Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 7







7

ริมทางเท้าใกล้สถานีรถไฟฟ้า... ปรากฏรถยนต์สุดหรูคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่เป็นเวลาค่อนข้างนาน ชายหนุ่มรูปงามที่นั่งนิ่งอยู่ภายในตรงเบาะหลังด้านคนขับกำลังอ่านหนังสือเล่มหนาฆ่าเวลา ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรสักอย่างที่ไม่ใช่การมาเพื่อไปทำธุระอะไร

“คุณชายจะทำแบบนี้จริงๆ หรือครับ...”ผู้ทำหน้าที่เป็นสารถีเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

“อืม...”น้ำเสียงตอบรับนั้นเหมือนเห็นว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป

ถวิลละสายตาจากช่องทางเข้าใช้บริการของสถานีหันมาเหลือบตามองท่าทีของเจ้านายผ่านกระจกส่องหลังแค่แว็บก่อนจะกลับไปสังเกตการณ์ประตูทางเข้าต่อ

“ไปจอดรับเธอที่หน้าอพาร์ตเมนต์ผมว่ายังไงเธอก็ไม่ปฏิเสธที่จะให้เจ้านายไปส่งถึงบริษัทนะครับ”ถวิลออกความเห็นตามความคิดของตัวเองที่รู้ดีว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนโง่พอที่จะปฏิเสธเยื่อใยของคุณชายอยู่แล้ว

“เธอไม่ไปหรอกเชื่อเถอะ...เอาแบบนี้แหละเธอจะได้รู้ว่าผมจริงใจ” ชลธิศเอ่ย สายตาละจากหน้าหนังสือชั่วคราวเหม่อมองออกมาภายนอกเพื่อพักสายตา ก่อนคิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันเมื่อบังเอิญมองเห็นบางคนเข้าพอดี

“นั่นไงเธอมาแล้วนี่ครับ” ถวิลเอ่ยทว่าเจ้านายกลับเปิดประตูลงจากรถไปเรียบร้อยแล้ว

“คุณขับรถไปที่บริษัทเลยนะไม่ต้องเป็นห่วง แล้วไม่ต้องบอกใครเรื่องนี้ด้วย”ชายหนุ่มสั่งก่อนจะรีบเดินตรงไปยังประตูทางเข้าที่เขาเพิ่งเห็นร่างบางของคนคุ้นเคยเดินผ่านเข้าไป

รถไฟเคลื่อนมาถึงสถานีในเวลาไม่นานเกินรอพอประตูเปิดผู้โดยสารต่างเร่งรีบเข้าจับจองที่นั่งที่มีน้อยกว่าจำนวนของผู้โดยสารครึ่งต่อครึ่ง...

ชลธิศก้าวผ่านประตูเข้ามาโดยไม่มีทีท่าว่ารีบเร่งเท่าไรนักสายตาเขายังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวผู้แม้มีโอกาสได้นั่งในที่ว่างเพราะเข้ามาภายในรถก่อนใครแต่เธอก็ยังใจดี ยอมสละที่นั่งให้คุณแม่ที่มีลูกสาวอายุราวห้าหกขวบได้นั่งแทน คงคิดว่าอย่างน้อยเด็กก็จะได้อาศัยนั่งตักผู้ปกครอง...เขาทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับอาโปพอประมาณและยืนอยู่ในตำแหน่งที่อีกฝ่ายคงไม่บังเอิญหันมาเห็นแน่เขาไม่ได้ต้องการจะเข้าไปแสดงตัวอยู่แล้วเขาเพียงแค่ต้องการคุ้มครองดูแลเธอให้ปลอดภัยไม่เจอเรื่องร้ายๆอย่างคืนที่ผ่านมาเท่านั้น...

น่าแปลกไม่น้อยทั้งๆที่ในโลกใบนี้มีผู้หญิงที่สวยสดงดงานระดับนางงามเข้ามาใกล้ชิด มาตีสนิททอดสะพานนับไม่ถ้วนทั้งไทยและต่างชาติต่างภาษาแต่ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนดึงดูดสายตาของเขาได้มากเท่าผู้หญิงที่สวยแบบธรรมดาๆตรงหน้านี้เลยสักคน ไม่ว่าเธอจะยิ้ม จะบึ้ง หรือจะยืนหลับน้ำลายยืดทุกอากัปกิริยาของเธอมันช่างน่ารักน่าใคร่ซะนี่กระไร...หรือนี่จะเป็นบุพเพสันนิวาส

อาโปก้าวผ่านเข้ามาในแผนกที่เธอทำงานอยู่อย่างสดใสเฉกเช่นทุกวัน...

