พฤศจิกายน 2561

 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
เกวียนทมิฬ ตอนที่ 45 เป็นผู้ใด


เกวียนทมิฬโดย ทักษภณ

ตอนที่ 45

เป็นผู้ใด

“อืม...ดูเหมือนว่า..คนชื่อกระข้าว่าเป็นผู้หญิงชัดๆ”

เสียงของจ้อนโพล่งขึ้นมาด้วยความมั่นใจ หลังจากนิ่งใช้ความคิด ในเวลาเดียวกันกับการวิ่งพุ่งไปหาผู้ที่ชื่อกระของน้ำใสหวายรู้ตัวว่าเผลอทำน้ำใสหลุดจาการควบคุมรีบหันกลับหมายจะคว้าตัวน้ำใสมาอยู่ในการควบคุมอีกครั้งก็พบว่าอยู่ไกลเกินที่จะคว้าตัวได้แล้ว ได้แต่มองตามกระก็วิ่งไปไกลแล้ว ทั้งคู่วิ่งไล่กันไปอย่างจริงจัง

สุดท้ายก็หายไปทางทิศตะวันตกด้านหลังกระท่อมหนึ่งซึ่งมีต้นไม้รกทึบทางด้านหลังห่างออกไปสุดสายตาเป็นทิวเขาดูแล้วงดงามยิ่งนักท่ามกลางความงุนงงสงสัยของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงเกิดการพูดคุย ทุ่มเถียงกัน บางคนถึงขั้นน้ำลายแตกฟอง

“เฮ้ยข้าไม่เห็นด้วยกับเองทำต้องถ่มน้ำลายใส่ข้าวะ”

“ข้าปล่าวข้าถ่มเมื่อใด”

จริงจังแทบจะชกต่อยกัน จนแทบจะเป็นมวยคู่ที่สอง ทำไมผู้ที่ชื่อกระต้องวิ่งหนี หรือว่ากลัวการเห็นหน้าเพราะหน้าไม่งามน่าเกลียด น่ากลัว ทำไมน้ำใสพยายามเปิดโฉมฝ่ายตรงข้าม อย่างสุดความสามารถน้ำใสพยายามไล่ติดตามฝ่ายตรงข้ามไปแต่ก็ไม่ทัน ในที่สุดก็กลับมา ในลักษณะอาการหัวเสียบ่นขมุบขมิบหวายรีบถาม

“เกิดอะไรขึ้นน้ำใส เหตุอันใด เองพยายามท้าตี ท้าต่อยกับเขาและเปิดผ้าปิดหน้า และผม ของเขา สุดท้ายยังวิ่งไล่ตามเหมือนจะเอากันให้ตายเองทั้งสองไปเป็นศัตรูกันตั้งแต่เมื่อใด”

“การพยายามเปิดผ้าของฝ่ายตรงข้ามเป็นวิธีเอาชนะของแกใช่ไหม”

จ้อนถามด้วยอาการขมวดคิ้ว

“ด้วยลางสังหรณ์ของข้านี้ ...ข้าสงสัยในตัวของผู้นี้ เหมือนว่า คุ้นๆเหมือนเคยเห็นหน้า จึงต้องการดูหน้าชัดๆ คิดว่าคนผู้นี้น่าจะมาสืบข่าวบางประการ เกี่ยวกับขบวนเกวียนของพวกเราลางทีผู้นี้เคยมาวนเวียนที่ขบวนเกวียนเราหลายครา คิดดูแล้วเป็นที่น่าสงสัยยิ่งนักด้วยลางสังหรณ์คาดว่า คนผู้นี้จะเป็นแม่หญิง และทุกครั้งที่ผู้นี้ปรากฏกายขึ้นหลังจากนั้นจะมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับขบวนเกวียนทุกคราครั้งนี้นางปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง คงตั้งใจมาสืบข่าวอีกเป็นแน่แท้”

“ข้าก็คิดว่าเป็นผู้หญิง ๆ ข้ามั่นใจ แต่ข้ามิเคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน”

จ้อนพูดย้ำคำบอกเล่าของน้ำใส ด้วยสีหน้าจริงจังหวายและผู้ที่ชมการชกต่อยเมื่อสักครู่ เพลานี้ล้อมวงฟังคำบอกเล่าของของน้ำใสหลายคนคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา บ้างก็เห็นคล้อยตามบ้างก็เห็นแย้ง

“พี่จำคนผิดหรือคิดมากไปหรือเปล่า พี่กระนี้ก็แค่มาเที่ยวงานและหารายได้จากวงพนันในหมู่บ้านนี้ พอได้เป็นค่าอาหารประทังชีวิต น่าสงสารโดนพวกขบวนเกวียนที่ใจร้าย แล้งน้ำใจ พยายามทำร้าย”

ตอนท้ายคนพูดเป็นหญิงแรกรุ่นทำเสียงฟังดูน่าสงสารยิ่งนักทำให้หวายเกิดความสงสัยหันไปถามหมอยิ้มที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก

“พี่หมอรู้จักคนชื่อกระหรือเด็กผู้หญิงนี้หรือเปล่า”

“ข้าไม่เคยเห็นหน้านะ หนูเป็นลูกบ้านไหนรึ”

หมอยิ้มปฏิเสธและหันไปถามเด็กหญิงวัยรุ่นแต่งตัวทะมัดทะแมงด้วยความสงสัย

“หนูมิได้อยู่ที่หมู่บ้านนี้ดอกจ๊ะ บ้านหนูอยู่ทางโน้น”

เด็กหญิงชี้มือไปทางทิศตะวันตก หวายมองตามไปมองเห็นเป็นแนวทิวเขา

“บ้านหนูอยู่บนเขารึ”

เด็กหญิงผงกหัวรับเป็นการตอบคำถาม เขียดแสดงสีหน้าตกใจในคำตอบของเด็กหญิงรีบเขยิบเข้ามาใกล้ๆ เพ่งมองเด็กหญิง ที่สวมชุดสีดินแดง งามสดใสการตัดเย็บก็ค่อนข้างประณีต รองเท้าหนังคิดว่าผ้าชนิดนี้เคยเห็นที่ใดมาก่อนคิดจะเอื้อมมือไปหยิบชายผ้ามาดูแต่ไม่กล้าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้หวาดระแวงไม่หาย ดูจากท่าทางและการแต่งกายการคาดว่าฝีมือ เด็กหญิงผู้นี้คงไม่ห่างจากผู้ที่หายตัวไปไม่มากนัก

“ที่นั่น หนูอยู่กับผู้ใดรึ หรือว่าอยู่คนเดียว”

ลวกถามแล้วกวาดตามองไปรอบๆพบว่าเพลานี้มีแต่งตัวคล้ายเด็กหญิงหลายคนปรากฏกาย วนเวียนอยู่ใกล้วงสนทนาก่อนที่เด็กหญิงจะกล่าวคำใดออกมา มีผู้ที่แต่งกายคล้ายกันดึงตัวออกไปพาออกไปรวดเร็ว

“พวกเราอาจจะพบความยากลำบากในการเดินทางต่อจากนี้แล้วละ”

หวายกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าครุ่นคิดหนัก

“กองเกวียนของเราอยู่ในเป้าหมายของพวกกระแตดงใช่ไหมพี่เส้นทางการเดินทางของพวกเราต้องผ่านถิ่นของพวกนางอยู่แล้วอยู่ที่ว่าพวกนางจะปล้นพวกเราหรือเปล่า”

ลวกถามหวายเพื่อความแน่ใจในความคิดของตนเอง หวายมองหน้าลวกผงกหัว

“ข้าก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น แล้วเราค่อยปรึกษา วางแผนรับมืออีกทีกองเกวียนสินค้ามิเคยที่จะถึงปลายทางโดยไม่มีง่ายอยู่แล้ววันนี้เป็นวันผ่อนคลายก่อนที่จะถึงวันทำงานหนักอีกครั้ง ขอสนุกก่อนดีกว่าพอกเองได้คู่ชกแล้วใช่ไหม”

ตอนท้ายหวายหันไปถามพอก

“ได้แล้วหัวหน้า เป็นคนของพวกต้อนกระบือ”

“ถ้าเยี่ยงนั้นพวกเรามาดูพอกชกมวยต่อดีกว่าเสร็จแล้วจะได้ไปดูการเข่งอย่างอื่นต่อ วันนี้สนุกสนานให้เต็มที่”

การแข่งขันที่นี่จัดเรียงเป็นลำดับเวทีไป โดยเริ่มที่มวย ต่อด้วยการแข่งขันประเภทยิงยิงหน้าไม้ ธนู เป่าลูกดอก แข่งสะบ้า สุดท้ายแข่งวิ่งวัว ควาย แข่งเกวียน บางรายการมีการเปรียบคู่กันสดๆบางชนิดก็หาคู่เปรียบไม่ได้ก็มี จากการสอบถามได้ความว่าเป็นงานเทศกาลประจำปีเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในหมู่บ้าน

“พวกเราโชคดีจริงๆ มาได้ตอนมีงานพอดี หรือขบวนเกวียนเจตนามาตอนนี้”

จ้อนพูดขึ้นลอยๆ

“ถ้ามิมาเพลานี้ไหนเลยไอ้ลวกจะได้แก้มือ”

ลวกกล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายคนจริงจัง

“อ๋อ..ข้าเข้าใจแล้ว การกำหนดเวลาเดือนหรือฤกษ์ได้เพราะต้องการให้ลวกได้แก้มือจากการแพ้ไอ้เมื้อมเมื่อปีที่แล้วใช่หรือไม่”

จ้อนผงกหัวเหมือนว่าเข้าใจ แต่ความจริงในใจมันไม่เข้าใจแต่มีอีกคนหนึ่งสอดเข้ามา

“อย่าไปเชื่อมันผู้ใดให้ความสำคัญกับไอ้ลวกเขารอเมียข้าคลอดลูกเสร็จต่างหากเล่า”

อึ่งสอดเข้ามาด้วยน้ำเสียงเหมือนเรื่องจริงจัง

“พวกเองหยุดขี้โม้ได้แล้ว ที่นี่มีงานตลอดปีต่างหากเป็นเส้นทางผ่านของขบวนเกวียน ก็ต้องหาสิ่งรื่นเริงให้พวกเดินทางได้ผ่านคลาย พวกเองถ้าจะแข่งกันโม้ที่นี่ไม่มีการแข่งขันถ้าไม่หยุดก็ไปไกลๆ ข้าจะดูคนต่อยตีกัน”

เขียดโวยวายหลังจากเห็นหลายคนมองมาที่พวกมันทั้งสองคนด้วยความไม่พอใจทางด้านเวทีที่มีเสาปักไว้สี่ด้าน เชือกป่านขึงโดยรอบ เพลานี้นักมวยทั้งสองได้เข้าไปในเวทีเป็นที่เรียบร้อยโดยมีหมอยิ้มเข้าไปอยู่ในเวทีด้วย

“หมอยิ้มเข้าไปในเวทีทำไม จะต่อยกับเขารึ”

จ้อนสะกิดถามลวกด้วยความสงสัย

“มิใช่ดอก ข้าว่าแกเป็นกรรมการ และหมอประจำเวทีในคราวเดียวมากกว่า”

คนทั้งสองมองเห็นหวายจ้องเขม็งมาจึงเงียบมองไปที่เวทีอย่างเงียบๆไม่นาน การต่อสู้ของพอกและคนต้อนควายก็เริ่มขึ้น




Create Date : 03 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2561 9:30:17 น.
Counter : 82 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments