กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
5
6
7
9
10
11
12
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 26 มา..ไปเที่ยววัดกัน








เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

ตอนที่ 26 มา...ไปเที่ยววัดกัน

“เราจะไปเที่ยววัดกันรึ ดีจังเลย...เย้ๆๆ”

เป็นเสียงแสดงอาการดีใจของเด็กหญิงมุก

“พักที่วัดน่าดีใจตรงไหน หนูมุก แหม...ได้นั่งเกวียนของลุงหวายมีหลังคาคลุมมีเพื่อนเยอะ นั่งเย็นสบาย ได้คนบังคับเกวียนมืออาชีพ แบบลุงลวก มีความสุขมากสิท่า”

ลวกส่งเสียงมาจากด้านหน้าของเกวียนที่กำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ

“ดีใจซิจ๊ะ วันนี้หนูมีความสุขมาก นั่งฝันถึงวัดอันร่มรื่นน่าจะมีศาลา โบสถ์สวยๆ ลานวัดกว้างๆ ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น ผู้คนมากมายมาวัดล้วนแต่ใจดีน่าจะมีขนมอร่อยๆ ให้เด็กที่น่ารักอย่าง หนูมุก กินไงจ๊ะ”

“ลุงคิดว่าสิ่งที่หนูคิดไว้มันจะเป็นตรงกันข้ามทั้งหมด”

เสียงของลวกตอบมาหลังจากได้ขยับเชือกวัวส่งเสียงไล่วัว เพื่อเร่งวัวให้เดินทางเร็วยิ่งขึ้น เพราะเกวียนลำหลังจี้เข้ามาเกวียนลำหน้าทิ้งระยะห่างมากเกิน วันนี้ต้องเร่งเดินทาง ถ้าเกวียนลำด้านหน้าหยุดชะงักก็จะทำให้ด้านหลังเสียจะหวะไปด้วย

สภาพการเดินทางในเพลานี้ ขึ้นเนินสูงทำให้วัวที่ลากเกวียนต้องออกแรงมากกว่าปกติการลากเกวียนของวัวจึงต้องใช้แรงมากว่าปกติ เกวียนออกอาการโยกเยก ด้วยพื้นทางมีก้อนหินเป็นระยะ

“ทำไมอย่างนั้นละน้า”

เป็นเสียงของก้องถามด้วยความสงสัย หลังจากนั่งมานานลวกขมวดคิดนิดหน่อย ชี้กวาดมือไปด้านข้างของทางเกวียน กล่าวว่า

“ก้องดูลองสภาพรอบข้างทางเพลานี้ซิมันเป็นเยี่ยงไร”

“มีต้นไม้ รกทึบ เป็นป่าเขาสูงชันรกเกี่ยวข้องอันใดกับวัดหรือน้าวัดที่อยู่ในป่าน่าจะดูสงบและร่มรื่น หนูเคยไปวัดที่โคราชก็เป็นเยี่ยงที่หนูมุกพูด”

ก้องเรียกตัวเองว่าหนูเนื่องจากคุ้นเคยกับลวกมาตั้งแต่เล็ก กล่าวหลังจากมองไปข้างทาง

“วัดอยู่กลางป่าเขา อย่างโดดเดี่ยว ในเพลาที่บ้านเมืองไม่สงบดีนักก้องคิดว่าคิดว่าจะเป็นเยี่ยงใด”

“ไม่รู้สิน้า วัดก็ส่วนวัดบ้านก็ส่วนชาวบ้านมิใช่รึ”

ก้องตอบแข่งกับเสียงของ เกวียน คนพาหนะเดินทางนับร้อยขบวนยาวเหยียด เสียงดังลั่นป่าในเพลานี้

“จะบอกให้ก็ได้วัดที่ขบวนเกวียนไปพักเป็นวัดร้าง”

พอกตะโกนตอบขึ้นมา

“ทำไมถึงวัดถึงร้างล่ะจ๊ะ”

แก้วถามด้วยความสงสัย พอกหันมายิ้มในคำถามอันน่ารักของหญิงสาว หันกลับไปมองเบื้องหน้ากล่าวว่า

