

              เสียงยียวนกวนประสาทของขนิษฐาลอดมาตามสาย  ชุติมาถึงกับเผลอยกมือขึ้นเท้าเอวข้างหนึ่งด้วยความหมั่นไส้เพื่อน

            “ไม่มีใครเป็นอะไรย่ะ ฉันแค่มาเป็นเพื่อนยัยลิตามนัดหมอ  แล้วฉันก็เจอคุณวิชย์แฟนยัยกัญที่นี่  แกว่ามันแปลกไหมล่ะ”
          ‘--แปลกตรงไหน เขาอาจจะเจ็บไข้ได้ป่วย หรือไปเยี่ยมใครที่นั่นก็ได้  ใครจะรู้--‘

            ปลายสายโต้ตอบเหมือนกำลังยุ่งอยู่กับสิ่งอื่นเลยไม่ค่อยได้ตั้งใจฟัง  ชุติมาจึงต้องย้ำสารที่ต้องการสื่ออีกครั้ง

            “เอิ่ม คุณขนิษฐา คุณฟังดิฉันให้ดีๆ นะคะ  ผู้ชายต้องป่วยอะไรหรอคะถึงมาหมอดูแลคนท้อง”
          ‘--อ้าว นี่ยัยกัญมันท้องแล้วหรอ  ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ  ไอ้ที่นังมินไปกินข้าวด้วยวันก่อน ไม่เห็นมันบอกเลยว่ายัยกัญท้อง--‘

            “ก็ไม่ใช่น่ะสิ  น้องฉันบอกว่าผู้หญิงที่มาด้วยกันไม่ใช่ยัยกัญแน่นอน”
          ‘--เฮ้ยๆ ยัยชุแกปล่อยไม่ได้นะ อีแบบนี้แสดงว่า ไอ้เลวนั่นคงทำผู้หญิงที่ไหนท้องแน่ๆ เลย  เดี๋ยวแกแอบถ่ายรูป หรือถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐานเลยนะ  แบบนี้ให้ยัยกัญใช้ประกอบการฟ้องหย่าได้--‘

            “ฉันไม่ได้แกร่งกล้าหน้าด้านเท่าแกนะ  ถึงจะส่งฉันออกหน้าไปทำอะไรอย่างนั้นได้  เกิดโป๊ะแตกขึ้นมาเขาไม่แจ้งความจับหรือฟ้องกลับฉันแย่เลยหรอ”
            ชุติมาตอบกลับอย่างมีเหตุผล

          ‘--ลิอยู่ตรงนั้นใช่ไหม  งั้นแกก็ให้ลิเป็นคนทำแทน  ผัวยัยกัญมันไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จักยัยลิ  มันไม่สงสัยหรอก  แกบอกน้องแกให้แกล้งทำเป็นถ่ายเซลฟี่ก็ได้  ใครๆ เขาก็ทำกัน--‘   
            คนปลายสายวางแผนการเสร็จสรรพ

            “โห.. นังนิด แกดูละครมากไปรึเปล่า ทำเป็นเชี่ยว เกิดไม่ใช่อย่างที่คิดล่ะ หมาทั้งแกทั้งฉันเลยนะ”
          ‘--ทำเถอะ จะใช่หรือไม่ใช่ยังไง  มันก็ยังดีกว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย  แกรับได้หรอ  สามีแกนอกใจไปมีอะไรกับคนอื่นแล้วเกิดท้องด้วยน่ะ--‘
            “นี่แกอย่าพูดเหมือนกับว่าสามีฉันเป็นอย่างนั้นสิ  ฟังแล้วใจคอไม่ดี”
          ‘--ถ้าฉันอยู่ตรงนั้น ฉันทำเองแล้ว ไม่รบกวนแกหรอก คุณนายชุ--‘

            ชุติมาถอนหายใจ  ด้วยไม่ได้เตรียมใจมาก่อนล่วงหน้าว่าตนจะต้องมาทำอะไรแบบนี้

            “โอเค  ฉันต้องทำจริงๆ ใช่ไหม”
          ‘--ใช่  เราทำด้วยเจตนาดีเพราะฉะนั้นอย่ากลัวไป  แกนัดแนะกับน้องแกให้ดีละกัน  แล้วตัวแกน่ะแอบดีๆ ล่ะ อย่าโผล่ออกมาให้หมอนั่นเห็น--‘
            “ฉันจะลองดูก็แล้วกัน”

