lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
กุมภาพันธ์ 2569
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
space
space
9 กุมภาพันธ์ 2569
space
space
space

1 Day lazy leave




เคยลางานด้วยสาเหตุบ้าๆ กันบ้างไหมครับ




อาทิตย์ที่แล้ว
ผมทำงานกลางวันที่ไซต์นึง  พอ 6 โมงเย็นเข้าอีกไซต์นึง
เสร็จงาน 4 ทุ่ม กลับบ้าน เกือบเที่ยงคืน
เช้ามาตื่น ตี 5 ไปเข้างาน 6 โมงครึ่งจนถึง 5 โมงเย็น 
รุ่งขึ้นเข้าไซต์อีก 8 โมงเช้า เสร็จ 4 โมงเย็น 
5 โมงเย็น เข้าอีกไซต์ เสร็จ  3 ทุ่ม












เหนื่อยมากครับ เหนื่อยแบบกินข้าวไม่ลง ยิ้มไม่ไหว พูดจาไม่สู้จะรู้เรื่อง
ยืนรอทำงานอยู่นี่ ผมถอนหายใจไม่รู้กี่ร้อยรอบ
ตอนเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ผมเก็บของก็พูดลอยๆ ขึ้นกับไนท์


"วันศุกร์......."
ผมพูดแล้วหยุดไว้แค่นั้น เหมือนสมองสตั้น
ส่วนไนท์ก็ตะแคงหน้ารอฟัง

"วันศุกร์ กูว่าจะป่วยนะ"
ผมพูดพร้อมยิ้ม ๆ ประมาณ เป็นที่รู้กันว่า การลาป่วยล่วงหน้าคืออะไร

"ศุกร์หรอ"
ไนท์มองลอดผมตัวเองที่เสียทรงจนไม่รู้จะเสียยังไง เพราะพึ่งถอดหมวกเซฟตี้
"เออ แต่มีงานนะ โอเคกันใช่ไหม"
"โอเค ไม่มีปัญหา พี่ป่วยไปเลยไม่ต้องห่วง"
ไนท์ยกนิ้วทำท่า โอเค แล้วยิ้มเจื่อนๆ 
คือมันก็คงเหนื่อยเหมือนกันครับ เหนื่อยจนยิ้มให้ไม่ไหวละมั้ง










เช้ามาวันพฤหัส เดชะบุญ วันนั้นไม่มีคิวต้องเข้าไซต์
เลยนั่งเคลียร์งานอยู่ที่ออฟฟิศ
แต่โชคไม่ดีที่ไนท์ ยังคงต้องออกไปไซต์ 
เรียกว่าไม่ได้พัก


ซึ่งผมก็ถามแล้วว่า ไหวไหม จะให้เจมส์ หรือ ปริ๊นซ์ไปแทนดีไหม
แต่ไนท์ยืนยันว่าโอเค
ไหว  ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน
เพราะเมื่อวีคก่อนไนท์มันลาป่วยไปทั้งสัปดาห์ 
ผม กับคนอื่นก็สลับกันเข้างานแทนให้ไนท์กันไป 
ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ไนท์มันก็เกรงใจว่าหายไปนาน




ครับ....ไอ่อาทิตย์ไนท์ป่วยนี่ก็ตื่นเต้นเหลือเกิน
วันนั้นผมอยู่ออฟฟิศ  ส่วนไนท์เข้าไซต์อยู่บางนาคนเดียว
ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้านั้น 2-3วัน ไนท์มันก็เริ่มบ่นๆ ว่ารู้สึกร่างกายไม่ค่อยปกติ

รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรชัดเจน
ทำให้ไนท์ไม่ขอพักเลยซักวัน 




จนกระทั่งวันนั้นละครับ น่าจะวันพุธของสัปดาห์ก่อนหน้า
ผมกำลังนั่งสั่งอาหารกินอยู่ในห้างห้างนึง 
อยู่ๆ พี่รองโปรเจคแมเนเจอร์ก็โทรมาหาผม ฝ่าตอนเที่ยง

ซึ่งปกติไม่คอขาดปาดตายเค้าไม่เคยโทร และผมก็ไม่รับเหมือนกัน
แต่ครั้งนั้น....ผมรับสาย พร้อมกับที่อาหารมาเสิร์ฟพอดี



"สวัสดีครับคุณบิว" 
ผมรับสายด้วยเสียงเฟรนลี่แบบปกติ รอฟังว่าพี่เค้าจะมีอะไรที่ต้องโทรมาเวลานี้
"คุณปริ๊นซ์....คุณปริ๊นซ์อยู่ไหนครับเนี้ย"
คุณบิวพูดด้วยเสียงที่ฟังดูปกติ 
"ผมอยู่ออฟฟิศครับ นี่ออกมาทานข้าว มีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับพี่"
"อ่า....จะพูดแบบนั้นก็ไม่ใช่หรอครับคุณปริ๊นซ์ แต่คุณปริ๊นซ์...เออ....
สะดวกเข้ามาที่นี่ไหม ช่วงบ่ายนี้ก็ได้"




เท่านั้นแหละ... ผมรู้ทันทีว่า แม่งต้องเกิดเชี่ยอะไรที่นั่นแน่ ๆ
และสิ่งที่ผมคิดว่า ไอ่ไนท์ทำเรื่องบรรลัยไว้แล้วแน่นอน

"เกิดอะไรขึ้นครับ......."

