5 อาหารไทยจานเด็ดรสเผ็ดร้อน กับประโยชน์ที่ซ่อนในความแซ่บ


อาหารไทย

อาหารไทยนี่ล่ะคือเมนูต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศที่ช่วยชะลอวัยและบำรุงร่างกาย สาเหตุก็มาจากพริกและเครื่องเทศรสเผ็ดร้อนที่ผสมลงไปนี่เอง

เมื่อพูดถึงอาหารไทยก็ต้องนึกถึง "ความเผ็ดร้อน หน้าตาสีสันฉูดฉาด และเครื่องเทศส่วนผสมการปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนชาติใด" นอกจากความอร่อยนั้น ความเผ็ดร้อนที่อยู่ในอาหารไทยยังเต็มไปด้วยคุณค่าที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย

อาหารไทย

          โรคฮิตอย่างโรคเบาหวาน โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งหมดล้วนมีสาเหตุมาจากการบริโภคที่ผิดหลักโภชนาการเช่น ความนิยมของอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เต็มไปด้วยแป้งและไขมัน รวมถึงรสหวาน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เราห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า "สุขภาพดี" ทาง สสส. จึงชวนเราไปล้วงลึกประโยชน์ของความเผ็ดร้อนที่ซ่อนอยู่ในอาหารไทย

อาหารไทย

กินแบบไทย รสชาติไทย ดี๊ดีต่อสุขภาพ

          อาจารย์แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการบำบัดและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ วิทยากรประจำศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ได้กล่าวไว้ว่า "อาหารไทยเต็มไปคุณค่าทางโภชนาการ และสารอาหารที่ครบถ้วน รวมถึงมีความหลากหลายของสมุนไพร และเครื่องเทศที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงความเป็นชาติไทยมาแต่สมัยโบราณ อาหารไทยจึงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพโดยแท้จริง"

ต้นทางของความเผ็ดร้อนของอาหารไทยส่วนใหญ่คือ "พริก" ที่มีสรรพคุณเป็นยาขับลม บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ทำให้เจริญอาหารบรรเทาอาการไข้หวัด ลดน้ำมูก ช่วยลด การอุดตันของหลอดเลือด ลดไขมันในเลือด รวมทั้งสีของพริกที่ไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองสีส้มและสีแดงคือสารตั้งต้นของวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา อีกทั้งในพริกยังมีวิตามินซีมากกว่าในผลส้มเสียอีก แต่วิตามินซีในพริกจะสลายตัวเมื่อถูกความร้อน หากใครที่ต้องการวิตามินซีจากพริกก็จะต้องกินพริกสดเท่านั้น

5 อาหารไทย "เผ็ดร้อน" มากประโยชน์

อาหารไทย

"น้ำพริก" อาหารเผ็ดร้อนที่อยู่คู่โต๊ะรับประทานอาหารของคนไทย

          น้ำพริก เคียงคู่กับผักสด ผักลวก ปลานึ่ง เมนูง่าย ๆ ที่มากคุณประโยชน์ เพราะวัตถุดิบที่อยู่ในน้ำพริกล้วนเต็มไปด้วยสมุนไพรรสเผ็ดร้อนไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนูกระเทียมไทย กระชาย หอมแดง ตะไคร้ เป็นต้น

          มีผลจากการศึกษาพบว่า น้ำพริก ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มสมุนไพรเผ็ดร้อนนั้น มีฤทธิ์ต่อต้านสารอนุมูลอิสระและชะลอความชรา สามารถกำจัดเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหารได้หลายชนิด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและระบบการหายใจ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค อีกทั้งยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคทางสมอง เป็นต้น

อาหารไทย

"ต้มยำกุ้ง" เมนูที่โด่งดังไปทั่วโลก

          เป็นเมนูที่เสมือนเป็นหม้อยาหม้อใหญ่ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนู ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า รากผักชี ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณดูแลสุขภาพร่างกาย อาทิ ใบมะกรูดช่วยแก้จุกเสียด ขับลม พริกช่วยบำรุงธาตุ เป็นต้น

อาหารไทย

"ส้มตำ" รสแซ่บใคร ๆ ก็ชอบ

          ส่วนผสมของผักและสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น มะละกอ กระเทียม มะเขือเทศ พริกขี้หนู ถั่วฝักยาว ซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และชะลอวัย แต่การทานส้มตำให้ได้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงความสะอาดของวัตถุดิบเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นเมนูที่ไม่ผ่านความร้อน อาจเสี่ยงทำให้เกิดท้องเสียได้โ ดยเฉพาะต้องระวังเชื้อราอย่าง "อะฟลาทอกซิน" ที่มักอยู่ในถั่วลิสง กุ้งแห้ง กระเทียมที่มีโทษต่อตับ และไม่ควรทานส้มตำเกิน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์หากมีส่วนผสมของ ปูดองเค็มหรือปลาร้า ควรทานเพียงอาทิตย์ละ 1 ครั้งเท่านั้นที่สำคัญส่วนผสมนี้ต้องต้มให้สุกก่อน

อาหารไทย

ตามมาด้วย "หมูย่างน้ำตก"

          อุดมด้วยกลุ่มสมุนไพรเผ็ดร้อนของพริกขี้หนูสดผสมพริกป่นกลมกล่อมด้วยหอมแดง ต้นหอม ผักชี ใบสะระแหน่คลุกเคล้ามะนาว รวมถึงคลุกกับข้าวคั่วเพื่อช่วยดูดซับแก๊สในช่องท้องที่เกิดจากหมูไม่ย่อย เมื่อเทียบกันแล้ว สเต๊กบาร์บีคิวของฝรั่งที่ทาเนยแสนเลี่ยนจิ้มกับซอสมะเขือเทศ น่าจะต้องหลีกทางให้กับหมูย่างน้ำตก แต่จะให้ดีควรเลือกกินหมูไร้มันด้วย

อาหารไทย

ปิดท้ายด้วย "มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง"

          รสเผ็ดหอมกรุ่น ทั้งยังมีพริกแห้งกับ พริกไทย รวมถึงกลุ่มเครื่องเทศไทยรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ เช่น กระเทียมไทย ตะไคร้ซอย ข่าแก่ หอมแดง หอมใหญ่ รากผักชี อบเชย ลูกกระวาน ใบกระวาน กานพลู ฯลฯ ซึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการเต็มที่จากโปรตีนและไขมันของเนื้อสัตว์ที่ช่วยย่อยด้วยกลุ่มเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน จึงทานได้โดยไม่มีอาการท้องอืดเฟ้อ จุกเสียดจากอาหาร

เห็นแบบนี้คงหิวแน่เลย...แต่อย่าลืมว่าการที่เราจะมีสุขภาพดีได้ไม่เพียง แค่การกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่จะต้องมีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ตลอดจนการพักผ่อนอย่างเพียงพอ เป็น 3 ส่วนผสมที่ลงตัวของการมีสุขภาพดีที่ยั่งยืน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th
ที่มา : หนังสือ "เผ็ดร้อนเป็นยา" โดย สำนักศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)



Create Date : 04 มีนาคม 2560
Last Update : 4 มีนาคม 2560 10:49:18 น.
Counter : 366 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 3773459 วันที่: 29 มีนาคม 2560 เวลา:11:13:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]



All Blog