space
space
space
 
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
30 มกราคม 2560
space
space
space

เล่ากับเบียร์


                         เล่ากับเบียร์ (1)          โดย  ธุมา

เริ่มเหล้า...เอ้ยเล่า

“เฮ้ยเลิกงานแล้ว ไปไหนกันดีวะ”

ก็ด้วยประโยคธรรมดาสามัญข้างต้นนี่แหละครับที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนใช้เวลาเดินทางจากที่ทำงานถึงบ้านนานผิดปกติ

และถ้ามีประโยคต่อไปเช่น

“หมดนี่ ต่อไหนกันดีวะ…” หรือ

“เดี๋ยวซี่จะรีบไปไหน…”

“….. น่าวันนี้ขอสักวันเหอะ”

…ฯลฯ

ก็เป็นอันว่าเวลากลับบ้านจะยืดยาวออกไปอีก ยิ่งถ้าเกิดเหตุการณ์พิเศษ อย่าง วันศุกร์สิ้นเดือนวันเกิดไอ้หนึ่ง ไอ้โก้อกหัก ตาโย่งเจอกิ๊กคนใหม่ หรือแม้แต่พี่อ๊อดถูกเลขท้าย2 ตัว บางทีก็เล่นเอาถึงบ้านพร้อมพระ(ออกบิณฑบาตร)ก็เป็นอยู่บ่อยๆ

ส่วนใครจะอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานต่อหรือลาป่วยลากิจ ในกรณีที่ไม่ใช่วันหยุด ก็แล้วแต่ความสามารถส่วนบุคคล …ตัวใครตัวมัน ว่างั้นเถอะ

และ บรรดาชายฉกรรจ์ (ที่ไม่ใช่ ชาย-ฉะ-กัน) อย่างพวกเรา คงไม่ร่วมวงนั่งจิบน้ำชา หรือกินขนมปัง ดื่มนม กันเป็นแน่ ก็ไม่เหล้าก็เบียร์นี่แหละครับที่เป็นเครื่องเชื่อม-ฉุด-ยึด-โยง ให้หนุ่มโฉด เอ้ย โสดและไม่โสดทั้งหลายติดหนึบอยู่ในกลุ่มเพื่อน หรือไม่หลังเลิกราจากวง ก็เตลิดเปิดเปิงไปตามรสนิยมของแต่ละคนโดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในตัวเป็นเรดาห์นำทาง

อย่างตาโย่งนี่พอได้ที่ก็เป็นได้การสะกิดเพื่อนยิกๆ “ หาหญิงดีกว่า ” หมอนี่บ้าผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเมา

ไอ้สนชอบคุยคุยเรื่องงาน คุยเรื่องปรัชญา คุยสารพัดเรื่องที่คนอื่นรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง มันเป็นนักแต่งเพลง ซึ่งไอเดียจะบรรเจิดที่สุดตอน “ได้ที่” นี่แหละ

ข้างพี่อ๊อดก็ “กูจะกลับบ้านกูจะกลับบ้าน” พูดอยู่นั่นแหละ แต่ก็ไม่ยอมลุกไปซะที พี่แกเป็นคนห่วงลูกห่วงเมีย...แต่ห่วงเบียร์มากกว่า

ส่วนไอ้หนึ่งนี่ พอเลย 2 ทุ่มไปจะมีโทรศัพท์มาตาม ทุกๆ 5 นาที รับทีนึงก็ “เดี๋ยวกลับแล้ว เดี๋ยวกลับแล้ว” แต่เดี๋ยวของมันนี่บ่อยครั้งที่ว่ากันถึงเช้า หมอนี่รูปหล่อมีสาวโทรตามตลอด

และก็ด้วยการที่ตั้งวงกันไม่เลือกวันนี่เองทำให้พวกเราเลือกจะดื่มเบียร์กันเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเหตุผลที่ว่า “มันเบาๆ ดี” “พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้สบาย” “กินสักขวด 2 ขวด ก็พอ” ฯลฯ แต่พอเอาเข้าจริงส่วนใหญ่ก็ไม่ทั้ง “เบา” ไม่ทั้ง “สบาย” และก็ไม่แค่ “ขวด 2ขวด” ด้วย

