tuk...tuk more than one or cannot run
<<
ตุลาคม 2562
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
30 ตุลาคม 2562

ราชบุรี ... วันนี้เรามาชมศิลปะกันถึงที่นี่



วันนี้เป็นเย็นวันที่ 4 ของทัวร์นกขมิ้น

ที่นอกจากจะไปเดินสะพานมอญที่สังขละ แล้วเรายังเดินทางกลับมายังกาญจนบุรี

ผ่านอำเภอท่าเรือ เลี้ยวเข้าบ้านโป่ง ไปอำเภอโพธาราม

เพราะลูกทัวร์ขอไปวัดขนอน


* วัดขนอน *

เป็นวัดที่อยู่ริมน้ำแม่กลอง ไม่ทราบว่าสร้างแต่เมื่อใด แต่รกร้างมาเป็นร้อยปี

ในวัดมีนก กา ลิง ค่าง บ่าง ชะนี มาก ชาวบ้านจึงเรียกว่า วัดกานอนโปราวาส

กา + นอน + โบราณ + อาวาส ... ที่อยู่โบราณมีกามานอน

พ.ศ. 2452 พระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาสต้นตามลำน้ำแม่กลอง ณ มณฑลราชบุรี

ท่านพระครูศรัทธาสุนทร (หลวงปู่กล่อม) เจ้าอาวาสวัดขนอน ในขณะนั้น

อายในหลวงท่านว่าเอาชื่อสัตว์มาตั้งชื่อวัด จึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดขนอนโปราวาส














พิพิธภัณฑ์วัดขนอน








หนังใหญ่ เป็นการแสดงที่รวมศิลปะออกมาเป็นเรื่องราว อาศัยทาง

วรรณศิลป์ - ละคร

หัตถศิลป์ - จิตรกรรม ... แกะแผ่นหนังใหญ่

นาฏศิลป์ - การฟ้อนรำ

คีตศิลป์ - ดนตรี

วาทศิลป์ - บทพูด เจรจา

กล่าวกันว่าหนังเล่นเงา มีมาแต่สมัยสุโขทัย


ในสมัยอยุทธยา ปรากฏหลักฐานใน

กฎมณเฑียรบาลเป็นหนังสือเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1901 สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)

กฎมณเฑียรบาลเป็นหนังสือเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2001 สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระมหาราชครูแต่งเรื่องสมุทรโฆษชาดกคำฉันท์ขึ้น

เพื่อเล่นหนังเพิ่มเติมจากเรื่องที่เล่นกันมาแต่ก่อน

สมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกษฐ์ มีหนังสือเรียน ปุณโณวาทคำฉันท์ ของพระมหานาค วัดท่าทราย

เล่าเรื่องการเล่นหนังใหญ่แสดงเรื่องรามเกียรติ์ ในมหรสพงานสมโภชพระพุทธบาทในตอนกลางคืน


ในสมัยรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1) ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนา

เพื่อใช้แสดงเพิ่มขึ้นจากเรื่องรามเกียรติ์



หนังใหญ่วัดขนอน








ได้มีการสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) โดยท่านพระครูศรัทธาสุนทร (หลวงปู่กล่อม)

ริเริ่มให้มีการแกะสลักตัวหนัง และสร้างหนังใหญ่ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม

จึงได้ชักชวนครูอั๋ง ช่างจาด ช่างจ๊ะ และช่างพ่วง มาร่วมกันสร้าง

ปัจจุบันมีตัวหนัง 313 ตัว นับเป็นสมบัติวัดที่ได้ร่วมรักษาสืบทอดกันมา


























และห้ามพลาด การแสดงสด














เกือบบ่ายสี่โมงเย็น

รีบชมรีบไปต่อที่วัดคงคาราม

ลูกทัวร์อยากชมกุฎิ 9 ห้องหรือพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม เลยเวลาสี่โมงเย็น ปิด

หัวหน้าทัวร์อยากไปชมจิตรกรรมฝาผนัง เลยเวลาสี่โมงเย็น เปิดอยู่





วัดคงคาราม อำเภอโพธาราม ราชบุรี








ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

มอญที่อพยพหนีพม่าเข้ามาพักที่เมืองไทรโยค เข้ามาสวามิภักดิ์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้านายเมืองมอญเมืองเมาะลำเลิง ที่เหลือชีวิตอยู่ 7 คน