“ทำไมวัดจะไม่ร้าง ระหว่างสงคราม ผู้คนอดอยากข้าศึก และโจร ขโมยชุมยิ่งกว่ายุง ชาวบ้าน โดนปล้นแย่งชิง ปล้นจี้ เผาทำลายทรัพย์สิน บางผู้คนอยู่ไม่ได้หนีเข้าป่าพระสงฆ์จะอยู่ได้เยี่ยงไร ปกติแล้ววัดอยู่ได้ด้วยชาวบ้าน

พวกโจร ขโมย ไม่ได้สิ่งของจากชาวบ้านเจอผู้ใดมันก็ปล้นจี้ทั้งนั้น ยุคนี้ใครมีกำลังมากกว่า อยากได้สิ่งใด ก็แย่งชิงเอาเพลานี้จึงเกิดก๊กต่าง ๆ เพื่อตั้งตัวเป็นใหญ่มากมาย”

ในระหว่างที่พอกกำลังอธิบายเรื่องวัดร้างหวายขี่ม้า ผ่านขบวนเกวียนหันมามองผ่านๆ จากนั้นก็เร่งแซงขบวนเกวียนไปเบื้องหน้า หายลับตาไป

“ข้าว่าถ้าหัวหน้าหวายขี่ม้าไปล่วงหน้าแบบนี้น่าจะมีอะไรผิดปกติเป็นแน่ พวกสาวๆ เด็ก ระวังตัวไว้ หลบเข้าไปในกระโจมเกวียนไว้ อย่าส่งเสียงดังอาจจะปรากฏร่องรอยของโจรละแวกนี้ก็ได้

ถ้าโจรมันได้ยินเสียงผู้หญิงระวังพวกมันจะมาจับตัวไปทำตัวให้อยู่สภาพเตรียมพร้อม เงียบไว้ ตรวจดูข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆให้ดี”

ลวกกล่าวเตือนให้พวกที่อยู่บนเกวียนเตรียมพร้อมไว้สักครู่เห็นหวายขี่ม้ากลับ จากนั้นหยุดคุยกับพอก

“พอกช่วยระวังระหว่างจุดนี้ให้มากด้วย เพราะข้าไม่แน่ใจเกี่ยวกับไอ้หลอ มันหลบหนีไปด้วยตัวมันเอง หรือมีผู้ช่วยเหลือหลังจากหลุดไปได้แล้ว มันมีทุกอย่างพร้อมมูล ทั้งเสบียง และอาวุธ

ข้ากลัวว่ามันจะไปรวบรวมคนหวนมาหาแก้วอีกครั้งถ้ามันซุ่มโจมตีขบวนเกวียนของเราในจุดใดจุดหนึ่ง ก็จะสร้างปัญหาแก่พวกเรามิใช่น้อย”

หวายกล่าวด้วยเป็นห่วงว่าไอ้หลอหลังจากหลบไปได้แล้ว อาจจะไปส้องสุมพรรคพวก หรือไม่ก็ ไปรวบรวมคนมาก่อกวนขบวนเกวียนจะทำให้ขบวนเกวียนเสียหาย อีกทั้งยังเสียเวลาเดินทางมากขึ้น

ส่วนหวายต้องลาดตระเวน ไป มา ตลอดทั้งขบวนเนื่องจากพร้าวไม่อยู่ในเพลานี้ เกวียนส่วนตัวที่เคยพักผ่อนอย่างแสนสบายเพลานี้โดนแย่งชิงไปแล้ว

สักครู่ได้ยินเหมือนเสียงม้าดังมาจากด้านหน้าของขบวนเกวียนเสียงของม้าพุ่งเข้าหาขบวนเกวียนอย่างรวดเร็ว สร้างความแปลกใจให้กับคนใจขบวนเกวียนยิ่งนัก

จุดที่พอกและหวายอยู่ในเพลานี้ เป็นเกวียนลำที่สามจากส่วนหัวของขบวนเกวียนดังนั้นเสียงม้าที่พุ่งเข้ามาทำให้หวายต้องชักม้ากลับไปทางด้านหน้าของขบวนเกวียนอย่างรวดเร็ว

