The secret of getting ahead is getting started. (Mark Twain)
Group Blog
 
<<
มกราคม 2561
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 มกราคม 2561
 
All Blogs
 

ชีวิตผู้ลี้ภัยในสวิตเซอแลนด์ไม่ง่ายเลย (2)



มาต่อตอนที่สอง ตอนนี้ก็จะกล่าวถึงพวกที่อยู่เมือง Fislisbach เมืองนี้ไม่เอาเปรียบผู้ลี้ภัยเหมือนอีกหลายๆ เมือง สองคนที่รู้จักก็มี อาลี เรซา และอาลี อาห์มาดี คนแรกภาษายังไม่ได้เท่าไร แต่ก็นับถือว่าพยายาม เพราะว่ารู้จักตั้งแต่ยังเขียนหนังสือไม่เป็นตัว จนปัจจุบันเขียนได้ตรงบรรทัดและตัวเล็กแล้ว ทางเมืองที่แกอยู่ส่งแกไปเรียนภาษาเยอรมันขั้นพื้นฐาน ก็คุยพอได้ แกอยากทำงานเป็นช่างทาสี ให้ไปหาบริษัทไปฝึกงานด้วย ทางองค์กรที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยก็ส่งแกไปทำงาน 2 บริษัท แต่ก็ไม่ได้ไปอีก ตอนนี้แกก็ไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากเรียนภาษาไปเรื่อยๆ และร่วมกิจกรรมกีฬากับหน่วยงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ปัจจุบันยังไม่ได้ถูกเรียกไปสัมภาษณ์เพื่อขอปรับวีซ่าแม้แต่ครั้งเดียว

สำหรับอาลี อาห์มาดี เพื่อนร่วมห้องของอีกอาลี คนนี้ภาษาดีทั้งอังกฤษและเยอรมัน และพอมีความรู้เลขบ้าง ก็มีความตั้งใจอยากจะเป็นช่างซ่อมรถจักรยาน ปีที่ผ่านมาแกก็ไปทำงานเป็นช่างซ่อมจักรยานในเมืองแถวนี้ พอเดือนตุลาคมจนสิ้นเดือนมกราคมนี้ ก็ไม่ได้ไปทำเพราะงานน้อย ถามแกว่าตกลงจะไปอีกหรือเปล่าแกก็ทำหน้าเศร้าๆ บอกว่าไม่รู้ ใจจริงแล้วแกอยากไปทำ แต่กลัวว่าเขาจะหลอกใช้งาน โดยสัญญาว่าจะให้เป็นวิชาชีพในหลักสูตรสองปี แต่ต้องให้ดูงาน 3 เดือนก่อน แกบอกว่าเนี่ยเขาจะให้ไปทำอีกเดือนกุมภาพันธ์ (ปกติเป็นช่วงที่งานร้านจักรยานจะวุ่นวาย เพราะคนเริ่มเอาจักรยานมาปัดฝุ่นซ่อมบำรุง) อาลีบอกว่าพองานเริ่มน้อย กลัวว่าเขาจะบอกว่าไม่ต้องมาแล้ว

จะว่าไปแล้วก็เป็นความรู้สึกที่น่าสงสารเพราะเหมือนกับถูกหลอกใช้งาน แต่เราก็บอกไปว่าก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆ นะ อย่างน้อยก็มีเงินใช้นิดๆ หน่อยๆ เพิ่มเติมจากเงินที่ได้จากทางเมือง เผื่อเขาไม่ได้โกหก ก็จะได้มีประกาศนียบัตรหรือวิชาชีพติดตัว สถานะวีซ่า ได้รับเรียกไปสัมภาษณ์ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่รู้ผลว่าได้วีซ่าอะไรยังไง

อีกสามคนจากเมือง Berikon คนแรกคือนาซเซีย คนนี้ยังเล่นกีฬาอยู่เป็นนักฟุตบอลของเมือง เคยแนะนำให้แกไปเป็นผู้ช่วยโคชกีฬา เพราะว่าแกชอบเล่นกีฬา แต่แกบอกว่าอยากเป็นช่างทาสี ก็ไม่รู้อะไรดลใจ อยากเป็นช่างทาสีกันจริงๆ ให้แกไปฝึกงานบริษัททาสี ก็ดีอกดีใจ แต่ว่างานไม่ค่อยมี ตอนนี้ก็เลยส่งไปทำงานเป็นผู้ช่วยในครัวที่โรงพยาบาล ก็ไม่รู้ว่าจะอยากทำงานด้านนี้หรือเปล่า จะมารายงานค่ะ สถานะวีซ่า ได้รับเรียกไปสัมภาษณ์ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่รู้ผล

อีกคนคือราคมัน คนนี้ยังทำงานสวน เรื่อยๆ พอใจกับชีวิต และไม่คิดจะทำอย่างอื่น ยังไม่เคยถูกเรียกไปสัมภาษณ์

คนที่สามในเมืองนี้ คือมุสตาฟา คนนี้แกออกจะคุณหนูหน่อยๆ เข้าใจว่าที่บ้านคงจะพอมีฐานะ แกจบวิศวคอมพิวเตอร์มา เคยเล่าไปแล้ว ตอนนี้แกยังถือวีซ่าผู้ลี้ภัยอยู่ แม้จะได้ไปสัมภาษณ์แล้วสองครั้ง ทางเราก็เสนอให้ไปเรียนหลักสูตร IT ที่ Fachhochschule เพื่อให้ได้ใบประกาศนียบัตร จะได้ทำงานได้ แกก็ยึกๆ ยักๆ ตอนแรกนึกว่าเสียดายเงินหรือไม่มีเงิน เพราะค่าเรียนประมาณ 2500 ฟรังซ์ เป็นเงินไม่น้อยสำหรับผู้ลี้ภัย แต่สำหรับสวิตเซอแลนด์ เป็นค่าเรียนที่ถูกมากเพราะเขาคิดแกพิเศษ แต่มารู้ตอนหลังว่า แกมีปัญหากับตำรวจ เรื่องของเรื่องคือแกโดนจับได้ว่าแกไปนอนค้างบ้านเพื่อนในซูริค แล้วตำรวจมาตรวจ แกได้ใบสั่งเป็นจำนวนเงิน 1000 ฟรังซ์!!!!

