รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
กันยายน 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
28 กันยายน 2564
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทยเฉพาะกิจ) Mirror : Nava Story #1 (วาวี พรสิริภักดี)



   It's always reflecting on you, You just don't know.
   มันสะท้อนมาตลอด เธอแค่ไม่รู้เท่านั้นเอง

-------------------------------------------------------------------------------------
   อีกหนึ่งโปรเจ็กต์จากนักเขียนสาวไอเดียล้านแปด "วาวี พรสิริภักดี" (หรือในนามปากกา VAVEE) เริ่มต้นเข้าสู่วงการการ์ตูนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงกลางยุค พ.ศ. 2550 ด้วยฐานะ "คนเขียนสตอรี่บอร์ดการ์ตูนรัก" ให้กับค่าย Cartoonthai Studio ในขณะที่ยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน -- เรื่องสั้นหลายๆเรื่องของวาวี มักจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากความฝัน (ซึ่งจะเห็นได้ชัดมากที่สุดในเรื่อง Iridescent Cloud จากรวมเล่ม Miracle Of Love) -- ซึ่งในขณะเดียวกัน "การ์ตูนนอกสำนักพิมพ์" ส่วนมากของวาวีนั้น มักจะเป็นการ์ตูนแนวชายรักชาย เน้นตลกสนุกสนาน ตบมุกฉับไว ตามแบบสไตล์ที่วาวีถนัด แต่นั่นไม่ใช่กับเรื่องนี้!!!

   Mirror เรื่องสั้นแนวแฟนตาซี/ดราม่า ความยาว 56 หน้า เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะตอนแรกสุดจากซีรีส์เรื่องสั้นขนาดยาว (ที่มีแผนจะทำต่อไปเรื่อยๆในอนาคต) ในชื่อ Nava Story พร้อมโร้ดแมปครอบจักรวาล ทั้งการนำเสนอในรูปแบบการ์ตูนสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ทั้งมีการพิมพ์พื้นผิวหน้าปกแบบพิเศษ รวมไปถึงของสะสมต่างๆ ให้เลือกซื้อ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเรียกได้ว่านี่น่าจะเป็นโปรเจ็กต์ที่เล่นใหญ่ที่สุดของวาวีในขณะนี้เลยก็ว่าได้

 

 
    ถ้าจะให้ย่อเรื่องแบบไม่สปอยล์อะไรเลยทั้งสิ้น ก็จะเขียนประมาณว่า "มีเด็กชายคนหนึ่ง ได้พบกับ "ตลับกระจกลึกลับ" โดยบังเอิญในห้องเก็บของ และได้พบว่ามีเด็กสาวอยู่ในนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองโลก ผ่านกระจกบานเล็กจึงเริ่มขึ้น" อะไรทำนองนี้ แต่จริงๆแล้วมันยังมีต่ออีก!!! -- เรื่องราวในจักรวาลของ Mirror จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ทั้ง "โลกของเด็กชาย" ที่มักจะพานางเอกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในโลกของตัวเองอยู่เสมอ ผ่านตลับกระจกบานเล็กๆ และ "โลกของเด็กสาว" ในฝั่งชีวิตจริง ซึ่งฝันอยากจะเป็นนักเขียนนิยาย แต่เพราะร้อนเงิน ต้องการหาเงินมารักษาแม่ตัวเอง จึงจำเป็นที่จะต้องขายนิยายให้กับเพื่อน เพื่อเอาไปส่งประกวดแทนชื่อตัวเองแบบไม่เต็มใจ

