>>> เมื่อมนุษย์คอมพิวเตอร์อย่างเรา ค้นพบสิ่งที่แก้อาการปวดตา >>>

เมื่อเราต้องเรียนหนังสือและคร่ำเคร่งอยู่หน้าจอคอมพิวเเตอร์ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน การเรียนโทที่ประเทศอังกฤษเป็นการเรียนที่เน้นต้องศึกษาด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ วิชาแต่ละวิชา ในหลักสูตรจะบอกไว้เลยว่า เป็น seminar ซะ 24 ชั่วโมง (ก็เข้าเรียนในห้อง อาทิตย์ละ 2 ชั่วโมง เทอมนึงก็ 12 ครั้งหรือประมาณ 12 weeks นั่นเอง) ที่เหลืออีก 126 ชั่วโมง เค้าก็บอกว่าเป็น Self study เอง   การเรียนที่นี่เน้นทำรายงานอย่างน้อยๆ ก็ 5,000 คำ จะกี่ report ก็ว่ากันไป  เลยกลายเป็นว่า ชีวิตวันๆ นึงก็ต้องนั่งอ่าน articles , journals (อ่านแล้ว ก็ใช่ว่าจะได้เป็นเนื้อเป็นหนัง เอามาเขียนได้ซะหน่อย  บางทีอ่านกันเป็น 30-40 journals ยังจนปัญญา)


ปัญหาที่ตามมาก็คือ ปวดตาอย่างมาก เนื่องจากวันๆ นึง ใช้กล้ามเนื้อตาไปในการจ้องหน้าคอม  จนกระทั่งวันนึงเห็นวิตะมินของ DHC ตัวนึงที่ชื่อ DHC Blueburry Extract ซึ่งเค้าบอกว่า เหมาะสำหรับคนบ้าคอม ใช้สายตามากๆ หรืออ่านหนังสือเยอะๆ  (ดูรูปภาพของหน้าซองก็พอจะเดาได้ Smiley)  DHC ได้บรรยายสรรพคุณไว้ว่า สารสกัดจาก Blueberry นี้จะอุดมไปด้วย Anthocyanins และสารสกัดจาก Marigold นั่นก็คือ ดอกดาวเรือง ซึ่งอุดมไปด้วย Lutein และ Carotenoids และก็ยังมีส่วนผสมของวิตะมินอื่นๆ อีกมากมาย 



หน้าตาของจริงของมัน เม็ดเท่าเมล็ดถั่วดำ



งานนี้ไม่ลองก็ไม่รู้ ในเมื่อมันปวดตาจนไม่รู้จะทำยังไงแล้วววววว Smiley......... เป็นยังงี้มาเป็นเดือนๆ แล้ว เป็นใคร ใครก็ต้องลอง.... เลยให้พี่ที่ทำงานซึ่งเค้าขายตัวนี้อยู่ส่งมาให้แบบ 60 วัน (มีทั้งหมด 120 เม็ด) ราคา 590 บาท บวกค่าส่งมาที่อังกฤษอีกประมาณ 150 บาท ไหนๆ แล้วก็เลยให้เค้าส่งวิตะมินตัวอื่นมาให้ด้วย ถ้าใครสนใจก็ฝากข้อความไว้ก็ได้นะ จะให้เบอร์ติดต่อ เค้าส่งให้นะสำหรับคนอยู่ต่างประเทศ



มาดูส่วนประกอบของซองนี้กัน




ใน 1 วัน กินวันละ 2 เม็ดหลังอาหาร    น้ำหนักรวม 620 mg  ประกอบด้วย






  • Blueberry extract powder (36% anthocyanins) 170   mg

  • Carotenoids        2     mg

  • Free lutein          0.6  mg

  • Vitamin B1          2     mg

  • Vitamin B2          0.4  mg

  • Vitamin B6          2     mg

  • Vitamin B12        40   μg

  • Shiso fruit oil      156  mg (of which α-linolenic acid 85.8mg)

  • Stabilizers (shiso fruit oil, beeswax)

  • Casing (Gelatin, glycerin)



 


          อยากแนะนำให้คนที่ปวดตาลองทานดูนะ ถ้าหายก็ถือว่า เราก็ได้อานิสงส์ด้วยจากการแนะนำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์  เพราะโดยส่วนตัว เรารู้สึกว่าอาการปวดตามันดีขึ้นมากเลยนะ ภายใน 3 วันแรกเลย  เราก็ไม่รู้ว่าเราอุปทานรึป่าว แต่พฤติกรรมในการอ่านหนังสือเล่นคอมเราก็เป็นปกติเหมือนทุกวัน คือ นอนตี 3 ตื่น 10 โมง นั่งหน้าคอมตลอด  ก็ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมแต่อย่างใด  ตอนนี้ เราก็ไม่ปวดตาแล้วเพราะกินทุกวัน ถ้าไม่แน่ใจ เราแนะนำให้ลองซื้อแบบ 20 วันมาลองดูก่อนก็ได้












 

Create Date : 31 สิงหาคม 2552    
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 17:58:56 น.
Counter : 546 Pageviews.  

