lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
มกราคม 2569
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
27 มกราคม 2569
space
space
space

ทัวร์ญี่ปุ่น วุ่นทั้งทริป EP.1


 
อย่างที่เกริ่นไว้บล๊อกก่อนหน้าที่ว่า 
การเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ เหมือนได้เรียนรู้อะไรใหม่เพียบ
พอ ๆ กับ
ประสบการณ์ดีก็มีบ้าง ไอ่บัดซบนี่ก็เยอะ



อีกหนึ่งประสบการณ์การครั้งแรกของผม
สำหรับประเทศที่เดินทางมาเป็นสิบๆ ครั้งอย่างญี่ปุ่นก็ คือ


การบินไปลงที่สนามบินนาริตะ


มันแปลกหรือมันยากยังไงใช่ไหมครับ.... 555555 
คือ ต้องบอกก่อนว่าผมไม่เคยบินไปลงที่สนามบินนาริตะมาก่อนเลยในชีวิต

เหตุผลง่ายๆ เลยคือ....ดูนี่นะครับ












Tokyo กับ Narita เนี้ย แม่งคนละเรื่องกันเลย
จะพูดว่าเหมือน สุวรรณภูมิ กับ กรุงเทพฝั่งเหนือ ก็น่าจะได้มั้งครับ

สำหรับผมนี่ นาริตะ นี่นอกเมืองมาก 
อิมเมจในหัวคือเป็นเมืองที่ค่อนไปทางเงียบๆ  มีเมืองเก่า คูคลอง
ฟิลคล้ายๆ เกียวโต
อันนี้จริงๆ เป็นยังไงผมก็ไม่ทราบนะครับ เพราะไม่เคยไปจริงๆ 



แล้วปกติผมบินไหน.....
ฮาเนดะ ครับ
สนามบินที่เรียกว่าอยู่ในโตเกียวของแท้ 
ไปสนามบินไม่ต้องเผื่อเวลามากนัก 30-45 นาที ก็เอาอยู่
แต่ถ้านาริตะ ผมนี่เผื่อเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง ก่อนเวลาเช็คอิน
นี่แหละครับ เหตุผลว่าทำไม ผมถึงไม่เคยบินสนามบินนาริตะเลย




แต่ในฐานะหัวหน้าทัวร์ 55555
ผมศึกษามาแล้วว่า เราจะเดินทางจากสนามบินเข้าโตเกียวยังไง
ปกติถ้าบินฮาเนดะ ผมจะเดินทาง 2 แบบ
คือ ด้วยรถไฟ  หรือไม่ก็แท็กซี่ 


ถ้าเดินทางด้วยรถไฟก็ประมาณ 700-1000เยน ใช้เวลา 20 นาที
ถ้าแท็กซี่ก็ โน้นนน ครับ  8000-9000 เยน












แต่ถ้ามาจากนาริตะ....
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแท็กซี่ครับ...
impossible 
ส่วนค่ารถไฟ เบ็ดเสร็จถึง Ueno station น่าจะราวๆ 2350-2850 เยน 
ใช้เวลา  45-60 นาที
แน่นอนว่า เสียเวลาขนาดนี้ ผมต้องหาวิธีที่ประหยัดเวลามากที่สุด
และผมก็ได้เรียนรู้ว่า มันมีรถไฟด่วนที่วิ่งตรงจากสนามบินนะริตะ เข้ามาอูเอโนะโดยตรง
ใช้เวลา 40-45นาที  สนนราคาที่ 2850เยน 
เลยจัดการซื้อล่วงหน้าแบบ 2-ways ราวๆ 900บาท ผ่าน Klook 
ได้ QR code มา ผมก็สบายใจละ รายงานพี่สาว รายงานเมียเรียบร้อย


แล้วประสบการณ์ที่สนามบินนาริตะของผมเนี้ย.....

