Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตามสุดฟ้า ล่าสุดรัก ตอนที่3. ผู้ชายคัพเอ



3

จากสภาวะตึงเครียดที่ได้รับมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงบวกกับร่างกายที่อ่อนเหนื่อยล้า คริสต์คิดว่าหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จสวมชุดนอนเนื้อผ้าเบาสบาย แล้วคลานขึ้นเตียงนุ่ม ๆในความเงียบที่เย็นฉ่ำด้วยแอร์คอนนิชั่น เธอจะหลับยาวไปจนถึงเช้าแต่กลับไปเป็นไปตามที่คาดหวัง เมื่อใจมันพะวงอยู่กับคนในห้องรับแขกก็ควรจะแก้ไขให้ตรงจุด

“ออกไปดูอีกรอบก็แล้วกัน”

หญิงสาวลุกจากเตียงเดินมาเปิดตู้เย็นรินน้ำใส่แก้ว ก่อนจะถือมายังพื้นที่ที่กั้นด้วยบาร์เครื่องดื่มเป็นห้องรับแขก อย่างน้อยน้ำในแก้วคงรักษาหน้าอันบอบบางของเธอได้หากเขาตื่นขึ้นมาทำสีหน้าสงสัย แต่คนที่นอนยาวอยู่บนโซฟา หลับตานิ่งแผนแก้ตัวว่าออกมาดื่มน้ำเพราะหิวจึงถูกพับเก็บโดยปริยาย...คริสต์ขยับเข้าไปใกล้คนป่วยนึกอยากชมโฉมพ่อมาเฟียสุดหล่อให้ชัด ๆ ซะหน่อย

“ตอนหลับก็ยังดูดีนะ...จมูกก็สวยใบหน้าเรียว คิ้วเข้มเชียวแต่จะขมวดอะไรขนาดนั้น หรือว่าฝันร้าย” ตาคมกวาดมองไปทั่วใบหน้าเห็นเหงื่อซึมบนหน้าผาก ดูจะผิดปกติสำหรับอากาศยามดึกที่ไม่ได้ร้อนอะไรนัก

นี่อย่าบอกจะว่าไข้ขึ้น...

“นี่ฉันต้องมาปรนนิบัตินายอีกรอบหรือนี่...เฮ้อ...”คริสต์ถอนหายใจอย่างระอา ทว่าเธอก็ยังจัดเตรียมชามใส่น้ำทั้งผ้าขนหนูผืนเล็กมาพร้อม

ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนป่วยเสียเลือดที่ภูมิต้านทานร่างกายจะลดลงจนก่อให้เกิดไข้...การเช็ดตัวถูกสั่งสอนกันมาว่าลดไข้ได้ดีพอๆ กับกินยา แต่สำหรับคริสต์แล้ว เธอใช้สองวิธีควบคู่กัน อย่างน้อยมันก็น่าจะช่วยให้ไข้ลดได้เร็วขึ้นเพราะเธอไม่รู้ว่าเขาเสียเลือดมากน้อยแค่ไหน อยู่ในระดับอันตรายต่อชีวิตหรือไม่

“กินยาหน่อยนะไข้จะได้ลด”

ศีรษะถูกพยุงขึ้นสูงเพื่อป้อนเม็ดยาเข้าปากตามด้วยน้ำที่ครั้งแรกคริสต์ตั้งใจจะดื่มเอง...คนป่วยทำตามอย่างว่าง่ายทั้งๆที่ตายังปิดสนิท เธอจึงไม่อาจตัดสินได้ว่าเขายังมีสติครบหรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับเรื่องที่เธอจะได้ลวนลามเขาด้วยสายตาอีกรอบแบบใกล้ชิดซะยิ่งกว่าเดิม

คริสต์วางผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดไว้ที่หน้าผากคนป่วยแล้วใช้อีกผืนเช็ดไปตามลำคอลงมาที่อกเปล่าเปลือยสายตาของเธอเหมือนจะกลายเป็นมือซุกซนที่ลูบไล้ไปทั่ว...