แต่ก็ยังไม่ทันการณ์ ขณะที่หวายยังไม่ถึงด้านหน้าของขบวนเกวียนม้าถูกควบพุ่งมาอีกด้านหนึ่งของขบวนเกวียน โดยชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่แต่งกายทะมัดทะแมง สะพายดาบขวาง ที่เอวคล้ายกับมีบางสิ่งคล้ายกระบอกใช้ผ้าห่อคล้องมัดไปด้านหลัง วิ่งห้อ ฝุ่นตะหลบ ผ่านขบวนเกวียนไปอย่างรวดเร็ว โดยมิได้สนใจขบวนเกวียนที่เคลื่อนไหวอยู่เป็นในเพลานี้แต่อย่างใด

เหตุการณ์นี้สร้างความหงุดหงิดให้กับหวายเป็นอย่างมากเนื่องจากว่า กองลาดตระเวนส่วนหน้าของขบวนเกวียนมิได้ส่งสัญญาณใดๆ ให้ได้รู้

“ไอ้ เขียด เขียว อึ่ง พวกเอ็งไม่เห็นคนขี่ม้าผ่านขบวนเกวียนรู้รึไงวะถ้าเป็นโจร ขโมยบุกเข้ามาจะเป็นเยี่ยงใด”

หวายเรียกชื่อสามเกลอ ที่ขี่ม้าอยู่ด้านหน้าแต่ไม่เห็นพวกมันส่งสัญญาณใด ก่อนที่ม้าและคนจะมาใกล้ขบวนเกวียน

“เห็นขอรับ”

เสียงไอ้อึ่งตอบมา

“ทำไมไม่ส่งสัญญาณว่ามีคนผ่านมา ว่ะ”

“มาเร็วมากขอรับเห็นเจ้านายขี่ไปตรวจดูล่วงหน้า นึกว่าเจอกันแล้ว อีกอย่างดูเหมือนจะเป็นคนของทางการ หรือไม่ก็ก๊กใดก๊กหนึ่ง พวกเรามุ่งค้าขายไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้านมิใช่รึหัวหน้า”

“อ้าว ..อย่านึก ทีหลังอย่านึก เราไม่ยุ่งกับเค้าแต่ลางทีเค้ายุ่งเราจะทำเยี่ยงไร ยังไงก็ต้องหาทางป้องกันตัวเองก่อน ควรจะส่งสัญญาณให้รู้ทุกครั้งคำว่า หน้าที่ รู้จักรึเปล่า ถ้าเป็น โจร ขโมยบุกเข้ามามิแย่รึ ”

หวายพูดใส่อารมณ์ยืดยาวทำเอาทั้งสามหน้าเสีย

“ขอรับ ขอรับ กระผมจะจำไว้ เจอสิ่งใดจะส่งสัญญาณทันที”

ทั้งสามคนรับรองแข็งขัน

“เออ...ข้าจะคอยดูอย่าให้พลาดเหมือนเมื่อสักครู่อีกนะ ถ้าพลาดอีกข้าจะตัดเบี้ย ถ้าเห็นมาหลายคนควรจะดักสอบถาม อย่าให้ผ่านขบวนผ่านขบวนเกวียนไปเฉยๆ

การดักสอบถามลางทีอาจจะได้ข่าวอะไรดีๆหรือไม่ดีบ้างก็ได้ เป็นสิ่งที่นักเดินทางควรทำ พวกมึงไม่รู้รึ เพลานี้คนของทางการในขบวนเกวียนของเราก็ไม่มีไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ อยากไปก็ไป อยากมาก็มา”

หวายขู่ทั้งสามด้วยการชี้หน้าเรียงตัว ท่าทีขึงขังทำเอาทั้งสามคนก้มหน้าตามเคยเช่นทุกครั้งที่โดนด่า ก็แสดงอาการเยี่ยงนี้แต่จะมีอาการบ่นอิดออด เป็นบางครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน

“โดนอีกแล้ว”

เสียงหนึ่งของผู้ที่ทำคอย่น หน้าเหยเก ดังอู้อี้ในลำคอค่อนข้างเบา

“ลูกน้องผิดทั้งปี คนของทางการ ไม่ใช่ลูกน้องตัวเองไปไหนใครจะมาบอก”

อีกเสียงหนึ่งกระซิบ กระซาบ เบากว่า

“ฮ้า ว่ากระไรนะ ข้าได้ยินไม่ชัด พูดอีกทีซิ”