ให้เป็นนายด่านป้องกันพม่า 7 เมือง เมืองไทรโยค เมืองท่าขนุน เมืองท่ากระดาน เมืองท่าตะกั่ว เมืองลุ่มสุ่ม เมืองสิงห์ และเมืองทองผาภูมิ

มอญทราบว่าญาติของตนได้เป็นเจ้าเมือง ด่านทั้ง 7 จึงได้อพยพตามเข้ามาอีก

พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระยามอญทั้ง 7

เลือกที่ทำมาหากินเอาเองโดยพระราชทานท้องตรามาให้ด้วย

พระยามอญทั้ง 7 จึงได้พาสมัครพรรคพวกล่องมาตามลำน้ำแม่กลอง

มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่หมู่บ้านวัดคงคามราม

จึงร่วมกันตั้งวัดขึ้นเรียกว่า เภี้ยโต้ (วัดทรัพย์กลาง)

ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้รับการอุปถัมภ์โดยเจ้าจอมมารดากลิ่น

และทูลเกล้าฯ ถวายให้เป็นพระอารามหลวง

ได้รับพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดคงคาราม

รอบพระอุโบสถ มีเจดีย์มอญ 7 องค์ เป็นตัวแทนของพระยามอญทั้ง 7




















จิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสกุลกรุงเทพช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 3

ได้แต่บรรยายว่ารูปอะไร งามขนาดไหนต้องชมกันเองนะคะ

เพดาน มีเทพสององค์ไม่แน่ใจว่าเป็นพระอาทิตย์กับพระจันทร์หรือเปล่า








ด้านหลังพระพุทธรูปเป็นภาพไตรภูมิ ถ่ายมาได้แค่นี้








ด้านหน้าพระประธานเป็นภาพ

ท้าววสวัตตี (ซึ่งเป็นผู้ที่ทำความดีเท่ากับความชั่ว)

จอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี (สวรรค์ที่ปรารถนาสิ่งใดก็ไม่ต้องเนรมิตขึ้นเอง แต่จะมีเทวดาองค์อื่นมาเนรมิตให้ )

กลัวว่าพระพุทธเจ้าจะสอนคนจะทำให้คนสำเร็จมรรคผลเข้าสู่พระนิพพานกันหมด ไม่เหลือวิญญาณไปขึ้นสวรรค์

จึงไปขัดขวาง

ทั้งตอนที่ออกผนวช ก็ไปห้ามม้าทรงของพระพุทธเจ้า

และตอนนี้ ที่พระพุทธองค์กำลังจะตรัสรู้

ในคืนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้

ท้าววสวัตตีได้ยกกองทัพ เข้ารบกวนโดยอ้างว่าบัลลังก์ที่พระพุทธเจ้าประทับเป็นของตน

ด้านซ้ายของพระประธาน เป็นภาพท้าววสวัตตี ... ยักษ์ตัวสีเขียว 10 กร เถือ จักร ธนู ตรี กระบอง บนหลังช้างสีดำชูหอก และไพร่พลจะมาทวงบัลลังก์

ทรงใช้นิ้วชี้ลงแผ่นดิน (เกิดเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย)

อ้างถึงคุณความดีที่พระองค์ได้ทำในอดีตชาติ มารก็พ่ายแพ้ไป

แผ่นดิน หรือ พระแม่ธรณี บีบมวยผม


ด้านขวาของพระประธานเป็นท้าววสวัตตี ... ยักษ์ตัวสีเขียวมือคู่หนึ่งพนมไหว้ มืออื่น ๆ ถือดอกบัว ... บนหลังช้างสีดำชูดอกบัว และไพร่พล ยอมพ่ายแพ้และสักการะพระพุทธเจ้า








ด้านบนสุดเป็นอดีตพระพุทธเจ้า?

ถัดลงมาเป็นพระพุทธประวัติ

บนซ้าย พระอินทร์องค์สีเขียวทูลขอให้ลงมาจุติ

ถัดลงมาพระนางสิริมหามายาทรงเหนี่ยวกิ่งสาละ ... ประสูติ

ล่างซ้ายที่ภาพไม่ชัด พระอัญญาโกณฑัญญะมาทำนายพระพุทธเจ้า

ล่างขวา พระเจ้าสุทโธทนะแรกนาเจ้าชายสิทธัตถะปลีกวิเวกจนได้ปฐมญาณ

แข่งยิงธนู

บนขวาเห็นภาพคนเกิดแก่เจ็บตาย








ทรงหนีเพื่อออกผนวช

บนขวามีเหล่าเทวดาพาเหาะมาพระอินทร์องค์สีเขียวนำมา มีท้าววสวัตตีเหาะมาพยายามทัดทาน

