|
|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
 |
|
|
ทัวร์ญี่ปุ่น วุ่นทั้งทริป EP.1 |
|
อย่างที่เกริ่นไว้บล๊อกก่อนหน้าที่ว่า การเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ เหมือนได้เรียนรู้อะไรใหม่เพียบ พอ ๆ กับประสบการณ์ดีก็มีบ้าง ไอ่บัดซบนี่ก็เยอะอีกหนึ่งประสบการณ์การครั้งแรกของผม สำหรับประเทศที่เดินทางมาเป็นสิบๆ ครั้งอย่างญี่ปุ่นก็ คือการบินไปลงที่สนามบินนาริตะมันแปลกหรือมันยากยังไงใช่ไหมครับ.... 555555 คือ ต้องบอกก่อนว่าผมไม่เคยบินไปลงที่สนามบินนาริตะมาก่อนเลยในชีวิต เหตุผลง่ายๆ เลยคือ....ดูนี่นะครับ
Tokyo กับ Narita เนี้ย แม่งคนละเรื่องกันเลยจะพูดว่าเหมือน สุวรรณภูมิ กับ กรุงเทพฝั่งเหนือ ก็น่าจะได้มั้งครับสำหรับผมนี่ นาริตะ นี่นอกเมืองมาก อิมเมจในหัวคือเป็นเมืองที่ค่อนไปทางเงียบๆ มีเมืองเก่า คูคลอง ฟิลคล้ายๆ เกียวโต อันนี้จริงๆ เป็นยังไงผมก็ไม่ทราบนะครับ เพราะไม่เคยไปจริงๆ
แล้วปกติผมบินไหน.....ฮาเนดะ ครับ สนามบินที่เรียกว่าอยู่ในโตเกียวของแท้ ไปสนามบินไม่ต้องเผื่อเวลามากนัก 30-45 นาที ก็เอาอยู่ แต่ถ้านาริตะ ผมนี่เผื่อเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง ก่อนเวลาเช็คอิน นี่แหละครับ เหตุผลว่าทำไม ผมถึงไม่เคยบินสนามบินนาริตะเลยแต่ในฐานะหัวหน้าทัวร์ 55555ผมศึกษามาแล้วว่า เราจะเดินทางจากสนามบินเข้าโตเกียวยังไง ปกติถ้าบินฮาเนดะ ผมจะเดินทาง 2 แบบ คือ ด้วยรถไฟ หรือไม่ก็แท็กซี่ ถ้าเดินทางด้วยรถไฟก็ประมาณ 700-1000เยน ใช้เวลา 20 นาที ถ้าแท็กซี่ก็ โน้นนน ครับ 8000-9000 เยน
แต่ถ้ามาจากนาริตะ.... ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแท็กซี่ครับ... impossible ส่วนค่ารถไฟ เบ็ดเสร็จถึง Ueno station น่าจะราวๆ 2350-2850 เยน ใช้เวลา 45-60 นาที แน่นอนว่า เสียเวลาขนาดนี้ ผมต้องหาวิธีที่ประหยัดเวลามากที่สุด และผมก็ได้เรียนรู้ว่า มันมีรถไฟด่วนที่วิ่งตรงจากสนามบินนะริตะ เข้ามาอูเอโนะโดยตรง ใช้เวลา 40-45นาที สนนราคาที่ 2850เยน เลยจัดการซื้อล่วงหน้าแบบ 2-ways ราวๆ 900บาท ผ่าน Klook ได้ QR code มา ผมก็สบายใจละ รายงานพี่สาว รายงานเมียเรียบร้อย
แล้วประสบการณ์ที่สนามบินนาริตะของผมเนี้ย.....แม่งโคตร messy เลยครับนอกจากเดินไกลแล้ว ตม.ก็...นะ เครื่องลงพร้อมกัน 2-3 ลำ ตม.เปิด 3 ช่อง แถวนี่ขดกันเป็นเส้นมาม่า ลงทะเบียน Visit Japan มาแล้วก็ไม่ช่วยอะไร เพราะต้องต่อแถวสแกนเครื่องเก่าๆ ใช้เวลานานมากต่อคน เสร็จก็ต้องไปต่อแถวรอผ่าน ตม. อีก ดีที่มีคุณลุงเจ้าหน้าที่ พยายามช่วยจัดระเบียบ ใครมาด้วยกัน เข้าด้วยกัน ทางนั้นทางนี้ ค่อยดีหน่อยครับ ก่อนที่ ตม. จะเปิดเพิ่มในอีกราวๆ 30 นาทีต่อมา
แต่อย่างั้นงี้เลยครับหลังเดือนสิงหานี้ คนไทยจะไปญี่ปุ่นต้องขอวีซ่ากันแล้ว ผ่าน ตม. มาได้ ก็เตรียมหารถไฟเข้าโตเกียวครับ ซึ่งผมก็พบว่า .... เฮียละ....ไอ่ QR ที่ผมมีแม่งขึ้นรถไฟไม่ได้ต้องเอาไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์ซะก่อน แต่ก็ไม่ได้ยากครับ แค่เดินไป แล้วยื่น QR ให้ เจ้าหน้าที่ก็ออกบัตรให้แล้ว ใบบัตรมีเวลา มีแพลทฟอร์ม car และ Seat ครบหมด ที่เหลือก็เป็นหน้าที่เราดูเวลารถไฟที่มาให้ตรงก็พอครับ