หวายรู้ว่า เป็นเรื่องปกติที่คนทั้งสามจะมีอาการแบบนี้หลังจากโดนตำหนิ จึงทำท่าเอามือป้องหูว่าไม่ได้ยิน เอียงคอไปทางพวกมันทั้งสาม ได้ผลทั้งสามรีบชักม้าหนีหน้าไปอย่างรวดเร็วชั่วพริบตาก็หายลิบไปจากสายตา

คนทั้งสามควบม้าด้วยความเร็ว ได้ระยะห่างจากขบวนเกวียนได้ประมาณ ห้า หกร้อยเส้น เห็นว่าได้ระยะพอควรก็ชะลอฝีเท้าม้าลง เป็นการเดินไปช้าๆกวาดตามอง ระแวด ระวัง อย่างแข็งขัน

ดูแล้วน่าเกรงขามยิ่งนักด้วยชุดที่พวกมันสวมใส่ในเพลานี้สมกับที่เป็นผู้คุ้มกันขบวนเกวียนจริงๆ

วันนี้ทั้งสามได้รับมอบหมายให้เป็นกองลาดตระเวนส่วนหน้าเนื่องจากว่าไม่มั่นใจในสภาพการเดินทาง พร้าวไม่อยู่ มีลูกของเศรษฐีมาร่วมทางมาด้วยทำให้ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น

“เหมือนมีเสียงม้าพุ่งมาทางนี้อีกแล้ว”

อึ่งกล่าวขึ้นจากนั้นมันก็หยุดม้ากระโดดลง เอาหูกับพื้นฟังเสียง จากนั้นก็หันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสองกล่าวว่า

“เอาไงดีต้องส่งสัญญาณให้หัวหน้าหวายรึเปล่า เมื่อตะกี้บอกมีอะไรให้ส่งสัญญาณ ถ้าไม่ทำจะตัดเบี้ย”

“ส่งสัญญาณใช้อันใด เป่าเขาควายนะรึจะได้แตกตื่นทั้งขบวนเกวียน ข้าว่าดักถามก่อนดีกว่า”

เขียดเสนอความเห็น

“ก็ให้สัญญาณว่ามีผู้จะผ่านขบวนเกวียนไม่ได้ให้สัญญาณว่ามีผู้บุกรุกจะแตกตื่นได้เยี่ยงไร”

อึ่งพูดอย่างร้อนร้นเนื่องจากว่าเสียงม้าเข้าใกล้ทุกขณะ

“ถ้าให้สัญญาณว่ามีคนผ่าน เราควรถามผู้ที่อยู่บนหลังม้าก่อนดีฤาไม่”

เขียดเสนอความเห็น เขียวจำเป็นต้องยกมือห้ามส่งสัญญาณให้เงียบ จากนั้นมันก็ชักม้าขวางทางไว้พร้อมกับโบกมือเรียกเพื่อนทั้งให้ทำตามเช่นเดียวกัน

เพลานี้ม้า และคนทั้งตระหง่านปิดทางไว้รอการเผชิญหน้าอย่างใจระทึก เนื่องจากเสียงม้าเป็นเสียงของม้าที่มากกว่าหนึ่งตัว

“พวกมึงคิดว่าจะเป็นพวกใดกันวะข้ากลัวว่าจะเป็นกองทัพของข้าศึก พวกเราจะไหวรึ ข้าคิดว่าควรส่งสัญญาณไปบอกหัวหน้าจะดีกว่า หรือว่าพวกมึงคิดจะเสี่ยงดวงแต่ถ้าพลาดมาไม่ตายก็ โดนหักเบี้ย”

อึ่งเกิดอาการปอดแหกขึ้นมาเสียงม้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งภาพคนขี่ม้าสองคนปรากฏแก่สายตา

การแต่งกายของผู้ติดตามมาคล้ายกับผู้ที่ผ่านไปก่อนหน้านี้ ทำให้อึ่งเกิดอาการฮึดตะโกนถาม

“พวกท่านเป็นใคร จะไปกันที่ใด”

“ไปตามหาคนพวกมึงเห็น มีคนขี่ม้าผ่านไปรึไม่”

