ทักษภณ
<<
ธันวาคม 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
30 ธันวาคม 2561

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 7/2 พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม ต่อ





 

ขุนช้างขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดยทักษภณ

ตอนที่ 7/2พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

 

คำกล่าวของพิมทำให้พลายแก้วซาบซึ้งใจยิ่งนัก

พี่รักเจ้ายอดเสน่หาอย่าสงสัยในความจริงใจหากแม้นผ่าอกได้ พี่จะผ่าให้ดูแต่นี่สุดคิดจะปลิดให้ดูได้ถึงตัวจากไปแต่ใจก็ยังอยู่กับเจ้าห่วงหน้าพะวงหลังด้วยขุนช้างเป็นศัตรูอุตส่าห์สู้รีบรัดมาจัดงานอย่าเศร้าโศกไปเลย พรุ่งนี้กำหนดแน่คุณแม่ท่านจะมาหาถึงบ้านขอน้องเจ้าให้ถูกต้องตามคำโบราณ”

พลางยกพิมขึ้นวางบนตักความกำเริบรัก เชยชิดชมปั่นป่วน กระสันเสียวแนบแน่นก็เกิดพายุใหญ่ประลัยกัลป์พัดกระพือปานล้างโลกพระสุเมรุโอนเอน สั่นสะเทือนทั่วท้องน้ำป่าเขา บดบังพระอาทิตย์พระจันทร์ พฤกษาดอกงอกงามอยู่ตามฝั่งก็ย่อยยับพังราบไปฟ้าร้องเปรี้ยงก้องฟ้าแต่พอฝนตกพายุหายไปสำเร็จตามประสงค์พลายแก้วมาเปิดหน้าต่าง

เอ๊ะนี่มิสว่างขึ้นแล้วฤา”

เข้าไปสวมกอดพิมทั้งสองมือเสียงไก่กระพือปีกขันดังมาดุเหว่าส่งเสียงร้อง

พี่จำใจจากเจ้าขอให้อยู่ดีเถิดพี่ขอลาเจ้าจงมาส่งพี่ เพียงบันไดเถิด”

พิมจับจูงข้อมือพลายแก้วพาเดินมาเปิดประตูหอกลางบ่าวหญิงหลับสนิท ทั้งสองผ่านไปอย่างคลาดแคล้วปลอดถภัยถึงนอกชานเปิดบานประตูให้พลายแก้วยังอาลัยเหลียวหลังหันมาร่ำลาอีกครั้งว่า

เจ้าจงอยู่ดีเถิดพี่ขอลา”

แล้วหันหลังลงบันไดไปทันทีพอพ้นเรือนแสงเดือนเริ่มจางหายออกประตูรัั้วใหญ่ครู่หนึ่งก็ถึงที่พักเข้าไปพักในโรงอย่างสำราญใจ

ในเวลารุ่งเช้านางทองประศรีตื่นขึ้นล้างหน้าตำหมากใส่ปากนั่งเคี้ยวนึกตรึกตรอง การงาน จากนั้นเรียกตาสน กับตาเสา ยายมิ่งกับยายเม้า ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกันมาปรึกษาว่า

ดูข้าจะขอวานขอลูกสาวนางศรีประจัน”

เถ้าแก่รับคำแล้วอำลากลับไปบ้านแต่งตัวนุ่งผ้าตามะกล่ำ(ผ้าฝ้ายสีคล้ำมีลายเล็กๆ ใช้เป็นผ้านุ่ง)ห่มผ้าปักไหมนางทองประศรี นุ่งผ้าบัวปอก(ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบชาวบ้านใช้ โดยเฉพาะผู้หญิงใช้เป็นผ้านุ่ง)ห่มผ้าพุดดอกสีขาวดูเหมาะสม

พอพร้อมหน้ากันก็ออกเดินทางบ่าว ข้า ถือสมุกหมาก (สมุกงานจักรสานด้วยกก สี่เหลี่ยมหรือหกเหลี่ยม)มีพร้อมทั้งสากและตะบัน

พลายแก้วเสกขี้ผึ้งให้เถ้าแก่รับเอามาสีทันทีนางทองประศรีนำหน้าขบวนไม่นานถึงบ้านศรีประจันส่งเสียงร้องเรียกให้คนดูหมานางศรีประจันเปิดหน้าต่างออกมาดูเห็นแล้วเรียกข้าเสียงดังอื้ออึง

อีนั่นอ้า...อีนี่อีขี้ครอก แขกมาหา มิยอมบอกแก่กู”

บ่าวกลัวตัวสั่นรีบลงบันไดวิ่งไปรับขึ้นเรือนพลันแล้วเอาเสื่อมาลาดปูจัดหมากพลูใส่ในเซี่ยนขมีขมันหลังจากแขกผู้มาเยือนนั่งพร้อมหน้านางศรีประจันทักทายว่า