เสียงผมเริ่มจริงจัง ส่วนคุณบิวก็ยังคงพูดเรียบๆ 
"เออ.....คุณปริ๊นซ์ คือ......คุณปริ๊นซ์สะดวกมารับคุณไนท์ที่นี่ไหมครับ
อาจจะต้องพาใครมาเอารถกลับ 1 คัน.....ด้วย พอดีคุณไนท์ไม่สบาย"













เท่านั้นแหละครับ ผมนี่วางช้อนแล้วเอามือกุมหัวแทน
"ไนท์เป็นอะไรครับ"
จากนั้นคุณบิวก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง พร้อมกับถามว่าให้ไปโรงบาลเอกชนได้เลยใช่ไหม
ผมเลยยืนยันไปว่า ได้เลย เดี๋ยวผมไปจัดการให้เอง

"โอเคครับ เดี๋ยวผมน่าจะไปพร้อมพี่ ผจก หรือรองอีกคนนะครับ"
"ได้เลยคุณปริ๊นซ์ ไม่ต้องห่วง ทางนี้ผมดูแลให้ครับ"




โอเค....ไม่ต้องด่งต้องแดรกแล้วสินะ
ว่าแล้วผมก็ตักข้าวใส่ปากก็ 2-3 คำ แล้วเช็คบิลตรงนั้น
ก่อนจะโทร เล่าให้พี่ ผจก ว่าเดี๋ยวผมเข้าไปรับพี่ ผจก ที่ออฟฟิศแล้วไปรับไนท์ด้วยกัน
เป็นปกติครับ ถ้ามีเรื่องเมื่อไหร่ คนที่จะตามไปจัดการเรื่องจะเป็นหัวหน้าเสมอ
เผื่อต้องตัดสินใจ หรือติดต่ออะไรเร่งด่วน



แต่พอกลับมาถึงออฟฟิศ พี่ ผจก ก็มายืนรออยู่แล้ว
เจอกันหน้าก็หัวเราะใส่กันครับ จะได้ไม่เครียด 

"ไอ่เชี่ย! ..... ไอ่ไนท์แม่ง....ตื่นเต้นเลยกู กำลังนั่งจองโรงแรมเลย"
พี่ ผจก หัวเราะ
"แล้วผมกินข้าวอยู่พี่ ยังไม่ทันอิ่มก็ออกมาเลย เนี้ย...รักน้องแค่ไหน"



ว่าแล้วผมก็ออกรถ  ขับตรงไปบางนา











ไปถึงก็จัดการเรื่องไนท์เรียบร้อย
ซึ่งคุณหมอแนะนำให้นอนโรงบาลครับ เพราะไนท์ไข้สูง 40 
หนาวสั่นตลอดเวลา แล้วมีอาการเหมือนคนเบลอๆ พูดช้า ตัดสินใจช้า
แถมความดันสูง เกือบ 140 
คุยกันอยู่นาน ได้ความว่า
มันจะกลับคอนโด ไปนอนกับเมีย 55555555

โอเค! กูจัดให้! 




แล้วจากวันนั้น ไอ่ไนท์ก็ลายาวเลย 
ทนอยู่บ้านกอดเมียอยู่ 3 วันก็ต้องนอนโรงบาลอยู่ดี 
แล้วก็หายไปตลอดอาทิตย์





นี่ละครับ ..... งานหนักไม่ทำให้ใครตาย
ไนท์เป็นคนแข็งแรง อึด อดทนมาก พองานหนัก ป่วยแล้วไม่ได้พัก
สุดท้ายป่วยหนักมากจนต้องลายาว













กลับมาที่ผม.....
ไนท์บอกให้ลาไปเลย แล้วเดี๋ยวมันกับน้องจัดการกันเอง



เช้าวันศุกร์ .... ผมตื่นเวลาใกล้เคียงปกติ
อาบน้ำ แต่งตัวด้วยเสื้อยืดดำ กางเกงคาร์โก้สีเขียวขี้ม้า
แล้วลงไปทอดขนมปังไว้กินกับแฟน ก่อนจะนั่งกินชิลๆ กันตอนเช้า
ปกติเวลานี้ผมจะรีบออกจากบ้านไปแล้ว

