กรรมทันตา อนณ 093-149-9564 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
Group Blog
 
All Blogs
 
วัดป่า...มหาสนุก 51

วัดป่า...มหาสนุก 51
( เล่าจากเรื่องจริง แต่ให้อ่านเป็นนิยาย...อย่าอ่านเอาเรื่อง นะครับ )

ปลายปี 2561 ที่วัดป่าฯ มีงานบุญกฐิน ซึ่งเป็นงานใหญ่
มีครอบครัวหนึ่ง พาลูกสาว ที่ไปมีครอบครัวอยู่ใน อเมริกา 
ได้สามีฝรั่งชาวคานาดา และลูกสาว 2 ขวบ มากราบหลวงพ่อ.... และท่านมอบหมายให้ผมพาทัวร์ ทั่ววัด
พาไปดูสถานที่ โบสถ์ กุฏิ ทางจงกรม สวนป่ารอบ ๆ ทั่ววัด
ทั้งสามี ภรรยา ฝรั่งกับไทย ไม่มีใครรู้เรื่อง...พุทธศาสนาเลย
ไปทำบุญที่วัดไทย ในอเมริกาหลายครั้ง แต่ก็ไปทำตามประเพณี และตามเพื่อนเท่านั้น
พอมาเที่ยววัดป่าฯ ได้เห็นกิจกรรมที่ชาวบ้าน พากันจูงลูกหอบหลานมากันที่วัดเยอะแยะสนุกสนาน
ได้เห็น...การกราบ การไหว้ การแสดงออกถึงจิตใจที่มีต่อ พระสงฆ์ ต่อหลวงพ่อ...
เค้าจับได้ถึง ความรัก ความเคารพ ความยำเกรง และความสุขบางอย่างที่มันแผ่ออกมากระจายไปทั้งวัด
ฝรั่งคานาดา คนสามี เกิดความอยากรู้ อยากเข้าใจใน พุทธศาสนา เลยขอให้ผมอธิบายให้ฟัง
ฝ่ายภรรยา สาวไทยแท้ ก็เกิดอยากรู้ขึ้นมาด้วย เพราะทั้งชีวิต บอกใคร ๆ ว่าเป็น พุทธ แต่พุทธตามทะเบียนบ้านเท่านั้น
ความรู้ ความเข้าใจอะไรก็ไม่มี 
ผมเลยเล่าเรื่องของ เจ้าชายสิทธัตถะ แบบย่อ ๆ พอให้เข้าใจง่าย ๆ
คุยกันถึง สิ่งที่เจ้าชายได้บำเพ็ญภาวนา จนย้อนไปเห็น....ชาติภพเมื่อหนหลัง ย้อนกลับไปหลายร้อย หลายพันชาติ
เหมือนกับเรา นั่งดูหนังติดต่อกันหลายร้อยเรื่อง...จึงได้เห็นว่ามัน ซ้ำซ้อน มันมีแต่ความทุกข์แทบจะทั้งเรื่อง
ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย คลายจาง
เจ้าชาย ยังได้มองย้อนไปในอดีตชาติของ คนที่ท่านรัก คนที่ท่านรู้จัก รวมถึงบรรดาสัตว์โลกอื่น ๆ
ก็พบว่า แต่ละชีวิต แต่ละดวงจิต มันมีอดีตชาติมากมาย ไม่จบไม่สิ้น....เกิด แล้ว แก่....แก่ แล้วป่วย
ป่วย แล้วก็ทุกข์ทรมาน จนในที่สุดก็ ตายดับ....แล้วก็...เกิดใหม่อีกแล้ว แก่อีกแล้ว ป่วยอีกแล้ว ...อ้าว ตายอีกแล้ว
อย่างนี้ซ้ำไป ซ้ำมา วนไป เวียนมา เหมือนทุกชีวิตเดินเป็นวงกลม เป็น วัฏจักร หลงทางอยู่ใน.....วัฏสงสาร
เจ้าชายสิทธัตถะ ท่านเป็นอัจฉริยะที่ปราดเปรื่อง....ท่านมองหาต้นเหตุ ต้นตอของการหมุนวนนี้
ในที่สุดก็จับได้ว่า.....อะไรคือตัวพาให้เราเกิด จนตามกันไปเป็นวงกลม ไม่มีที่สิ้นสุด