“สวัสดีค่ะทุกคน” เธอทักทายเพื่อนร่วมงานที่มาถึงก่อนทั้งยิ้มให้เพื่อจะได้เป็นวันทำงานที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ

“มาแล้วเหรออาโป...เตรียมพร้อมหรือยัง”

เสียงไพลินดังขึ้นก่อนที่อาโปจะทันได้หันไปมองซะอีก...หญิงสาวทำหน้าเหลองงกับคำถามของหัวหน้าแผนก ด้วยลืมคิดไปถึงการประชุมเมื่อวานซะสนิท

“นี่ลืมแล้วหรือไงว่าเธอจะต้องรวบรวมงานไปส่งที่ชั้นบน”ไพลินถามซ้ำ สีหน้าแสดงความรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอย่างชัดเจน

“อ๋อค่ะ...แหะ ๆ”อาโปหัวเราะกลบเกลื่อนความขี้ลืมของตัวเอง

“นี่เป็นตารางการส่งงานเข้าตรวจสอบนะกว่าจะครบก็คงกินเวลาหลายวัน”

ไพลินยื่นแฟ้มชนิดบางมาให้อาโปรับไปเปิดดูภายในมีกระดาษบันทึกข้อความแค่แผ่นเดียวที่เป็นตารางการตรวจสอบงานของแต่ละฝ่ายตามที่เธอได้รับทราบคำสั่งก่อนหน้านี้ซึ่งในการตรวจสอบครั้งนี้ งานในส่วนที่เธอรับผิดชอบกลับอยู่ท้ายสุด...ถือว่าดีอยู่มากอย่างนี้เธอก็มีเวลาในการเตรียมตัวเตรียมเอกสารให้สมบูรณ์พร้อมรับการตรวจสอบ...แต่ว่า...

“เอ่อ...คุณไพลินคะ...อาโปขอถามอะไรหน่อยค่ะ”

“ว่ามา...”

“ทำไมอาโปต้องเป็นคนเอาเอกสารในแต่ละฝ่ายไปส่งชั้นบนคะ...แล้วถ้ากรรมการตรวจสอบพบว่ามีจุดที่สงสัยอาโปจะตอบได้เหรอคะอาโปคิดว่าให้คนของแต่ละฝ่ายนำเอกสารไปส่งด้วยตัวเองจะไม่ดีกว่าหรือคะ”

“เรื่องนั้นเธอไม่ต้องห่วง...เธอแค่เป็นคนเอาเอกสารไปส่ง...ส่งแล้วก็กลับมาทำงานต่อ...เรื่องปัญหาของเอกสารไม่ต้องไปกังวลทางเบื้องบนเขาจะติดต่อสอบถามมาที่เจ้าของงานเอง” ไพลินอธิบาย

“อ้อ...”

“อ้อแล้วก็รีบไปตามงานซะรวบรวมไปส่งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ถูกเพ่งเล็ง”

“ค่ะ”

รับทราบสิ่งที่ต้องทำแล้วอาโปก็ขอตัวไปปฏิบัติตามหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างซึ่งก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไรเลยกับการเอาเอกสารไปส่งแค่นั้น...

“หวัดดีอาโป...วันนี้มาแต่เช้าเชียว”เสียงสดใสของเพื่อนสนิทร้องทักทายมาตั้งแต่ยังอยู่ที่ประตู

“แล้วทำไมเธอมาสายล่ะไอซ์”อาโปไม่ตอบแต่ถามกลับ

“มีธุระต้องไปทำก่อนเข้าสำนักงานนิดหน่อย...จริงๆก็ว่าจะโทรมาลานะ แต่พอคิดถึงงานที่ต้องทำส่ง ก็เลยตัดสินใจกัดฟันเข้าสำนักงานมาเคลียร์งานหน่อย”