แฟนก็งงครับ แต่คิดว่า ผมอาจจะมีงานสายๆ ที่ไม่ต้องรีบเร่ง
เค้ายังบอกเลยว่า ดีนะที่เป็นวันศุกร์ที่ไม่ต้องเร่งรีบ












จากนั้นผมก็หยิบแจ็กเก็ตไปหนึ่งตัวแล้วขับรถออกจากบ้านไปก่อนแฟนตามปกติ
ทรงเหมือนว่าออกไปทำงานที่ไหนซักที่ด้วยรองเท้าแตะ 55555

ทำไมผมไม่บอกแฟนหรอครับ เพราะผมกลัวว่า เค้าจะนัดผมกินข้าวเที่ยงด้วย
ซึ่งผมอยากทำอะไรชิลๆ ไม่อยากนัดใคร




ตอนออกจากบ้าน ก็เจอแม่ที่แวะเอาผักมาให้พี่เพ็ญทำกลับข้าวพอดี
แม่ก็มองนิดนึง

"แต่งตัวงี้ไปทำงานหรอ"
ผมไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มๆ แล้วขับรถออกไปแค่นั้น



ออกจากบ้านไปทำอะไร....
ออกไปเดินซื้อของอะไรชิลๆ เข้าบ้านครับ











ดังนั้น เท่ากับผมหายออกจากบ้านไปไม่นาน ก็กลับมา
พร้อมกับขนข้าวขนของเข้าบ้าน
ซึ่งพี่เพ็ญยังจัดการอยู่บ้านแม่เลยครับ รู้อีกทีผมก็จอดรถอยู่ในบ้านแล้ว



กลับบ้านมาผมก็จัดการหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดขึ้นห้องนอน
ก่อนจะเปิดเพลงผ่านลำโพง
Harman Kardon ดังสนั่นห้อง
แล้วจัดการทำความสะอาดห้อง จัดของจัดห้องใหม่
ในส่วนที่ไม่ได้ให้พี่เพ็ญเข้ามาทำ
จัดการรื้อตู้เสื้อผ้า โล๊ะเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วทิ้ง 
เปลี่ยนสีไฟ LED ในหลืบไฟเพดานห้อง ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศ













ถึงตรงนี้คนอื่นเริ่มสงสัยแล้วครับ
เริ่มจากแม่ที่เห็นรถกลับเข้ามาจอดที่บ้านเลยเดินมาดู
เพราะคิดว่าผมไม่สบายเลยกลับบ้านมานอน
แต่พอได้ยินเสียงเพลง ก็เริ่มคิดแล้วว่า
มันไม่น่าป่วยแน่นอน

ถามพี่เพ็ญ พี่เพ็ญก็บอกว่าผมไม่ได้บอกอะไรไว้
แม่เลยโทรหาแฟนผมครับ 55555 แล้วเล่าให้ฟัง
ว่าผมกลับเข้าบ้านมาแล้วเข้าห้องไปเปิดเพลงดังสนั่น ไม่ทำงานหรอ
แฟนก็งงๆ แต่พอเดาได้ตามประสาคนรู้ใจว่ามันคง
"ลาขี้เกียจ" แน่ๆ



แม่เลยขึ้นมาเคาะห้องซักหน่อยครับ
"ไม่....ไปทำงานหรอ"
"ไม่ไป..."
ผมตอบแค่นั้นพร้อมนั่งจัดข้าวจัดของ 
ซึ่งแม่ก็พยักหน้างงๆ ครับ  5555 แล้วถามว่าจะกินอะไรไหมแค่นั้น




พักใหญ่ งานพ่อบ้านเสร็จเรียบร้อย ห้องสะอาดกริ๊บ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ
อะดรีนาลีนกำลังหลั่งเลยครับ เลยว่าจะออกกำลังกายต่อ
แต่อยากให้มันเป็นวันที่โคตรสบาย โคตรชิล 
ผมเลยเปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งที่บ้าน เป็นการออกไปยิม
แน่นอนว่า ยิมวันธรรมดาตอนกลางวันมันโล่งครับ ชิลมาก



กลับมาจากยิม ก็อาบน้ำ ข้ามข้าวมื้อกลางวันไปก่อน
แล้วไปทำอะไรที่รู้สึกได้ทำเพื่อตัวเองซักหน่อย
ด้วยการไปตัดผม ก่อนจะกลับมานอนมาร์คหน้าอยู่ที่บ้าน