ถัดลงมาทรงตัดพระเมาลี

พระอินทร์นำไปไว้ยังพระธาตุเจดีย์เกษแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ บนขวาสุด

ปัญจวัคคีมาขอเห็นสาวก ล่างขวา

พระอินทร์ดีดพิณ ... ดำเนินทางสายกลาง








ซ้ายนางวิสาขาเมื่อได้บุตรชายตามที่อธิษฐานขอรุกขเทวดา

กลางบน นางจึงกวนข้าวมธุปายาส มีพระอินทร์ได้นำทิพยอาหารมาโปรยลงในกะทะ

นางเข้าไปในป่าพร้อมบ่าวเห็น พระมหาบุรุษประทับอยู่ จึงเลื่อมใสศรัทธา สำคัญว่า เป็นรุกขเทวดาจึงถวายข้าวมธุปายาส

ทรงเสียงทายลอยถาด

โสตถิยพราหมณ์ ซึ่งได้ถวายหญ้ากุสะรองโพธิบัลลังก์








หลังจากตรัสรู้ ... สัญญลักษณ์คือมีเกตุมาลา

ประทับเสวยวิมุตติสุข ... สัตตมหาสถาน

มีกวาง ... ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน








ปฐมเทศนา

วิถีชีวิตที่ใช้เรือเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ








เสด็จไปเมืองของพระเจ้าสุทโธทนะ ... เดานะคะ








ภาพนี้พระนางพิมพาสยายผมเช็ดพระบาทพระพุทธเจ้า เรียก พิมพาพิลาป

อีกภาพเป็นยมปาฏิหาริย์ เนรมิตพระรูปปางต่าง ๆเป็นคู่ บนต้นมะม่วง








ระหว่างบานหน้าต่างเป็นชาดก ... ขอเล่าแค่จุดสังเกตุของภาพนะคะ

เตมีย์ใบ้

พระเตมีย์โอรสพระเจ้ากาสิกราช เมืองพาราณาสี

เห็นพระราชบิดาตัดสินลงโทษนักโทษอย่างทารุณ จึงแกล้งทำเป็นใบ้ หูหนวก และเป็นง่อย

หมอรักษาก็ไม่หาย เอาช้างมาแกล้งขุ่ก็ไม่ไหวหวั่น

โหรทำนายว่าเป็นกาลกิณี จึงรับสั่งให้นายสุนันทะพาไปฝังเสียในป่า

ขณะกำลังขุดหลุมพระเตมีย์ก็แสดงให้นายสุนันทะเห็นว่าพระองค์มีร่างกายแข็งแรงดี

ได้ทรงสอนนายสุนันทะว่าการกระทำนี้เป็นการกระทำที่ไม่ควร

แล้วพระเตมีย์ก็ทรงไปบำเพ็ญพรตในป่า ใครมาเชิญก็ไม่กลับเมือง

ในภาพ

ล่างขวาพระเตมีย์ประทับบนตักพระบิดา ดูพระบิดาตัดสินโทษในขื่อคา

ด้านซ้ายโหรทำนายว่าเป็นกาลกิณี พระบิดาจึงให้นำไปผังทั้งเป็น

บนตรงกลางพระเตมีย์ทรงยกรถแสดงถึงทรงมีพละกำลัง ไม่ได้พิการ **

บนขวา ได้ทรงสอนนายสุนันทะ

เนกขัมมะบารมี หมายถึง บารมีในการการละเหย้าเรือนออกไปบวชเป็นพระเป็นนักบวช,








พระมหาชนก วิริยะบารมี

พระมหาชนก(ปู่) เสวยราชสมบัติในเมืองมิถิลา มีโอรสสองพระองค์ คือ อริฎฐชนก และโปลชนก

เมื่อพระมหาชนก(ปู่)สวรรคต อริฎฐชนกขึ้นครองราชย์ ก็ระแวง โปลชนกผู้เป็นอุปราชจึงจับคุมขัง