พวกเรา ฝรั่ง กับไทย คุยกันหลายเรื่อง.....เมื่อยมือไปหมด
คุยกันเป็นชั่วโมง ๆ จนรู้สึกหิว ผมเลยพาเดินมาที่บริเวณลานกว้างหน้าวัด
ที่จัดไว้ให้มีการ...ออกโรงทาน ปีนี้มีประมาณ 20 ร้านละมั้ง
ทั้งของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม ข้าวขาหมู ก๋วยจั๊บ ข้าวเหนียว ไก่ทอด ไอศครีม กาแฟ น้ำหวาน ฯลฯ จำไม่หมด
หนุ่มสาวทั้งคู่เกิดความงุนงงมาก เพราะเค้านึกว่ามีการออกร้าน...ขายอาหาร
แต่พอรู้ว่า...ทุกอย่าง ทั้งหมดในบริเวณนี้...ฟรี. ฟรี.  ฟรี
พวกเค้ากลับเกิดคำถามมากมาย เพราะสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า บรรยากาศมัน...สนุกสนาน ชุลมุนวุ่นวาย
ชาวบ้าน คนแก่ หนุ่ม สาว ลูกเล็ก เด็กน้อย เดินวนหาของกินกัน วิ่งเล่นกัน พูดคุยหยอกล้อกัน ทักทายไหว้กัน
ส่วนเจ้าของร้าน ก็สาละวนหยิบยื่น ตักใส่ให้กันท่าทางเหน็ดเหนื่อย เพราะชาวบ้านหลายร้อย หรือพันกว่าคนได้ละมั้ง
คนรับไม่จ่ายเงิน แต่ยกมือไหว้ ยิ้มแป้นแสดงถึงความขอบคุณ
คนให้ก็ไม่เอาเงิน แถมพยายามทำให้อย่างดีที่สุด หยิบยื่นให้พร้อมรับการไหว้ และรอยยิ้มแป้นนั้น 
ด้วยในหน้าที่บานแดงไปด้วยความอิ่มเอิบ มีความสุข ยิ่งเห็นคนที่รับไปกินแล้ว...วนกลับมาขอรับอีก กลับยิ่งดีใจเพิ่มเข้าไปอีก

พวกเราเดินหาของกินที่ถูกใจกันได้ครบ ทั้งของคาว ของหวาน และน้ำดื่ม อย่างสนุกสนาน
มานั่งกินกัน ใต้ต้นไม้ไม่ห่างจากบริเวณนั้นมากนัก
ฝรั่ง มร.เบน สามีหนุ่มรูปหล่อถามว่า....ของพวกนี้เค้าให้เรา ฟรี ๆ จริง ๆ เหรอ
หรือว่าเราต้องไปหยอดเงินบริจาค ให้เมื่ออิ่มแล้วทีหลัง......
ผมบอก...ฟรี จริง ๆ ไม่ต้องวอรี่ กินให้อร่อยเถอะ
แต่เค้ากลับ กินไม่ค่อยลง เพราะความระแวง......
ผมเลยต้องชี้ให้ดู พร้อมอธิบายว่า....ร้านทั้งหมดนี้ เกิดจากความต้องการทำบุญกุศล 
ที่เรียกว่า... ทาน หรือ การให้ การแบ่งปัน
ชาวพุทธ เชื่อในคำสอนของ พระศาสดา ว่า การแบ่งปันส่วนที่เกินความจำเป็นในชีวิต ให้กับคนอื่น ๆ ที่เค้าอยากได้นั้น
จะทำให้เรามีความสุข ที่เรียกว่า...บุญ กุศล
บุญกุศล นี้มันจับต้อง หรือหยิบเอาให้ดูไม่ได้....แต่คนที่เค้าทำ เค้าได้ เค้าจะรู้สึกด้วยตัวของเค้าเอง
มร.เบน ทำหน้าไม่ค่อยเข้าใจ

ผมเลยบอกว่า...บุญ ก็เปรียบเหมือน....อ๊อกซิเจน หรือโอโซน กันบริสุทธิ์ น่ะ
ถ้าใครได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไป ก็จะเกิดความรู้สึกสดชื่น ดีต่อร่างกาย ส่งผลไปถึงจิตใจด้วยใช่มั้ย
อีทีนี้ เค้าเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง
ผมบอกต่อ...แต่ บุญกุศล มันกลับกันนะ .....
มันให้ความรู้สึกที่ จิตใจ แล้วไปส่งผลถึงร่างกาย
ความสุขจาก...การให้ มันเป็นความสุขที่ทำได้ง่ายมาก ๆ 
ดูตัวอย่างจากร้านพวกนี้ เจ้าของเค้าต้องเสียค่าใช้จ่าย ซื้อของมาทำอาหารแจก ประมาณ 5,000 - 10,000 บาทเท่านั้น
แต่คุณมองดูพวกเค้าสิ มองเข้าไปในแววตา ของพวกเค้าขณะที่หยิบยื่นให้ น่ะ...มันเป็นยังไง

เห็นความสุขของพวกเค้า มั้ย ...เห็นใบหน้าที่ บาน แดงไปด้วยความ..อิ่มเอิบ นั่นมั้ย
คุณว่าช่วงเวลานั้น...จิตใจของเค้าจะเป็นยังไง
มร.เบน มองตามแล้วบอก....เค้าคงจะมีความสุขมากนะ จากที่เห็น
ผมถาม....แล้วคุณว่า หัวใจ เค้าจะเป็นยังไง
มร.เบน...ก็คงพองโต สูบฉีดเลือดอย่างแรง
ผมบอก...ใช่แล้ว ถ้าหัวใจเค้าพองโต เลือดวิ่งพล่าน สารอะดรีนาลีน หลั่งออกจากสมอง ทั่วร่างกายได้รับเลือดถึงกันหมดใช่มั้ย
นั่นแหละ...สุขภาพของพวกเค้าก็จะดีขึ้นทันตาเห็น เพราะ....สารอะดรีนาลีน คือยาวิเศษ
เค้าพยักหน้า บอกว่า...ใช่แล้ว เคยอ่านพบว่า... สารอะดรีนาลีน คือสารหลั่งความสุข
จะออกมาจากสมองได้ ในช่วงเวลาที่ ออกกำลังกาย หรือ ทำสมาธิภาวนา ไปถึงจุดหนึ่ง
ผมบอกว่า....ใช่แล้ว เราเรียกว่า ปิติสุข มันจะซาบซ่านไปทั่วร่างกาย แต่ต้องระวังเพราะมันเสพติดเหมือนกัน

ผมถามต่อ....คุณว่า ระหว่างคนให้ กับคนที่รับ....ใครมีความสุขมากกว่ากัน
คราวนี้สองผัวเมีย ปรึกษากัน....น่าจะคนให้นะ 
เพราะคนรับมีเพียงคนเดียวต่อหนึ่งครั้ง อย่างมากทั้งขนมและเครื่องดื่มก็ 3 ครั้ง
แต่คนให้ จะให้กับคนเป็นร้อย เป็นพันคน ....เค้าน่าจะได้รับความสุขเป็นร้อย ๆ เป็นพัน ๆ ครั้ง

แล้วเค้าก็บอกว่าอยากจะทำบ้างเหมือนกัน แต่คงจะเสียเงินมากพอดู
ผมเลยบอกว่า....คนที่เค้าให้ เค้าไม่ได้รู้สึกว่า เงินมันเสียไป สูญไปเปล่า ๆ นะ
ชาวพุทธเราเชื่อกันว่า...เงินทอง ที่เราทำบุญให้ทานไป มันไปสะสมไว้ในที่แห่งหนึ่ง เหมือนเอาไปฝากธนาคารไว้
เมื่อถึงเวลา เงินทองพวกนั้น จะออกดอกออกผลอย่างมากมาย กลับมาตอบแทนให้เรา