สุดยอดครีมยกกระชับและลดไขมันที่หน้าและคาง2 ชั้นพร้อมวิธีการนวด>>>>Clarins Coutour Facial Lift

ความสวยนี่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิงเราทีเดียว เมื่ออายุมากขึ้น เราเริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของใบหน้า คือรู้สึกว่า หน้ามันบานๆ ขึ้น แก้มก็ดูหย่อนๆ ยังไงไม่รู้  คาง 2 ชั้นก็มีหน้าตาเฉยเลย เอารูปเมื่อ 5 ปีที่แล้วมาดูเทียบกับตอนนี้เลยเข้าใจว่า หน้าอืดๆ บานๆ มันเป็นยังไง  ส่วนตัวเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่าย สิวกระจาย การเลือกผลิตภัณฑ์อะไรมาใช้กับหน้าเนี่ย ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากหน้าจะแย่แล้ว ตังค์ในกระเป๋าก็แฟบ ระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาไม่เคยใช้อะไรบำรุงหน้าเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าหน้ามีแต่สิวเต็มไปหมด เลยท้อแท้ไม่คิดอยากจะใช้อะไรบำรุงหน้า เพราะกล้วอุดตัน ผลิตภัณฑ์ของ Clarins เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากธรรมชาติ เราลองใช้ดูแล้วไม่แพ้ ก็เลยติดใจ จนเดี๋ยวนี้กลายเป็นคนที่เริ่มคิดอยากสวยขึ้นมา ก็เลยตกเป็นทาสของยี่ห้อนี่ไปซะแล้ววว


Clarins Contouring Facial Lift ตัวนี้ ไม่รู้จะเรียกมันว่า เป็นครีม โลชั่น หรือเซรั่มดี แต่ในเว็บของ Clarins บอกว่าเป็น cream-gel คงกึ่งๆ ระหว่างครีมกะเจลมั๊ง 



 


ในกล่องจะมีคู่มือการนวดบอกเอาไว้ว่า จะใช้ครีมของเค้าจะต้องนวดยังไง ถึงจะเห็นผล เค้าเรียกกระบวนการของเค้าว่า "Clarins Manual AutoLifting Method" ซึ่งเป็นวิธีการนวดที่สถาบัน Clarins คิดค้นขึ้นมา เห็นตอนแรกก็แอบเซ็งว่า "ไม่นวดได้มั๊ยเนี่ย ทาไปเฉยๆ ได้ป่าว ไม่ชอบอะไรที่มันยุ่งยาก"  แต่พอลองทำไป มันก็ง่ายดีแฮ่ะ  แก้เครียดดีด้วย โดยเฉพาะเวลาอ่านหนังสือ เล่นคอมนานๆ แล้วปวดหัว 



มาดูขั้นตอนการนวดและวิธีการนวดกัน


ทาครีมให้ทั่วหน้าและคางก่อน  (ในขวดเขียนว่าให้ใช้ตอนกลางคืน ใช้ตัวนี้ลงก่อนครีมหรือโลชั่นที่เราใช้อยู่ปกติ) ปริมาณก็ขึ้นกับความบานของหน้าและคาง 2 ชั้น แต่ละคน  Smiley รวมทั้งกำลังทรัพย์ในกระเป๋าด้วย  Smiley) เราทรัพย์น้อย  ก็เลยใช้แบบไม่เยอะมาก ประมาณ 2-3 เมล็ดถั่วเขียว  (เน้นใช้แรงงานตัวเองนวดเป็นหล้ก)  แต่พูดถึงก็คุ้มนะ ใช้มา 3-4 เดือนแล้วยังไม่หมดเลย ขนาดใช้ทุกคืนนะ


นั่งเอาข้อศอกวางบนเข่า  เอาหัวก้มลงมาในท่าที่สบายๆ ให้น้ำหนักทั้งหมดลงมาที่ฝ่ามือ


