กันยายน 2563

 
 
1
2
4
5
6
8
9
10
12
13
15
16
18
19
20
22
23
25
26
27
29
30
 
 
All Blog
สงครามเชื้อมรณะ บทที่ 7 หน้า 1
“จะว่าไป ครอบครัวคุณอิฐสนิทกับคุณพ่อ การที่เราพบกัน พูดคุยกันก็เป็นตามมารยาทคนรู้จักกัน”

เธอพูดนิ่มๆ หันไปมองจอคอม แล้วเปิดงานออกมาดู



“ฮึ ผู้หญิงทุกคนก็ต้องการสามีดี รวย หล่อทั้งนั้นแหล่ะ”

เหมือนเขาพูดประชดชะตากรรมตัวเองเสียอย่างนั้นที่โดนผู้หญิงทิ้งไปกับเพื่อนตัวแสบที่หล่อและรวยกว่า


“ฉันอายุยังน้อย จะแต่งงานเมื่อไหร่ก็ได้”


“ก็ดีนี่”


“เว้นแต่ว่าเจ้าบ่าวฉันอายุมากเกินไปเท่านั้น ต้องรีบแต่งก่อนเขาจะขึ้นคานเสียก่อน”


แมงมุมตาขวางกันมามองจ้องเธอ


“การที่ฉันพาลุงมาอยู่กินด้วยแบบนี้ ลุงก็ยังหอบข้าวหอบน้ำหนีตามฉันมา ทำให้ฉันคิดว่า มันก็ดีเหมือนกันนะ ฉันก็ไม่ได้เสียอะไร แถมมีข้าวกินอีก เพราะฉะนั้น ฉันก็ต้องดูแลลุงอย่างดี”


แมงมุมเหมือนโดนเด็กน้อยหยามเรื่องนี้


เขายิ้มก่อนจะตอบกลับเธอ


“คิดอย่างนั้นได้ก็ดี งั้นก็ดูแลผมอย่างดีด้วยก็แล้วกัน ผมคิดได้แล้วล่ะ ผมไม่จำเป็นต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นให้เสียเงินหลวงแล้ว”


“ อ้อ คิดจะอยู่กับฉันไปจนแก่เลยเหรอคะ”


เห็นเด็กพูดเล่นแบบนี้ มีหรือแมงมุมจะยอม


“ก็ลองสปาร์คดูสิ จะได้รู้ว่าจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่ไหม”


อิงดาวยิ้มกับประโยคตอบกลับของอีกฝ่าย


“ไม่ลองก็ไม่รู้นะคะลุง”
 

.....................

ตอนเย็นทั้งสองกลับบ้านด้วยกัน อิงดาวเป็นคนขับรถ แมงมุมมองไปรอบด้าน ถนน ผู้คนเร่งรีบกลับบ้าน


“ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงต่อไปนะ”


“ตอนนี้บางประเทศล็อคดาวน์แล้วนะคะ”


“ประเทศเราประชาชนกลัวจนหัวหดอยู่แล้ว แต่ผู้นำ มัวแต่ชวนแอโรบิค สวดมมต์สู้โรค”

เขาพูดอารมณ์เสีย


“ฉันมีเพื่อนอยู่หลายประเทศ ตอนนี้ทางยุโรปยอดพุ่งมากจริงๆ ค่ะ พวกเขาก็มีทั้งที่แบบกลัว กับแบบไม่กลัว”


“คนเราไม่เห็นโรงศพไม่หลั่งน้ำตา”


“ลุงคะ....”


“ฮึ”


แมงมุมหันมามองอีกฝ่าย เธอมองไฟแดงแล้วหันมาสบตาเขา


“ปกติลุง ก็เป็นคนแบบนี้ใช่ไหมคะ”


แมงมุมทำหน้างงงวยกับประโยคคำถาม


“คุณถามผมแปลกๆ นี่คือปกติของผมแล้ว”


เขายืนยันตัวตน


อิงดาวยิ้ม


“คุณนั่นแหล่ะแปลก อยู่ๆ ก็มาถามคนอื่นแบบนี้ มีที่ไหน”


“ฉันเคยคิดไว้ว่าลุงน่าจะเป็นคนนิ่งๆ ขรึมๆ”


สิ่งที่เธอวาดภาพเขาไว้จากการอ่านประโยคง่ายๆ ของเขาในสมุดรุ่น


“แล้วไง?”