            หลังจากวางสาย  ชุติมาจึงเข้าไปนัดแนะกับน้องสาว  ชลิดายอมตกลงทำตามคำขอเพราะรู้สึกเห็นใจในความโชคร้ายของเพื่อนพี่สาว  หลังจากรอคอยเวลาอยู่พักใหญ่  จนกระทั่งเห็นกลุ่มเป้าหมายออกมาจากห้องตรวจ  คุณแม่ยังสาวจึงหยิบมือถือขึ้นมาทำทีโทรหาสามีที่ไม่ได้อยู่ด้วยในที่แห่งนั้น
 

            วิชยคุณเดินนำทุกคนออกมาด้วยสีหน้าเรียบสนิท  ไม่มีแววปลาบปลื้มยินดีปรากฏบนใบหน้าเหมือนอย่างผู้ชายคนอื่นที่ได้เป็นพ่อคน  ติดตามมาด้วยอิงนภาที่เดินเอามือกุมท้องด้วยสีหน้าแสดงความรักใคร่ โดยมีป้านุ่มเดินปิดท้าย  คนทั้งหมดเดินผ่านผู้หญิงแปลกหน้าที่กำลังพูดคุยโทรศัพท์ไปอย่างไม่ใคร่ใส่ใจ เนื่องจากเห็นเป็นคนท้องทั่วไปที่มาใช้บริการยังที่เดียวกัน

            “อะไรกันคะ ก็บอกให้มาเป็นเพื่อน  คุณหมอนัดวันนี้  คุณก็ไม่ว่างมา  พอตอนนี้จะมาจ้องจับผิดหาว่าฉันไปที่อื่นเหรอ  งั้นคุณคอยเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันจะถ่ายรูปส่งให้ดูเลยว่า ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน”

            ชลิดาแกล้งใส่จริตทำเหมือนไม่พอใจใส่คนที่อยู่ปลายสาย  เธอยกมือถือขึ้นกดถ่ายรูปตัวเองสองสามแชะ  ก่อนประคองครรภ์ที่เริ่มใหญ่ลุกขึ้นหันหลังให้กับป้ายแผนกสูติกรรม  พูดกับตัวเองก่อนกดถ่ายรูปต่อด้วยสีหน้าที่แสร้งทำเป็นบึ้งตึงไม่พอใจต่อบุคคลซึ่งไม่ได้อยู่ด้วยในที่แห่งนั้น

            “ดูซิ ถ่ายให้เห็นป้ายตัวใหญ่ๆ ขนาดนี้จะอ่านออกไหม  งี่เง่าไม่เข้าท่าเลย ตาคนนี้”
 
            ตอนแรกที่ได้ยินเสียงชัตเตอร์กล้อง  วิชยคุณยังหันมองมาด้วยความสงสัยและระแวงตามประสาคนมีชนักปักหลัก  แต่พอได้ยินคำพูดของคนแปลกหน้าซึ่งพวกตนเดินเลยผ่านมา ก็ให้เบาใจคลายความสงสัยลง  แม้ฝ่ายนั้นจะหันหน้ามาทางนี้  แต่ดูเหมือนว่า ผู้หญิงท้องคนดังกล่าวก็ไม่ได้มองมา หรือแสดงทีท่าสนใจพวกตนแม้แต่น้อย

            “น่าสงสารเหมือนกันนะคะ ต้องมาฝากท้องคนเดียวเนี่ย” 
            อิงนภาเอ่ยเสียงเบาอย่างต้องการแสดงความคิดเห็น  ขณะคนทั้งสามกำลังรอลิฟต์เพื่อกลับลงไปยังชั้นล่าง

            “อิงก็ควรเอาอย่างผู้หญิงคนนั้นบ้างนะ  คนอื่นเขายังมาติดต่อหาหมอคนเดียวได้  พี่คงไม่มีเวลามาด้วยตลอดหรอกนะ ป้านุ่มเองก็เหมือนกัน  อิงต้องหัดทำอะไรหรือไปไหนคนเดียวได้แล้ว”

            หญิงชราฟังบทสนทนาด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่พูดจาอะไร  ด้วยความที่อยู่รับใช้ใกล้ชิดครอบครัวของชายหนุ่มมานานจึงทำให้นางรู้จักนิสัยใจคอของเหล่าเจ้านายเป็นอย่างดี  รวมถึงคาดเดาความคิดอ่านของพวกเขาได้อย่างไม่ค่อยคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงอีกด้วย