แล้วกินไข่ต้มซัก 2 ฟอง ลาบอกไก่ต้ม พร้อมนมถัวเหลือง
เวลากำลังได้ก็ว่าจะนอนซักหน่อย ถอดสมองครับ

ตอนนั้นในหัวปั่นป่วนมากว่า กูจะนอนดี หรือ ไปรับหลานดี




แต่ด้วยมันใกล้เวลารับหลานมากกว่า 
ผมเลยโทรไปบอกแม่ว่า
เดี๋ยวจะออกไปรับหลานให้ ให้แม่ไปด้วยกัน
ระหว่างรอเวลาก็ต่อต้านสันชาตญาณไม่ไหว เปิดคอมคำนวนงานนิดหน่อย













หลานแฮปปี้ละครับ 
ซึ่งผมก็จัดการไปส่งเรียนเปียโนต่อในห้าง 
แล้วกลับบ้านมาปิดมือถือนอนไป 1 ตื่น เย็น ๆค่อยออกไปรับ
เพราะหลานเรียนเสร็จเค้าจะอยู่เล่นรอเพื่อนๆ กลับพร้อมกัน



แต่ตื่นมาก็มีเรื่องเลยครับ เพราะมีสายเข้าจากไนท์2-3 สาย 
ก่อนที่จะมีไลน์เข้ามา ร่ายยาวปื๊ดกับปัญหาของงานวันนี้

ผมก็พยายามรับรู้แต่ไม่รับทราบ 55555 อ่านแล้วก็พิม
"5555" เฉยๆ 
ไม่ตอบ ไม่แก้ไข ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

ให้มันเป็นเรื่องของมึง เอ้ย!  ให้มันเป็นเรื่องของวันจันทร์เถอะ




ทำให้วันนั้นได้เจอกับแก๊งร่วมผจญภัยที่ญี่ปุ่นด้วยกันครบแก๊ง
"อ้าวน้า....วันนี้มารับหรอ"  พ่อเพื่อนหลานทัก
ผมที่เดินมึนๆ อยู่ก็รีบหันไปสวัสดี แล้วยิ้มๆ พยักหน้าเฉยๆ 
ก่อนจะเข้าไปนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ที่ท้ายห้องเรียนเงียบๆ 
คือวันนี้ไม่อยากเอ็นเตอร์เทนใครครับ 
ยิ่งคนไม่รักเด็ก แต่รักเฉพาะหลานตัวเองอย่างผม 5555











ซักพัก หลานวิ่งมาหาจากหน้าห้องเรียน
"น้าปริ๊นซ์ขาาาาาาา"
ขามายาวแบบนี้ รับรองได้ว่าต้องมีอะไรแน่ๆ 
ผมเลยพยักหน้ารับ มองๆ เฉยๆ 

"อะไรคะ"
"ขอกินข้าวกับเพื่อนได้ไหม"
"ได้ค่ะ"  ซึ่งผมเป็นน้าที่ว่าง่าย พร้อมยื่นมือถือให้หลาน
"โทรบอกคุณแม่ด้วยนะคะ ให้มาเจอกันที่นี่"
"โอเคค่ะ"
ว่าแล้วหลานก็จัดการโทรหาแม่เค้าเสร็จสรรพ ก่อนจะยื่นมือถือมาคืน

"Done!"
 ผมชูนิ้วโป้งให้ตอบกลับคำว่า Done ของเค้า




ครับ....การกินข้าวกับเพื่อนหลานก็ไม่ได้แย่ 55555
แต่ผมเนี้ยต้องโทรบอกแฟนให้เข้าใจก่อนว่า
วันนี้กินข้าวเย็นสาวนะ.....สาวที่บ้านนี่แหละ
แฟนบอกได้ แต่วันเสาร์ต้องพาไปกินข้าว

....ได้รับท่าน....











และนั่นละครับ 1 วันหยุดลาเบื่อของผม
ไม่ได้ว่างนอนโง่ๆ อย่างที่คิด แต่ก็ดีครับ หัวโล่งดี





กลับบ้านมา แฟนถามว่า 

"เป็นยังไงบ้าง หยุดงานแล้วดีขึ้นไหมละ"
"ก็...ดีมั้ง อย่างน้อยก็ได้ทำอะไรที่ไม่มีเวลาทำ"
"ดีแล้ว บวกเพิ่ม เสาร์อาทิตย์ อาจจะดีก็ได้นะ"




สุดท้ายแฟนเล่าเรื่องตลกให้ฟังครับ 
คือตอนที่แฟนกลับบ้านมา พี่เพ็ญบอกแฟนว่า ผมสวมวิญญาณพ่อบ้านใจกล้า
ทำความสะอาดห้อง เปลี่ยน Air Diffuser  ในบ้านใหม่ให้นะ


แล้วพี่เพ็ญก็ถามแฟนว่า...