“แต่ลุงก็เป็นคนปากร้ายอย่างที่พี่แตนว่าจริงๆ”


“นี่ คุณ จะคิดว่าผมชอบพูดตรง แล้วเป็นคนปากร้ายหรือยังไง”


“ก็คงใช่มั้งคะ แต่ยังไงพูดตรงหรือปากร้ายก็น่ารักเหมือนกัน”

เธอยิ้มก่อนจะออกรถไปเมื่อไฟเขียว



แมงมุมนั่งตัวแข็งทือ


บ้าน่า....ยัยเด็กคนนี้ พูดแปลกๆ...เขาคิดอยู่ในใจ


ถึงเขารู้ดีว่า อิงดาว เรียบร้อยน่ารัก กิริยาการพูดจาเป็นผู้ดีกว่าเขาเยอะ แต่เขาก็ไม่ได้เห็นเธอคุยจาอ้อล้อผู้ชายหรือว่าเขายังไม่รู้จักเธอดีพอ


เธออาจจะเป็นคนชอบอ้อล้อผู้ชายก็ได้

...หรือนี่จะเป็นการจีบ...ไม่ได้แล้ว


เขาจะมาเป็นคนเสียเปรียบโดนเด็กจีบได้ยังไง เสียเชิงชายกันพอดี

แล้วทำไมอิงดาวต้องพูดจาอ่อยเขาขนาดนี้กันด้วยเล่า มีแผนร้ายอะไรหรือเปล่า ความระแวงสงสัยก็ยังแฝงตัวมาด้วย
แมงมุมกอดอกคิดทบทวน เขาต้องเป็นคนรุกสิ


....เอ ไม่สิ เราจะจีบยัยเด็กนี่จริงๆ เหรอ ดูราวกับนางฟ้า ส่วนตัวเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหมาวัด


แมงมุมเหลือบมองอิงดาวที่ตั้งใจขับรถต่อ จนถึงคอนโด
ทั้งสองเดินเข้าห้อง

อิงดาวเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ ทานกันสองคน แมงมุมนั่งดูข่าว ข่าวส่วนใหญ่ในช่วงนี้จะเป็นข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ในแต่ละประเทศ


อิงดาวยกอาหารเย็นวางบนโต๊ะ มองดูข่าวในทีวี ก่อนจะเรียกแมงมุมมาทานข้าว


แมงมุมเดินมานั่งตรงข้ามหญิงสาว ดวงตากลมโตชำเรียงมองข่าวในทีวีอย่างสนใจ


จะว่าไปแล้ว อิงดาว ถึงจะดูเป็นคุณหนู หน้าตาน่ารักสดใส แต่เธอก็ทำงานบ้านงานเรือนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

เข้าสวนหักข้าวโพดเธอก็ไปทำกับเขามาแล้ว  แล้วยังพูดคุยกับพี่สาวเขาอย่างไม่ถือตัว


มันขัดกับหน้าตาที่แลดูเหมือนเจ้าหญิงในเทพนิยายแสนหยิ่งยิ่งนัก แมงมุมเพิ่งพิศหน้าหวานที่เอาแต่ดูข่าวและสายตาเคร่งเครียด



“คุณคิดว่าคุณจะทำยังไงเพื่อให้สถานการณ์ในช่วงนี้มันผ่านไปได้”


แมงมุมเปิดหัวข้อสนทนาระหว่างมื้ออาหารเย็น


“ฉันปรึกษากับเพื่อนๆ นักเทคนิกการแพทย์จากทุกประเทศแล้ว ทุกคนต่างคิดเหมือนกันว่า เราต้องทำยาให้เร็วที่สุด”


“ยาต้านไวรัสใช่ไหม?”


“ค่ะ เฉพาะยาพื้นฐานไม่สามารถที่จะรักษาได้”


“ถ้าเป็นวัคซีน เราต้องหาแอนติบอดี้มหาศาลที่จะมาทำเลยทีเดียวนะ ถึงจะเพียงพอต่อคนป่วย”


“ค่ะ นี่คือสิ่งที่จำเป็นต้องคิด ตอนนี้ที่จีนกำลังคิดค้น แต่กว่าเราจะได้วัคซีนมา ต้องผ่านการทดลอง ต้องผ่านการตรวจวิเคราะห์ ต้องใช้เวลานาน กว่าจะถึงเวลานั้น ผู้คนจะล้มตายขนาดไหน ดูสิตอนนี้ยอดคนไทยเพิ่มวันละ 200 กว่า จาก 50 พุ่งมาเป็น 1000 อย่างรวดเร็ว ประเทศทางยุโรปติดเชื้อวันละ หมื่น สองหมื่น”


สีหน้าสลดของเธอ เหมือนจะกินข้าวไม่ลง



จะมีสักกี่คนที่จะคิดถึงเรื่องของคนอื่นตลอดเวลาแม้เวลาทำอาหารและทานข้าว เธอจะเสียสละเวลาของตัวเองมากขนาดนั้น แล้วจะได้อะไร


“ทานข้าวก่อนเถอะ แล้วเราค่อยมาคุยกันว่าจะหาช่องทางทำงานทดลองยังไง?”



“ค่ะ”

 



Create Date : 17 กันยายน 2563
Last Update : 21 กันยายน 2563 7:52:17 น.
Counter : 120 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
unitan Literature Blog ดู Blog
อ่าเรื่องนี้มีรักตต่างวัยด้วยค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 17 กันยายน 2563 เวลา:10:14:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]