คนดื่มเบียร์ทุกคนก็คงรู้อยู่แก่ใจว่าไอ้ที่เรานั่งดื่มกันได้ทีละนานๆ นี่ ไม่ใช่เพราะความอร่อยแน่ๆ แต่ความ “มัน” ในวงเบียร์ต่างหากที่ดึงให้หลายคนไม่ยอมเลิกราก็เรื่องสารพัดที่แต่ละคนนำมาเล่าสู่กันฟังนี่แหละครับคือกับแกล้มที่ดีที่สุดแล้วเรื่องที่นำมาพูดคุยเล่าสู่กันนี่น่ะ เล่ายังไงก็ไม่สนุกเท่า “เล่ากับเบียร์” จริงๆ นะ ไม่ได้โม้หรือถ้ายังไม่เชื่อ ก็หาที่เหมาะๆ เข้า หาเบียร์เย็นๆ มาสักขวด รินพอให้ปริ่มๆจิบเข้าสักทีหนึ่งแล้ว ม่ะ มาฟังผม “เล่ากับเบียร์”กัน

…………………………………….

ไอ้โต๊ดเป็นเด็กรุ่นน้องหน้าแหลม คล่องไปทั้งตัว หูตาคิ้วคอจมูกปาก ดูมันคล่องไปหมดยกเว้นตอนควักกระเป๋าจ่ายค่าเบียร์ ไอ้ที่คล่องๆ เป็นอันสนิมกินขึ้นมาทันทีหมอนี่เป็นน้องใหม่ของวงหลังเลิกงาน แต่ถือว่าเป็นน้องใหม่ที่มาแรงเอามากๆ ชนิดที่พวกเก๋าๆเพิ่งจิบไปได้ ทีสองที หมอเติมแก้วที่สองซะแล้ว

แล้วเย็นวันหนึ่งก็เช่นเคย พอเดินออกมาจากที่ทำงานก็เห็นพี่อ๊อดนั่งอยู่กับไอ้สนที่ร้านเจ๊จอยข้างออฟฟิศ

“ เฮ้ย กลับแล้วเหรอ”พี่อ๊อดส่งเสียงมาพร้อมโบกมือเรียก .....อ๊ะ เสียงยังใสอยู่

“ บ้า ....กลับแล้วจะเห็นได้ไง ” ผมพูดยิ้มๆ แล้วเดินเข้าไปหา

“ อ้าย เอี้ย กวนแต่เช้าเลยมึง ”

“ เช้าบ้าอะไรเนี่ยเลิกงานแล้ว ”

“ เออ เออว่าแต่ไม่เอาหน่อยเหรอวันนี้ ” พี่อ๊อดกระดกแก้วในมือเป็นทีส่งสัญญาน

“ เฮ้ย พูดไปเดี๋ยวแฟนหน่อยได้ยินเข้าเป็นเรื่อง พูดน่าเกลียด จะให้เอาหน่อย ทะลึ่งจริงๆ ” ปากหาเรื่องชาวบ้านไป มือก็จัดแจงเลื่อนเก้าอี้มานั่ง

“ อ้าย เอี้ย ”คำพูดติดปากพี่อ๊อดหลุดออกมาอย่างอัตโนมัติ ขณะที่ไอ้สนหัวเราะก๊าก

อันที่จริง ร้านอาหารอีสานของเจ๊จอยร้านนี้ก็ใช่ว่ารสชาติจะอร่อยอะไรมากมายนักเป็นร้านห้องแถวคูหาเดียว มีโต๊ะอยู่ 7-8 โต๊ะ อาศัยราคาไม่แพงอยู่ใกล้ แล้วก็ แล้วก็ แล้วพวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงนั่งกันอยู่ได้อาทิตย์ละหลายวัน

ก็แบบไม่รู้ไม่รู้นี่แหละเบียร์แก้วแรกของผมในเย็นวันนั้นก็เริ่มขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เหมือนกับหลายๆครั้ง หลายๆ คน ของสมาชิก ชมรมคนรักเบียร์นี่แหละครับ ที่ไม่ต้องมีโอกาสพิเศษหรือความตั้งใจอะไรให้วุ่นวาย แค่มีคนสะกิดก็พร้อมรบทันทีหรือบางครั้งก็เป็นฝ่ายชวนซะเอง

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไปได้สักครู่ไอ้โต๊ดก็โผล่เข้ามาสมทบ แล้วก็อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นไอ้นี่เป็นประเภทน้องใหม่มาแรง เพียงไม่ถึงชั่วโมงขวดเบียร์ใต้โต๊ะก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ ไอ้โต๊ด มึงนี่แดกเร็วจริงๆกูว่าอย่างอื่นมึงก็ต้องเร็วแหงๆ ” พี่อ๊อดพูดพลางยิ้มแบบมีเลศนัย

“ โหย ไม่หรอกพี่อย่างอื่นน่ะ ผมช้า ช้ามากเลยแหละ ” ไอ้โต๊ดอ่านขาดว่าพี่อ๊อดจะมาไม้ไหน

“ โดยเฉพาะเวลาจ่ายตังค์”ไอ้สนได้ที ซ้ำดาบสอง

ไอ้โต๊ดหน้าเจื่อน “ โธ่พี่ผมน่ะเงินเดือนนิดเดียว ให้พี่เลี้ยงน่ะเป็นกุศลของชีวิตเลยนะ ” ไอ้โต๊ดทำเสียงน่าเวทนา

“ ชีวิตกูหรือชีวิตมึง”พี่อ๊อดมองหน้า

“ ชีวิต เจ๊จอย ”ไอ้โต๊ดยักคิ้วแผล็บ เรียกเสียงฮาพร้อมวลีอมตะของพี่อ๊อด

“ อ้าย เอี้ย ”

เวลาผ่านไปพร้อมๆ กับดีกรีในตัวที่เพิ่มขึ้นและความดังของเสียงคุยในจังหวะหนึ่งก็มีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจเปิดหวอนำขบวน (อะไรก็ไม่รู้)วิ่งผ่านหน้าร้านไป

“ ไอ้พวกนี้น่ารำคาญจริงๆ ” ไอ้สนบ่นพลางมองตาม

“ มึงอย่าไปว่าเค้านั่นรถเจ้ารถนายนะมึง ไอ้โต๊ด มึงน่ะ ไหว้ซะจะได้เป็นสิริมงคล ”พี่อ๊อดหันมากัดไอ้โต๊ดต่อ วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรพี่อ๊อดตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องมันตลอด

“ โธ่ พี่ไม่รู้อะไรผมน่ะเคยขับรถแบบว่ามีรถตำรวจเปิดหวอนำมาแล้ว ไม่อยากคุย ”ไอ้โต๊ดยืดอก เวลามันพูดเรื่องที่มั่นใจแล้ว หูตามันคร่อกไปหมด

“ วิ่งตามขบวนเค้าน่ะสิ”ไอ้สนเดา

“กูว่าตำรวจจับมากกว่า ” พี่อ๊อดหาเรื่องให้หนักไว้ก่อน

“ ไม่ใช่พี่ แบบว่าตำรวจขับนำหน้าให้ผมคนเดียวเลยนะจากนครปฐมถึงกรุงเทพเลย ”

“ กูไม่เชื่อไอ้เอี้ย ถ้าจริงนะ วันนี้กูเลี้ยงเบียร์มึง ”ถึงตอนนี้พี่อ๊อดได้ที่เรียบร้อยแล้ว ไอ้สไตล์ที่พอได้ที่แล้วชอบท้า ถ้าอย่างโน้นถ้าอย่างนี้ กูเลี้ยงเบียร์นี่ เป็นเอกลักษณ์ที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้แกเลิก เพราะส่วนใหญ่เอกบุรุษเจ้าของเอกลักษณ์ต้องจ่ายเป็นประจำ

“ จริงๆ ช่วงนั้นผมอยู่ปี 3 ยังขับรถไม่ค่อยเป็นเลยแล้วมันมีงานเกษตรแฟร์ไง ผมต้องไปเอามะละกอจากกำแพงแสนมาขายในงานที่คณะ ” ไอ้โต๊ดเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวบางเขนสถาบันที่จัดงานเกษตรแฟร์มาตั้งแต่เป็นงานวิชาการเพื่อเกษตรกรที่ใหญ่ที่สุดคึกคักที่สุด และดีที่สุดในประเทศไทย จนปัจจุบันกลายเป็นงานวัดหรือตลาดนัดประจำปีไปซะแล้ว

“ เพื่อนมันยืมรถกระบะของอาจารย์ขับไปให้” ไอ้โต๊ดเล่าต่อ “แต่พอขากลับเพื่อนมันติดธุระด่วน กลับมาด้วยไม่ได้ ไอ้ผมก็ทำไงล่ะ งานเริ่ม 9โมง เหลืออีกชั่วโมงกว่าๆ ก็ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน มันห้าวด้วยไงพี่ทีนี้ก็ขับมาคนเดียวสิ แง่ง ใบขับขี่ก็ไม่มี ขับก็ไม่ค่อยเป็น รถมันก็เป็นรุ่นเก่าไม่ใช่อัตโนมัติเหมือนเดี๋ยวนี้ สตาร์ทเสร็จ ออกรถ ดับ สตาร์ทอีก พอออกรถอีกดับอีก ”

“ มึงขับได้เมื่อไหร่โทรไปบอกกูนะกูกลับบ้านไปนอนก่อน ” พี่อ๊อดรำคาญในลีลาของมัน

“ แหมพี่ก็มันขับไม่เป็นน่ะ พอสักพักมันก็พอไปได้นะ ค่อยๆ คลานมา ออกจากมหาลัยวิ่งมายังไม่ถึงกิโลเลย ตำรวจตั้งด่านอยู่ ไอ้ผมก็ ฉิบหายแล้ว โดนเรียกตรวจแหงๆ ” ไอ้โต๊ดทำท่าเป็นจริงเป็นจัง

“ มึงก็เลยโดนจับ.....จบ” ไอ้สนสรุป

“ ไม่ใช่พี่ตำรวจมันเรียกตรวจจริงๆ ขอดูใบขับขี่ อะไรก็ไม่มีสักอย่าง ตอนนั้นหน้าซีดแล้วกะว่าโดนซิวแหงๆ สุดท้ายก็ตัดสินใจควักบัตรนักศึกษาให้แล้วมั่วนิ่มบอกตำรวจว่า พี่ๆ วันนี้เปิดงานเกษตรแฟร์ เดี๋ยวนายกฯ จะมาเปิดงานนี่ผมมาเอามะละกอไปให้นายกตำส้มตำการกุศลนะเนี่ย ”

“ แล้วตำรวจเชื่อมึงเหรอไอ้เอี้ย” พี่อ๊อดดักคอ

“ ตอนแรกก็ไม่เชื่อ ”ไอ้โต๊ดเล่าต่อ “ มันบอกส้มตำใช้มะละกอที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องมาเอาถึงนี่ ผมก็เลยบอก พี่นี่มันมะละกอ GMO รู้จักมั้ยพี่ มะละกอ GMO มีปลูกที่เดียวที่กำแพงแสน นายกเค้าสนับสนุนพืช GMOพี่ไม่รู้เหรอ เดี๋ยวจะมีตำไปแล้วให้บรรดารัฐมนตรีกินด้วย เค้าขายครกนึงเป็นพันๆเลยนะ นี่ถ้าไปไม่ทันยุ่งแน่พี่ ”

“ มึงนี่ แง่งเลวจริงๆ ” ไอ้สนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ในขณะที่พี่อ๊อดนั่งอึ้ง

“ เท่านั้นแหละพี่ ”ไอ้โต๊ดตาเป็นประกาย “ ตำรวจคว้ารถมอเตอร์ไซค์แล้วบอก เดี๋ยวน้องขับตามมานะ ผมจะนำทางให้แล้วพี่ตำรวจก็เปิดหวอขับนำผมมาตั้งแต่กำแพงแสนถึงบางเขนเลยแถมพอถึงที่ผมยกมือไหว้ขอบคุณ ตำรวจยังยกมือตะเบ๊ะพรึ่บ ตะโกนเสียงดัง..ยินดีรับใช้ประชาชนครับ เพื่อนๆ แตกตื่นกันใหญ่นึกว่าผมไปทำอะไรมา พอรู้เรื่องนะฮากันลั่นเลย ”

ทั้งผมทั้งไอ้สน ฮากันลั่นอย่างที่ไอ้โต๊ดมันว่าจริงๆก็มีแต่พี่อ๊อดละครับที่ฮาไม่ออก

ก็ต้องเลี้ยงเบียร์ไอ้โต๊ดตามสัญญาไง

กริ๊ก.....เสียงชนแก้วระหว่างไอ้โต๊ดผม ไอ้สน พร้อมกับเสียงของพี่อ๊อด

“ อ้าย เอี้ย ”




Create Date : 30 มกราคม 2560
Last Update : 30 มกราคม 2560 13:51:00 น. 0 comments
Counter : 312 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#13


 
สมาชิกหมายเลข 2612787
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 2612787's blog to your web]
space
space
space
space
space