   รวมเล่ม personal work เพียงไม่กี่เรื่องของวาวี (นอกจากการ์ตูนชุด October) เริ่มมีสัญญาณบ่งบอกถึงความตั้งใจในการวาดที่มากขึ้น --  ภายใต้ระยะเวลา 3 เดือนในการทำรวมเล่ม Mirror เราจะได้เห็นวาวีลงไปทดลองกับสไตล์ภาพของตัวเองมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการลงแสงเงาด้วยเส้นล้วนๆ โดยที่ไม่พึ่งพาสกรีนโทนเลยตลอดทั้งเล่ม ซึ่งในขณะเดียวกัน ในส่วนของการเคลื่อนไหวและการแสดงสีหน้าของตัวละคร (ซึ่งเป็นจุดแข็งของวาวีอยู่แล้ว) ก็ยังคงทำออกมาได้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติอยู่เช่นเคย ชวนให้นึกถึงรวมเล่ม Growthic ของ Peko Diary ขึ้นมา ด้วยแนวทางการทำงานที่คล้ายๆกัน 

 
    Mirror เลือกใช้ตัวละครเด็กชาย เป็นตัวแทนกระจกสะท้อนความคิดและความรู้สึกของตัวนางเอกเอง ในยามที่ต้องการความช่วยเหลือ -- ทั้งการพาไปเที่ยวในโลกของหนุ่มน้อย ก็กลายมาเป็นแหล่งรวมไอเดียชั้นยอด ที่ทำให้นางเอกคิดออกว่า จะเขียนอะไรลงไปในนิยายตัวเองดี รวมไปถึง "คำแนะนำ" และ "คำให้กำลังใจ" ต่างๆ ที่ส่งผ่านมาจากปากเด็กชาย ในช่วงที่นางเอกต้องเผชิญกับความยากลำบาก ก็สามารถทำให้นางเอก กล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆได้ โดยที่ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น -- ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจาก "การตัดสินใจของนางเอก" ทั้งหมด และตัวเด็กชาย "นาวา" ก็เป็นเพียงแค่ตัวตนที่นางเอกสร้างขึ้นมาเท่านั้น!!! 

   แนวคิดเกี่ยวกับ "การพึ่งพาตัวเอง" ของวาวี ในการสร้างอีกตัวตนขึ้นมา เพื่อเป็นเพื่อนร่วมเดินทางและคอยให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และต้องใช้ความกล้ามากพอสมควร จึงจะสามารถเขียนมันออกมาได้ -- การฟื้นฟูสุขภาพจิตด้วยตัวเอง จากสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เข้มแข็งเกินกว่าที่จะพึ่งพาคนอื่น คือเบื้องหลังในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ที่เจ้าตัวใช้ในชีวิตประจำวัน (อ้างอิงจากเบื้องหลังท้ายเล่ม) ซึ่งในส่วนนี้นี่เอง วาวีก็สามารถสื่อสารมันออกมาได้กระชับและทรงพลังมากๆ แม้จะเป็นเพียงแค่เรื่องสั้นเล่มบางๆก็ตาม

 

   แต่น่าเสียดาย ที่การ์ตูน personal work ที่ลุ่มลึกมากที่สุดของวาวีชิ้นนี้ กลับถูกดรอปคุณภาพลงด้วยลายเส้นที่ไม่ค่อยเสถียร แม้ส่วนใหญ่ในหลายๆหน้า จะสานเส้นออกมาได้สวยก็เถอะ (อย่างพวกตลับกระจกหรือสองหน้าสุดท้ายงี้) แต่ครึ่งหนึ่งของเล่ม มันก็คือการปาดเส้นหยาบๆ น้ำหนักเหลื่อมไม่สม่ำเสมอดีๆนี่เอง แถมบางช่อง ยังลงแสงเงาซิกแซก เหมือนรีบวาดเอาให้เสร็จ จนออกมาเกือบดูจะเป็นงานสเก็ตช์ไปเลยในบางที โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลัง ที่เห็นได้ชัดว่าวาวีดูเหนื่อยมาก และพยายามด้นให้จบ จนลากยาวมาจนถึง 2 หน้าสุดท้ายที่เป็นเบื้องหลัง (ซึ่งวาวีเขียนตอนใกล้จะหลับ) มันดูกระจัดกระจายมาก เหมือนวาวีคิดอะไรได้ก็พิมพ์ จนบางประโยค ยังเขียนออกมาดูขัดตา ทั้งๆที่สามารถเลือกใช้คำที่ดีกว่านี้ได้ -- โชคดีที่งานภาพไม่ได้แย่เท่ารวมเล่ม Crossroad ของ Plustina คืออย่างมากที่สุด มันก็ยังมีรายละเอียดภาพที่ดูตั้งใจอยู่ (แถมรีแอคชั่นทั้งสีหน้าท่าทาง ก็ยังดูลื่นไหลอีกด้วย)