ผมยังบอกอีกว่า....บุญกุศล ของการทำด้วยเงิน 100 บาท กับ 1 ล้านบาท อาจจะเท่ากันก็ได้
ฝรั่งกับเมียไทย มองหน้ากัน...มันจะเป็นไปได้ยังไง
ผมบอก....ก็เพราะความสุข จากการให้ การทำบุญมันไม่ได้มีหน่วยวัดแบบสากล
แต่...มันใช้ ความรู้สึกของ หัวใจ ที่เรียกว่า...เจตนา เจตจำนงค์ เป็นเครื่องวัดต่างหากล่ะ
พวกเค้า นิ่งคิดตาม
ผมย้ำว่า....คนที่มีเงิน 1,000 ล้าน แล้วบริจาค 1 ล้าน
เมื่อเทียบกับคนที่มีเงินแค่ 1,000 บาทเท่านั้น แต่กล้าบริจาคถึง 100 บาท...ใครใจถึงกว่ากัน ล่ะ
คราวนี้ทั้งสองคนผัวเมีย..ตาโต พยักหน้าหงึก ๆ ร้อง เยส ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เมื่อฝรั่งเข้าใจแล้ว ก็เลยกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย หมดแล้วยังเดินไปขออย่างอื่นเองเลย
พวกชาวบ้านก็สนุก ที่เห็นมีเขยฝรั่งมาเดินขออาหาร เครื่องดื่ม พยายามทักทาย ฮัลโหลล ...ฮัลโหลลลล
ส่วน มร.เบน กลับยิ่งสนุก ยกมือไหว้เค้าไปทั่ว ถึงจะฟังกันไม่รู้เรื่อง...แต่ จิตของผู้ให้ กับใจของผู้รับ มันถึงกันได้
ระหว่างนั้น คุณทิพย์ ภรรยาสาวของเค้าบอกกับผมว่า....ดูคุณ เบน แกชักสนุก ดูมีความสุขมากเลย
อันที่จริง เค้าสนใจศาสนาพุทธของเรามานานแล้ว ถามบ่อย ๆ แต่ตัวเองก็ไม่มีค่อยเข้าใจ อธิบายไม่ถูก
มาวัดครั้งนี้ ได้ความรู้ไปเยอะเลย ค่ะ.....

มร.เบน เดินไปซะนาน กลับมาพร้อมของกินหอบใหญ่
เค้าหัวเราะร่า บอกกับเมียว่า....เหมือนซุปเปอร์สตาร์ เลยนะ มีแต่คนมาขอถ่ายรูป
เจ้าของร้านต่าง ๆ ก็มาฉุดมือแย่งให้ไปชิมของร้านโน้น ร้านนี้จนอิ่มเลย อ่ะ....
แล้วยังมีคนหนุ่มสาว มายืนเมียง ๆ มอง ๆ พวกเราอีกต่างหาก...คงเพราะ เค้าหน้าตาดีมาก รูปร่างนักกีฬา หล่อล่ำ
จนมีชาวบ้านที่สนิทกัน มาถามผมว่า....ฝรั่ง กับ อีนางเมีย เค้าเป็น ดารา เล่นหนัง...ใช่ บ่
ผมก็หัวเราะ ถามว่า...ไปเอาข่าวมาจากไหน
ชาวบ้านคนนั้น บอกว่า....มีเด็กหนุ่ม ๆ สาว ๆ เค้าฟังภาษาอังกฤษออก เค้าได้ยินผมคุยกันเรื่อง....เล่นหนังมา 10 เรื่องแล้ว
ผมยืน งง อยู่พักนึง แล้วก็นึกขึ้นได้ หัวเราะก๊ากก เลย ตอบว่า....ใช่ ๆ เล่นมาเป็นร้อย ๆ เรื่องแล้ว
อีทีนี้เข้าใจแล้ว ว่าทำไมมีคนมายืนแอบมองพวกเรา
หันไปเล่าให้ คุณทิพย์ เมียเค้าฟัง....เธอ หันไปแปลให้สามี เลยหัวเราะกันใหญ่ สนุกกันใหญ่
ป้าดโธ่ เอ้ยย...ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด แท้ ๆ

แต่....ข่าวลือนี่มันไปเร็ว จริง ๆ  

อนณ นิศารัตน์
โทร. - ไลน์
093-149-9564

วัดป่า...มหาสนุก 52
https://pantip.com/topic/39332192


Create Date : 29 ตุลาคม 2562
Last Update : 29 ตุลาคม 2562 20:42:37 น. 0 comments
Counter : 35 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add tobeteam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.