            ถ้าให้นางประเมินสถานการณ์  หลังจากอิงนภาคลอดลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ถ้าไม่อยู่อย่างสงบเงียบเรียบร้อยในมุมของตนไป  ก็มีสิทธิ์ต้องระเห็จพ้นจากชีวิตของพ่อและเด็กตลอดกาล

            “วันนี้ พี่วิชย์หยุดนี่คะ อยู่กับอิงนะคะ อิงอยากให้พี่อยู่ด้วยวันนี้”
            “ไม่ได้หรอก  พี่มีธุระต้องไปจัดการ  เดี๋ยวไปส่งอิงที่คอนโดแล้ว ต้องแวะเข้าบ้านส่งป้านุ่มด้วย”

            ชายหนุ่มบอกปัดปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย  เพราะการที่อีกฝ่ายไม่สามารถรองรับหรือให้ความสุขกับเขาเหมือนอย่างเคย  วิชยคุณจึงคิดจากมุมมองของตนว่า ไม่รู้จะเสียเวลาอยู่เฉยด้วยทำไมแบบนั้น

            “ทำไม เดี๋ยวนี้พี่วิชย์ไม่มีเวลาให้อิงเหมือนเดิมเลยค่ะ  หรือเป็นเพราะอิงท้อง พี่ก็เลยไม่สนใจอิงอีกแล้ว”

            อิงนภาพูดด้วยความน้อยใจ  ขณะคนทั้งสามเข้าอยู่ในลิฟต์กันตามลำพัง  ส่วนลึกในใจคาดหวังให้อีกฝ่ายปฏิเสธหรือพูดอะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอรู้สึกดี
            หากเป็นคนอื่นอาจจะพูดหรือทำให้หญิงสาวสมใจปรารถนา  แต่ไม่ใช่กับผู้ชายเย็นชาอย่างวิชยคุณ

            “คิดได้แค่นี้ใช่ไหม  อิงนภา  อย่าทำตัวให้น่าเบื่อ น่ารำคาญไปมากกว่านี้เลย”
            “ใช่สิ  อิงมันน่ารำคาญ  พี่วิชย์ไม่รักอิงแล้วนี่  พี่ก็พูดได้”

            อารมณ์แปรปรวนของคนท้องทำให้หลุดพูดออกไป  ไม่ทันการแม้ป้านุ่มจะยื่นมืออันเหี่ยวย่นของตนออกมากระตุกแขนหญิงสาวเพื่อดึงสติ

            สามีของสิริกัญญาตวัดสายตาซึ่งเย็นชาดุจน้ำแข็งสาดใส่  เขาปัดมือที่พยายามไขว่คว้ามาตรงหน้า ให้พ้นไปอย่างไม่ใยดี 

            “รักหรอ.. ผมไม่เคยรักคุณเลยนะ คุณอิงนภา  เผื่อคุณอาจหลงลืมไป  ผมจะช่วยย้ำให้ก็ได้ว่า เราสองคนแค่มีอะไรกัน  แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
            “อ่ะ อิง ขะ ขอโทษ  อิงไม่ได้ตั้งใจ ฮือ.. พี่วิชย์อย่าโกรธอิงนะคะ  อิงขอโทษ”

            ทำนบน้ำตาพังทลายลงมาอีกรอบ  หญิงสาวพยายามยื่นมืออกไปหาผู้ชายคนที่ตนรักจนหมดหัวใจ แต่ก็ถูกสายตาเย็นชาคู่นั้นกางกั้นสกัดไว้

            “คุณวิชย์คะ  คุณอิงตั้งครรภ์อยู่นะคะ  คนท้องเอาแต่ร้องไห้ มันไม่ดีต่อเด็กนะคะ”

            เพราะถูกพี่เลี้ยงคนสำคัญเอ่ยติงขึ้นมา  ชายหนุ่มที่กำลังหัวเสียจึงหันไปทางอื่นเพื่อระงับอารมณ์ของตนเอง  ทิ้งให้คนท้องอยู่ในความดูแลของหญิงชรา  นางนุ่มลูบแขนของหญิงสาวไปมาดั่งต้องการปลอบโยน
 

            หลังรอจนคนทั้งสามลงลิฟต์ลับหาย  ชุติมาจึงค่อยออกมาจากที่ซ่อนซึ่งคือหลังประตูเปิดสู่บันไดหนีไฟของอาคาร  เธอตรงดิ่งไปหาน้องสาวผู้กำลังนั่งเลื่อนดูรูปภาพในมือถือด้วยอิริยาบทสบายๆ  คุณแม่ลูกสองถามหาความสำเร็จของภารกิจในทันที