   แถมในส่วนของ "การแปลไทยเป็นอังกฤษ" (ที่แฟนของวาวีเป็นคนทำ) พิมพ์ผิดเยอะมาก!!! ลากยาวมาตั้งแต่การสะกดคำผิด พิมพ์คำตก เขียนประโยคผิดหลักไวยากรณ์ รวมไปถึงการลืมใส่เครื่องหมายต่างๆ ซึ่งดูเหมือนจะเล็กน้อยก็จริง แต่สำคัญมาก!!! (อย่างพวกเครื่องหมาย ! ถ้าไม่ใส่เข้ามานี่ อารมณ์มันไม่หนักแน่นจริงๆนะ) -- Maybe we can only talk when the sky is clear. (คุยได้เฉพาะตอนท้องฟ้าแจ่มใสรึเปล่านะ?) จริงๆมันควรจะเป็น we could มากกว่า เพราะในที่นี้ ตัวผู้พูดไม่แน่ใจว่า คุยได้เฉพาะตอนท้องฟ้าแจ่มใสรึเปล่า

 

   แต่ที่น่าจะเรียกได้ว่าแย่ที่สุด มันกลับเกิดขึ้นกับประโยคนี้!!! "I will go out to see Ms. Peach for a few hour." (น้าเอาชุดไปให้ป้าพีชแก้แปปนึงนะ) อันนี้เป็นฉากที่น้าสาวขอให้เด็กชาย "ขึ้นไปหยิบเครื่องสำอางลงมาให้" ก่อนที่จะออกไปข้างนอก ซึ่งเห็นได้ชัดว่า มันไม่ได้นานขนาดต้องใช้คำว่า a few hours (มากกว่า 60 นาที) เลยซักนิด (แถมเขียน a few hours ผิดด้วย แง้วๆ) -- watch out the home (ดูแลบ้านด้วยนะ) มันไม่ใช่ตัวนี้!!! เข้าใจว่าคนเขียนน่าจะหมายถึง watch over the house เพียงแต่จำสลับกันเฉยๆ -- แต่สิ่งที่ไม่น่าให้อภัยที่สุดที่เกิดขึ้นกับประโยคนี้ และเป็นจุดที่ผิดพลาดมากที่สุด นั่นคือ บทพูดมันไม่เข้ากับสถานการณ์ครับผม!!! เพราะจริงๆแล้ว มันควรจะใช้คำว่า "เร็วๆหน่อยนะ เดี๋ยวน้าต้องรีบเอาชุดไปให้ป้าพีชแก้" มากกว่า (เพราะในฉากนี้ พระเอกแค่ขึ้นไปหยิบเครื่องสำอางลงมาให้เฉยๆ)