"ขอโทษนะคะ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันใช่ไหมคะ เห็นคุณปริ๊นซ์ดีแปลกๆ"
5555555555555555555





ปกติผมขี้เกียจสินะ!!!



Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2569
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2569 17:57:56 น. 18 comments
Counter : 499 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณกะริโตะคุง, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณสองแผ่นดิน, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณtanjira, คุณnonnoiGiwGiw, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse, คุณtoor36, คุณ**mp5**


 
ดีแล้วครับ ทำงานหนักเกินไปก็ต้องได้พักบ้างนะครับ
สำหรับผมแล้ว ทำงานเพื่อมีชีวิตแต่ไม่ได้มีชีวิตเพื่อทำแต่งานครับ

ทีมงานคุณจันทราน็อคเทิร์นเท่าอ่านมาหลายๆ blogs ก็ถือว่ามีความสามัคคีกันดีนะครับ ไม่เกี่ยงงาน คอยช่วยเหลือ ทดแทนกันได้ดีซึ่งก็เป็นความโชคดีของคุณจันทราน็อคเทิร์นนะครับเนี่ย ไม่ได้หากันได้ง่ายๆนะทีมงานแบบนี้ ผมมักจะได้ยินเพื่อนที่ทำงานที่ไทยบ่นให้ฟังบ่อยๆว่า ลางานยาวไม่ได้เพราะไม่มีคนทำงานแทน อย่างมากก็ลาได้ 2 วัน

แต่เมืองนอกนี่จะคล้ายๆทีมคุณจันทราน็อคเทิร์นเลย คือทุกคนทำงานแทนกันได้ เรื่องลางานก็อิสระเลยถ้ามีวันลาเหลือ 15 วัน จะลารวด 15 วันก็ได้ถ้า Director ยอมเซ็นให้ (ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องรู้เรื่อง manpower ในทีมว่ามีคนพอทำงานในช่วงเวลานั้นรึเปล่า)


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:20:06:03 น.  

 
งานหนัก ไม่เคยทำให้ใครตาย แต่มันจะมีความเครียดสะสม
เสียสุขภาพจิตด้วยนะครับ แต่ถ้ายังผ่อนรถ ผ่อนบ้านอยู่ หนักแค่ไหนก็ต้องไหว ก็ ตามนั้นครับ 555

ส่วนเรื่องเพื่อนร่วมงานนี่ ถ้าได้ทีมดี ช่วยเหลือเราได้ ถือว่าทำบุญมาดี
แต่ถ้าไม่มีใครเลย ต้องรอเราคนเดียวนี่ ถือเป็นกรรมนะครับ แฮร่

เรื่องไข้สูงไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่ต้องสังเกต อาการดีๆ
ถ้ามี แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว พูดจาสับสน ปากเบี้ยว
ให้นึกถึง stroke เอาไว้ด้วยนะครับ
เราะเพื่อน อาจารย์เต๊ะ ไปสอนแล้ว นั่งฟุบอยู่
คนอื่นก็คิดว่าเหนื่อย หรือเป็นลม ไม่ได้สังเกตอาการละเอียด
สุดท้าย ส่ง รพ ไม่ทัน ก้ถือว่า ตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่เลยนะครับ

ส่วนวันหยุดขี้เกียจนี่ อาจารย์เต๊ะ ก็ชอบ ถ้าไม่ถูกกะนาย
คิดจะเปลี่ยนงานใหม่ละก็ มาเรื่อยๆ แถมชอบจัดตอนงานยุ่งๆซะด้วย 555

ดูข้าวของที่ สุดยอดพ่อบ้าน ซื้อมา นี่ น้ำยาทำความสะอาด ทิชชู่ น้ำยาล้างห้องน้ำด้วย ยังงี้ก็เพลินซิครับ

ส่วนกินข้าวกับหลานนี่ไม่ได้แย่ แต่ไม่รักเด็กอื่น เห็นเพื่อนหลาน
แล้วไมเกรนขึ้น ถือเป็นเรื่องปกตินะครับ 555

แต่อะไรก็เบี้ยวได้ ผลัดได้ แต่เบี้ยวกินข้าวกับแฟนสุดที่รักนี่
มหันตภัย จะมาเยือนแน่เลยเชียวครับ ห้ามเด็ดขาดเลย 555



โดย: multiple วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:4:08:28 น.  

 
เพื่อนร่วมงานเข้าใจกัน
ถือว่าเป็นช่องทางให้ร่างกายได้พักผ่อน
ให้ใจได้พัก
ถูกต้องเลยครับ
เพราะป่วยจากการทำงานหนัก
พี่ก๋าว่ามันไม่คุ้มเลย

"ลาขี้เกียจ"

คำนี้เท่ดีนะ พี่ก๋าอยากลางานแบบนี้สักปี
พาหมิงหมิงเที่ยวครับ 5555
อยากพาลูฏกับเมียไปเที่ยวมากๆ
ไม่ได้หยุดงานเลยมาหลายปีแล้ว



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:4:59:29 น.  