แม่งโคตร messy เลยครับ
นอกจากเดินไกลแล้ว ตม.ก็...นะ
เครื่องลงพร้อมกัน 2-3 ลำ ตม.เปิด 3 ช่อง แถวนี่ขดกันเป็นเส้นมาม่า
ลงทะเบียน Visit Japan มาแล้วก็ไม่ช่วยอะไร เพราะต้องต่อแถวสแกนเครื่องเก่าๆ
ใช้เวลานานมากต่อคน เสร็จก็ต้องไปต่อแถวรอผ่าน ตม. อีก
ดีที่มีคุณลุงเจ้าหน้าที่ พยายามช่วยจัดระเบียบ
ใครมาด้วยกัน เข้าด้วยกัน ทางนั้นทางนี้ ค่อยดีหน่อยครับ
ก่อนที่ ตม. จะเปิดเพิ่มในอีกราวๆ 30 นาทีต่อมา



แต่อย่างั้นงี้เลยครับ

หลังเดือนสิงหานี้ คนไทยจะไปญี่ปุ่นต้องขอวีซ่ากันแล้ว












ผ่าน ตม. มาได้ ก็เตรียมหารถไฟเข้าโตเกียวครับ
ซึ่งผมก็พบว่า ....
เฮียละ....ไอ่ QR ที่ผมมีแม่งขึ้นรถไฟไม่ได้
ต้องเอาไปแลกบัตรที่เคาน์เตอร์ซะก่อน
แต่ก็ไม่ได้ยากครับ แค่เดินไป แล้วยื่น QR ให้ เจ้าหน้าที่ก็ออกบัตรให้แล้ว
ใบบัตรมีเวลา มีแพลทฟอร์ม car และ Seat ครบหมด
ที่เหลือก็เป็นหน้าที่เราดูเวลารถไฟที่มาให้ตรงก็พอครับ



ซึ่งผมเดินถือตั๋วยิ้มแฉ่งกลับมาหาลูกทัวร์

"12:02  นะ"
ภาพที่ผมเห็นคือทุกคนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูพร้อมๆ กัน
ก่อนที่แฟนจะพูดกับผมว่า

"แต่ตอนนี้ 11:55 แล้วนะปริ้นซ์"


แล้วจะให้ผมทำยังไง....นอกจากมองหน้าทุกคนแล้วบอกว่า
"วิ่งครับ!!!"

ไม่ได้พูดเปล่า มือก็คว้ากระเป๋าเดินทางแล้วออกตัวเข็นซะล้อฟรี









รถไฟที่เราจะขึ้นมีชื่อว่า
 Keisei Skyliner
เป็นรถไฟด่วยพิเศษที่ Connect ระหว่างสนามบินนาริตะกับโตเกียว
ซึ่งรถไฟสายนี้จะหยุดที่สถานีที่เหมาะที่สมมาก
คือ
นิปโปริ และ อูเอะโนะ
ใครใคร่จะลงตรงไหนก็ลง ลงให้ให้ทันแล้วกัน เพราะมันจอดแป็บเดียว










นิปโปริ นี่ก็เดินทางต่อรถไฟ JR ต่อสะดวก
ส่วน
อูเอะโนะ มาถึงกลางเมืองไปต่อสะดวกมากเหมือนกัน
ผมเลือกลงอูเอะโนะครับ 
สถานี Keisei Skyliner มันจะอยู่ฝั่ง Park
ซึ่งรถไฟสายใช้เวลาแค่ 40 นาทีเท่านั้นจากนาริตะถึงอูเอะโนะ
ถือว่าประหยัดเวลามากๆ ความรู้ใหม่เลยครับ










ที่พักของพวกผมจองไว้ย่าน Omori โน้นเลยครับ
สาเหตุง่ายๆ คือ
ถูก  555555
แต่แน่นอนว่า ผมไม่พาพวกไปลำบากแน่นอน 
เพราะถึงจะอยู่ไกลจากย่านกลางเมืองซักหน่อย 
แต่ก็ใช้เวลาประมาณ 20-30นาทีเท่านั้น ถือว่าใช้ได้ เทียบกับราคา
เพราะช่วงที่ผมไป ที่พักในเมืองคือจะอยู่เป็น 10 วันนี่ไม่ได้ครับ
คือละเกือบหมื่น จากที่เคยพักแค่ 3-4 พัน
ใครไหวไปก่อนได้เลย....
กูไม่ไหว....



