กรรมทันตา อนณ 093-149-9564 tobeteam@yahoo.com Line : anon.nisarut
space
space
space
space

วัดป่า...มหาสนุก 1
วัดป่า...มหาสนุก 1

( เล่าจากเรื่องจริง แต่ให้คิดซะว่าอ่านเป็นนิยาย อย่าอ่านเอาเรื่อง...นะครับ )

" เอาความรู้ที่ได้อ่านมา ฟังมา โยนทิ้งไปให้หมดซะก่อน "

นี่คือคำสั่งแรก ที่หลวงพ่อ...แห่งวัดป่าฯ ใน จ.กาฬสินธ์ุ
ที่ผม กับคุณหม่อง...ภรรยา มาขออยู่เพื่อปฏิบัติธรรม เป็นเวลา 1 เดือน
เราสองคน หลบหลีกความวุ่นวายทางการเมือง แบ่งสีแบ่งพวกทะเลาะกันหนักหน่วง
เป็นเหตุให้การค้าขายล่มระเนระนาด พ่อค้าอย่างผมมีอันเครียดแทบเป็นบ้าไปตาม ๆ กัน
จนต้องมาหาที่ดับทุกข์ ดับความเครียดถึง...เขตแดนอีสาน

วัดป่าแห่งนี้ เป็น...ป่า จริง ๆ คือมีแต่ต้นไม้สูง ๆ ขนาดตึก 3 ชั้น ร่มครึ้มไปหมด อยู่ห่างหมู่บ้านคนกว่า 3 กิโลเมตร
และเป็น...ป่าช้า เก่าแก่มาหลายร้อยปีแล้ว เป็นป่าช้าร่วมส่วนกลางของ 5 หมู่บ้าน
คนแถวนี้ ถ้าตายดี แก่ตาย ป่วยตาย เค้าจะหามมาก่อกองไฟเผาสด ๆ
แต่ถ้าตายไม่ดี ฆ่ากันตาย อุบัติเหตุ หรือตายด้วยโรคแปลก ๆ เค้าจะเอามาขุดหลุมฝังเฉย ๆ 
ฝังเสร็จแล้วแยกย้ายกลับบ้าน ไม่มีการสวดศพ ไม่ได้พบพระ พบเจ้าอะไรเลย
ทั่วทั้งวัดจึงเป็นหลุมศพ หรือเชิงตะกอนทั่วไปหมด ไม่มีการกำหนดปักป้ายอะไรสักนิด

เราสองคนผัวเมีย ไม่เคยนึกเคยฝันว่าจะมาในสถานที่ ที่เปลี่ยวเปล่า เงียบสงัดแบบนี้
อันที่จริงเราขอไปอยู่กับ ... หลวงตามหาฯ...เจ้าอาวาสวัดขนาดใหญ่ประจำอำเภอ กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
แต่ท่านพิจารณาแล้วว่า วัดของท่านมันใกล้ตลาดชุมชนมากเกินไป จะหาความสงบไม่ได้
ด้วยความเมตตา จึงพาเราสองคน มาทิ้งไว้ที่...วัดป่า อันแสนเงียบสงัด วังเวง แห่งนี้แทน
แถมยังสำทับนักหนาอีกว่า...หลวงพ่อ...เจ้าอาวาสที่นี่
ท่านเป็น...พระอริยสงฆ์ ที่หมดกิเลสแล้วนะ
ท่านสอนอะไร ก็ให้เชื่อฟังและทำตาม จะพบกับทางพ้นทุกข์ได้
หลังจากมาถึงและได้กราบพบ หลวงพ่อ...ท่านแล้ว
พอเงยหน้ามองท่านเต็ม ๆ ตา ก็เกิดอกุศล ในใจทันที เพราะท่านดูเป็น พระธรรมดา ๆ มาก ๆ 
ไม่ได้มีอะไรที่เปล่งประกายสักนิด อายุก็เพิ่งจะ 50 ปี แต่บวชมานานถึง 30 พรรษาแล้ว
ใจผมอดคิดไม่ได้ว่า....นี่นะเหรอ พระอริยสงฆ์
พอความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด...หลวงพ่อ...ท่านหันมามองผม แล้วอมยิ้มนิด ๆ ทั้งพยักหน้า
แต่วิธีมองของท่าน มันเหมือนกับว่า ทะลุเข้าไปในจิตใจส่วนลึกของผมเลย
ตอนนั้นแน่ใจเลยว่า..ท่านรู้ ท่านได้ยินความคิดของผม