เริ่มขั้นตอนที่ 1



ขั้นตอนที่ 1  เราเรียกมันว่า ท่า "เซ็งจิต คิดไม่ตก"   







เอาตรงอุ้งมือ เค้าเรียกอะไรอ่ะ ตรงที่มันนูนๆ (บริเวณใกล้ๆ ข้อมือ) กดตรงหน้าผากทิ้งไว้ แล้วนับไป 5-10 วินาที  


(แต่เราแอบเลื่อนไปจนถึงขมับเลย เพราะแก้ปวดหัวดี เวลาอ่านหนังสือเยอะๆ   อีกอย่าง หน้าผากเราเป็นเส้นริ้วๆ เลย สงสัยชอบขมวดคิ้ว  ก็เลยคิดว่า น่าจะช่วยให้เส้นริ้วๆ ที่หน้าผากหายไปได้



     ประโยชน์ของท่านี้  ช่วยลดเเส้นริ้วๆ ที่หน้าผาก






ขั้นตอนที่ 2  ท่า "น้ำตาตกใน"







เลื่อนสันมือมาใต้ตา  กดไว้ประมาณ 5-10 วินาที   


(แต่เราแอบเพิ่มท่าโดยเลื่อนจากหัวตาไปหางตา  เพราะมันสบายตาดี เวลาอ่านหนังสือเยอะๆ)


ประโยชน์ของท่านี้  ช่วยลดใต้ตาที่บวมหรือดำ และช่วยลดความเครียด 







ขั้นตอนที่ 3  ท่า "ปิดหน้าสะอื้น"







เลื่อนมือมาตรงบริเวณแก้ม กดแล้วพยายามยกแก้มขึ้น ทำท่านี้ประมาณ 10-15 วินาที

ประโยชน์ของท่านี้  ช่วยลดการบวมน้ำ ท่านี้ Clarins บอกว่า ท่านี้สำคัญมากสำหรับคนที่มีหน้าบวมๆ

 

ขั้นตอนที่ 4  ท่า "สลายคางหมู 2 ชั้น"







เลื่อนมือไปไว้ใต้คาง กดทิ้งไว้ ประมาณ 10-15 วินาที


(แต่เราแอบเพิ่มท่าเอง โดยเอานิ้วโป้งนวดจากใต้คางไปทางใต้หู)










ประโยชน์ของท่านี้  ลดอาการบวมน้ำและคาง 2 ชั้น







ขั้นตอนที่ 5  ท่า "ปิดหูไม่อยากฟัง"


        เอามือไปกดบริเวณใกล้ๆ หู ทิ้งไว้ประมาณ 10 -15 วินาทีประโยชน์ของท่านี้  ช่วยเรื่องระบบน้ำเหลืองและยกกระชับหน้า













ทำให้ครบ 5 ขั้นตอนทุกครั้ง  ผลที่ได้รับคือ หน้าเล็กลง แก้มดูไม่หย่อนคล้อย  คาง 2 ชั้นเริ่มหายไป ตอนแรกไม่แน่ใจ คิดเข้าข้างตัวเอง แต่ให้คนที่ไม่เห็นเรานานๆ เช่น แม่เราเค้าไม่เห็นเรามาหลายเดือนทีเดียว เพราะเรามาเรียนที่อังกฤษ  แม่เค้านึกว่า เราไม่ยอมกินข้าว เราก็บอกว่า ไม่กินที่ไหน น้ำหนักขึ้นมาตั้งหลายโล เลยบอกแม่ไปว่า ใช้ตัวนี้  แม่สนใจใหญ่เพราะคาง 2 ชั้นของแม่ใหญ่มาก เห็นแล้วน่าหยิกมาก เดี๋ยวกลับไปจะซื้อไปฝากแม่  ส่วนเพื่อนสนิทเรามาเยี่ยมเราที่อังกฤษ ก็บอกว่า หน้าเราเล็กลง  (แอบปลื้ม Smiley   แต่สะโพกใหญ่ขึ้นเพราะวันๆ เอาแต่นั่งอ่านหนังสือกับเล่นคอมฯ เดี๋ยวคงต้องหาครีมตัวช่วยสำหรับปัญหาเรื่องนี้  Smiley)


จริงๆ ท่าพวกนี้ ก็น่าจะเอาไปใช้กับครีมตัวอื่นได้นะ ไม่จำเป็นต้องเป็นของ Clarins  รึป่าว ไม่รู้เหมือนกัน ต้องลองดูนะ


 


มาดูส่วนผสมในครีมตัวนี้กันหน่อย


Specific facial complex (Garcinol, Caffeine, Butcher's Broom): refines and drains.
Horsetail      :   tones, smoothes and firms.
Brown Algae: moisturises and softens.
Extract of Grape, Blackberry, Scutellaria and Saxifrage:    evens the complexion.