 
งานหนักไม่เคยทำร้ายใครนี่
คงใช้ไม่ได้จริงซินะ ปริ้น




โดย: หอมกร วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:6:51:57 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
มีเพื่อนร่วมงานที่ดี เข้าใจกัน พี่ว่าโชคดีมากเลยครับน้องปริ๊นซ์
พี่ว่าร่างกายเรา เรารู้ตัวเองว่าเป็นยังงัย เหนื่อยมากก็ลาพัก ไปชาร์ตแบตกลับมาทำงานใหม่ ลาขี้เกียจนี่พี่เอามาใช้เป็นประจำเหมือนกัน 555


โดย: The Kop Civil วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:10:55:32 น.  

 
"ขอโทษนะคะ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันใช่ไหมคะ เห็นคุณปริ๊นซ์ดีแปลกๆ"

เป็นบ่อย ๆ ก็ดีนะคะ บ้านช่องสะอาดสะอ้าน
พี่เพ็ญจะตกงานเอา 555

-----------------

"แมวนี่ค่า maintenance สูงนะเนี้ย"

ขอบอกว่า ค่าเลี้ยงแมวไม่แพงหรอกค่ะ ถ้าเลี้ยงแบบบ้าน ๆ ทั่วไป
ที่แพงก็เพราะทาสเรื่องมากไปเอง 555



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:11:44:36 น.  

 
แกร๋... แกรต้องไปโกเอนก้า สิบวันเหมือนพี่
เค้ายึดมือถือไปตั้งแต่วันแรก และจะเอาให้วันกลับ
และไม่ให้แตะต้องตัวกัน ไม่ให้คุยกันด้วย
เป็นการปิดวาจาที่แทร้ทรูอยู่กับตัวเองเพื่อเฝ้าดูตัวกิเลศละเอียด


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:15:27:20 น.  

 
เลือกพักกับแกล้มแถมฟรีน้ำแข็ง


โดย: lovelylittleying (สมาชิกหมายเลข 9218829 ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:18:53:09 น.  

 
555 สมัยเล่นบล็อกใหม่ๆ นี่เพื่อนบล็อกสาวๆ พยายามจะบุกมาบ้าน
อาจารย์เต๊ะ บ่อยๆ ครับ ต้องห้ามกันแทบแย่ เสียดายตอนนั้นยังทำกับข้าวไม่เก่ง ถ้ามาตอนนี้ละก็ เชพเทเบิล ยังไงก็ยังงั้น แฮร่ 555

ส่วนเรื่องงานราชการ นี่หนีไม่พ้นจริงๆครับ
กินกันตามระดับชั้น เราตัวคนเดียวยังไงก็สู้ไม่ไหว
ถ้าไม่กินตามเค้าก็อยู่ยากละครับ

ส่วนเรื่องเรียน ป โท นี่ เรียนตอนทำงานไปแล้วหลายปี
แถมมีตังด้วยนี่ เรียนง่ายดาย เงินช่วยได้แยะจริงๆครับ 555
อย่างวิทยานิพนธ์ นี่ อาจารย์เต๊ะ ก็ไม่พิมพ์เองนะครับ
จ้าง จนท ที่เป็น คนตรวจ วิทยาพนธ์ พิมพ์ให้เลยทั้งเล่ม
รับรองไม่มีผิด ผ่านฉลุยแน่นอนครับ 555

แล้วเรียนตอนแก่ นี่อาจารยืเด็กกว่า ก็ไม่กล้ามายุ่งมาก
เรื่องวิทยานิพนธ์นี่ จะปรึกษาซักหน่อย แอดไวเซอร์ บอก แล้วแต่พี่เลยครับ ป้าด555

เรื่องห้องพระ นี่ อันนี้เป็นชุดเล้กสุด จัดแบบ minimal
ของอาจารยืเตีะ ยังมีชุดใหญ่ อีก 2ห้อง

มี ท่านสมเด็จโต องค์ใหญ่ น้องๆพระประธาน 4คนแบกอยู่ด้วยนะครับ คนมาเห็น ไม่แน่ใจว่า นี่มัน บ้านหรือวัดกันแน่ 555

ส่วนเรื่องความรักนี่ อาจารย์เต๊ะ อาจจะโชคดีเรื่องอื่น แต่ไม่ใช่เรื่องความรักนะครับ แต่ก็ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีในชีวิตที่ อยู่ในใจเสมอ ครับ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนกันและกำลังใจด้วยนะครับ



โดย: multiple วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:9:00:57 น.  

 
ถ้ามองย้อนกลับไป
พี่ก๋าว่าตัวเองมีปัญหากับคนรอบข้างเยอะมาก
ก็เพราะพยายามรักษาเจ้าความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละครับ 555

แต่ถ้าเราไม่เป็นคนแบบนี้ในตอนนั้น
เราก็จะไม่เป็นคนแบบนี้ในตอนนี้

มันเป็นการเติบโตและเรียนรุ้ที่จะเป็นตัวของตัวเอง
โดยกระทบกับความคนอื่นน้อยลง

ที่เห็นชัดเจนมากที่สุด
คือ พี่ก๋ายอมง่ายขึ้น ใจเย็นขึ้น ฟังมากขึ้น
ทะเลาะกับคนน้อยลง ไม่เหนื่อยใจเหมือนก่อน
พูดคำว่า "ช่างแ-่ง" ง่ายขึ้น 555

ช่วงนี้...เด็ก ม.6 กำลังเหนื่อยกับการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย
มาดามก็เครียดแทนลูก
เพราะหมิงไม่ได้ส่งพอร์ต
ดูเหมือนไม่เตรียมตัวสอบเลย
วันๆออกลังกายที่ยิม ไปต่อยมวย ซ้อมกีตาร์ ฯลฯ
พี่ก๋าบอกมาดามว่า ปล่อยลูก
ลองให้เค้าได้เตรียมตัวด้วยตัวเอง
ไม่ต้องไปยุ่งมาก คอยดูห่างๆ
มาดามเครียดเพราะลูกเพื่อนในกลุ่มเพื่อนเธอ
สอบติดกันหมดแล้ว
เพราะเตรียมตัวทำพอร์ตกันมายาวนานตั้งแต่ ม.4

แต่พี่ก๋าไม่เครียดเลยนะ
แล้วก็เชื่อว่าลูกก็รับผิดชอบในส่วนของตัวเองแล้ว
พี่ก๋าไม่ได้มองการเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องใหญ่โตของชีวิต
เคยบอกกับมาดามด้วยซ้ำว่าถ้าลุกไม่อยากเรียนต่อก็ไม่เป็นไร
ขอให้รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร แล้วก็ไม่ไปทำเลย
มาดามบอกอย่าบอกลูกแบบนี้นะ
เดี๋ยวลูกไม่ยอมเรียนต่อ 555

พี่ก๋าคิดว่าระบบการศึกษาของเราเรียนไม่สนุกครับ
กว่าจะเข้าไปเรียนก็ยาก ต้องอ่านหนังสือ ต้องติว ต้องเรียนพิเศษหนักมาก
เพื่อนมาดามบางบ้านใช้เงินเตรียมพอร์ตให้ลูก 6-7 แสนบาท
ถ้าเข้าไปมหาวิทยาลัยแล้วเรียนไม่สนุก (เหมือนที่พี่ก๋าเรียน)
โคตรเสียเวลาเลยครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

แต่ก็นั่นแหละครับ อีกไม่กี่เดือนก็คงรู้ ว่าจะเป็นยังไงกันต่อไป



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:13:24:18 น.  

 
เอาใจคนอ่านแนะนำหนังลงโรงก็ได้จ้า


โดย: หอมกร วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:16:59:29 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

Work Hard แบบนี้ ต้อง Play Hard สักหน่อยครับ
พูดถึงเรื่องงาน ปจบ. ผมยังไม่ชอบไลน์กลุ่มเลยจริงๆ
เพราะจะมีทั้งคนที่บ้าพลัง และแนวออกขี้เกียจ (แบบผม) อิอิ
บางทีจะไม่อ่านก็ไม่ได้ แล้วถ้าไม่แอ็กทีฟไปด้วยเดี๋ยวจะดูแย่อีก
ออกจากกลุ่มก็ไม่ได้ด้วยนี่แหละ 55


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:21:09:30 น.  

 
สำหรับผมเจอกรณีเทียบเคียงแบบนี้ ผมอยุ่รอกินข้าวต่ออีก 5 นาทีครับ (ถือคติว่า 5 นาทีไม่เป็นไร) แล้วค่อยไป จริงอยุ่ว่ารีบแต่กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง แต่บางครั้งผมบอกร้านใส่ถุงใส่กล่องซึ่งเขาก็โอเคนะ เหมือนรู้ว่าอยุ่ๆ งานเข้า

งานหนักไม่ทำให้ใครตาย คำนี้ไม่จริงเลยครับ ญี่ปุ่นมีคำที่เรียกว่า "คาโรชิ" จีนมีคำที่เรียกว่า "กั้วเหลาสื่อ" ผมล่ะขำจริงๆ คนที่บอกงานหนักไม่เคยฆ่าคน แล้วนักข่าว TNT ที่พึ่งตายไปไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ล่ะ

คนเราก็ต้องมีแบบนี้บ้างล่ะครับ แต่หยุดในวันที่คนอื่นทำงาน มันมีความสุขเวลาเดินห้างมากเลยนะ


ป.ล. ตอนนี้ปิดหีบลงคะแนนแล้ว เดี๋ยวรอประกาสผลอีกที น่าจะวันที่ 24 ก.พ. ยังไงก็ประกาศผลเร็วกว่าเลือกตั้งของประเทสไทยล่ะนะ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:21:44:00 น.  

 
ถ้าเพื่อนร่วมงานดีก็ช่วยกันได้ บางที่ป่วยหยุดเขาไม่หักเงินเดือนแต่ใช้วิธีหักคะแนนทำให้เสลาประเมินผลออกมาไม่ค่อยดี แล้วพวก HR ก็มักเข้าทางทางนายจ้างเหลือเกินทั้งที่พวกนั้นก็ขี้ข้าเหมือนพนักงานคนอื่นๆ

พักบ้างก็ดี ร่างกายเรา ไม่รักษาแก่ไปใครจะดูแลเรา เรานี่แหละต้องดูแลตัวเราเอง


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:22:18:18 น.  

 
จริงครับ
ติวอนุบาล 3 เข้า ป.1 รร.สาธิต
ค่าเรียนพิเศษ 70000 บาทครับ
พี่ก๋าฟังแล้วอึ้งมาก

ที่เชียงใหม่ไม่ดุเดือดเท่าไหร่
แต่พอมัธยม
จะเข้า รร.ดัง
ก็ต้องจ่ายหลักแสนครับ
ถ้าลูกสอบไม่ได้แต่อยากเรียน

น้องปริ๊นซ์มาสายวิทย์โดยตรง
เรียนวิศวะ
พี่ก๋านี่เลี้ยงการเอนทรานซ์มาตั้งแต่ต้นครับ
จึงไม่เคยเรียนพิเศษอะไรใดใดเลยสักวิชา
แต่จบ ม.3 แล้วไปต่อสายอาชีพ
จากนั้นจึงต่อปริญญาตรีต่อเนื่องโดยไม่ต้องสอบ
ได้โควต้าเรียนดี
ก็เลยรู้สึกว่าการเรียนมันไม่ยากเลย

ซึ่งมันต่างจากระบบในปัจจุบันนี้มากจริงๆครับ
เพื่อนพี่ก๋าต้องรับส่งลูกสาวเรียนพิเศษทุกวัน
ไม่มีวันหยุดเลย เรียน 7 วัน กลับบ้าน 4 ทุ่ม
ได้เกรด 4.00 แต่เพื่อนบอกลูกเครียดและไม่มีความสุขในการเรียนเลย
แต่ก็แลกมากับการได้เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังและคณะที่คนสอบแข่งขันกันสูงๆ

พี่ก๋ายังแซวเพื่อนรุ่นพี่เลยว่าอย่าเลี้ยงลูกแบบพี่ก๋าเลย
ทำใจยากมาก 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:22:27:30 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:3:06:43 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊น

เป็นการลางานที่ได้ทำอะไรตั้งหลายอย่างนะคะ
บางครั้งเราก็ไม่ได้อยากนั่งๆนอนๆแบบโง่ๆเนาะ
ทำอะไรที่อยากทำเท่ากับได้พักไปอีกแบบนึงนะคะ

ช่วงอาทิตย์ก่อนโน้น พี่ก็ไม่ได้เข้าบล็อกเลยค่ะ
คืออยู่เงียบๆกับตัวเองไป แบบไม่ต้องตื่นมาแล้วเข้าบล็อก จิบแฟ
แล้วไปต่องานประจำซ้ำๆเดิมๆ แค่ปล่อยให้มันไหลไปเรื่อยๆ
พี่ก็รู้สึกอืมม สบายดีนะ เหมือนเราไม่มีภาระ แต่จริงๆมันมีภาระ

น้องปริ๊นเหมือนพี่ป่านตรงที่ไม่ได้รักเด็กทุกคน แต่รักหลานค่ะ

สุขภาพน้องปริ๊นช่วงนี้น่าจะโอเคหน่อยไหมคะ
ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:14:24:25 น.  

 
สวัสดีวันตรุษจีนนะครับคุณปริ๊นซ์
มั่งมีศรีสุข
มีสุขภาพแข็งแรง
การเงินมั่งคั่ง
การงานมั่นคงครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:21:39:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space