อกหนาเชียวพ่อเจ้าปะคุณรุนช่องเอ๊ย...ขนาดพอๆ กันเลยมั้ง... คิดแล้วก็ก้มมองคัพบีของตัวเอง ไม่หรอกก็แค่คัพเอล่ะน่า...กว่าจะเช็ดตัวให้เขาเสร็จงานนี้เลือดคงออกหมดตัว คิดพลางใช้นิ้วป้ายใต้จมูก ดูเหมือนกิริยานี้ของเธอจะเป็นตัวบอกถึงอารมณ์หื่นที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในตัวได้เป็นอย่างดี

เสียงฝีเท้าเจ้าของกลิ่นหอมเย้ายวนผละจากไปจนลับหายหลังเสร็จภารกิจปฐมพยาบาลรอบสองนภจรค่อยลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวขึ้นแล้วเขาก็ต้องหลับตาลงใหม่เมื่อเห็นเธอเดินกลับมาอีกครั้งพร้อมผ้าห่มขนหนูเธอใช้ผ้าคลุมร่างเขาจนมิดคอ แม้ไม่เห็นกิริยาของเธอแต่เสียงหายใจเร็วกว่าปกติของเธอนั้นเขาได้ยินชัดเจนนภจรเดาว่าเธอคงจะเหนื่อยที่ต้องมาดูแลคนแปลกหน้าอย่างเขาซึ่งนั่นคือการเดาที่ผิดถนัด...

พอพ้นร่างบางนั้นไปอีกรอบนภจรค่อย ๆ ลุกจากที่ขยับไปยังโทรศัพท์บ้านกดหมายเลขที่เขาท่องจำเอาไว้จนขึ้นใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ทางหน่วยงานส่งให้จำเป็นต้องขอใช้เครื่องนี้ชั่วคราวเพราะโทรศัพท์ของเขาหล่นหายไปในระหว่างถูกตามล่า นภจรไม่กังวลหากคนร้ายพวกนั้นจะเก็บโทรศัพท์เครื่องนั้นได้เพราะถึงได้ไปพวกมันคงไม่ได้ข้อมูลอะไรเพราะโทรศัพท์เครื่องนั้นจะถูกรีเซ็ตเครื่องตั้งค่าใหม่ทุกวัน

“สวัสดีครับท่านผู้การฯ”นภจรเอ่ยทักทายด้วยความเคารพ

“เฮ้ย...ติดต่อกลับมาซะที”เสียงปลายเอ่ยอย่างโล่งอก

“สายข่าวของเราถูกเก็บแล้วครับ...ผมบาดเจ็บนิดหน่อย”นภจรรายงาน

“แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน...ผมจะให้ทีมไปรับ”

“ที่ที่ปลอดภัยครับ...แต่ผมว่าจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ซักพักให้พวกมันตายใจว่าผมหายสาบสูญ จะได้จับหนอนบ่อนไส้ได้โดยที่มันไม่รู้ตัว”นภจรเอ่ยถึงแผนที่เขาคิดออกมาได้

“คุณแน่ใจเหลือว่าในหน่วยงานของเรามีหนอนบ่อนไส้...พวกมันต้องการอะไรกับหน่วยงานของกองทัพอากาศ”

“เรื่องไส้ศึกผมมั่นใจเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ถ้าไม่มีพวกมันคงไม่รู้การเคลื่อนไหวของผม และตามมาดักฆ่าได้ถูกตัวแถมยังฆ่าปิดปากสายข่าว ส่วนเรื่องที่ว่าพวกมันต้องการอะไร อันนี้ผมเองก็ยังไม่รู้ยังไม่ได้เจอสายข่าว เขาก็ถูกกำจัดซะก่อน”

“มันก็น่าคิดอยู่เหมือนกันว่าแต่สถานที่ที่คุณซ่อนตัวปลอดภัยแค่ไหน”ปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วง

“ผมเองยังบอกอะไรไม่ได้มากแต่เท่าที่สังเกตคร่าว ๆ ก็ถือว่าดีทีเดียว” ชายหนุ่มตอบขณะกวาดตามองไปรอบ ๆบริเวณ

“คุณบอกที่อยู่มา...ผมจะให้ทางหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัย...ว่าแต่อยู่ที่นั่นไม่มีปัญหาแน่นะ”

“ผมมีวิธีแล้วครับรับรองว่าไม่เกิดปัญหาแน่นอน” นภจรเอ่ย

“เช่นนั้นผมก็วางใจ”

นภจรบอกชื่อตามนามบัตรและรายละเอียดที่พักเท่าที่เขาทราบให้ผู้บังคับบัญชารับฟังก่อนวางสาย จบไปอีกหนึ่งภารกิจย่อยของวันซึ่งยังไม่อาจคาดเดาได้ในอนาคตว่าภารกิจหลักจะดำเนินต่อไปอย่างไรและเกิดภารกิจย่อยแทรกแซงมากน้อยแค่ไหนกว่าจะเสร็จสิ้นกำจัดคนขายชาติออกจากแผ่นดินได้แต่สำหรับวันนี้ ณ เวลานี้ ขอพักเขาแรงฟื้นฟูร่างกายเสียก่อน ความคิดที่มีอยู่ในสมองตอนนี้ก็คือตราบใดที่บาดแผลยังหายไม่สนิท ตราบนั้นเขาจะไม่จากที่นี่ไปไหนโดยเด็ดขาด

ณอีกสถานที่หนึ่งในพื้นที่ชุมชนไม่ห่างไกลจากฐานทัพดอนเมืองนัก...เสียงโทรศัพท์ที่การสนทนาทำให้คนที่นอนเคียงข้างรู้สึกตัวตื่น แม้จะงัวเงียมือขยี้ตาเป็นเด็ก ๆ แต่ก็ยังมีคำถามเกิดขึ้นด้วยความห่วงใย

“เขาเรียกรวมพลอีกแล้วหรือคะ”

กรัณย์วางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะข้างเตียงก่อนจะหันมายิ้มเอ็นดูให้กับภรรยาสาวที่ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะตื่นขึ้นมาได้ หลังเหนื่อยจากการพาเพื่อนไปเที่ยวผับแหมจะกลับไม่ดึกนัก แต่นั่นไม่ใช่วิสัยที่เธอจะได้ทำบ่อย เพราะแค่สอนหนังสือก็เหนื่อยมากพอแล้ว

“เปล่าครับ...แค่ลูกน้องโทรมารายงานผลงานเท่านั้น”

“รายงานผลงานต้องรายงานกันดึกดื่นเที่ยงคืนแบบนี้กันเลยเหรอ...”

“ก็งานมันเข้ามากลางดึกนี่ครับ”กรัณย์ตอบ ทั้งหันไปสนใจจดข้อมูลที่เพิ่งได้รับลงสมุดโน้ตบนหัวเตียง

“ตรีรติ...นี่มันชื่อที่อยู่ผู้หญิงนี่...”ไอรีนทำตาเขียว มองสามีแบบหารอยพิรุธ“โกหกยาหยีอยู่หรือเปล่า หรือว่าเป็นรหัสลับที่คุณกับเพื่อน ๆใช้นัดแนะออกไปเที่ยวกลางคืนยามเมียเผลอ บอกมานะคะ”

“รหัสล้งรหัสลับอะไรกันครับเรื่องงานจริง ๆ นี่พี่ก็ไม่ได้ออกไปไหนซะหน่อย ถึงจะมีใครเรียกตัวให้ไปตอนนี้พี่ก็จะบอกว่าป่วย...” กรัณย์ยิ้มเจ้าเล่ห์

“แบบนั้นได้ด้วยเหรอ...อุ้ย...”แต่ยังไม่ทันได้คำตอบจากสามี ร่างของเธอก็ถูกอีกฝ่ายทับไว้ทั้งตัวซะ

แล้ว

“ลุกขึ้นมาคาดคั้นแบบนี้ไม่คิดจะนอนต่อแล้วเหรอ” คนถามถามกลับอย่างใจเย็น

“ไม่นงไม่นอนแล้ว...ไม่ง่วง”อีกฝ่ายตอบกลับทั้งเมินหน้าหนีเป็นสาวแสนงอน

“ไหนๆ ก็ไม่ง่วงแล้ว เรามาหาอะไรทำฆ่าเวลากันเถอะมีคนบอกว่าวิธีนี้เป็นยานอนหลับอย่างดีเชียวนะ”

“อะไรคะ”ไอรีนถามงง ๆ

คนที่จะให้คำตอบยิ้มกว้างก่อนจะโน้มศีรษะลงมายังข้างหูกระซิบบางอย่างเบา ๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับเลือดฝาดแล่นลิ่วขึ้นมาที่สองแก้มก่อนจะทุบอกกว้างของสามีทั้งยิ้มเอียงอายทว่ากลับไม่มีคำพูดห้ามปรามนอกจากสองมือที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆกระทั่งโอบรอบลำคอของอีกฝ่ายได้เป็นผลสำเร็จ

แม้จะกลับมาถึงพักอาศัยอยู่ประเทศไทยก่อนเวลาถึงหนึ่งสัปดาห์เพื่อสร้างความคุ้นชินกับเวลาที่แตกต่างกันหลายชั่วโมงแต่คริสต์ก็ยังต้องอาศัยนาฬิกาปลุกช่วยในทุกเช้าการตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อยยกเว้นเช้าวันนี้วันที่เธอเผลอต่อเวลาในการนอนอีกสิบนาที ทว่าจริง ๆแล้วมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะเมื่อรู้สึกตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยไปกว่าปกติเกือบครึ่งชั่วโมง

“ตายแล้ว...วันนี้ต้องไปรายงานตัววันแรกซะด้วย...ฉันต้องไปสายตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ...เสียภาพพจน์แย่เลยแบบนี้”บ่นพลางตวัดผ้าห่มออกให้พ้นตัวพยายามคำนวณเรียงลำดับการทำภารกิจในชีวิตประจำวันก่อนหลัง เพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่าและน้อยที่สุด

หญิงสาวเดินออกมาควานหาฮ็อทด็อกในตู้เย็นโยนใส่ไมโครเวฟก่อนจะคว้าขนมปังแผ่นในถุงใส่เครื่องปิ้งเป็นอันดับต่อไป

“ทำเผื่อผมด้วยนะชักรู้สึกหิ้วแล้ว”

เสียงทุ้มๆ ดังอยู่ด้านหลัง ทำให้คริสต์นึกออกว่าเธอไม่ได้พักอยู่ที่นี่คนเดียวแล้วตั้งแต่เมื่อคืนหญิงสาวหันไปมองเจ้าของแผ่นอกหนาที่โชว์หลาสะดุดตานั้นเขานั่งพิงโซฟายาวในท่าทางที่สบายราวกับที่นี่เป็นบ้านของเขาเอง และเธอคือนั่งแจ๋วเด็กรับใช้ส่วนตัว นี่ยังไม่ไปอีกหรือ...สายจนป่านนี้แล้ว...คริสต์อยากจะถามแบบนั้นจริง ๆ แต่เมื่อมองเห็นบาดแผล และปืนพกที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ติดโซฟานั้น เธอคงมีคำถามได้เพียงอย่างเดียว

“คุณทานเยอะมั้ย...ที่นี่มีแค่นมสดนะไม่มีกาแฟ”

“ก็ธรรมดาทั่วไปได้นมสดก็ดีครับ ไข่ดาวอีกซักฟองยิ่งแจ่ม เสียเลือดมากจนหน้ามืด ต้องบำรุงหน่อย”นภจรเอ่ย

คริสต์มองดูเขาใช้รีโหมดเปิดทีวีดูข่าว...นายคงไม่คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของนายจริงๆ หรอกนะ คริสต์ได้แต่หวังว่า เมื่อเธอรักษาเขาแล้ว ให้อาหารจนอิ่มหนำเขาจะจากไปเหมือนสัตว์ป่าที่ยังไงก็คงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเหมือนผู้คนปกติไม่ได้แน่นอน

หญิงสาวจัดอาหารให้ตามคำขอด้วยเมนูขนมปังปิ้งสองแผ่นฮ็อทด็อกสองชิ้นไข่ดาวหนึ่งฟอง พร้อมนมอีกแก้วเธอคิดจะนำอาหารไปวางไว้ให้เขารับประทานที่โซฟา แต่เขากลับเดินมาร่วมโต๊ะด้วย ทั้งๆ ที่ร่างกายบาดเจ็บ แต่ก็อย่างว่าล่ะ การหุบปากเงียบ ย่อมดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่มีอาชีพอันตรายเช่นนี้

“คุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้างหรือเปล่า...จริงๆ แล้ว เรารู้จักกัน ก็ข้ามวันมาแล้ว แถมผมยังมาพักค้างที่นี่อีกก็ถือว่าเรากลายเป็นคนคุ้นเคยกันขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ถ้าคุณสงสัยอะไร ถามมาได้เลย”นภจรบอกอย่างใจกว้าง ด้วยเหตุที่เขาไม่ค่อยจะชอบสายตาของหญิงสาวตรงหน้าที่มองเขาสักเท่าไรนักสายตาของเธอที่มองมานั้นชวนให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวายร้ายอาชญากรอันตรายที่กำลังถูกตามล่าตัวไม่ใช่นายทหารยศร้อยเอกที่กำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญเพื่อชาติยังไงยังงั้น

อย่ามาหลอกให้ถามซะให้ยากพอฉันรู้เรื่องของนายคงไม่แคล้วโดนเก็บเพราะรู้มากเกินไป...ฉันไม่หลงกลนายหรอกนะ...“ก็สงสัยว่า...คุณไม่ไปหาหมอแบบนี้ อาการทรุดลงไปจะทำยังไงวันนี้ฉันไม่ได้อยู่ห้องทั้งวันนะ ฉันต้องไปรายงานตัวเข้าทำงาน” อุตส่าห์ไม่สอดรู้สอดเห็นเรื่องของมาเฟียไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนอะไร แค่ออกไปจากชีวิตเธออย่างเงียบ ๆไม่ทิ้งปัญหาอะไรไว้เบื้องหลังก็เป็นพระคุณอย่างยิ่งแล้ว

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับผมจะจัดการเอง คุณออกไปทำงานได้ตามสบาย”

“ถ้าคุณออกไปอย่าลืมล็อกประตูให้ด้วยก็แล้วกัน”คริสต์บอกพร้อมตั้งความหวังไว้ในใจว่า หลังกลับจากศูนย์วิจัยในกองทัพอากาศเธอจะไม่เห็นเขาแม้แต่เงา ต่อให้หล่อลากดินแค่ไหน ยังไงเธอก็ไม่อยากเสี่ยง

หลังจากที่เด็กกำพร้าคนหนึ่งได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยการรับอุปถัมภ์จากครอบครัวมหาเศรษฐีชาวอเมริกันได้รับการเปลี่ยนมาเป็นคริสต์ และใช้นามสกุลของผู้มีพระคุณประหนึ่งบิดามารดาบังเกิดเกล้าแต่คริสต์ก็ไม่ต้องการที่จะลืมว่าตนเองมีที่มาเช่นไรรติจริงถูกนำมาใช้เป็นชื่อกลาง ในนาม คริสต์ รติ ริกเกอร์

เวลาเพียงไม่กี่ปีในการเรียนกระทั่งจบปริญญาเอกบ่อยครั้งที่ด็อกเตอร์คริสต์ รติ ริกเกอร์ สร้างผลงานสิ่งประดิษฐ์ส่งประกวด รวมไปถึงการคิดค้นทฤษฎีใหม่ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงจนได้รับการยกย่องในแวดวงนักฟิสิกส์ว่าเป็นอัจฉริยะที่มีอายุน้อยที่สุด เธอถูกทาบทามให้เข้าทำงานในบริษัทผลิตเครื่องจักรกลที่ใหญ่และอยู่ในการอุปถัมภ์ของรัฐบาลแม้ชีวิตใหม่จะสุขสบายขึ้น แต่นั่นก็ได้พรากอิสรภาพไปจากชีวิตของสาวห้าดี[1]อย่างเธอ แม้เป็นช่วงไม่กี่ปีแต่นั่นก็สามารถทำให้เกิดเส้นผมสีขาวแซมอยู่ในกลุ่มผมสีดำยาวสลวยจนต้องหาข้ออ้างปลีกตัวเร้นกายพักผ่อนต่อชีวิตวัยสาวให้ฉ่ำชื่นมีพลังสู้ชีวิตต่อไป

เพราะชื่อเสียงที่โด่งดังไปทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้จึงมีการติดต่อจากรัฐบาลไทยทาบทามให้ด็อกเตอร์สาวโสดเข้าร่วมงานวิจัย จากรายละเอียดที่แนบมา นี่เป็นงานวิจัยที่เป็นประโยชน์และทรงคุณค่ายิ่งนักคริสต์จึงตอบรับข้อเสนอของรัฐบาลไทยทันทีที่รับฟังและศึกษาส่วนต่าง ๆที่เกี่ยวข้องจนเข้าใจ แม้ค่าตอบแทนจะได้รับไม่ถึงครึ่งของเงินเดือนในบริษัทผลิตเครื่องจักรกลที่เธอทำงานอยู่แต่การได้มีโอกาสได้ช่วยประเทศอันเป็นแผ่นดินแม่ให้พัฒนาศักยภาพจนสามารถทัดเทียมอาณาประเทศได้มันคือปณิธานของเธอตั้งแต่ต้น และยังมีเหตุผลที่สำคัญอีกข้อ นั่นก็คือ...ที่ไหนเล่าจะสุขใจเท่าการได้กลับบ้าน...

ระหว่างการเดินทางไปยังศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศของกองทัพอากาศ เป็นช่วงเวลาแห่งอิสระของสมองที่คริสต์ปล่อยให้มันล่องลอยไปเรื่อยเปื่อยเธอไม่กลัวที่จะหลงทาง เพราะขึ้นชื่อว่ากองทัพอากาศในเขตดอนเมืองแท็กซี่คันไหนก็รู้จักและยิ่งเธอเลือกเช่าซื้อห้องชุดในย่านที่ไม่ไกลจากสถานที่ที่เธอจะต้องเข้าทำงานประจำแบบนี้แล้วระยะย่อมไม่เป็นอุปสรรคในการเดินทางแม้แต่น้อย เวลานี้ถึงจะสายไปสักหน่อยแต่คิดว่าทางศูนย์วิจัยคงจะเข้าใจดีถึงสภาพการจราจรของเมืองไทยรวมไปถึงความใหม่ของคนที่เพราะเดินทางมาจากต่างแดนได้ไม่นานย่อมไร้ความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมในเวลานี้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อนอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

คริสต์ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะเดินทางมาถึงที่หมายและเธอต้องเสียเวลาในการเดินหาอาคารที่ตั้งศูนย์วิจัยฯที่เธอได้รับเชิญให้มาร่วมทีม อากาศค่อนข้างร้อนทำให้นึกเสียใจอยู่บ้างที่เธอปฏิเสธความหวังดีของกองทัพในการจัดสรรพลขับรับส่งในช่วงทำปฏิบัติภารกิจเพราะเธอต้องการอิสระในทุกช่วงเวลาของชีวิตส่วนตัวจึงไม่ต้องการให้ใครมาวุ่นวายดูแลเป็นพิเศษ

“รู้งี้ขับรถมาเองซะก็ดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินตากแดดนานแบบนี้”หญิงสาวลูบผิวที่สัมผัสความร้อนก่อนเดินเข้าไปในตัวอาคารที่มีป้ายระบุหน่วยงานเอาไว้ชัดเจน

โต๊ะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ตั้งไว้ให้เห็นอย่างชัดเจนพร้อมพนักงานในเครื่องแบบสีกรมท่าที่น่าจะเป็นนายทหารระดับประทวนผู้ทำหน้าที่ตำแหน่งนั้น

“สวัสดีค่ะ...ดิฉันด็อกเตอร์ริกเกอร์ค่ะไม่ทราบว่าด็อกเตอร์ภาคภูมิอยู่ห้องไหนคะ”

คริสต์เอ่ยถามอย่างสุภาพเธอสบตาเจ้าหน้าที่หนุ่มฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เงยหน้าขึ้นมองเครื่องหน้าที่จัดว่าดูดีสมตำแหน่งประกอบกับเครื่องแบบที่สวมยิ่งเพิ่มความน่ามองให้กับนายทหารหนุ่มตรงหน้าขึ้นไม่น้อย ทำให้คิดไปถึงชายหนุ่มอีกคนที่กลบดานอยู่ที่ห้องชุดของเธอถ้าจะเปรียบกันกับคนนั้นแล้ว หนุ่มตรงหน้าถือได้ว่าหน้าตาธรรมดามากเทียบกันไม่ติดฝุ่นเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาติดต่อให้ใครไปรับหรือยัง

“ขอโทษครับคุณว่าคุณคือ...ด็อกเตอร์ริกเกอร์” ชายหนุ่มทำหน้าไม่เชื่อ

“ใช่ค่ะดิฉันคริสต์ ริกเตอร์ ที่ทางคณะวิจัยเชิญมาร่วมทีม”