หลังจากสอบถามชื่อเสียง บ้านช่อง และอาชีพ ของเราสองผัวเมีย 
แล้วขอปวารณา ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ขอให้ท่านสั่งสอน
ท่านถามว่าเคยไป ปฏิบัติธรรม ที่ไหนมาบ้าง
ผมบอกท่านว่า...เคยแต่อ่านมาเยอะ ของพระ และอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ท่านโน้นท่านนี้
เคยฝึกด้วยตัวเองมาบ้าง แต่ไม่ปะติดปะต่อ 
ท่านหรี่ตามองเราสองคน แล้วหันมาสั่งกับผมโดยเฉพาะ... เอาความรู้ที่ได้อ่านมา ฟังมา โยนทิ้งไปให้หมดซะก่อน
ผมข้องใจมาก ถามท่านกลับไปทันทีว่า ทำไมต้องทิ้งความรู้ ที่พากเพียรหาใส่ตัวมาตั้งเยอะ ตั้งนาน นึกว่าจะดีซะอีก
ท่านกลับบอก...เหตุผลที่ให้ทิ้งของเก่าไปให้หมด เพราะว่า......

ประการแรก...สิ่งที่ผมได้ไปฟังมา อ่านมา เรียนรู้มานั้น คนที่เขียนตำรา หรือคนที่เล่าบรรยายให้ฟังนั้น
พวกเค้ารู้จริง หรือเปล่า เคยปฏิบัติฯ จนได้สำเร็จได้ มรรค ได้ผล จริงหรือเปล่า
หรือแค่ไปฟังต่อ ๆ มา ไปค้นคว้าเอาจากตำรา จากพระไตรปิฏก แล้วมานั่งนึกจินตนาการเอาเองว่ามันถูกต้องแล้ว

ประการที่สอง...ถึงแม้ว่า ท่านเหล่านั้นที่ผมไปอ่าน ไปฟังมา ท่านรู้จริง ปฏิบัติฯ ได้มรรค ได้ผลแล้วจริง
แต่การเรียนรู้ และการปฏิบัติฯ ตามของผม...มันไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
ยกตัวอย่างเช่น แทนที่ผมจะทำตามเสตปขั้นตอน จาก 1 ไปจนถึง 10 ตามที่ควรจะเป็น
แต่ผม ดั๊นนน...ก้าวจากขั้นที่ 1 ไปขั้นที่ 4 กระโดดกลับมาขั้นที่ 2 แล้วไปขั้นที่ 8 ย้อนมาขั้นที่ 6 อย่างนี้เป็นต้น
มันผิดหมด มันมั่วววว ...ไปหมด

ประการที่สาม....ผมได้ทำอย่างละนิดละหน่อยตามอารมณ์อยาก มันไม่ต่อเนื่อง มันยังไม่เพียงพอ
เปรียบเหมือน การต้มน้ำ...อารมณ์ดี ก็จุดไฟตั้งเตา แพล่บบเดียวดับไฟ เลิกแล้ว
พอนึกสนุกก็ ติดไฟต้มน้ำอีก เพลอหน่อยเลิกซะอีกแล้ว...อย่างนี้กี่ชาติ น้ำก็ไม่เดือด ไม่สำเร็จสักที

พอผมฟังเหตุผลที่ หลวงพ่อ...ท่านอธิบาย ก็จนปัญญาจะโต้แย้ง
ผมเลยกราบเรียนถามท่านใหม่ว่า...แล้วจะให้เริ่มต้นยังไงครับ
ท่านบอก........พุทโธ อย่างเดียว
ท่านบอกแค่นั้น ผมสงสัยมากเลยถามว่าแล้วต้อง...หายใจเข้า พุธ หายใจออก โธ มั้ยครับ
ท่านกลับบอกว่า....ไม่ต้อง แค่ท่องภาวนา...พุทโธ ในใจอย่างเดียวเท่านั้น ทำแค่นั้นพอ
ยอมรับนะครับว่า ในตอนแรกฟังแล้ว งง ๆๆๆ ไม่ค่อยเข้าใจ
แต่ทำยังไงได้ ก็ต้องเชื่อท่าน ทำตามที่ท่านบอก แหมม...แต่มันแค่ท่อง พุทโธ ไปเรื่อย ๆ แค่นั้นเองเหรอ

หลังจากที่มาถึงวัดป่า...แห่งนี้ 3 วันแรกมันช่างสับสนอลหม่าน และทุกข์ทรมาน จริง ๆ
สับสน เพราะทำตัวไม่ถูก เราเป็นคนกรุงเทพ มาตั้งแต่เกิด ไม่คุ้นเคยกับวิถีชวิตของคนอีสานสักนิด
อาหารการกิน ก็ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน ต้องอาศัย...ข้าวก้นบาตร ที่ชาวบ้านเค้าถวายพระ มาแบ่งให้กิน
แต่รสชาดมันไม่คุ้นเคย กินได้แค่ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง และผลไม้
แถมพระป่า ท่านฉันอาหาร...มื้อเดียว เท่านั้น
เราสองคนผัวเมีย ก็ต้องกินแค่มื้อเดียวตามไปด้วย บอกตรง ๆ หิวข้าวเย็น อย่างมากมาย
ในแต่ละวัน ก็ต้องปฏิบัติภาวนา เดินจงกรม สลับนั่งสมาธิ ทั้งวันยันเที่ยงคืน
กิจกรรมอื่น อันเป็น...กิจวัตร ก็ต้องทำตามที่ พระ ท่านทำ
เริ่มตั้งแต่ตื่นก่อนตี 4 ลงไปช่วย พระลูกวัดที่ชาวบ้านเรียกว่า...ครูบา 
ช่วยปัดกวาดเช็ดถู ปูลาดเสื่อขนาดใหญ่เพื่อเตรียมต้อนรับชาวบ้านที่จะมาถวายภัตตาหารเช้า ที่นี่เค้าเรียก...ถวายจังหัน
ต้องเดินตามท่านเข้าไป บิณฑบาต ในหมู่บ้าน ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร
แถมต้องเดินเท้าเปล่า ไปบนถนนลูกรัง ดินแข็ง ๆ หินคม ๆ สลับลาดยางมาตอย ที่เต็มไปด้วยกรวดทราย

ในวันแรก ๆ เดินเขย่งด้วยความยากลำบาก และถูกหินบาดเท้าได้แผลสด ๆ 
พอมาเดินจงกรมทั้งวัน ฝ่าเท้าแตกเพิ่มเติมเข้าไปอีก ทรมานสุด ๆ
ตอนบ่ายเย็น ต้องไปช่วยกัน...ตีตาด กวาดลานวัด เช็ดถูโบสถ์ วิหาร ศาลา สารพัด
ตอนค่ำ...เข้าโบสถ์ รวมตัวกัน...สวดมนต์ ทำวัตรเย็น เป็นชั่วโมง
ตบท้ายด้วยการ นั่งสมาธิ ต่อหน้า...หลวงพ่อ อีก 2 ชั่วโมงเต็ม ๆ
ความทุกข์ทรมานที่สุด ก็อีตอนนั่งสมาธิ ต่อหน้าหลวงพ่อนี่แหละครับ
ตลอด 2 ชั่วโมง ผมทั้งปวด ทั้งเมื่อย ปวดเอว ปวดขา ปวดแขน ปวดตัว ปวด..ด..ด.ด ไปหมด
จนต้องขยับตัวเปลี่ยนท่า ผุดลุกผุดนั่ง แทบทุก 5 นาที 10 นาที
แถมพอปวด มาก ๆ มันหายใจติดขัด เหนื่อยหนักเข้าไปอีก
อดทนทำเต็มที่ได้ 3 วัน เท่านั้นเอง
พอวันที่ 4 ผมไปขอลากลับบ้าน... ขอเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว
คุณหม่อง ภรรยาของผม เธอก็เหนื่อยเพลียเหมือนกัน แต่ยังใจสู้ อยากจะขออยู่ต่ออีกสักหน่อย
แต่ผม น่ะ...ไม่เอาแล้ว ถอดใจแล้ว

หลวงพ่อ....ท่านเรียกผมไปคุยกันส่วนตัว ไม่ให้คุณหม่อง อยู่ด้วย
ท่านถามว่า ทำไมถึงจะเลิกแล้วล่ะ ไม่กลัว...ตกนรก เหรอ
ผมฟังแล้ว รีบแย้งท่านเสียงดัง...กะอีแค่ขอกลับบ้าน แค่นี้ถึงกับ ตกนรกเลยเหรอครับ
ท่านยิ้มเย็น ๆ แล้วเมตตาบอกว่า....เสียสัจจะ ตั้งจิตเป็นสัจจาธิษฐานแล้ว
พวกเทวดา ที่ท่านได้ยิน ได้...อนุโมทนาแล้ว ท่านต้องไม่พอใจแน่ ๆ 
และที่สำคัญ สัญญากับ พระอริยะ แล้วผิดคำสัญญา จะต้องมีผลกรรมแน่นอน
พอได้ฟังอย่างนั้น ผมถึงกับสลด
ท่านสำทับอีกว่า...ไม่สงสาร คุณหม่องเหรอ เค้าตั้งใจมากนะ 
จะทำลายการสร้างกุศลของเค้า ขวางทางบุญคนที่ตั้งใจมันก็บาปหนักอยู่นะ
เจอไม้นี้เข้าไป...ผมคอตก สารภาพว่าได้พยายามเต็มที่แล้ว แต่มันไม่ไหวจริง                                         
มันปวดมันเมื่อย เหนื่อยอ่อนไปหมด
หลวงพ่อ...ท่านหัวเราะ แล้วบอกว่าทุกคนที่ตั้งใจปฏิบัติฯ ภาวนา ก็ต้องเจอแบบนี้ทั้งนั้นแหละ
ทั้งพวก ครูบา ทั้งหมด หรือแม้แต่ตัวท่านเอง ก็ต้องผ่านสถานการณ์ที่คิดว่า เลวร้าย อย่างนี้เหมือนกันหมด
วันแรก ๆ ที่หัดอดอาหาร ก็ละโหยโรยแรงอย่างนี้เอง อีกไม่กี่วันก็จะเคยชิน
ผมบอกท่านเสียงอ่อย ๆ ว่า เจ็บเท้ามาก ยิ่งตั้งใจเดินจงกรม ยิ่งเจ็บมาก เหนื่อยเพลียมาก
หลวงพ่อ...ท่านกลับบอกว่า ถ้าเหนื่อย มาก ๆ แล้วทำไมไม่พัก...นอนกลางวัน
ผมฟังถึงตรงนี้แล้ว มึนตึ๊บบบ ...เอ๊ะ นอนพักกลางวันได้ด้วยเหรอ
ท่านหัวเราะ บอกว่าใคร ๆ เค้าก็ต้องนอนพักตอนกลางวันทั้งนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีแรงภาวนาถึงเที่ยงคืน
อ้าววว ฟังแล้วรู้สึกตัวเองโง่ไปเลย

แต่...ก็ยังแย้งไปอีกว่า ตอนที่นั่งสมาธิ หลังจากทำวัตรเย็น ในตอนนั้น ไม่รู้ว่าทำไมมันช่าง...เจ็บปวดทรมานเหลือเกิน
คราวนี้หลวงพ่อ...ท่านนั่งเงียบไปอึดใจนึง แล้วจ้องถามว่าใอยากรู้มั้ย ล่ะ ถ้าอยากรู้จะบอกให้
ท่าน เล่าว่า...ตั้งแต่วันแรกที่เห็นผมเดินเข้ามากราบท่าน...
ท่านเห็น...มีเด็กผู้ชายคนนึงเดินตามหลังมาด้วย แถมตัว ดำเมี่ยม เลย
ในตอนนั้นพอฟังแล้ว ยิ่งอึ้ง.ง..ง 
ท่านก็ถามว่า...ตอนเป็นหนุ่มวัยรุ่น เคยทำกรรมหนัก กับเด็กหรือเปล่า ล่ะ นึกดูดี ๆ
เท่านั้นแหละครับ ภาพในอดีตหนหลังมันผุดขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ลืมมันไปเกือบ 40 ปีแล้ว
ผมสารภาพกับท่านว่า...เมื่อตอนที่เพิ่งเข้าเรียน มหาวิทยาลัยเปิด ชีวิตอิสระเสรี
วัยรุ่นกำลังวุ่นวาย มาเจอกับได้เจอกับสาวลูกครึ่งคนนึงที่กำลังว้าเหว่
ได้เสียกันจนท้องขึ้นมา เลยแก้ปัญหาอย่าง โง่เง่าด้วยการไปทำแท้ง
พอหมดเรื่องแล้ว ด้วยความรู้สึกผิดทำให้ต้องเลิกราแยกย้ายกัน...ต่างคนต่างไป
ซึ่งเรื่องนี้ มันเป็น..รอยบาป เป็นเรื่องที่แย่มาก ๆ จึงได้พยามลืมเรื่องนี้ออกจากใจมาตลอดเกือบ 40 ปีแล้ว

หลวงพ่อ...ท่านบอกว่า นั่นแหละ เค้ายังตามอาฆาตอย่างเห็นชัดได้เลย เพราะตัวดำเมี่ยมเลย แสดงว่าผูกอาฆาตแรงมาก
ในตอนที่นั่งสมาธิ ในโบสถ์ ท่านมองเห็น เด็กคนนั้นเค้าขี่คอ...ขย่ม ตามคอ ตามแขน ขา เค้าพยายามขัดขวางการภาวนา
เลยทำให้ผม เจ็บปวดเนื้อตัว แขน ขา ตลอดเวลาที่พยายามนั่งสมาธิ
ฟังหลวงพ่อ...ท่านเล่าแล้ว ผมเกิดความละอายใจ ในบาปกรรมที่เคยได้กระทำไปแล้วอย่างที่สุด
อารมณ์ตอนนั้นมัน..เศร้าสลดเหลือเกิน เสียใจในการกระทำเลวชั่วของตัวเองในอดีต
มันมีแต่ความเศร้า ความละอาย ความเสียใจ
ที่แทรกเข้ามาในความรู้สึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอีกอย่างหนึ่ง 
คือ...ความรู้สึกถึงความมีตัวตนของ วิญญาณ ดวงนั้น
ความรู้สึกผูกพันกับเค้า และละอายต่อเค้าอย่างที่สุด
ผมก้มลงกราบหลวงพ่อ...ขอให้ท่านช่วยพิจารณาให้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี
ท่านนิ่งมองผมด้วยความเมตตา และสมเพชเวทนาอยู่สักพัก แล้วท่านก็พูดกับผมว่า....
.....เอาละ...คืนนี้จะลองคุยกับเค้าให้ นะวันนี้ตั้งใจภาวนาให้เต็มที่ก็แล้วกัน