            “เป็นไง ถ่ายได้ไหม”
            “ตอนถ่ายน่ะมือสั่น  รูปอาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นะ”

            ชลิดาส่งมือถือให้พี่สาว  ชุติมาเลื่อนดูรูปทั้งหมดคร่าวๆ ด้วยความพึงพอใจ พร้อมกับกดส่งเข้าเครื่องของตนเพื่อเตรียมส่งต่อให้ขนิษฐา

            “อื้อหือ!  เห็นหน้าชัดเจนแจ๋วทุกรูป  เก่งมากค่ะ น้องสาวคนเก่งของฉัน”

            “แหม คิดถึงสมัยอยู่ชมรมละครจัง  ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานานละ”  ชลิดายกมือขึ้นลูบท้องของตน  พูดคุยกับลูกด้วยสีหน้าอ่อนโยนยิ้มแย้ม  “หนูตื่นเต้นไหมคะลูก  แม่ไม่ได้อยากทำเลยน๊า  แต่ป้าชุบังคับแม่ล่ะ”

            “แหม โยนบาปมาทางนี้เลยนะ  ต้องโทษป้านิดค่ะหลาน  ป้านิดเขาสั่งป้าชุมาอีกที”

            ชุติมาว่า ขณะกดส่งต่อรูปถ่ายเหล่านั้น  ภาพถ่ายที่อาจสามารถกลายเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อช่วยให้เพื่อนของตนได้กลับมามีชีวิตของตนเองอีกครั้งตามความปรารถนา

            “แล้วนี่ เราจะได้กลับตอนไหนล่ะ  ถ้าลงไปตอนนี้ เดี๋ยวก็ไปเจอกันข้างล่างอีกแน่นอน”
            “เออ จริงด้วยสิ”

            น้องสาวพูดอย่างติดตลก  ในขณะที่พี่สาวกับเพื่อนผ่านเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความยุ่งยากลำบากใจ  ชุติมากับขนิษฐาต่างต้องมาร่วมหัวจมท้ายกันเพื่อตัดสินใจ  ว่าพวกตนควรจะบอกสิริกัญญาตอนไหน และบอกอย่างไรถึงจะดี

            มันต้องเป็นกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่  ถ้าเหตุการณ์เป็นไปตามอย่างที่คาดเดาเอาไว้  หนึ่งคือสามีที่ยังคงไม่เลิกนอกใจ กับ สองคือภรรยาน้อยที่กำลังมีลูกด้วยกัน
 

            กัญเพื่อนเอ๊ย..  เวรกรรมอะไรหนอที่ทำให้เพื่อนต้องพบเจอกับเรื่องโหดร้ายอย่างนี้
            คิดแล้ว  คุณแม่ลูกสองก็ได้แต่ถอนหายใจ  ด้วยความรู้สึกหนักอกหนักใจต่อชะตากรรมของเพื่อน
           
 
             
+++++++++++++++++++++++++++



Create Date : 11 สิงหาคม 2562
Last Update : 11 สิงหาคม 2562 4:58:49 น. 2 comments
Counter : 57 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku


 
เขียนดีจังครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 สิงหาคม 2562 เวลา:7:43:16 น.  

 
ขอบคุณ คุณไวน์กับสายน้ำ ด้วยนะคะ
ที่ให้ความสนใจแวะเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ และฝากคำติชมเอาไว้
เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้มีแรงกระตุ้นและฝึกฝนฝีมือต่อไปค่ะ


โดย: zionzany วันที่: 13 สิงหาคม 2562 เวลา:12:00:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

zionzany
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เขียนนิยาย

ปลดปล่อยจินตนาการ

ไม่ยึดติดกับแนวไหน

เพราะจะไปให้ถึงที่สุด..

เท่าที่เราสามารถแผ่

กิ่งก้านความสามารถ

ออกไปสู่โลกกว้างได้

ยินดีต้อนรับทุกคน

สู่โลกของ zionzany

ที่นี่ .. ตรงนี้นะจ้ะ
แต่งนิยายทำร้ายผู้อ่าน ..Tcell H-A-V.. ..Tacticle Ball.. ..Kiss Myself.. ..ZhuXian จูเซียน.. ..เพียงฝันนี้ ศรีสุวรรณ.. อยากคูล อยากคัลท์ อยากมันส์ ที่สำคัญ อยาก-เขียน-ให้-จบ Let's rock Baby
Friends' blogs
[Add zionzany's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.