รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) แวมไพร์สามสลึง (รัตนะ สาทิส)


ถึงคนส่วนมาก จะรู้จัก "รัตนะ สาทิส" จากเรื่อง Lily Love และ Pulse จากเว็บคอมิกหรือรวมเล่มอะไรก็ว่าไป ในยุคที่การ์ตูนรัก "เพศทางเลือก" กำลังได้รับความนิยมในไทย -- แต่ใครบ้าง...จะรู้ว่า จริงๆแล้ว เจ้าตัวเคยวาดแนวอื่นมาก่อน และเล่มนี้ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีทีเดียว ที่จะพาทุกท่านได้ย้อนอดีตกลับไป กลับไป และกลับไปอีกครั้ง เพื่อให้ได้เห็น "อีกหนึ่งตัวตน" ของรัตนะ สาทิส เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว.....

รัตนะ สาทิส (หรือชื่อจริง มาฆพร สาทิสสะรัต) เริ่มต้นจากการเป็นนักเขียนการ์ตูนหญิงคนแรกในเครือไทคอมิค (ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2530 -- ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลย ที่เจ้าตัวจะมีผลงานเป็นสิบๆเรื่อง ภายในระยะเวลา 20 ปี แต่!!! มีสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้เจ้าตัวมีความแตกต่างจากนักเขียนคนอื่นๆ -- นอกจากลายเส้นของ รัตนะ สาทิส จะต่างจากนักเขียนหญิงทั่วไปแล้ว การ์ตูนแต่ละเรื่องยังมี "แนว" ที่ไม่ซ้ำกันอีกด้วย -- จะเห็นได้ว่าในรวมเล่มเรื่องเก่าๆของเจ้าตัว จะมีทั้งแนวแอ็คชั่นบ้าง ผจญภัยบ้าง การ์ตูนรักบ้าง การ์ตูนตลกบ้าง สายลับไซไฟก็มี เอ้อ!! รู้สึกจะเป็นคนแรกที่บุกเบิกการ์ตูนไทยแนวฮาเร็ม-คอเมดี้ด้วย (X-Sense สัมผัสผี ดีแต่ป่วน) ไม่รู้ใช่รึเปล่านะ 5555+ -- และด้วยความหลากหลายที่ว่ามานี่เอง... ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นความสามารถในการเขียนเรื่องของเจ้าตัวในหลายๆแนว โดยไม่ขลุกอยู่กับแนวใดแนวหนึ่งจนกลายเป็น comfort zone ไปอีกด้วย

แวมไพร์สามสลึง ประกอบไปด้วยเรื่องสั้น 4 เรื่อง ที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร ThaiComic ในช่วงปี 2541 - 2542 (ยกเว้น Dare Heart ที่ลงนิตยสาร NEXT) เปิดเล่มด้วยไฮไลท์ของเล่มอย่าง "Vampire สามสลึง" -- โดยเป็นเรื่องของแวมไพร์ตนหนึ่งซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง ได้แฝงเข้าไปอยู่ในร่างของนักข่าวสาวที่ถูกยิงตาย เพื่อจะ "อาศัยกินข้าวบ้านคนอื่น" เท่านั้น แต่กลับต้องมาพัวพันกับการถูกไล่ล่าจากนักการเมืองซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนักข่าวสาว เพราะต้องการปกปิดความผิดตัวเองในเรื่องขนส่งยาเสพติดเข้าประเทศ โดยใช้ธุรกิจส่งออก-นำเข้าบังหน้า โดยนักข่าวสาวที่ถูกยิงนั้น เป็นคนที่กุมความลับเรื่องนี้เอาไว้