มาดูเนื้อครีมกัน


เนื้อครีมเบามาก (น่าจะเรียกโลชั่นซะมากกว่า) กลิ่นหอมอ่อนๆ ดี



 


เมื่อเกลี่ยลงไป




 


ซึมเร็วมาก ไม่เหนอะ ไม่มัน




 


ราคา          50 ml. 39.50 ปอนด์  


ความคุ้มค่า    เราถือว่า โอเคสำหรับเรานะ  เพราะเราใช้มา 3 เดือนกว่าแล้วยังไม่หมดเลย  ขอหน้าเล็ก คาง 2 ชั้นหาย ก็ดีใจสุดแล้วววว













Free TextEditor




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2552    
Last Update : 20 สิงหาคม 2552 16:46:38 น.
Counter : 15885 Pageviews.  

Serum กระชับรูขุมขนบนใบหน้า สุดยอดในดวงใจ

คนไทยส่วนใหญ่จะมีรูขุมขนที่ใบหน้าค่อนข้างใหญ่เพราะสภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อน เห็นเพื่อนๆ ที่มาจากชาติอื่นที่สภาพภูมิอากาศบ้านเค้าค่อนข้างหนาว ผิวหน้าเค้าละเอียดมากเลย เห็นแล้วเป็นที่อิจฉายิ่งนัก  ข้อดีของการมีรูขุมขนที่เล็กลง มันก็จะทำให้หน้าเรามันน้อยลง จะได้ไม่ดูหน้าเหมือนน้ำมันทอดไข่ เวลาแต่งหน้าก็ไม่ต้องโบ๊ะหรือฉาบอะไรเพื่อปกปิดรูหนังหน้าเรามากนะ Smiley


สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องกระชับรูขุมขนที่เคยใช้ มีด้วยกัน 2 ตัวค่ะ


Estée Lauder 'Idealist' Pore Minimizing Skin Refinisher



มาดูส่วนผสมของเซรั่มนี้กัน (อันนี้แปลมาจากเว็บของ Estee  นะจ๊ะ)


Chestnut Extract (เกาล้ดนั่นเอง)
ปกป้องจากความแห้งกร้าน, หม่นหมอง ไม่สดใส


3X more Glucosamine
 เพิ่มปริมาณ Glucosamine เป็น 3 เท่าจากสูตรเดิม ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายหรือเสื่อมสภาพให้หลุดออก และช่วยเร่งการสร้างผิวใหม่ให้มีความกระชับ


Mulberry and Scutellaria Extracts
ช่วยทำให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใส และลดเลือนจุดด่างดำ


มาดูเนื้อของเซรั่มนี้กัน


เนื้อเซรั่ม สีออกขาวๆ ขุ่นๆ ไปทางเหลือง


(กลิ่นเหมือน A Perfect World ของ Origin เลย ถ้านึกไม่ออก ก็เหมือนกับกลิ่นส้มอ่อนๆ)




ซึมและแห้งให้ความรู้สึกเหมือนมีแป้งบางๆ มาฉาบหน้า



ใช้มาขวดที่สองแล้ว ถือว่าโอเคนะ รูขุมขนที่หน้าเล็กลง แต่จะให้เนรมิตแบบรูหนังหน้าใหญ่แล้วกลายเป็นหน้าเนียน อันนี้ไม่คงไม่ใช่ 


ราคา  30 ml.   36 ปอนด์


         50 ml.    49 ปอนด์ 


ตัวที่สอง


Clarins Pore Minimizing Serum



มาดูส่วนผสมของเซรั่มนี้กัน (แปลมาจากเว็บของ Clarins )


Hibiscus extract and Salicylic acid: ป้องกันการเกิดสิวอุดตัน

Ultra-fine powders : ผงแป้งอนูละเอียด ดูดซับความมันส่วนเกิน

White Dead Nettle and Soft Wheat proteins : กระชับรูขุมขน

Chrysin : ช่วยลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า

Alpine Willow Herb, Zinc and Vitamin B6: ปรับความละเอียดของพื้นผิวบนใบหน้าและทำให้หน้าไม่มัน