“แต่คุณเป็นคนไทย...หน้าตาก็...ไทยๆ ”นายทหารหนุ่มมองประเมินหญิงสาวตรงหน้าด้วยดวงตาที่กวาดมองอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องเอ็กซเรย์ดูหน้าตาแล้วอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า แถมดูสวยสะดุดตา ไม่มีเค้าของเด็กเนิร์ด[2]ที่ใฝ่เรียนจนคร่ำครึแม้แต่น้อย หน้าเด็กอย่างนี้เหรอที่จะเรียบจบระดับปริญญาเอกไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

“ฉันเป็นคนไทยค่ะ...นี่บัตรประจำตัวของฉัน”คริสต์ยื่นนามบัตรให้หนุ่มตรงหน้าดู

“คริสต์รติ ริกเกอร์...ขอโทษครับกรุณารอสักครู่...” ชายหนุ่มอ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนบัตรก่อนจะส่งคืนแล้วหันไปคว้าโทรศัพท์ติดต่อรายงานผู้บังคับบัญชา

ไม่นานนักชายวัยห้าสิบต้นๆ สวมแว่นหนาเตอะสวมเสื้อกราวด์ตัวยาวที่ดูแตกต่างจากเสื้อกราวด์นายแพทย์ตามโรงพยาบาลเดินตรงมาอย่างรีบร้อนในความคิดของนายทหารหนุ่ม คนนี้สิเนิร์ดของแท้

“ด็อกเตอร์ริกเกอร์?”

พอมาถึงเขาก็เอ่ยชื่อเธอในเชิงถามเพื่อความแน่ใจว่าจะไม่ผิดตัวทั้งสายตาที่มองเธอก็ไม่ต่างจากสายตานายทหารหนุ่มเมื่อครู่นี้แม้แต่น้อยก็คงเพราะหน้าตาที่มันค้านกับชื่อที่มีอยู่ตอนนี้สงสัยต้องใช้ชื่อรติในระหว่างที่ปฏิบัติงานอยู่ที่นี่ซะแล้ว ใคร ๆจะได้ไม่มองเธออย่างคนประหลาดแบบนี้

“ค่ะ...”

“สวัสดีครับด็อกเตอร์...คุณมาได้ทันเวลาพอดีเชียวเชิญทางนี้หน่อยครับ ผมมีเรื่องให้คุณช่วยอยู่พอดีเลย”

ชายผู้มาใหม่เอ่ยทักทายแบบง่ายๆ ทั้งชักชวนให้เธอเดินตามเขาไปอย่างรีบเร่งนั่นทำให้รู้ว่าสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคงมีความสำคัญมากซะยิ่งกว่าการที่เขาจะหยุดเดินหันมาแนะนำตัวให้เธอรู้จักหรือบอกว่าเธอต้องเผชิญอะไรต่อไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าว่าแต่... มันเกิดอะไรขึ้นนะ ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้...



[1] หนุ่มสาวห้าดีได้แก่เรียนดี คิดดี ทำงานดี วินัยดี นิสัยดี เคยเป็นมาตรฐานสำหรับหนุ่มสาวระดับหัวกะทิ

[2] เด็กเนิร์ด(nurd) ตามพจนานุกรมฉบับOxford Advanced Learners ได้แปลความหมายของคำว่า เนิร์ด เอาไว้ 2รูปแบบด้วยกัน ความหมายแรกเนิร์ดคือบุคคลที่แสนจะน่าเบื่อ งี่เง่าและเชยแหลก ความหมายต่อมาคือ บุคคลที่บ้าคลั่งในคอมพิวเตอร์อย่างรุนแรง มีระดับสติปัญญาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน พูดง่าย ๆ ก็คือฉลาดกว่าคนทั่วๆไปและชอบในเรื่องที่ชาวบ้านเขาไม่สนใจกัน

.............................

ปู.ลม.: ช่วงอารมณ์มาแบบต่อเนื่อง ก็จะอัพถี่หน่อย อิอิ





Create Date : 22 มิถุนายน 2561
Last Update : 18 กันยายน 2561 4:30:34 น. 1 comments
Counter : 1114 Pageviews.

 
แล้วจะทำไงให้อารมณ์ต่อเนื่องตลอดไป


โดย: panon40 IP: 203.158.141.5 วันที่: 22 มิถุนายน 2561 เวลา:16:44:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
22 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.