วันนั้นทั้งวัน ทั้งๆ ที่คิดว่าจะเลิกลากลับบ้านแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าผมตั้งใจ ปฏิบัติฯ ภาวนาอย่างแข็งขัน
เพราะคิดว่าอยากจะ...อุทิศบุญกุศล เพื่อขอโทษต่อดวงวิญญาณที่ผมได้ทำลายเค้าไป
ส่วน คุณหม่อง ภรรยาของผมเธอดีใจมากที่จะได้อยู่สร้างกุศลปฏิบัติฯ ภาวนาต่อดังที่ตั้งใจไว้
วันนั้นผมจัดเวลา การเดินจงกรม และนั่งสมาธิ ให้ได้อย่างละ 1 ชั่วโมง และนอนพักตอนเที่ยง 2 ชั่วโมง
ปรากฏว่าได้ผลดีมาก สติมั่นคง ปัญญา และจิตใจผ่องใสมาก
เมื่อถึงตอนทำวัตรเย็นเสร็จ แล้วต่อด้วยการนั่งสมาธิต่อหน้าหลวงพ่อ 2 ชั่วโมง กลับทำได้ดีขึ้น ทุรนทุรายน้อยลงมากทีเดียว
ก่อนเดินกลับเรือนพัก หลวงพ่อ...ท่านเรียกไว้แล้วถามว่า....คืนนี้ลองปฏิบัติฯ ภาวนาทั้งคืนดูสิ จะไหวมั้ย
ผมไม่กล้ารับปากท่าน แต่ก็อยากลองดูเหมือนกัน
คืนนั้นตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 3 เป็นเวลา 5 ชั่วโมงที่ตั้งใจเดินจงกรม และนั่งสมาธิ ต่อสู้กับความง่วงเหงาหาวนอน
โดยใช้เรื่องของ ความผิดพลาดในอดีตที่ได้ก่อกรรมหนักกับดวงวิญญาณเด็กคนนั้น 
มาเป็นแรงกำลัง ตั้งใจสร้างบุญกุศล อุทิศให้กับเค้าให้ได้มากที่สุด
แต่ก็แปลกมากนะ...ความเหนื่อยท้อแท้ หรือความกลัว ผี ที่มีมาตลอด 3 วัน มันกลับหายไปหมด
ในตอนเช้าเดินตามไปบิณฑบาตร มีความรู้สึกว่าตัวมันเบา เท้าก็เจ็บน้อยลง 
จิตใจฮึกเหิมเหมือนกับเพิ่งสอบผ่าน หรือได้รางวัลอะไรสักอย่าง
รู้แต่ว่า...ใจมันโปร่ง เบา สบาย ยังไก็ไม่รู้ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
แต่พอถึงเวลาพัก กลับหลับยาวไป 3 ชั่วโมงเลย ครับ

อนณ นิศารัตน์
โทร. - ไลน์
093-149-9564


Create Date : 25 สิงหาคม 2562
Last Update : 25 สิงหาคม 2562 22:19:39 น. 4 comments
Counter : 173 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ขอทราบชื่อวัด.. และชื่อหลวงพ่อครับผม.​อยากไปปฏิบัติ​บ้างครับ.ขอบ​คุณ​ครับ​ผม​🙂


โดย: มนตรี. IP: 171.5.234.87 วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:21:36:29 น.  

 
ขอทราบชื่อวัด.. และชื่อหลวงพ่อครับผม.​อยากไปปฏิบัติ​บ้างครับ.ขอบ​คุณ​ครับ​ผม​🙂


โดย: มนตรี. IP: 171.5.234.87 วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:21:36:55 น.  

 
หลวงพ่อเตี้ย
ประมัย เตชะธัมโม

วัดป่าอนุสรณ์ ( หนองรัง )


โดย: อนณ IP: 101.109.171.87 วันที่: 3 กันยายน 2562 เวลา:22:51:09 น.  

 
-ขอบคุณครับผม.ติดตามอ่านทุกตอนครับ ชอบเนื้อหาและการเขียนทั้งเรื่อง ดูดวง ธรรมะ และชีวิตการทำงานของเชฟ หวังว่าจะได้อ่านงานเขียนของท่านเรื่อยๆครับ.


โดย: มนตรี IP: 171.5.246.204 วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:9:29:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

BlogGang Popular Award#15


 
tobeteam
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]






space
space
space
space
[Add tobeteam's blog to your web]
space
space
space
space
space