ซึ่งผมเดินถือตั๋วยิ้มแฉ่งกลับมาหาลูกทัวร์"12:02 นะ"ภาพที่ผมเห็นคือทุกคนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูพร้อมๆ กัน ก่อนที่แฟนจะพูดกับผมว่า"แต่ตอนนี้ 11:55 แล้วนะปริ้นซ์"แล้วจะให้ผมทำยังไง....นอกจากมองหน้าทุกคนแล้วบอกว่า"วิ่งครับ!!!"ไม่ได้พูดเปล่า มือก็คว้ากระเป๋าเดินทางแล้วออกตัวเข็นซะล้อฟรี
รถไฟที่เราจะขึ้นมีชื่อว่า Keisei Skylinerเป็นรถไฟด่วยพิเศษที่ Connect ระหว่างสนามบินนาริตะกับโตเกียวซึ่งรถไฟสายนี้จะหยุดที่สถานีที่เหมาะที่สมมาก คือ นิปโปริ และ อูเอะโนะใครใคร่จะลงตรงไหนก็ลง ลงให้ให้ทันแล้วกัน เพราะมันจอดแป็บเดียว
นิปโปริ นี่ก็เดินทางต่อรถไฟ JR ต่อสะดวก ส่วน อูเอะโนะ มาถึงกลางเมืองไปต่อสะดวกมากเหมือนกันผมเลือกลงอูเอะโนะครับ สถานี Keisei Skyliner มันจะอยู่ฝั่ง Park ซึ่งรถไฟสายใช้เวลาแค่ 40 นาทีเท่านั้นจากนาริตะถึงอูเอะโนะ ถือว่าประหยัดเวลามากๆ ความรู้ใหม่เลยครับ

ที่พักของพวกผมจองไว้ย่าน Omori โน้นเลยครับ สาเหตุง่ายๆ คือ ถูก 555555 แต่แน่นอนว่า ผมไม่พาพวกไปลำบากแน่นอน เพราะถึงจะอยู่ไกลจากย่านกลางเมืองซักหน่อย แต่ก็ใช้เวลาประมาณ 20-30นาทีเท่านั้น ถือว่าใช้ได้ เทียบกับราคา เพราะช่วงที่ผมไป ที่พักในเมืองคือจะอยู่เป็น 10 วันนี่ไม่ได้ครับ คือละเกือบหมื่น จากที่เคยพักแค่ 3-4 พัน ใครไหวไปก่อนได้เลย....กูไม่ไหว....
ทำไมถึงเลือก Omori เพราะมันเป็นฝั่ง Shinagawa ครับ ผมค่อนข้างถนัดการใช้สถานีนี้เป็นสารตั้งต้น เพราะทริปแรกๆ ตอนทำธุรกิจกับเพื่อนตอนจบใหม่ๆ ผมพักโรงแรมติดกับสถานี Shinagawa เสมอ ด้วยความยังไม่ชินพื้นที่ การเดินทาง เลยเลือกพักที่ Hub ดีกว่า หลังจากนั้น เจอกันที่ Ginza ครับ 555555 ไม่มาแล้ว Shinagawa
ทำเลที่พักผมถือว่าสุดยอดครับ ผ่านการเลือกมาจากคนที่ต้องอยู่เอาตัวรอดคนเดียวมาก่อนอย่างผม หน้าโรงแรมมี Family mart ตรงข้ามเป็นสถานีรถไฟ เดินไปซัก 200เมตร มี ห้าง Ito Yokado ใต้ IY มี Komeda Coffee ตามทางมีร้านซูชิ เนื้อย่างง้อว์....ความบังเอิญน่ะ แม่งไม่มีจริงครับ อันนี้วางแผนการกินการอยู่เอาไว้แล้วล้วนๆ 
วันแรกที่มาถึง เราเข้าเมืองกันครับเพราะเราไม่รู้ว่าอากาศจะหนาวแค่ไหน บางเวปก็บอกว่า ไม่ค่อยหนาว แค่ 15-16 องศา แต่เพื่อนๆ ญี่ปุ่นบอก Getting cold นะยู แต่สบายๆ เลยไม่ได้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาเยอะ เตรียมมากันแค่สำหรับ 2-3วัน ที่เหลือมาหาซื้อเอาที่ญี่ปุ่น เนื่องจากค่าเงินตอนนั้น 0.20ครับ บันเทิงมากผมเลยพาทุกคนไปช้อปปิ้งกันที่ Ginza ที่มีครบ จบได้ทุกอย่าง เพราะทริปนี้ ด้วยเงินเยนอ่อนมาก เราเลยกะมาซื้อเอาที่ญี่ปุ่น เตรียมมาแค่พอไม่หนาวในวันแรกที่มาถึง ส่วนของวันอื่นๆ ค่อยมาหาเอาที่ญี่ปุ่นครับ เพราะกะไม่ได้เลยว่าอากาศจะหนาวแค่ไหนบ้านพี่สาวก็เติมของกันไปให้ครบถ้วน อย่างของหลานนี่เหมือนต้องซื้อหลายอย่างมากครับ ส่วนแฟนผมนี่....ก็อยากเติมของครับ แต่ผมต้องจับมือไว้แน่นๆ แล้วบอกว่า "เธอ...ใจเย็นๆ พรุ่งนี้เราไป outlet กันนะ"ส่วนของผม ผมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวไปไม่ถึง เพราะดูพยากรณ์อากาศไปว่า 12-15 องศา ไอ่ผมก็มองว่าไม่น่าหนาวมาก เลยเอาโค๊ชวูลมาแค่ตัวเดียว กับ Ultra heatech 2 ชุด