ดูนึกสงสารออทองประศรีจากกันไปหลายปีดีดักรูปร่างซูบผอมลงนัก ผมหงอกฟันหัก เมื่อคราวต้องโทษท่านโปรดให้ฆ่าผัวครั้งนั้นตัวออเจ้ากับลูกชายไปอยู่ที่ใดหายไปสิบเอ็ดปีถึงได้เจอกันเพลานี้มีสุขทุกข์เยี่ยงไรหนอทำมาหากินพอกิน หรือขัดสนมาที่บ้านนี้ด้วยเหตุใด”

ทองประศรีตอบคำศรีประจันว่า

ทุกวันนี้เราทุกข์หาสุขไม่ ยากลำบากยิ่งนักออเจ้าย่อมแจ้งใจแต่ไรมาตกยากจากเมืองสุพรรณไปเมื่อครั้งขุนไกรดับชีวิตถูกริบทรัพย์สมบัติ วัว ควายไร่นา ทั้งบ้านเรือนหมดสิ้นได้เงินใส่สมุกกับลูกรัก

ด้วยความกลัวจึงหนีเข้าป่าไปเป็นเดือนต่อมาได้เจอคนที่เขาเอ็นดูเมตตาต้อนรับไว้ ยกเหย้าเรือนให้อยู่ยากลำบากนับพันครั้งอุตส่าห์สู้แบกหน้ามาจะขอพันธ์ุฟักแฟง แตง น้ำเต้าจากออเจ้าไปปลูกที่ไร่ของข้า

ด้วยเหตุที่อัตคัดขัดสนจนเงินตราจะมาขายออแก้วให้รับใช้อยู่รองเท้านึกเอาว่าเป็นเกือกหนังหากไม่เชื่อฟังก็จะหาประกันให้ได้บากบั่นมาถึงเรือนอย่าได้ปฏิเสธเลย จะได้ฤา มิได้ ให้ว่ามา”

นางศรีประจันได้ฟังก็หัวเราะ

ทำเป็นมาพูดอ้อมค้อมไปใยเราก็เป็นเพื่อนบ้านกันนานมาลูกข้า จะหวงไว้ทำไม ถึงยากจนกำพร้า ขัดสน เยี่ยงใดก็ไม่ว่าถึงจะมีเพียงมีดพร้าเหน็บหลังมาข้าก็จะยกให้ อุตส่าห์ทำมาหากินไปรู้ทำ รู้ได้ก็ไม่ยากดอกถึงเงินทองเป็นของพ่อแม่ให้มิรู้จักรักษาไว้ก็ฉิบหาย”

จากนั้นหันไปหาเถ้าแก่ที่มาด้วย

ขอถามความท่านยายสักหน่อยลูกชายนั้นดีฤา ไม่เล่นเบี้ยกินเหล้า เมากัญชา ฝิ่นมันสูบบ้างฤาไม่สูงต่ำ ดำขาว เยี่ยงไรขอให้ว่าไปตามความจริง”

ครานั้นตาสน กับ ตาเสา ยายเม้า ยายมิ่งตอบไปว่า

ลูกทองประศรีคนนี้ดีเลิศ ประเสริฐยิ่งนักว่านานสอนง่าย ชาญฉลาดอีกทั้งรูปร่างก็หมดจด สำอางรุ่นหนุ่มน้อยเรียบร้อยดีความชั่วมิมีสักสิ่งนานไปท่านจะได้พึ่งพิง

เมื่อเป็นเณรก็เทศน์กัณฑ์มัทรีได้ไพเราะจับใจยิ่งนักเมื่อปีกลายคุณยายเป็นเจ้ากัณฑ์วันนั้นเจ้าพิมได้ฟังยังชอบใจเปลื้ืองผ้าออกบูชา ซึ่งกัณฑ์เทศน์แต่มีเหตุขุนช้างมันเปลื้องผ้าทับผ้าของพิมคุณยายจำมิได้ฤา”

นางศรีประจันได้ฟังก็ชอบใจตอบว่า

อ่อ..นึกได้แล้วเรื่องที่พวกท่านว่า”

แกนิ่งคิดชั่วครู่กล่าวสืบไปว่า

ส่วนเรื่องพิมเราก็คิดรำคาญมานานแล้วด้วยลูกข้าคนนี้ดังดวงใจอยากจะตกแต่งเสียให้ไวๆตัวเรานั้นก็แก่ชราแล้วมักเจ็บไข้ อายุคนเรานี้จะยืนยาวสักปานใดถ้าหากมิมี ก็จงทำตามที่มีเถิดข้าจะให้ลูกข้าสักสิบห้าชั่งขันหมาก มากน้อยมิเป็นไรผ้าไหว้หนึ่งสำรับ หอฝากระดาน มีห้าห้อง ข้าขอกำหนดวันเดือนสิบสอง วันเสาร์ขึ้นเก้าค่ำกำหนดงานให้ท่านคิดอ่านเองเถิด”