ทำไมถึงเลือก Omori 
เพราะมันเป็นฝั่ง
Shinagawa ครับ ผมค่อนข้างถนัดการใช้สถานีนี้เป็นสารตั้งต้น
เพราะทริปแรกๆ ตอนทำธุรกิจกับเพื่อนตอนจบใหม่ๆ
ผมพักโรงแรมติดกับสถานี Shinagawa เสมอ
ด้วยความยังไม่ชินพื้นที่ การเดินทาง เลยเลือกพักที่ Hub ดีกว่า
หลังจากนั้น เจอกันที่ Ginza ครับ 555555 ไม่มาแล้ว Shinagawa

 


ทำเลที่พักผมถือว่าสุดยอดครับ
ผ่านการเลือกมาจากคนที่ต้องอยู่เอาตัวรอดคนเดียวมาก่อนอย่างผม
หน้าโรงแรมมี
Family mart  ตรงข้ามเป็นสถานีรถไฟ
เดินไปซัก 200เมตร มี ห้าง
Ito Yokado 
ใต้ IY มี Komeda Coffee  ตามทางมีร้านซูชิ เนื้อย่าง
ง้อว์....ความบังเอิญน่ะ แม่งไม่มีจริงครับ 
อันนี้วางแผนการกินการอยู่เอาไว้แล้วล้วนๆ 











วันแรกที่มาถึง เราเข้าเมืองกันครับ

เพราะเราไม่รู้ว่าอากาศจะหนาวแค่ไหน
บางเวปก็บอกว่า ไม่ค่อยหนาว แค่ 15-16 องศา
แต่เพื่อนๆ ญี่ปุ่นบอก Getting cold นะยู แต่สบายๆ
เลยไม่ได้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวมาเยอะ
เตรียมมากันแค่สำหรับ 2-3วัน ที่เหลือมาหาซื้อเอาที่ญี่ปุ่น
เนื่องจากค่าเงินตอนนั้น 0.20ครับ บันเทิงมาก




ผมเลยพาทุกคนไปช้อปปิ้งกันที่ Ginza
ที่มีครบ จบได้ทุกอย่าง
เพราะทริปนี้ ด้วยเงินเยนอ่อนมาก เราเลยกะมาซื้อเอาที่ญี่ปุ่น
เตรียมมาแค่พอไม่หนาวในวันแรกที่มาถึง 
ส่วนของวันอื่นๆ ค่อยมาหาเอาที่ญี่ปุ่นครับ เพราะกะไม่ได้เลยว่าอากาศจะหนาวแค่ไหน



บ้านพี่สาวก็เติมของกันไปให้ครบถ้วน
อย่างของหลานนี่เหมือนต้องซื้อหลายอย่างมากครับ
ส่วนแฟนผมนี่....ก็อยากเติมของครับ แต่ผมต้องจับมือไว้แน่นๆ 
แล้วบอกว่า
"เธอ...ใจเย็นๆ พรุ่งนี้เราไป outlet กันนะ"
ส่วนของผม ผมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวไปไม่ถึง
เพราะดูพยากรณ์อากาศไปว่า 12-15 องศา
ไอ่ผมก็มองว่าไม่น่าหนาวมาก เลยเอาโค๊ชวูลมาแค่ตัวเดียว กับ Ultra heatech 2 ชุด











แล้วโอ้โห แค่ลงเครื่องมาวันแรก ผมก็หนาวเกือบตาย
ไม่สิ...แรก ๆ ก็ไม่หนาวหรอกครับ 
เพราะออกกำลังกาย ขนกระเป๋ากันจนลืมหนาว
แต่พอฝนตก....เออ ฝนตกนะครับ 
พอฝนตก เปียก และแค่เดินชิลๆ โค๊ทนี่เอาไม่อยู่ มันค่อยๆ หนาวมากขึ้นเรื่อยๆ
จนพี่เขยที่เอาเสื้อกันหนาวมาโคตรเยอะ ต้องเอาเสื้อมาแบ่ง55555


วันแรกจบละไป
ทุกคนมีความรู้สึกนึงร่วมกันคือ
ง่วงมาก
ส่วนหัวหน้าทัวร์อยากผม นอกจากรู้สึกวางแผนเรื่องเสื้อผ้าผิดแล้ว
ยังเหนื่อยกับการดูแลลูกทัวร์ด้วยครับ
เพราะเมื่อฝนฟ้าไม่เป็นใจ แต่ลูกทัวร์ยังมีความอยากช้อปปิ้งเนี้ย
ผมก็บริหารไม่ถูกเหมือนกัน  ปากก็บอกว่าเปียก แต่ให้กลับก็ไม่เอา
แถมญี่ปุ่นร้านต่างๆ ปิดไวครับ จะลังเลโอ้เอ้ไม่ได้