ผู้ที่ตอบชะลอม้านิดหน่อยแต่ก็ยังบังคับม้าให้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหัวของม้าชนกันและพยายามบังคับม้าให้ผ่านไป ผู้มาใหม่ดูเหมือนว่ามีชำนาญในการบังคับม้า

ทำให้ม้าของฝ่ายขบวนเกวียนตกใจวิ่งสะดุ้งวิ่งหนีเอาดื้อๆจากนั้นผู้มาใหม่ทั้งสองก็ขี่ม้าผ่านไปอย่างง่ายดายทำให้อึ่งรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก

ใจหนึ่งอึ่งคิดจะส่งสัญญาณให้หัวหน้ารู้ว่าจะมีคนผ่านไปแต่อีกใจหนึ่งรู้สึกเสียเหลี่ยมอย่างแรง เกิดทิฐิอยากเอาชนะด้วยเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามมีกันแค่สองคน

ฝ่ายพวกตนมีมากกว่าควรจะลองฝีมือกันซักเพลงสองเพลงก็ไม่มีอะไรเสียหาย อีกทั้งยังเป็นการระบายอารมณ์และประกาศศักดิ์ศรีไปในตัว

อึ่งจึงบังคับม้าตามบุคคลทั้งสองมาส่วนเขียว และเขียดเห็นดังนั้นจึงรีบตามมาจากนั้นเร่งม้าเข้าไปขวางด้านหน้า

“มีอันใดรึพวกท่านทั้งสามคิดจะขวางด้วยเรื่องอันใด”

ผู้โดนขวางถามด้วยอาการเกรี้ยวกราดเพลานี้คนของขบวนเกวียนคิดว่าฝ่ายตนเป็นฝ่ายได้เปรียบด้วยเห็นว่ามีคนมากกว่า

ส่วนเรื่องฝีมือไม่กลัวอยู่แล้วจึงคิดกวนประสาทเล่น โดยไม่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีธุระเร่งด่วนอันใดหรือไม่

“ไม่มีเรื่องอันใดดอกพวกข้าอยากจะถามข่าวคราวเกี่ยวกับคนหาย ลางทีพวกท่านอาจจะรู้ข่าวคราว”

“พวกข้าไม่มีเรื่องคุยกับพวกท่านเพลานี้มีเรื่องเร่งด่วนในการติดตามผู้คน พวกข้าต้องการจับตัวคนที่หนีไป หากชักช้าจักไม่ทันการณ์พวกท่านหลีกให้พวกข้าไปเถอะ พวกข้าไม่รู้จักพวกท่าน จะมีข่าวอันใดได้เพลานี้เสียเวลามากแล้ว”

จากนั้นผู้พูดก็ทำท่าจะควบม้าผ่านไปแต่ทั้งสามยังไม่ยอมง่ายๆ เพลานี้ความคึกคะนองคันไม้คันมือบังเกิดเต็มที่ ยังไงก็จะขอระบายอารมณ์ที่โดนหัวหน้าตำหนิเมื่อชั่วครู่

“ถ้าพวกท่านต้องการผ่านไปก็แจ้งชื่อที่อยู่มา พวกข้าจะไปแจ้งหัวหน้าทราบก่อนที่จะให้พวกท่านผ่านขบวนเกวียนไป”

ไอ้อึ่งยังไม่ลดละที่จะขัดขวางอีกฝ่ายอยู่ในอาการร้อนรนอย่างสุดขีด จึงควบม้าบุกตะลุยเข้าไปทำให้เกิดการต่อสู้กันฝุ่นตลบ สองต่อสาม

ฝ่ายขบวนเกวียนเหมือนจะได้เปรียบทำให้พวกกลุ่มขบวนเกวียน สู้ไปยิ้มไป ด้วยเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามฝีมือไม่เข้มสักเท่าใด

ระหว่างนั้นคล้ายกับว่ามีเสียงม้าดังขึ้นอีกครา เหมือนว่าจะมีหลายตัวทำให้กลุ่มขบวนเกวียนชะงักเล็กน้อย เนื่องจากภาพที่ปรากฏ ฝุ่นตลบแต่ไกล น่าจะมีจำนวนไม่น้อย

“ทำไมวันนี้ม้าเยอะจังวะจะพากันไปสวนสนามที่ใดกัน”




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:30:55 น.
Counter : 715 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:18:02:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments