space
space
space
 
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
14 กรกฏาคม 2559
space
space
space

ฉุกคิดจากซีรีย์เกาหลี


ไม่ได้เป็นติ่งแต่ชอบดูซีรีย์เกาหลี  คนเขียนบทเค้าเก่งทำเรื่องธรรมดาในแวดวงชีวิตผู้คนให้จับต้องได้ง่าย  มีประเด็นให้ฉุกคิดบวกฝีมือนักแสดงทำให้ซีรีย์เกาหลีมีเสน่ห์ชวนติดตาม  ช่วงนี้ติดตามดูซีรีย์เกี่ยวกับหมอถึง 2 เรื่อง คือ Doctor Crush และ Beautiful mind  การพูดถึงด้านมืดและสว่างของหมอแบบนี้คงไม่มีโอกาสได้ดูในละครไทย  ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในสังคม
   Doctor Crush ทำให้ฉุกคิดว่า  "เด็กที่ถูกตีตราว่าเป็นเด็กไม่ดี เกเร โดนไล่ออกจากโรงเรียน พ่อรับมือไม่ไหวต้องเอาไปให้ย่าเลี้ยง  ประสบปัญหาในช่วงชีวิตวัยรุ่น  แต่โชคดีเจอเพื่อนที่ดี ครูที่มีจิตวิทยาเข้าใจและกลายเป็นแรงผลักดันให้เด็กเริ่มคิดมีเป้าหมายในชีวิต  และในที่สุดก็สามารถพาตัวเองไปสู่่ความสำเร็จมีอาชีพมั่นคงนั้นคือ การเป็นหมอ  แต่เหตุการณ์ในช่วงชีวิตวัยเด็กจนเข้าสู่วัยรุ่นกลายเป็นปมในใจ  ทำให้สร้างเกราะป้องกันตนเอง  ซึ่งก็ไม่ได้ผิดแปลกจากคนปกติทั้่วไป  ตอนนี้เนื้อหาเดินมาได้เกือบครึ่งทาง กำลังเริ่มเรียนรู้การคลายเกราะ"  ประเด็นที่คิดถามตัวเองหลังจากดูก็คือ คนจะเป็นคนดี มีความสุข  สิ่งแวดล้อม หรือ ทัศนคติต่อตัวเอง อะไรมีอิทธิพลมากกว่ากัน  ไม่ใช่อะไรหรอกระยะหลัง ๆ มานี้เมื่อได้ยินข่าวสารอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับสังคมไทยแล้ว เพลียใจ เอะอะอะไรก็ชี้นิ้วโทษคนอื่น สิ่งรอบตัวทั้งนั้น  ไม่ค่อยจะเคยได้ยินหรือเห็นใครย้อนกลับมาถามตัวเองกันบ้างเลย  หรือว่าการโทษคนอื่น สิ่งอื่น มันง่ายดีเพราะไม่ต้องใช้ความสำนึกรับผิดชอบไง
  Beautiful Mind  ทำเอาน้ำตาซึม กระเทาะเปลือกความเป็นคนได้ถึงแก่น เห็นด้านมืดของการแสวงหาอำนาจ เงินตรา เกียรติยศ ในแวดวงหมอได้กินใจ  ชอบมากตรงประเด็นให้ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองหลังจากดูคือ พระเอกเป็นหมอที่มีปัญหาด้านบุคลิกภาพ คือ มีพัฒนาการทางสมองส่วนหน้าผิดปกติทำให้รับรู้ความรู้สึกอารมณ์ไม่ได้  ในเรื่องใช้คำว่า "บุคลิกต่อต้านสังคม" จะไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ตอนเด็กเข้าโรงเรียนก็มีปัญหากับเพื่อนเพราะไม่เข้าใจถึงการกระทำที่เพื่อนแสดงต่อตน พ่อของพระเอกเป็นหมอ จึงพยายามปกปิดการเจ็บป่วยของลูก โดยตัวเองเป็นคนสอนเกี่ยวกับภาษากายของมนุษย์ให้พระเอกจดจำไว้  แต่คงเพราะอยู่กับพ่อเลยเห็นพ่อเป็นไอดอล จึงพยายามเป็นหมอให้ได้และเป็นหมอที่เก่งมาก แค่สังเกตอาการก็วินิจฉัยโรคได้  เมื่อมาทำงานในโรงพยาบาลอยู่ในแวดวงของหมอที่ต่างต้องการอำนาจ ชื่อเสียง เกียรติยศและเงินตรา  เพราะความฉลาดและรู้เบื้องหลังเรื่องที่ขาดจรรยาบรรณก็เลยถูกกำจัดออกไป  แต่เพราะความเก่งก็เลยได้กลับมาอีก
                พระเอกเป็นหมอที่ถูกตีตราว่าไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของคนอื่น แต่เขาจะพยายามช่วยคนไข้อย่างสุดความสามารถ เพื่อให้มีชีวิตรอดถ้าประเมินแล้วว่าสามารถรักษาได้  ขณะที่หมอคนอื่น ซึ่งบอกว่าตัวเองเป็นคนปกติ ก็ย่อมหมายความว่ารับรู้ความรู้สึกต่าง ๆ ของมนุษย์ด้วยกันได้ แต่ทำไมมีความพยายามน้อยมากที่จะต่อสู้เพื่อคนไข้  สิ่งที่ทำให้คิดก็คือ การไม่มีความรู้สึกแต่ใช้จิตสำนึกรับผิดชอบหน้าที่ล้วน ๆ ดีกว่าไหม  เพราะบางทีการใช้ความรู้สึกมันอาจทำให้ความคิดซับซ้อนและกลายเป็นการตัดสินใจที่จะกระทำอะไรไม่ดีได้อีกมากมาย
   ชีวิตบางครั้งเราเลือกที่จะทำหรือไม่ทำไม่ได้ มีแค่คำว่า "ต้องทำ" ถ้าในสถานการณ์เช่นนี้ทำตัวเป็นคนไม่มีความรู้สึกก็คงดีนะ ใช้แต่จิตสำนึกรับผิดชอบล้วน ๆ สิ่งที่ทำออกมาดีแน่ ๆ



Create Date : 14 กรกฎาคม 2559
Last Update : 14 กรกฎาคม 2559 21:07:39 น. 0 comments
Counter : 372 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 3291603
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3291603's blog to your web]
space
space
space
space
space