โปลชนกหนีออกไปได้จึงแต่งทัพมารบพระอริฎฐชนก

พระอริฎฐชนกแพ้สิ้นพระชนม์ พระเทวีจึงหนีเอาตัวรอด โดยพระอินทร์พาไป

ได้พราหมณ์ใจดีรับอุปการะเป็นน้องสาว และคลอดออกมาเป็นพระมหาชนก

มุมล่างซ้ายพระมหาชนก ลามารดามีพราหมณ์ที่ช่วยอุปการะ ไปค้าขาย

เมื่อรู้ว่าพระบิดาถูกลุงฆ่าจึงคิดไปค้าขายหาทุนสร้างทัพไปต่อสู้

เรือแตก ว่ายน้ำอยู่ด้วยวิริยะ นางเมกขลาช่วยพาไปยังเมืองมิถิลา **

พอดีพระโปลชนกสวรรคตแล้ว และได้พระธิดาชื่อนางสีวลีเป็นภรรยา

สุดท้ายได้แยกทางกับนางสิวลีโดยเปรียบเทียบกับ

ลูกธนูจะตรงได้ ต้องเล็งด้วยตาเดียว คนจะบำเพ็ญธรรมสำเร็จได้ต้องอยู่คนเดียว








อัมพชาดก ... อย่าลบหลู่ครูอาจารย์

อัมพ แปลว่ามะม่วง

เกี่ยวกับความกตัญญูกตเวที ความรู้จักบุญคุณของผู้มีพระคุณ

เป็นอดีตของพระเทวทัตที่เกิดเป็นพราหมณ์ ได้ไปเรียนมนต์เสกมะม่วงจากอาจารย์วรรณจัณฑาล

อาจารย์สั่งไว้ว่าถ้าใครถามว่าเรียนมาจากใครให้ตอบไปตามจรืง ไม่งั้นมนต์จะเสื่อม

พราหมณ์ก็ได้ใช้มนต์นี้หาเลี้ยงชีพ จนวันหนึ่งคนรักษาพระราชอุทยานได้ซื้อไปถวายพระเจ้ากรุงพาราณสี

ในภาพพราหมณ์เกล้ามวยแบบนักบวชถือมะม่วงกำลังเสกมะม่วง กับพระเจ้าพาราณาสี

ต่อจากนี้คือ

พระเจ้ากรุงพาราณสีติดใจจึงถามว่าเรียนมนต์มาจากไหน พราหมณ์ตอบว่าจากสำนักทิศาปาโมกข์แห่งกรุงตักศิลา

จึงเสกมะม่วงไม่ได้อีกต่อไปเพราะโกหกมนต์จึงเสื่อม จึงถูกเฆี่ยนและขับไล่ออกจากเมือง

ไปขออาจารย์สอนอีก อาจารย์ก็ไม่สอนให้

กลางภาพ เห็นคนสอยมะม่วง จึงเดาว่าเรื่องนี้








เนมิราชาดก (อธิษฐานบารมี)

พระราชาเมืองมิถิลา มีพระโอรสนามว่า เนมิกุมาร

มีพระทัยฝักใฝ่ในการบำเพ็ญทานและรักษาศีลอุโบสถ อย่างเคร่งครัด

เมื่อพระบิดาทอดพระเนตรเห็นเส้นพระเกศาหงอก จึงทรงมอบเมืองมิถิลาให้พระเนมิราช

ทรงโปรดให้สร้างโรงทานและ ทรงรักษาศีล บ้านเมืองก็ร่มเย็นเป็นสุข

พระอินทร์เชิญพระเนมิราชไปแสดงธรรมบนสวรรค์









พรหมนารถชาดก

พระเจ้าอังคติราชเป็นกษัตริย์ซึ่งทรงทศพิธราชธรรมแห่งเมืองมิถิลา

ไปหลงเชื่อคุณาชีวกกัสสปโคตร ว่าไม่มีบุญมีบาป

สัตว์คน เสมอกัน จะได้ดีได้ชั่วก็มาเอง เวียนว่ายตายเกิด 84 กัปป์ก็บริสุทธิ์เอง

พระนางรุจาราชธิดาจึงไปกราบไหว้เทวดาขอให้ปลดเปลื้องพระชนกนาถจากมิจฉาทิฏฐิ

พระพรหม ... ใครที่อยู่สวรรค์ชั้นพรหม ก็เรียกพรหมทั้งหมด ... ชื่อนารทะ จึง

แต่งกายแบบฤาษ๊ ใส่ชฏา ปักปิ่นทอง

คานหาบทอง สาแหรกทอง คณโฑแก้วประพาฬ เหาะลงมาสู่ปราสาท ดังภาพ

ต่อไปคือ

พระเจ้าอังคติราช ซักถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมา

พระพรหมนารท ตอบว่ามาจากพรหมโลก ชื่อนารทะ

พระเจ้าอังคติราชถามว่าทำไมมีฤทธิ์ยืนบนอากาศได้

พระพรหมนารท ตอบว่า ภพก่อนได้ประพฤติคุณธรรม 4 ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ทมะ จาคะ จึงไปไหนได้ตามความปรารถนา