นางทองประศรีตอบรับคำทันที

ตามที่ท่านคิดเถิดหนา”

พอได้เวลาสมควรก็ชวนกันลากลับ นางทองประศรีใช้เวลาไม่นานก็กลับเข้าถึงที่พักบอกลูกชายให้ได้รู้การ

นางศรีประจันจัดแจงสั่งบ่าวข้า ให้จัดหาข้าวของกันอลหม่านซื้อหมาก มะพร้าว จาวตาลและของคาวหวานอื่นๆ มากมาย

จากนั้นเอาหมาก พลูใส่พาน เรียกบ่าวข้าลงเรือใหญ่ไปวัดแคเมื่อถึงก็ขึ้นไปบนกุฎีเห็นสมภารนั่งหันหลังอยู่จึงนั่งลงแล้วไหว้ กราบเรียนว่า

ท่านเจ้าคุณคะดิฉันมาหมายว่าจะนิมนต์ท่านไปทำบุญ”

สมภารเหลียวมาเห็นศรีประจันก็ยิ้มถามเนื้อความที่ได้มาในวันนี้นางศรีประจันกล่าวว่า

ดิฉันมีงานทำบุญขออาราธนาพระสงฆ์สวดมนต์สักสิบองค์จะแต่งงานออพิมพิลาไลยขอให้พระคุณท่าน กำหนดวันไว้อย่าลืมเทียว ตัวฉันนี้แก่เฒ่าแล้วถ้างานเสียคงได้อายเขา”

สมภารได้ฟังก็ตอบไป

มันมีผัวได้แล้วฤาหวาเมื่อปีกลายกูได้เห็นมันมายังอาบน้ำแก้ผ้าตาแดงๆผูกจับปิ้งเที่ยววิ่งเล่นอยู่ในวัดมันมาหักตัดไม้เล่นไล่ยื้อกันกูเอาไม้เท้าง่ามไล่ข้าเกลียดน้ำหน้านักด่าแช่งอยู่ทุกวันไม่เห็นหน้ามาสองปี ก็มีผัวเร่งคิดถึงตัวเองเถิดเราท่านสีกายายก็เปลี่ยนไปไม่น้อยมันก็ก็แก่ลงด้วยกันแล้วสีกา”

นางศรีประจันเห็นคล้อยตามสมภาร

จริงดังท่านว่าเจ้าข้าสังขารไม่เที่ยงแท้จริงเทียวอีกไม่นานก็จะพากันตายไปการนิมนต์ขอให้ท่านจดจำให้แม่นดิฉันขออำลา นะเจ้าค่ะ”

จากนั้นนางก็ลงจากกุฎีไปครู่หนึ่งก็ถึงบ้านขึ้นบันไดจัดข้าวของไว้เป็นจำนวนมากมาย

ส่วนพลายแก้วครั้นถึงกำหนดวันนัดหมายบอกแขก เพื่อนผู้ชายช่วยปลูกเรือนมายังบ้านยายศรีประจันให้ขุดหลุม จัดระดับสำหรับปักเสาหมอ (เสาที่ใช้รองรับรอด รา มีขนาดเล็กกว่าเสาจริงเล็กน้อย)บางพวกเอาเครื่องเรือนมารอไว้ฤกษ์ยกเสาตีสิบเอ็ดใกล้รุ่งครั้นถึงเวลาก็ทำขวัญยกขึ้นทันทีเสร็จในเจ็ดนาที จากนั้นลั่นฆ้อง โห่ ยกเสาต้นอื่นๆ ให้เข้าที่ บางพวกสับขื่อพรึง ให้ติดสนิทดีตีตะปู ช่วยกันยกเสาขึ้นตั้งไว้ใส่เต้าเข้าแปลานเอาจันทันเข้ารับกับอกไก่ใส่จั่ว เข้าฝา บ้างเจาะ ถากผ่า ฟัน บางคราก็เถียงกันเอะอะเสียงกบใสไม้ดังไม่ขาดระยะใช้เวลาวันเดียวก็เสร็จ

ศรีประจันเรียกบ่าวข้า ให้ยกสำรับ ทั้งอาหารหวาน คาว เลี้ยงดูคนทำงานอิ่มแล้วก็พากันแยกย้ายกลับบ้าน

 

 

ตอนที่7ยังมีต่อ..




Create Date : 30 ธันวาคม 2561
Last Update : 2 มิถุนายน 2562 23:52:40 น. 0 comments
Counter : 544 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

thampitak 33
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
[Add thampitak 33's blog to your web]