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความซวยจริงๆ เพราะว่าเพื่อนๆ แกไปค้างเมืองอื่นกัน ก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ นาซเซียเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าไปหาเพื่อนที่ Schwyz ราคมันไปค้างกับเพื่อนที่ Bern เพื่อนอาลีจาก Bern มา ก็ไม่เคยมีใครโดน เราเคยได้ยินมาว่าเขาห้ามออกนอกเขตคันโตน ไปเตือนเขา พวกนี้ก็ยืนยันว่าไม่เป็นไร แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ที่น่าโมโหคือ ในใบสั่งเงินจำนวน 1000 นั้น ค่าปรับทำผิดคือ 200 ฟรังซ์ และที่เหลือ 800 ฟรังซ์ คือค่า admin ตอนแรกที่ได้ยินเราก็ใจหายแทน ต่อมาก็โกรธแทน เพราะว่าพวกนี้หากินกับความเดือดร้อนของคนอื่น ตำรวจที่ซูริคจะขึ้นชื่อเรื่องรายได้จากใบสั่งจราจร เพิ่งรู้ว่าเขามีรายได้จากพวกนี้ด้วย มุสตาฟาบอกว่าให้หาทนายให้ด้วย ทนายที่ช่วยนายจ้างของมาเจ็ด ในการรับมาเจ็ดเข้าทำงานและจัดการกับเมืองที่มาเจ็ดอยู่บอกว่า เรื่องนี้ช่วยได้ยาก ตอนนี้มุสตาฟาก็ไปตกลงกับตำรวจซูริคและสัญญาจะส่งจ่ายให้เดือนละ 70 ฟรังซ์ เซ็งไปเลย

ที่เหลืออีกสองคนคือลิอาขัด ที่อยู่เมืองบาเดน คนนี้ก็เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นเรื่อยๆ แกไปร่วมกิจกรรมกับทางเมืองที่อยู่ทุกอย่างที่เขาเรียกไป เช่นไปเล่นกีฬา ไปเป็นตัวประกอบในงานแสดงของเมือง (เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีงานใหญ่ที่จัดขึ้นทุกๆ สิบปี เขาให้ไปร่วมแสดงในงานแสดงกลางแจ้ง แกก็ไป) ไปช่วยขายอาหารในงาน แต่สิ่งที่ได้รับคือภาษาดีขึ้นมากและรู้จักคนมากมาย แกก็มาสะกิดๆ บอกว่าอยากไปทำงานเป็นช่างทาสี (อีกคนละ) ก็ไปทำงานเป็นช่างทาสี ต่อมา มาสะกิดๆ จะไปทำงานก่อสร้าง สามีก็ไปหาบริษัทให้เป็นช่างปูน แกไปทำได้ 2 สัปดาห์ เขาเห็นหน่วยก้านดี มีใจดีต่อเพื่อนร่วมงาน ก็รับไว้เป็นนักเรียน หลักสูตร 2 ปี โชคดีไป

คนสุดท้ายคือโยมะคาน คนนี้ถูกย้ายจากเมือง Niederwil ไปอยู่เมือง Frick แกบ่นมากมาย เพราะว่าที่อยู่มีคนอยู่รวมกันประมาณ 50 คน และมีปัญหาเสียงดัง นอนไม่หลับ คนทะเลาะกัน มากมาย (แกไม่เคยอยู่แบบชั้นใต้ดิน 200 คนแบบพวกอาลี นาซเซีย ตอนแรกที่มาอยู่ เจอเข้าก็เลยบ่น) และมีทุกชาติ สามีให้ไปฝึกงานเป็นช่างทำหลังคา แกก็ไม่อยากทำ แกอยากเป็นคนทำสวน เจอครั้งหลัง พบว่าแกมีความสามารถในการวาดรูปลายเส้น ด้วยปากกาหรือดินสอ ก็มีคนติดต่อช่วยเหลือซื้อรูปจากแก ตอนนี้ไม่รู้ไปถึงไหนแล้ว แต่ข่าวล่าสุด แกได้วีซ่าชนิด F ซึ่งแกมีความมุ่งมันที่จะย้ายออกจากเมืองที่อยู่ปัจจุบันมาอยู่เมืองบาเดน อย่างชนิดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าเมืองแถวนี้จะค่อนข้างทำมาหากินคล่องกว่า และสามารถเรียนภาษาเยอรมันได้อย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครส่งแกไปเรียนภาษาหรือได้เข้าเรียนภาษาเป็นเรื่องเป็นราว

รูปอาลี ลิอาขัดกับเพื่อนๆ ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกัน ที่เล่นกีฬา


รูปลิอาขัด ที่แต่งหน้าแล้ว เข้าร่วมแสดงในงานของเมืองเมื่อเดือนสิงหาคม 2560





 

Create Date : 30 มกราคม 2561
0 comments
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2561 20:25:25 น.
Counter : 42 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


94025
Location :
Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ไม่มีอะไรจะบอก เพราะมีชีวิตที่เรียบเสียจนน่าเบื่อ
Friends' blogs
[Add 94025's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.