พระเจ้าอังคติราชก็ยังไม่เชื่อเรื่องบุญ เทวดา มารดาบิดา ปรโลก ว่ามีอยู่จริง ถึงกับ

ขอยืมทรัพย์ 500 ตำลึงและจะคืนให้ 1000 ตำลึงในปรโลก

พระพรหมนารท ตอบว่า ถ้ารู้ว่ามหาบพิตรทรงมีศีล ก็จะให้มหาบพิตรทรงยืมสัก 500 ตำลึง

แต่มหาบพิตรหยาบช้า เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว จะต้องไปอยู่ในนรก

ใครจะไปได้ทรัพย์คืน เพราะคงเบี้ยวหนี้

และขู่ต่อว่า

ใครจะไปทวงทรัพย์ถ้า

ผู้ตกอยู่ในนรก ถูกฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงสุนัข รุมกัดกิน ตัวขาด กระจัดกระจาย เลือดไหลโทรม อยู่ในสถานที่ที่มีแต่ความมืดมิด

สุดท้ายพระเจ้าอังคราชก็ละมิจฉาทิฏฐิ

ภาพสำคัญ พระพรหมนาถคานหาบทอง สาแหรกทอง คณโฑแก้วประพาฬ เหาะลงมาสู่ปราสาท**








มโหสถ ปัญญาบารมี ... เรื่องนี้ยาวมาก

มีสงครามสองครั้ง

ครั้งแรกพระเจ้าจุลนียกไปตีเมืองของพระเจ้าวิเทหราชที่มโหสถช่วยให้ตีไม่ได้

ครั้งที่สองมโหสถออกอุบายลักพาพระมเหสีและพระธิดา ของพระเจ้าจุลนี








จุลปทุมชาดก

พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี

ทรงมีพระราชบุตรพระนามว่า ปทุมราชกุมาร และมีพี่น้องรวมกันเจ็ดพระองค์

พระเจ้าพรหมทัตเกรงลูก ๆ จะชิงเอาราชสมบัติ

จึงออกอุบายให้พี่น้องทั้งเจ็ดออกจากเมือง

พระประทุมราชกุมาร และน้องทั้งหกพร้อมกับพระชายาไปอยู่ป่าป่าที่กันดาร

จึงตกลงกันว่าจะสละพระชนม์ของพระชายาของตนไปทีละคน แล้วแบ่งเนื้อกัน

ถึงคราวพระชายาของพระปทุมราชกุมาร ทรงนำเนื้อในส่วนที่เก็บไว้ให้น้อง ๆ แล้วพาพระชายาหนีไปอยู่ริมน้ำ

วันหนึ่งมีโจรหนีมาพระปทุมกุมารได้ช่วยเหลือรักษาจนหายบาดเจ็บและให้อาศัยด้วย

ต่อมาพระชายาเป็นชู้กับโจร ผลักพระประทุมตกจากยอดเขา แต่พระยาเหี้ย ในรูปบนซ้าย สีขาวซีด ๆ ช่วยไว้

วันหนึ่งพระองค์ได้พบกับพระชายาและชายชู้ที่มาเฝ้ารอรับทาน

ทรงพิโรธเป็นอย่างยิ่งและคิดจะลงโทษหญิงชั่วชายชู้อย่างสาสม

แต่เมื่อคลายพิโรธลง

จึงรับสั่งให้เอาชายชู้ใส่ลงตะกร้าผูกติดกับศีรษะของหญิงชั่วชนิดมิให้ปลงลงจากศีรษะได้

แล้วจึงโปรดฯ ให้เนรเทศคนทั้งคู่ออกจากเมืองไป








ภูริทัตชาดก

พระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์ครองกรุงพาราณสี เกิดหวาดระแวงว่าโอรสจะยึดสมบัติจึงขับโอรสให้ออกจากเมือง

โอรสไปตั้งบรรณศาลา แปลว่า ที่พำนักของผู้บำเพ็ญพรตมุงด้วยใบไม้ อยู่ระหว่างแม่น้ำยมุนา , มหาสมุทร และภูเขา