แล้วโอ้โห แค่ลงเครื่องมาวันแรก ผมก็หนาวเกือบตาย ไม่สิ...แรก ๆ ก็ไม่หนาวหรอกครับ เพราะออกกำลังกาย ขนกระเป๋ากันจนลืมหนาว แต่พอฝนตก....เออ ฝนตกนะครับ พอฝนตก เปียก และแค่เดินชิลๆ โค๊ทนี่เอาไม่อยู่ มันค่อยๆ หนาวมากขึ้นเรื่อยๆ จนพี่เขยที่เอาเสื้อกันหนาวมาโคตรเยอะ ต้องเอาเสื้อมาแบ่ง55555
วันแรกจบละไป ทุกคนมีความรู้สึกนึงร่วมกันคือ ง่วงมากส่วนหัวหน้าทัวร์อยากผม นอกจากรู้สึกวางแผนเรื่องเสื้อผ้าผิดแล้ว ยังเหนื่อยกับการดูแลลูกทัวร์ด้วยครับ เพราะเมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจ แต่ลูกทัวร์ยังมีความอยากช้อปปิ้งเนี้ย ผมก็บริหารไม่ถูกเหมือนกัน ปากก็บอกว่าเปียก แต่ให้กลับก็ไม่เอา แถมญี่ปุ่นร้านต่างๆ ปิดไวครับ จะลังเลโอ้เอ้ไม่ได้
แต่นิดนึงในสมองผมคือเป็นห่วงหลานครับ เพราะวันรุ่งขึ้นผมกับแฟนจะแยกตัวจากบ้านพี่สาวไปอีกจังหวัดนึง ถึงแม้ว่าทั้งพี่สาวพี่เขยจะเดินทางต่างประเทศมาไม่ใช่น้อย ครับ...ผมไม่ได้ห่วงเค้า ผมห่วงหลาน นี่สั่งนั่นสั่งนี่พี่สาวเอาไว้
หลานขึ้นรถไฟได้ฟรีนะ ร้านอาหารเช้าเปิด 6.00 นะ บัตร Suica หลานมีเงินอยู่ 5000เยน นะ เช้าๆ รถไฟคนเยอะ ใส่Airtag ให้ด้วยนะ คนญี่ปุ่นเค้าเดินชนหมดไม่สนผู้หญิงไม่สนเด็กนะ อย่าลืมร่มด้วยนะเยอะครับ! เยอะกว่านี้อีก
| Create Date : 27 มกราคม 2569 |
| Last Update : 27 มกราคม 2569 16:15:52 น. |
|
13 comments
|
| Counter : 494 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtanjira, คุณกะริโตะคุง, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณปัญญา Dh, คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณmultiple, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณhaiku, คุณkae+aoe |
โดย: กะริโตะคุง วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:18:23:18 น. |
|
|
|
โดย: กะริโตะคุง วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:18:26:03 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:18:54:26 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:22:21:59 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:5:33:02 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:7:26:34 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:13:47:47 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:15:44:51 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:23:37:40 น. |
|
|
|
โดย: babyL' วันที่: 31 มกราคม 2569 เวลา:13:16:37 น. |
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
ญี่ปุ่นไปกันบ่อยจนเหมือนอยู่ปากซอยบ้านแล้วนะคะ
ได้ที่พักทำเลดีเยี่ยม ใกล้แหล่งหาของกิน ไม่อดตายแน่นอน 555
--------------------
ของเล่นแมว แมวไม่ค่อยเล่นเท่าไหร่หรอกค่ะ ทาสแมวเล่นมากกว่า 555
จริง ๆ แมวไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย แค่กล่องเปล่า ๆ ก็เล่นได้แล้ว
สูงสุดคืนสู่สามัญ ... ของเล่นที่แมวชอบ
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=fasaiwonmai&month=13-01-2026&group=23&gblog=320