“ดีแล้ว...คิวของเธอมันอยู่ที่...”อาโปเปิดแฟ้มดูอีกรอบเพื่อความแน่ใจ“นี่ไง...อีกไม่กี่คิวก็ถึงแล้ว...ไปเลยรีบไปเคลียร์งานตัวเองเลย”

“โอเค...”แล้วไอรดาก็แยกไปยังที่โต๊ะทำงานของตัวเอง วันนี้เธอขอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างที่อาจทำให้เกิดอาการวอกแวกโดยเฉพาะในห้องกระจกแห่งนั้นที่ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านเข้าไป

อาโปเดินตรงไปยังฝ่ายบัญชีการเงินที่ถูกแจ็กพอร์ตเป็นอันดับแรก...ดูเหมือนว่าเจ้าของงานกำลังหน้ายุ่งอยู่กับเอกสารตรงหน้าทีเดียว

“เสร็จหรือยังพี่ป๊อบ”

“โอ๊ย...จะเสร็จได้ยังไง...ประชุมเมื่อวานจะเอางานวันนี้ ใครมันจะไปทำทัน”

“แล้วทำไมพี่ไม่ทำให้มันเป็นปัจจุบันล่ะจะได้ไม่ต้องมารีบมาเร่งให้อารมณ์เสียแบบนี้” จริง ๆคำถามนี้ก็ไม่ใช่คำถามที่น่าถามอะไรเลยแต่เพราะความสนิทสนมเป็นกันเองระหว่างกันทำให้อาโปไม่ได้นึกกว่าว่าอีกฝ่ายจะไม่ถูกใจ

“แล้วของแกล่ะอาโปเรียบร้อยแล้วเหรอ...” ป๊อบหันไปถามกลับ

“ก็เหลือตรวจสอบความเรียบร้อยนิดหน่อย”

“ถ้าแกพร้อมกว่าพี่...งั้นแกก็เอางานของแกไปให้เขาดูก่อนสิจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอ” ป๊อบหันไปเสนอกึ่งประชด แตในใจก็ยังเกิดความหวังว่าเพื่อนรุ่นน้องจะบ้าจี้ทำตาม

“ไม่ได้หรอกพี่ป๊อบ คิวถูกจัดมาอย่างนี้ก็แสดงว่าเบื้องบนอยากดูงานของพี่ก่อนใคร...เพราะฉะนั้นอย่ามาทำเฉไฉจัดการรวบรวมงานของพี่มาเร็ว” อาโปปฏิเสธ

“ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องรอก่อน ห้ามเร่งขอพี่ดูให้ละเอียดอีกหน่อย...ป้องกันความผิดพลาด”

“ก็ได้...งั้นอาโปไปเคลียร์งานของอาโปก่อนนะ...แล้วเสร็จแล้วก็รีบเอามาส่งอย่าช้าล่ะ”

“โอเค...พี่จะเร่งมือให้เร็วเป็นรถด่วนเลยน้อง”ป๊อบรับปากทั้งตบไหล่คนทวงงานแกมยิ้มประจบ ให้อีกฝ่ายสบายใจ

แต่เอาเข้าจริงๆ กว่าอาโปจะได้เอกสารจากฝ่ายบัญชีการเงินและเดินทางขึ้นลิฟต์มาหยุดอยู่ที่ชั้นบนสุดได้ เวลาก็ปาเข้าไปเกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว...เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าหากหอบงานไปส่งให้ผู้รับผิดชอบ เธอจะตำหนิเอาหรือเปล่า แต่จะทำยังไงได้หากล่ะจะว่าเป็นความผิดของเธอมันใช่ซะที่ไหนกันเป็นความผิดของคนที่ไม่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองต่างหาก

“เอาเอกสารมาส่งให้ตรวจสอบค่ะ”หญิงสาวบอกจุดประสงค์การมาต่อพนักงานสาวผู้กำลังง่วนอยู่กับเอกสารบางอย่างที่หน้าห้องซึ่งมีป้ายระบุว่าเป็นห้องท่านประธาน

“คุณอาโปใช่ไหมคะ”พนักงานคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาถามทั้งส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ค่ะ...นี่ค่ะเอกสาร”

อาโปตั้งท่าจะวางแฟ้มงานในอ้อมกอดนั้นลงบนโต๊ะเพราะคิดว่าการนำมาส่งถึงมือเลขานุการหน้าห้องแล้วก็เป็นอันเสร็จภาระหน้าที่

“เดี๋ยวค่ะคุณ...สักครู่นะคะ”พนักงานสาวคนนั้นห้ามไว้ก่อนที่เธอจะหันไปสนใจเครื่องรับโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อภายใน “ท่านคะ...คุณอาโปมาแล้วค่ะ...อ๋อค่ะ...ได้ค่ะ”เธอรายงานจบก็หันมายิ้มให้ผู้มาเยือนด้วยภาระงานอีกครั้ง “ท่านประธานให้คุณนำไปส่งให้ท่านด้วยตัวเอง...เชิญทางนี้ค่ะ”

“ฮะ!...เอ่อ...ค่ะ” อะไรกัน แค่ส่งแฟ้มเอกสารทำไมต้องให้เอาเข้าไปส่งด้วยตัวเอง

แม้คิดสงสัย แต่อาโปก็จำเป็นต้องเดินตามพนักงานสาวคนนั้นที่เธอคิดว่ายังไงก็คือเลขานุการหน้าห้องท่านประธานไปที่ประตูบานใหญ่โดยยังมีแฟ้มงานหอบนั้นอยู่กับอก

“เชิญค่ะ”

ประตูบานใหญ่เปิดออกกว้างเป็นช่องทางให้อาโปเดินผ่านเข้าไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับการได้มีโอกาสล่วงล้ำเข้ามาเขตหวงห้ามแห่งนี้เป็นครั้งแรกที่นี่เป็นห้องทำงานที่มีขนาดค่อนข้างกว้างดูเหมือนจะมีขนาดเกือบครึ่งหนึ่งของแผนกที่เธอทำงานอยู่

ดวงตากลมโตกวาดมองไปยังสิ่งดึงดูดสายตามากที่สุดนั่นคือผนังกระจกกรองแสงสบายตาที่หากว่าไม่มีมู่ลี่ภาพป่าไม้ปิดไว้ตลอดทั้งแผ่นคงทำให้มองเห็นทิวทัศน์งดงามภายนอกหน้าต่าง ที่มีโซฟาชุดสวยบุนวมดูนุ่มน่านั่งที่วางอยู่ชิดผนังห้องอีกด้านถูกทำเป็นชั้นหนังสือขนาดใหญ่มีหนังสือมากมายหลายชนิดวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ และด้านในสุดมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่วางอยู่แต่น่าแปลกที่เธอไม่เห็นเจ้าของที่น่าจะนั่งทำงานอยู่ที่นั่น...

“มาแล้วเหรอครับ”

เสียงทุ้มๆที่ดังพอประมาณทางด้านหลังทำเอาอาโปสะดุ้งแฟ้มงานแทบหลุดมือ เธอหันกลับไปมองช้าๆด้วยหัวใจที่กำลังเต้นระทึก

“คุณ...”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีกเมื่อเห็นหน้าผู้ชายที่กำลังยืนมองเธออยู่ด้วยแววตาแปลกๆเธอเชื่อว่าโลกมันกลม แต่ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเล็กซะจนทำให้เธอต้องมาเจออีกอย่างชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ชลธิศสาวเท้าเข้าไปใกล้บุคคลที่เขากำลังรอเธออยู่อย่างใจจดจ่อจนแทบไม่มีกะใจจะทำอะไร“เอาแฟ้มพวกนั้นไปวางไว้ที่โต๊ะทำงาน แล้วคุณตามผมมานี่...”

“คุณคือ?” อาโปยังทำหน้างง...

“ผมทำงานที่ห้องนี้ เป็นเจ้าของตึกนี้...”ชลธิศบอกไปอย่างอื่นแต่นั่นก็สามารถแสดงให้รู้ถึงฐานะของเขาได้ชัดเจนที่สุด“เร็วสิครับ...เสร็จแล้วจะได้เริ่มทำงาน”

อาโปรีบนำแฟ้มไปวางไว้บนโต๊ะทำงานก่อนจะหันกลับไปมองท่านประธานใหญ่ที่บัดนี้เดินเลยไปนั่งยังชุดรับแขกริมผนังกระจกเรียบร้อยแล้ว

“มานี่สิครับ” เขาสั่งอีกรอบ

อาโปจึงเดินเข้าไปหาด้วยอากัปกิริยาที่ยังแสดงออกว่างุนงงกับบุคคลที่กำลังเผชิญหน้าอยู่

“นั่งลงสิครับ” ชายหนุ่มตบเบาๆยังที่นั่งข้างๆ “ช่วยทำความสะอาดแผลให้ผมหน่อย” ว่าพลางปลดกระดุมข้อมือถลกแขนเสื้อให้เห็นก๊อชแผ่นบางที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด

เมื่อพูดถึงการทำความสะอาดบาดแผลทำให้อาโปเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีกล่องขนาดกะทัดรัดติดมือเขามาด้วยและมันก็ถูกวางลงบนโต๊ะกลางเรียบร้อยไม่ต้องเดาก็รู้ว่านั่นคือกล่องบรรจุอุปกรณ์ปฐมพยาบาล

“คุณน่าจะแวะล้างแผลที่คลินิกแพทย์นะคะ”เธอยังไม่กล้าที่จะขยับเข้าไปนั่งในตำแหน่งที่เขาระบุ

“ผมเก็บไว้ให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของคุณ”เขาบอกหน้าตาเฉย

“ฉันไม่ใช่หมอหรือพยาบาล”

“แต่แผลนี่เกิดจากผมช่วยคุณ”

ทวงบุญคุณกันซึ่งๆหน้าแบบนี้เลยเหรอ... แม้ไม่ค่อยจะชอบใจนักแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่เกี่ยวข้องหญิงสาวจำต้องเดินเข้าไปหาเจ้าของแววตาคมกล้าที่กำลังมองตรงมาชนิดที่แทบจะทำให้ขาเธอแทบจะขวิดกัน...เธอนั่งยังที่นั่งตรงข้ามกับเขาแทนที่ที่เขาต้องการให้นั่งแม้จะไกลจนได้ยืดตัวเข้าไปสักหน่อยแต่ด้วยระยะเท่านี้ก็สามารถทำภารกิจให้เขาได้

“บอกก่อนนะว่าฉันทำไม่เป็นไม่เคยล้างแผลให้ใคร ถ้าเกิดแผลอักเสฐติดเชื้อขึ้นมา ก็อย่าโทษก็แล้วกัน”อาโปออกตัว ก่อนจะยื่นมือไปแกะผ้าก๊อชผืนเก่าออก

“ถ้าไม่เป็นเดี๋ยวผมจะช่วยสอน”ชลธิศเอ่ยเบาๆ สายตาของเขายังจับอยู่ที่ใบหน้าหวานซึ้งถึงเธอไม่ได้มานั่งเอียงข้างใกล้ชิดตามที่เขาต้องการแต่แรกทว่าเมื่อนั่งอยู่ตรงข้ามแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ อย่างนี้เขาก็สามารถมองเห็นชิ้นส่วนเครื่องหน้าของเธอได้แบบเต็มตา

“สอนเรื่องทำแผลนี้เหรอคะ”อาโปถามแก้เก้อ ด้วยรู้สึกได้ถึงแววตาร้อนๆของเขาที่อาจทำให้เธอละลายกลายเป็นน้ำหรือละเหยเป็นไอไปในอีกไม่นาน

“สอนในทุกๆ เรื่อง”

คำตอบของชายหนุ่มมีผลให้เกิดความร้อนขึ้นที่สองข้างแก้มเมื่อคิดไปในเรื่องที่ไม่ควรคิด...เหรอเธอจะต้องละลายลงไปจริงๆ

“ต้องทำยังไงก่อนคะ”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง

“เอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบบาดแผลก่อน...ระวังอย่าให้โดนแผลโดยตรง”ชายหนุ่มบอกเบาๆ น้ำเสียงบังราบเรียบเช่นเดิม

“ทำไมคะ กลัวแสบเหรอ”เผลอเอ่ยคำเย้าแหย่ออกไป

“ก็ด้วย...แต่เหตุผลสำคัญก็คือแอลกอฮอล์อาจเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อทำให้แผลหายช้า” เขาอธิบาย

อาโปจัดการใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์พอบีบพอหมาดเพื่อเช็ดรอบบาดแผลตามที่เขาบอก แต่เพราะอยู่ตรงข้ามกัน มีโต๊ะกระจกขวางอยู่การปฏิบัติจึงค่อนข้างลำบากสักหน่อย แม้เจ้านายหนุ่มจะยื่นแขนออกมาให้จึงจำเป็นที่อาโปต้องจับมือของเขาพลิกให้อยู่ในท่าที่เธอถนัดที่สุด...คราวนี้สายตาคมกล้านั้นจึงละจากใบหน้างดงามลงมามองที่มือนุ่มขาวนั้นแทนก็ถือว่าเป็นการดีที่ทำให้อาโปคลายจากอาการอึดอัดลงได้มาก

“แล้วยังไงต่อคะ”

“น้ำเกลือที่อยู่ในขวดนั้นใช้เช็ดในแผลได้”

“แล้วไม่ใช้ยาสมานแผลอย่างอื่นหรือคะอย่างเช่นโพรวีดีน”

“ถ้าแผลไม่อักเสบติดเชื่อแค่น้ำเกลือก็พอแล้วครับ จากนั้นคุณก็เอาก๊อชมาปิดก็เป็นอันสำเร็จเรียบร้อย”ชายหนุ่มบอกต่อจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ทั้งมองมือขาวๆ ที่พยายามทำงานอย่างผ่าวเบาและนุ่มนวลที่สุดจนแล้วเสร็จ เก็บอุปกรณ์ลงกล่องยา จัดการเศษขยะลงถุงพลาสติกเล็กๆรัดปากถุงจนแน่น

“เอาล่ะค่ะ เสร็จแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวสิครับล้างแผลให้ผมเสร็จแล้วก็จริง แต่เรื่องอื่นที่คุณต้องทำ ยังมีอยู่อีกเยอะ”

“อ้าว...ฉันแค่มีหน้าที่เอาเอกสารมาส่งเท่านั้นนะคะ”คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากัน มองชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าเขม็ง

“ช่วยดึงแขนเสื้อและติดกระดุมให้หน่อย”ชายหนุ่มเอ่ย ทั้งยื่นแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บไปให้

อาโปทำตามที่เขาขอร้องด้วยความพิถีพิถันและระมัดระวังที่สุด...หวังว่าคงจะมีเพียงแค่นี้ที่เขาต้องการให้เธอทำหลังจากนั้นเขาก็คงปล่อยเธอให้กลับลงไปทำงานตามปกติได้

“เสร็จแล้วค่ะ...ฉันขอตัวนะคะ”เธอบอกอย่างสุภาพ

“เชิญครับ”

ถึงจะได้รับคำอนุญาตจากท่านประธานอย่างง่ายดายแต่อาโปก็ยังตะขิดตะขวงใจจนไม่อาจขยับเดินจากไปทันทีมันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มันยังไม่ชัดเจน

“ทำไมครับ...หรือจะอยู่รอรับประทานอาหารกลางวันกับผม”ชลธิศถามขึ้นทั้งส่งสายตาวาววับมายังหญิงสาวที่ยิ่งมองก็ยิ่งรับรู้ความถึงความรู้สึกของตัวเองชัดเจนยิ่งขึ้น

“เอ่อ...ไม่ค่ะ ฉันมีอาหารของฉันมารับประทานเองแล้วค่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวล่ะค่ะ”

แต่พออาโปจะไปจริงๆอีกฝ่ายกลับเรียกเอาไว้อีกครั้ง “เดี๋ยวครับ”

“คะ?”เธอหันกลับมารอรับฟังในสิ่งที่เจ้านายจะเอ่ย

“ช่วยฝากเบอร์โทรศัพท์ของคุณไว้ที่เลขานุการหน้าห้องทำงานของผมด้วยนะครับเผื่อว่ามีปัญหาอะไร ผมจะได้ให้เลขาฯ ประสานไปทางคุณ”

“ได้ค่ะ”

อาโปออกไปไม่นานคุณถวิลก็เดินผ่านเข้ามาพร้อมพนักงานของร้านอาหารที่จัดเตรียมอาหารมื้อกลางวันไว้สำหรับคุณชายของเขาผู้ไม่ประสงค์จะรับประทานที่ไหน นอกจากที่ห้องทำงาน

“ผมนึกว่าคุณชายจะชวนเธอรับประทานอาหารด้วยกันซะอีก”

“ก็อยากอยู่เหมือนกันแต่คิดว่าเธอคงปฏิเสธ”

“อ้อ...ครับ”

ถวิลสั่งให้พนักงานวางชุดอาหารไว้บนโต๊ะที่คุณชายของเขาใช้ในการรับประทานอาหารในขณะที่ชลธิศเดินไปรูดมู่ลี่ออกจนเหลือเพียงกระจกบานใสที่มองทะลุออกไปเห็นสวนย่อมสวยๆตรงระเบียงด้านนอก...เพราะผนังเป็นกระจกที่มองเห็นเพียงด้านเดียว เขาจึงไม่กลัวว่าคนที่กำลังถือถุงผ้าเดินผ่านเข้ามายังเก้าอี้ที่วางชิดผนังกระจกจะมองเห็น

“คุณถวิลจะไปทำธุระที่ไหนก็ตามสบายเถอะนะครับไว้ช่วงบ่ายค่อยเข้ามาช่วยผมตรวจงานบนโต๊ะนั่นก็แล้วกัน” ชายหนุ่มสั่ง

“ได้ครับ” ถวิลรับคำก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่

สายตาคมกล้ายังคงมองอาหารของคนข้างนอกที่กำลังลำเลียงออกมาวางทีละอย่าง...สิ่งที่เห็นไม่ได้แตกต่างจากมื้อที่แล้วๆมาเลยแม้แต่น้อย

“ไม่เบื่อมั่งหรือไง...กินแบบเดิมๆซ้ำๆ อย่างนั้น”

ชายหนุ่มนั่งลงยังฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับคนข้างนอกหากเธอมีโอกาสได้เข้ามาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันเขามองอาหารตรงหน้าที่แตกต่างจากอาหารข้างนอกอย่างสิ้นเชิง ทั้งหน้าตา สีสันและราคา

“กินแบบนี้ทุกวันเสียสุขภาพแย่” ชายหนุ่มบ่นพึมพำก่อนจะตักกับข้าวที่โปรดปานที่สุดมาวางในจานตรงหน้า“ผมคงต้องจัดการเรื่องอาหารการกินของคุณใหม่แล้วล่ะ...ยังไงผมก็ยังอยากได้เจ้าสาวที่มีสุขภาพดีหุ่นอวบอิ่มมีน้ำมีนวลมากกว่าเจ้าสาวที่มีหุ่นขาดสารอาหาร...ผมหวังว่าคุณจะมองเห็นความปรารถนาดีของว่าที่เจ้าบ่าวของคุณนะอาโป”

************

^_^ : ต้องขอโทษด้วยที่ตอนนี้ออกจะมาช้าสักหน่อย...นั่นเพราะคนเขียนมัวยุ่งอยู่กับการนำนิยายเรื่องยึกฟ้าหาพิกัดรักที่กำลังถ่ายทำเป็นละครซีรีย์ฟอร์มยักษ์ของช่อง 7 มาทำ e-book อีกทั้งเขียนตอนพิเศษเพิ่มเติม จากที่มีตอนพิเศษอยู่แล้ว 1 ตอน มาเป็นตอนพิเศษ 2 ตอน 

ตอนนี้ก็จัดการกันไปจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยดีแล้ว ก็ได้เวลามาปั่นนิยายต่อ... อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว ชอบ หรือไม่ชอบยังไง ก็สามารถคอมเมนต์เข้ามาได้นะคะ...พร้อมรับฟังและจะนำไปแก้ไขปรับปรุงเรื่องให้ดียิ่งขึ้น...




Create Date : 19 มีนาคม 2560
Last Update : 5 เมษายน 2560 19:35:48 น. 2 comments
Counter : 557 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
คอมเมนท์ได้เฉพาะสมาชิกนี่ลำบากนิดนึงนะตัว

คุณชายนี่.. เชื่อเค้าเลย แต่ก็น่ารักนะ

อีกเรื่องล่ะตัว เค้าคิดถึงงงงงงงง


โดย: พี่หมูน้อย (พี่หมูน้อย ) วันที่: 2 เมษายน 2560 เวลา:11:40:19 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:17:45:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.