มีนาคหม้ายที่ต้องการมีคู่มาพบจึงอยู่กินกัน มีลูกสองคน ชายชื่อสาครพรหมทัต เพราะเกิดริมแม่น้ำ-หญิงชื่อสมุททชาเพราะเกิดริมมหาสมุทร

พระเจ้าพรหมทัตสวรรคต โอรสกลับไปครองเมืองพาราณสี

นางนาคไม่ได้มาด้วยเพราะกลัวว่าถ้าเกิดโมโหแล้วจะทำลายล้างสิ่งที่มองอยู่เป็นจุล

ลูกสองคนไปอยู่ในเมืองก็ต้องมีสระโบกขรณีไว้ด้วยเป็นนาคต้องเล่นน้ำ

วันหนึงมีเต่าหลงเข้าไปในสระ ทำให้ลูกทั้งสองตกใจจึงถูกลงโทษให้โยนลงไปตรงน้ำวนของแม่น้ำยมุนา

เต่าตกลงไปถึงเมืองนาค กำลังจะถูกฆ่าจึงออกอุบายว่าเป็นฑูตมาพบท้าวธตรฐ เพื่อทำมิตรธรรมกับท้าวธตรฐโดยยกนางสมุททชาให้

ท้าวธตรฐส่งนาคไปรับ มีขัดกัน ขู่กันจนที่สุดก็ได้นางสมุททชามา

ทั้งสองมีบุตรชาย 4 ตน คือ สุทัสสนะ ทัตตะ สุโภคะ อริฏฐะ

วันหนึ่งทัตตะได้ตามท้าวราชวิรูปักข์ ... มหาราชของนาค ... ขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์บนสวรรค์

ได้แก้ปัญหาที่ถกกันได้ พระอินทร์จึงตั้งชื่อให้ว่า ภูริทัตต แปลว่า ผู้มีปัญญาไพศาลดุจแผ่นดิน

เมื่อได้เห็นสวรรค์ ภูริทัตตก็อยากเกิดเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์บ้าง

จึงขอพระบิดาพระมารดาขึ้นมาบำเพ็ญศีลอยู่ที่โลกมนุษย์ โดยขดรอบจอมปลวกอยู่ใกล้ต้นไทรริมแม่น้ำยมุนา

ได้ตั้งสัจจอธิษฐานว่า แม้ผู้ใดต้องการหนัง เอ็น กระดูก เลือดเนื้อของตน ก็จะยอมบริจาคให้ ขอเพียงให้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ก็พอ

วันหนึ่งมีพรานล่าเนื้อสองพ่อลูกพราหมณ์เนสาท และโสมทัตจากเมืองพาราณสี มาพบภูริทัตตจึงถามว่าเป็นใคร

ภูริทัตตะก็ตอบไปตามจริง แล้วก็เห็นว่าพ่อพราหมณ์นั้นดูโหดร้าย กลัวจะไปพาหมองูมา จึงชวนให้ไปอยู่เมืองนาคทั้งคู่

ไปอยู่ได้หนึ่งปีก็ขอกลับมายังโลกมนุษย์

ภูริทัตตะจึงให้ลูกแก้วมาด้วยเพื่อจะได้เนรมิตสิ่งต่าง ๆ จะได้ไม่แพร่งพรายเรื่องที่ภูริทัตตขึ้นมาบำเพ็ญศีล

ระหว่างทางพราหมณ์เห็นสระน่าอาบน้ำ จึงถอดเสื้อผ้าและเอาลูกแก้ววางไว้ ลูกแก้วก็จมดินไปยังบาดาล


ตัดแช๊ปไยังอีกฉาก

ครุฑตัวหนึ่งจับนาคเพื่อจะกินเป็นอาหารได้ จึงบินไปใกล้ต้นไทรที่มีฤาษีอยู่

นาคเอาหางพันต้นไทร ครุฑก็ดึงทำให้ต้นไทรถอนรากมา

เมื่อกินนาคแล้วก็เห็นต้นไทรก็จำได้ว่าเป็นที่อยู่ของฤาษี

จึงแปลงเป็นคนกลับไปดู แล้วให้มนต์อาลัมพายน์บูขาแก่ฤาษีนั้น


มีพราหมณ์หนีหนี้ออกจากเมืองไปอาศัยอยู่กับฤาษี

ปรนนิบัติวัตถาก ฤาษีจึงสอนมนต์อาลัมพายน์ให้

พราหมณ์อาลัมพายน์จึงลาฤาษี

ขณะเดินทางก็ท่องสยายมนต์ นาคสาวๆ ที่มาเล่นน้ำและเอาลูกแก้วมาด้วยได้ยินก็รีบมุดดินหนี นึกว่าครุฑมา จึงลืมลูกแก้วไว้

พราหมณ์อาลัมพายน์จึงเก็บลูกแก้วไป

พราหมณ์เนสาท และโสมทัต เห็นลูกแก้วในมือพราหมณ์ พราหมณ์เนสาทจึงขอซื้อพราหมณ์ก็ไม่ขาย

แทนที่จะไปขอลูกแก้วที่ภูริทัตตะใหม่ กลับชวนไปยังที่ภูริทัตตะถือศีล

โสมทัตผู้ลูกจึงโกรธพราหมณ์เนสาทที่เนาคุณภูริทัตต จึงลาจากไป

เมื่อถึงจอมปลวกก็ขอเอาลูกแก้วไว้เพื่อพราหมณ์จะได้จับนาคถนัดมือ

พราหมณ์อาลัมพายน์โยนให้แต่ลูกแก้วตกลงดิน และก็จมกลับไปเมืองบาดาล ... อด

พราหมณ์อาลัมพายน์จับนาคภูริทัตตะได้ดังภาพในเสมา

ต่อจากนี้คือ

จากวันนั้นพระนางสมุทชามารดาก็ฝันร้ายตลอด

ไปหาก็พบว่าพระภูริทัตตหายไป

พี่น้องทั้งสามจึงปลอมเป็นดาบสไปตามหายังเมืองมนุษย์


ส่วนพราหมณ์อาลัมพายน์เอาภูริทัตตะไปออกแสดงหาเงิน

จนวันหนึ่งนำไปแสดงต่อหน้าพระเจ้ากรุงพาราณสี สุทัสสนะตามมาเจอ

ภูริทัตตะเห็นสุทัสสนะพี่ชายก็เข้าไปซบร้องไห้

พราหมณ์อาลัมพายน์คิดว่าดาบสถูกนาคกัด ก็จะรักษา

ดาบสบอกว่าเป็นยิ่งกว่าหมองู จึงทำอันตรายท่านไม่ได้

ท่านรู้ว่านาคนี้ไม่มีพิษ และถ้าคนอื่นรู้ว่านาคไม่มีพิษ ก็คงไม่ให้ทรัพย์ต่อพราหมณ์อาลัมพายน์ต่อไป

จึงท้าพราหมณ์อาลัมพายน์ว่าจะเอาพิษลูกเขียดมาสู้

พราหมณ์อาลัมพายน์ถูกแค่ไอพิษกลายเป็นขี้เรื้อนด่าง จึงยอมปล่อยนาคราช

พระเจ้ากรุงพาราณสีคือ สาครพรหมทัต ลุงของนาคทั้งสีนั้นเอง ... จบ

ภาพสำคัญคือนาคพันจอมปลวก**








จันทกุมาร

พระเจ้าเอกราชา เชื่อปุโรหิตจะบูชายันต์ จันทกุมารพระราชบุตรองค์ใหญ่

พระอินทร์หักฉัตร เพื่อทำลายพิธี- ลองปรับแสงดูค่ะ








วิฑูรบัณฑิต

ยักษ์พอใจธิดาพญานาค จึงหาอุบายเล่นพนันได้ตัววิฑูรบัณฑิตเกาะหางม้ามา

เพื่อเอาหัวใจให้ภรรยาพญานาค








เวสสันดรชาดก

มีหลายภาพ แต่ภาพนี้สวยชัดที่สุด








เย็นนั้นเราเข้าไปพักที่ราชบุรี สมาร์ทเพลส ... เป็นกันเองดีมากค่ะ

ทางอาหารที่ร้านปีเถาะ คนเยอะ อาหารมีติดหวานนิด ๆ ค่ะ










Create Date : 30 ตุลาคม 2562
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2562 20:59:49 น. 13 comments
Counter : 1036 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณตะลีกีปัส, คุณALDI, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณKavanich96, คุณโอพีย์, คุณkatoy, คุณnonnoiGiwGiw, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณSweet_pills, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณวลีลักษณา, คุณที่เห็นและเป็นมา