นอกจากความสนุกแบบบ้าบอคอแตก ที่ขยันใส่เข้ามาตลอดทั้งเรื่องแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่อยากให้โฟกัส นั่นคือ "เนื้อเรื่องเสริม" ที่ซุกซ่อนไว้ตาม "สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ" และ "บทสนทนาตอบโต้" ให้ไปประกอบกันเล่นๆ -- นั่นเป็นเพราะ ด้วยข้อจำกัดของความเป็นเรื่องสั้นที่กินจำนวนหน้าแค่ 74 หน้า เนื้อเรื่องหลักจึงพุ่งตรงไปที่ "การสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของนักข่าวสาว ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่งยาเสพติด" ซะส่วนมาก -- แลในส่วนของเนื้อเรื่องย่อ ที่ทิ้งไว้เป็น "คำบอกใบ้" ตามจุดต่างๆ จะเกี่ยวกับ เรื่องราวของนักข่าวสาวก่อนเสียชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัวและแฟน ซึ่งเอาไปต่อเป็นไทม์ไลน์ได้มันส์มากกกก เพราะทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันไปหมด ถึงส่วนมากจะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักก็เถอะ แต่นี่แหละ!!! ที่เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของการอ่านหนังสือการ์ตูน ลองไปนั่งแกะเล่นๆดู ย้ำว่าสนุกมากกกก ไหนๆก็เสียเงินซื้อมาอ่านแล้ว ก็ต้องอ่านให้คุ้มเลยสิ!!! (ใจจริงอยากจะทำสปอยล์นะ แต่กลัวว่ารีวิวมันจะยาวเกินไปอีกน่ะสิ 5555+)

เอ้อ ลืมไปๆ ตัวเอกของเรื่องที่เป็นแวมไพร์นั้น มีพลังวิเศษในการมองเห็นความทรงจำของคนอื่น และสามารถจำแลงร่างของคนอื่น เพื่อให้ตัวเองสามารถใช้ชีวิตในตอนกลางวันได้ เพียงแค่ "แตะตัว" เท่านั้น แต่แหม เล่าซะไฮเทคเลยแฮะ 5555+ (External Change!!!) -- แต่ในบางครั้ง พระเอกจะแปลงร่างเป็น "ยุง" เพื่อบินไปดื่มเลือดของสาวพรหมจรรย์ในยามวิกาล (เลือกกินด้วยวุ้ย 5555+) ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมตัวเอกถึงไม่ใช้ร่างแวมไพร์ไปดูดตรงๆก็ไม่ทราบ -- หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะ พระเอกไม่อยากที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับเหยื่อ จึงต้องใช้วิธีดื่มเลือดของเหยื่อให้น้อยที่สุด และโดนจับได้ยากที่สุด อีกทั้งยุงเป็นแมลงขนาดเล็ก ถ้าใช้ร่างนั้น กินนิดเดียวก็อิ่มท้อง แถมยังเข้าบ้านคนได้ง่ายกว่าร่างอื่นด้วย /// หรือไม่ก็เพราะถ้าดื่มเลือดในร่างของแวมไพร์ จะทำให้เหยื่อกลายเป็นลูกสมุนในทันที ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกด้วย (อา ไม่เข้าใจเลยแฮะ อยากให้คนเขียนมาอธิบายจริงๆเลยว่า ตกลงมันเป็นอะไรยังไงกันแน่)