   นอกจาก Mirror ที่ถูกทำออกมาเป็นเวอร์ชั่น "หนังสือการ์ตูน" แล้ว ก็ยังมีสินค้าอื่นๆให้สะสม สำหรับแฟนหนังสือโดยเฉพาะ ทั้งตลับกระจกจากการ์ตูน (ที่มีอยู่เพียงแค่ 9 อันเท่านั้น) และพวงกุญแจที่สามารถฉายภาพ AR จากตัวละครในเรื่องออกมาได้ ด้วยกล้องมือถือ (ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้ซื้อไว้ ก็เลยไม่มีตัวอย่างให้ทุกคนได้ดู แฮ่!!!) -- และในอีก 1 ปีต่อมา Mirror ฉบับการ์ตูนแอนิเมชั่น ความยาว 12 นาที ก็ถูกทำขึ้นด้วยฝีมือของวาวีเอง เพื่อส่งประกวดระดับโลกกับทางเว็บ FilmFreeway (แถมเป็นวิทยานิพนธ์สำหรับจบปีสุดท้ายด้วย) ด้วยทุนสร้างเกือบ 30,000 บาท (โอ้แม่เจ้า!!!) ซึ่งถึงแม้จะตกรอบ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทุกคนในจักรวาลได้รู้ว่า วาวีสามารถทำแอนิเมชั่นได้ แม้จะไม่ได้ถึงกับว้าวอะไรขนาดนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆนะเอ้อ!!!

 

  ขอสารภาพว่า ตั้งแต่ที่วาวีเริ่มต้นทำการ์ตูนมา นี่คืองานชิ้นแรกจริงๆที่ทำให้เรารู้สึกว่า เจ้าตัวสามารถเป็นได้มากกว่าแค่ "ร่มเงาสตอรี่บอร์ด" ให้กับนักเขียนสำนักพิมพ์คนอื่นๆ แบบที่เคยทำมาโดยตลอด -- วาวีพัฒนาไปไกลมาก ในส่วนของสไตล์ภาพที่พยายามสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาแบบจริงๆจังๆ อย่างพวก "การสานเส้นสั้นๆ" ต่อกันไปเรื่อยๆ มันดูสวยมากโดยเฉพาะช่วงที่เก็บเส้นเรียบร้อย และยังคงความหยาบเอาไว้นิดๆ แบบ 2 หน้าสุดท้าย -- แม้จะยังไม่สามารถควบคุมลายเส้นให้เข้าที่เข้าทางได้ในตอนนี้ก็ตาม แต่ก็ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เราได้รู้ว่า วาวีเริ่มที่จะเอาจริงเอาจังกับการทำการ์ตูนขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะงี้ก็เลยรู้สึกใจจดใจจ่อกับการมาของ Nava Story เล่ม 2 เป็นพิเศษ จนเนื้อเต้น และอยากรู้ว่าเรื่องราวหลังจากนี้มันจะเป็นยังไงต่อไป และจะเริ่มเรื่องแบบไหนกัน เพราะอ่านจนจบเล่มแรกแล้ว ก็ยังเดาแนวทางอะไรไม่ได้เลย (แต่มั่นใจว่าจะได้เห็นอะไรที่ "ยิ่งใหญ่" แบบเล่มแรกอย่างแน่นอน!!!) ยังติดตามผลงานชิ้นต่อไปอยู่นะ

(สรุป 7/10)


ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/

(วางแผงครั้งแรก ในงาน Original Connect ครั้งที่ 5 -- วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2562)
(และทุกเล่ม จะแถมที่คั่นหนังสือจากการ์ตูนมาให้ด้วย)

 

หน้าปกหลังและที่คั่นหนังสือที่แถมมาให้



Create Date : 28 กันยายน 2564
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2564 0:41:03 น. 1 comments
Counter : 600 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณSertPhoto, คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 

นักวาดการ์ตูนผู้หญิงเก๋ไก๋จังนะคะ

สำหรับการแปลเป(็นภาษาอังกฤษ น่าจะมีตรวจproof
เพื่อประกันการแปลคลาดเคลื่น
(แม้เพียง บาง wording) แต่ความหมายมันเพี้ยนไปไกล

แต่คนไทยอ่านภาษาไทย เลยรู้เรื่องว่าแปลเคลื่อน




ขอบคุณที่รีวิว ฝากเพื่อนบล็อกค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 กันยายน 2564 เวลา:11:04:17 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมากๆ หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.