 
ชอบดูจิตรกรรมฝาผนังมากๆค่ะเวลาเข้าวัด


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 30 ตุลาคม 2562 เวลา:18:19:26 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ภาพเขียนชาดกสวยค่ะ เพิ่มเติมด้วยความรู้เต็มเปี่ยม
ตอนเป็นเด็กนักเรียน ครูให้ท่องทศชาติ
เป็นตัวย่อว่า เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว ก็ต้องได่แต่แบบนี้ พอถามว่าแล้วแล้วเต็มๆเรียกว่าอะไร...ก็ต้องมานั่งนึกกันอีก...ตกลง จำไม่ได้ค่ะ ได้อันสุดท้ายอันเดียวคือ เวชสันดร


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 30 ตุลาคม 2562 เวลา:20:23:20 น.  

 
ดูยังไงก็ไม่เข้าใจ...นอกจากผู้มีความรู้เป็นทุนเดิม แบบท่านประธาน
แต่ก็จะพยายามดูเรื่องราว ในจิตกรรมฝาผนังเหล่านี้ต่อไปครับ
สักวันอาจจะชอบครับ


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 30 ตุลาคม 2562 เวลา:20:51:32 น.  

 
หนังแกะสลักสวยงามมากค่ะ


โดย: ALDI วันที่: 30 ตุลาคม 2562 เวลา:21:00:22 น.  

 
เรียกได้ว่ามาที่นี่ก็เป็นการตามรอยพระพุทธเจ้าหลวงได้เหมือนกันนะ

ถ้าไม่มีความรู้หรือศึกษามาก่อนบ้าง บางทีไปแล้วเราก็จับไม่ถูกเหมือนกันนะว่าจุดไหนสำคัญ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 31 ตุลาคม 2562 เวลา:0:40:03 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 31 ตุลาคม 2562 เวลา:3:36:52 น.  

 
ภาพฝาผนังสมัยก่อนนี่สวยมากกกก
มีเรื่องราว และฝีมือละเอียดยิบ เสียดายที่บางส่วนเลือนหายไปตามกาลเวลาค่ะ

ปล เมนูยำม่อนน่าสนใจเอาไปลอกเลียบแบบมั๊กกก


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 31 ตุลาคม 2562 เวลา:14:50:28 น.  

 
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ทัวร์นกขมิ้นค่ำไหนนอนนั่นซินะคะพี่ตุ๊ก



โดย: หอมกร วันที่: 1 พฤศจิกายน 2562 เวลา:8:34:13 น.  

 
ที่วัดคงคามีกุฎิไม้สัก เป็นหมู่เรือนไทยใหญ่มาก ทางวัดให้เข้าชมได้ฟรีครับ

ถ้าแวะบ้านโป่งแนะนำร้าน ลลนาคิชเช่น นะครับ เป็นร้านของคุณลลนา สุลาวัลย์ เธอทำครัวเองทุกจานครับ อร่อยมากด้วย


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 1 พฤศจิกายน 2562 เวลา:13:20:13 น.  

 
จิตรกรรมบนฝาผนัง สวยงามมากเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 1 พฤศจิกายน 2562 เวลา:13:49:44 น.  

 
วัดเก่าแก่ ภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงามมาก
ขอบคุณพี่ตุ๊กที่พาชมนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 1 พฤศจิกายน 2562 เวลา:23:39:06 น.  

 
ภาพวาดฝาผนังงดงามมากมายค่ะ

ไปเที่ยวให้สบายนะคะ

มาเฝ้าบ้านให้ค่ะ


โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 2 พฤศจิกายน 2562 เวลา:12:23:48 น.  

 
ได้คำใหม่ "หนังเล่นเงา" หนังตลุงก็คือหนังเล่นเงา

ภาพวาดฝาผนังวัดนี้สวยนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา:16:52:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 141 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


สวนสัตว์กับทะเลใส


Just Once - James Ingram ... ความหมาย


ข้ามไปภาคตะวันออก


เขาวัง เมืองเพชรบุรี



ราชบุรี - แม่กลอง แวะ แวะ



When You Came Into My Life - Scorpions ... ความหมาย


ราชบุรี ... วันนี้เรามาชมศิลปะกันถึงที่นี่


ภาพถ่ายในอดีต ... กาดหลวง


I Wouldn't Have Missed It for the World - Ronnie Milsap ... ความหมาย


กาญจนบุรี ... วันที่เดินทางไกลมาก










ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]