แต่นิดนึงในสมองผมคือเป็นห่วงหลานครับ
เพราะวันรุ่งขึ้นผมกับแฟนจะแยกตัวจากบ้านพี่สาวไปอีกจังหวัดนึง
ถึงแม้ว่าทั้งพี่สาวพี่เขยจะเดินทางต่างประเทศมาไม่ใช่น้อย

ครับ...ผมไม่ได้ห่วงเค้า ผมห่วงหลาน 
นี่สั่งนั่นสั่งนี่พี่สาวเอาไว้ 









หลานขึ้นรถไฟได้ฟรีนะ 
ร้านอาหารเช้าเปิด 6.00 นะ
บัตร Suica หลานมีเงินอยู่ 5000เยน นะ
เช้าๆ รถไฟคนเยอะ ใส่Airtag ให้ด้วยนะ
คนญี่ปุ่นเค้าเดินชนหมดไม่สนผู้หญิงไม่สนเด็กนะ
อย่าลืมร่มด้วยนะ






เยอะครับ! เยอะกว่านี้อีก





 



Create Date : 27 มกราคม 2569
Last Update : 27 มกราคม 2569 16:15:52 น. 13 comments
Counter : 494 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtanjira, คุณกะริโตะคุง, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณปัญญา Dh, คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณmultiple, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณhaiku, คุณkae+aoe


 
ว่าจะมาตอบเรื่องแมว อ้าว อัพบล็อกใหม่แล้ว
ญี่ปุ่นไปกันบ่อยจนเหมือนอยู่ปากซอยบ้านแล้วนะคะ
ได้ที่พักทำเลดีเยี่ยม ใกล้แหล่งหาของกิน ไม่อดตายแน่นอน 555

--------------------

ของเล่นแมว แมวไม่ค่อยเล่นเท่าไหร่หรอกค่ะ ทาสแมวเล่นมากกว่า 555
จริง ๆ แมวไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย แค่กล่องเปล่า ๆ ก็เล่นได้แล้ว

สูงสุดคืนสู่สามัญ ... ของเล่นที่แมวชอบ
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=fasaiwonmai&month=13-01-2026&group=23&gblog=320



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:17:19:55 น.  

 
555+ บ้านผมอยู่กรุงเทพฝั่งเหนือซะด้วยสิ แถวๆอนุสรณ์สถานเลยทีเดียวเชียว ก็เดินทางลำบากอยู่ครับเข้าใจเปรียบเทียบดีครับ

เวลาผมไปโตเกียวนี่มักจะลง Narita ตลอดเลยครับ เคยลง Haneda เหมือนกันรู้สึกว่ารถไฟมันวุ่นวายกว่าพอสมควรครับ ผมยังไม่เคยนั่ง Skyliner เลยครับ นั่งแต่ NEX ของ JR ครับ (มันรวมอยู่ใน pass ด้วย ไม่ได้เสียเงินเพิ่มครับ...แต่สมัยนี้ยังรวมอยู่มั้ย ไม่แน่ใจละ ผมไม่ได้ไปญี่ปุ่นมา 6 ปีแล้ว )

ส่วนใหญ่ที่เห็น คนไทยชอบไปพัก Ueno กันเยอะครับ สมัยผมไป Tokyo บ่อยๆก็พักที่ Toganeiya เจอคนไทยทุกรอบครับ ช่วงหลังๆก็ย้ายไปพัก Toyoko Inn หรือ APA แทนครับ คุณภาพโอเค ราคาก็ดีครับ ตลาด Ameyoko ก็ของกินเยอะดี แต่อาจจะโล้งเล้งๆหน่อยนะครับ

คุณจันทราน็อคเทิร์นไปญี่ปุ่นก็มีเล่นสกีเนอะ แต่ผมยังไม่เคยเล่นสกีเลยครับ หน้าหนาวนี่ไปแค่ 2 ครั้งกะว่าจะไปเจอหิมะแต่ก็ไม่เจอทั้ง 2 ครั้งเลยครับ

ปล. รูปปิดท้าย blog ดีมากครับ


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:18:23:18 น.  

 
เอ้อ ผมลืมถามไป หลังจากเดือนสิงหาคมปีนี้ ญี่ปุ่นเขาจะยกเลิก 15 days short term visa สำหรับคนไทยแล้วเหรอครับ?

รู้สึกประหลาดใจมากๆครับ แต่ก็ดีที่รู้ก่อน เพราะผมว่าจะไปญี่ปุ่นปีหน้าด้วย


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:18:26:03 น.  

 
อุ๊ย บล็อกใหม่ มาตอนเย็น นี่ อาจารย์เต๊ะ ถ่านอ่อน
พรุ่งนี้มาใหม่ดีกว่านะครับ 555



โดย: multiple วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:18:54:26 น.  

 
โดนแบน คำหยาบมั้ง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 27 มกราคม 2569 เวลา:22:21:59 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์

ญี่ปุ่นเค้าตรงเวลาจริงๆ
ไม่มีคอยแน่ๆ
เวลาจวนเจียน ได้ออกกำลังกายเลยนะครับ 555

ค่าเดินทางในญี่ปุ่นถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายหลักเลย
ไม่แพ้ค่าที่พัก ค่าอาหาร
ถ้าคุมอยู่สามอย่างนี้
ประหยัดงบไปได้เยอะมากเลยนะครับ

เสียดายมากที่เราต้องทำวีซ่าแล้ว
เดาว่าคนไทยน่าจะแอบเข้าไปทำงานเยอะมากครับ
เหมือนแอบเข้าเกาหลีเยอะ จนทางการเค้าระแวงเลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:5:33:02 น.  

 
แจ๊ครีชชเชอร์นี่ตามอ่านหนังสือ
มาเป็นยี่สิบเล่มได้แล้วจ้าปริ้น
ตัวละครเอกเขามีเอกกลักษณ์เฉพาะ
หลานเลิฟของปริ้นน่าจะช่วยฮีลใจ
ให้ปริ้นหายเหนื่อยได้ไม่น้อยเลยนะ


โดย: หอมกร วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:7:26:34 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายครับ

เมื่อเช้าไป รพ หมอนัด ไปดูแผลผ่าตัดครับ
x-ray ดู น็อต 6ตัว ยังอยู่ครบทุกตัว สบายใจได้ครับ 555

เรื่องไปสนามบินนี่ นึกถึงตอนอยู่เมืองไทย ทำงานสรามบินดอนเมืองนี่
ขับรถอย่างมากไม่เกิน ครึ่ง ชมถึง เพราะบ้านอยู่บางเขน
แต่พอสนามบิน สุวรรณภูมิมานี่ ใครให้ไปรับไปส่งนี่
บอกเดี๋ยวโอนตังให้ นั่งแท้กซี่มาเองละกัน ไกลมากๆเลย

คงเหมือน นาริตะ แล้วมา โตเกียวนี่แหละนะครับ

ที่นั่น ถ้าได้นั่งรถไฟ น่าจะประหยัดที่สุดแล้วนะครับ
ยิ่งเมืองค่าครองชีพแพงๆแบบนี้
จะเดินทางไปเที่ยวไหน ต้องวิเคราะห์เส้นทางกัน ละเอียดยิบๆ
ทางไหนจะเร็วกว่า ประหยัดกว่า ต้องศึกษาดีๆ

ส่วนเรื่องไปแล้วโดน ความหนาวเหน็บ แบบไม่ได้เตรียมใจไว้นี่
ยังดีมีเสื้อให้ยืมนะครับ ไม่งั้นต้องลงทุนซื้เสื้อใส่แน่ๆ

แล้วก็ไปกับสาวๆ ที่ใจอบากช็อปนี่ ฝนจะตก แผ่นดินจะไหว ก้ไม่อาจห้ามเธอได้นะครับ555

แล้วมากัน 2 ครอบครัว แล้วทำไมจะแยกทางกันเที่ยวซะละครับ
หรือที่หมายไม่ตรงกัน คู่นึงพาลูก เที่ยว อีกคู่ จะไปฮันนีมูน แหงๆเลยนะครับ แฮร่ 555



โดย: multiple วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:13:47:47 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊น

พี่อ่านจนจบไปเมื่อวานค่ะ
ตามที่น้องเล่าเรื่องสนามบินพี่ป่านบินไปลงมาทุกที่ค่ะ
จะไกลไหมอะไรยังไง ก็มีเสียงบ่นมานิดๆ แต่เพราะพี่ป่านอยากไปเลยต้องทำใจด้วยมั้งคะ
แต่ละที่ที่ไปก็แล้วแต่ตั๋วคอนเสิร์ตเลยค่ะว่าได้ที่ไหน พี่จำได้ประมาณนี้นะคะ

ปีนี้พี่ป่านน่าจะหยุดพักค่ะ เพราะนักร้องคนที่พี่ป่านชอบนางลาออกจากวงไปค่ะ
แต่ก็ยังคงแสดงละครมั้งคะ ตอนรู้ว่ายูโตะลาออก นางเสียใจมากค่ะ แต่น้อยกว่าตอนที่ทักกี้ลาออก
ไม่รู้พี่ป่านจะมีใครในดวงใจอีกไหมนะคะ มารอดูกันค่ะ

ข้าวหอมน่าจะชอบญี่ปุ่นไหมคะ ดูจากรูปข้าวหอมเริ่มเป็นสาวแล้วนะคะน้าปริ๊น
น้าปริ๊นเตรียมไว้หนวดรึยังเอ่ย?



โดย: tanjira วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:15:44:51 น.  

 
เดี่ยวผมมาเม้นต์ใหม่ คนเรามันพลาดกันได้ 555


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 28 มกราคม 2569 เวลา:23:37:40 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องปริ๊น

หลายบล็อกของครู เธอไม่ได้เข้ามานะ คิดว่า ภารกิจเธอมี
มาก เพราะทั้งงานประจำ งานครอบครัว ยังหนุ่ม ยังสาว มีเวลาก็
ต้องรีบไปเที่ยว เพราะว่า พออายุมากขึ้น การเที่ยวจะไม่สนุกเท่า
ตอนที่กำลังขาของเรายังดี ยังแข็งแรง จ้ะ
สนามบิน นาริตะ จำได้ว่า ตอนไป อเมริกา ต้องมาต่อ
เครื่องที่สนามบินนี้ อีกครั้ง ตอนไปฮ็อกไกโดก็รู้สึกมาลงที่สนามบินนี
เธอกับครบครัวพี่สาวไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ก็ดีนะ
สนามบินที่ไม่เคยไปลง ก็ได้ไปลง อิอิ ที่พักที่ไกลไปหน่อย แต่
ว่าราคาห่างจากในเมืองมากมาย ก็เป็นการประหยัด เห็นคุณค่าของ
เงินตรา เนาะ อิอิ
ข้าวหอม ไม่เห็นนานหลายบล็อก รู้สึกโตขึ้นมาก จะเป็นสาว
แล้วเนาะ เด็ก ๆ โตไว ผู้ใหญ่ ก็แก่ไปตามวัยเช่นกัน 555
โหวดหมวด ท่องเที่ยว


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 29 มกราคม 2569 เวลา:19:41:24 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

ตามมาเป็นลูกทัวร์ด้วยคนครับ ออกกำลังขากันตั้งแต่สตาร?เลย ^^
พูดถึงญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้ผมชอบดูช่องครบเครื่องญี่ปุ่น เพลินๆ ดีครับ
ป.ล. คุณหลานโตแล้วนะนั่น

จากบล็อก
เมื่อเดือนธันวามีคาบูกิมาแสดงที่รัชดาลัยด้วยครับ แต่ผมไม่ได้ดู
ขายวิญญาณให้ปิศาจ ในเรื่อง
ประมาณว่ามุ่งมั่นสู่ความสำเร็จแบบไม่สนใจคนข้างหลังครับ
คือมีช่วงที่แกยอมทิ้งลูกเมียเพื่ออาชีพเลย



โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 29 มกราคม 2569 เวลา:22:22:34 น.  

 
ต้องขอวีซ่าอีกแล้วหรอคะเนี่ย จะได้ไปก่อนสิงหามั้ยเนี่ย อยากไปอีกแล้วนะญี่ปุ่น


โดย: babyL' วันที่: 31 มกราคม 2569 เวลา:13:16:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space