Glistin : เป็นกรดอะมิโนที่อยู่ในรูปของ dipeptide ที่ปกป้องเส้นใยปลายประสาทของผิวหนัง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของร่างกายในการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน


มาดูเนื้อของเซรั่มนี้กัน


เนื้อเซรั่ม ค่อนข้างใสกว่า Estee สีออกเขียวๆ  กลิ่นหอมอ่อนๆ



 


 



ซึมและแห้งเร็วดีทีเดียว




ราคา  30 ml.  19.50  ปอนด์


อันนี้ก็ใช้มาขวดที่สองแล้วเช่นกัน  คำถามคือ ถ้าหมดจะซื้ออันไหนต่อเป็นขวดที่ 3 ?  คำตอบคือ จะซื้อ Clarins ต่อ เพราะว่า รู้สึกว่ามันไม่แรงกับหน้า เนื่องจากเป็นคนไม่ชอบใช้กันแดดที่หน้า บางทีถ้าทา estee แล้วไปโดนแดด มันจะรู้สึกเหมือนคันๆ ยิบๆ ยังไงไม่รู้ ในด้านราคา Clarins ถูกกว่าเยอะ แล้วดูส่วนผสมแล้วมันเหมาะกับใบหน้าอันมันเยิ้มและสิวกระจายของเรามากกว่า เพราะว่ามันช่วยดูดซับความมัน


 










 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552    
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 20:04:12 น.
Counter : 5034 Pageviews.  

Clarins Hand and Nail Treatment Cream >>>สุดยอดครีมทามือในดวงใจ


เป็นผลิตภัณฑ์จาก clarins ชิ้นแรกที่เคยได้ใช้ โดยมีผู้ใจดีที่ทำงานซื้อให้ตอนกลับจากประชุมที่เมืองนอก Smiley   บอกตามตรงว่าไม่เคยคิดจะใช้สินค้าจากแบรนด์นี้มาก่อน เพราะมีความรู้สึกว่า positioning ของแบรนด์นี้ น่าจะเป็นสำหรับคนทำงานวัย 30 ปลายๆ หรือไม่ก็รุ่นคุณแม่ไปเลย 


ปกติเกลียดโลชั่นทามือมาก เพราะใช้แล้วมันรู้สึกเหนอะ ๆ รำคาญ ๆ แต่เป็นคนที่มือแห้ง แตกเป็นขุย บางทีก็เลือดซิบๆ เป็นยังงี้มาตั้งแต่เด็ก ต้องไปหาหมอโรคผิวหนังเรื่องมือแตก เท้าแตก อักเสบเป็นประจำตั้งแต่จำความได้  สมัยเด็กๆ ร้องไห้ประจำเพราะรู้สึกรำคาญเพราะการอักเสบของมือและเท้านี่แหละ


ความรู้สึกที่ทา มันจะรู้สึกซึมเข้าไปในมือ แล้วทิ้งความรู้สึกเหมือนเราเอาแป้งมาทามือ คือ  มันไม่เหนอะ สบายมือดีแท้  กลายเป็นว่า ไม่สามารถจะไปใช้ครีมทามือยี่ห้ออื่นได้ เนื่องจากมันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนใช้ตัวนี้




มาดูส่วนผสมของครีมนี้กัน (อันนี้แปลมาจากเว็บของ Clarins นะจ๊ะ)


Sesame Oil extracts: สารสกัดจากน้ำมันงา ให้ความชุ่มชื้นและช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ


Shea Butter           : ปกป้องและฟื้นฟู protect and revitalise.

Japanese Mulberry extract: ช่วยลดเรื่องจุดด่างดำ

Condurango Bark extract


Myrrh extract        :  เพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บ


มาดูเนื้อครีมกันดีก่า




ใช้ไม่ต้องเยอะ เกลี่ยง่าย ทั่วมือ ไม่เปลืองดี




ไม่ทิ้งความหนา ความเนอะ ความเงามัน ให้รำคาญใจ แถมกลิ่นหอมๆ ให้อีกต่างหาก




ขนาด  100 ml.


ราคา   ซื้อที่อังกฤษ  16.50  ปอนด์  ( ราคาอเมริกา $ 30)   ไม่รู้เมืองไทยขายเท่าไร












 

Create Date : 18 สิงหาคม 2552    
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 20:04:42 น.
Counter : 2083 Pageviews.  

 
 

trendymeplease
Location :
- United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add trendymeplease's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com