แต่น่าเสียดายมากๆ ที่ข้อเสียที่ร้ายแรงที่สุดของเรื่องนี้ กลับตกอยู่ในส่วนของพลังพิเศษของตัวเอกในการจำแลงร่างและเรื่องอาหารการกิน และความไม่ชัดเจนในตัวตนของพระเอกที่เป็นแวมไพร์ ซึ่งมันเต็มไปด้วยช่องโหว่มากมาย (เผลอๆอาจจะมากกว่าที่คิดด้วยซ้ำ) อย่างเช่น สถานะการเป็นแวมไพร์ของพระเอก มันเป็นอะไรที่คาใจไม่หาย เพราะอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ไม่เห็นมันจะดื่มเลือดอะไรเล้ย แถมกินอาหารปกติได้อย่าง "เอร็ดอร่อย" อีกต่างหาก ถือว่าผิดวิสัยแวมไพร์ขั้นรุนแรงเลยนะนั่น (แล้วในการ์ตูน มันเขียนว่า เลือดเป็น "อาหารรอง" ของแวมไพร์ ด้วยนะ) ขนาดตัวเอกมันไม่ได้ดื่มเลือดมาเป็นสัปดาห์แล้ว แต่กลับไม่มีสัญญาณของความเจ็บป่วยอะไรเลย แถมยังคุยกับคนอ่านแบบน้ำไหลไฟดับซะอีก แล้วมันจะเป็นแวมไพร์ไปได้ยังไงกันล่ะเฮ้ย!!!?! (แวมไพร์บ้าอะไรเจอเลือดแล้วตกใจ) -- แถมนักการเมืองที่เป็นตัวร้ายของเรื่อง สั่งให้ลูกน้องฆ่านักข่าวสาวเพื่อปิดปาก เพราะไปเห็นเบื้องหลังค้ายาเสพติดเข้า และมีหลักฐานสำคัญคือ "ม้วนฟิล์มที่เก็บหลักฐานเอาไว้" -- แต่ไอ้พวกนี้กลับไม่ได้ทำลายหลักฐานซะหยั่งงั้น ทั้งๆที่ตัวหัวหน้า กลัวเรื่องจะสาวถึงตัวเองมากๆแท้ๆ สรุปกลัวจริงๆรึเปล่าวะ? -- ถ้าแบบนี้ ไม่ต้องให้พระเอกมาเจอม้วนฟิล์มก่อนหรอก แค่ตำรวจมาพบศพเข้า และเห็นหลักฐานในม้วนฟิล์ม ยังไงไอ้พวกนี้ก็ไม่รอดกันอยู่ดี (เนื้อเรื่องมัน "พัง" ตั้งแต่เริ่มแรกเลยนี่หว่า) แต่จะว่ายังไงล่ะ 5555+ ถ้าพล็อตมันไม่มีช่องโหว่แบบนี้ เนื้อเรื่องใน "แวมไพร์สามสลึง" ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นน่ะสิ (มันใช่เรอะ!!?!)

นอกจากการ์ตูนแวมไพร์ที่เขียนตามใจชอบจนเกินไป แบบไม่มีเหตุผลรองรับจนหลุดสามัญแวมไพร์ไปหมด ก็ยังมีเรื่องสั้นอีกสามเรื่องที่ไม่ใช่แนวแฟนตาซี แต่กลับทำออกมาได้ดีกว่าซะอีก!!! -- เริ่มด้วยการ์ตูนชื่อพิลึกอย่าง Heart of The Heart (อิหยังวะ!!?! หัวใจของหัวใจ?) เป็นเรื่องของนางเอกคนหนึ่งที่กลัวพระเอกซึ่งเป็นคนข้างบ้าน คิดว่าเป็นคนไม่ดี เพียงเพราะเขา "ท่าทางน่ากลัว" รู้เพียงแต่ว่า พ่อแม่แยกทางกัน แล้วก็ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่กว่าที่นางเอกจะรู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นเป็นคนอย่างไร มันก็สายไปเสียแล้ว

เฮ้ย!!! หรือบางที Heart of The Heart อาจจะหมายถึง การที่เรา "มองใจคน" ให้ลึกลงไป เพื่อให้เห็น "ตัวตนที่แท้จริง" ของคนๆนั้น เหมือนหัวใจที่ซ้อนอยู่ในหัวใจอีกทีหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นแค่เปลือก (คล้ายๆกับ Inside The Heart รึเปล่านะ 5555+) -- แต่ "การมองใจคนให้ลึกลงไป" ในที่นี้ ไม่ใช่แค่ไปสังเกตพฤติกรรมของคนอื่น แล้วเก็บไปคิดวิเคราะห์เอาเองข้างเดียวนะ แต่มันคือการที่เราได้เข้าไป "ทำความรู้จักกับเจ้าตัวโดยตรง" ต่างหาก -- อย่างในฉากหนึ่งที่นางเอกทำสร้อยเส้นหนึ่งหาย และคิดว่า พระเอกเป็นคนขโมยสร้อยไป แต่ก็ไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะในวันต่อมา พระเอกก็เอาสร้อยมาคืน และพูดกับนางเอกก่อนจะจากกันว่า "คิดว่าฉันเป็นคนยังไงกัน" (จริงๆ พระเอกตั้งใจจะคืนตั้งแต่เดินชนกันแล้ว แต่นางเอกต่างหากที่ดันวิ่งหนีไปซะก่อน เพราะกลัวพระเอก) -- และเพราะเหตุการณ์นี้เอง ทำให้นางเอกรู้สึกเหมือนตัวเองกำลัง "โดนตบหน้าอย่างจัง" แต่...มันเป็นการโดนตบหน้าเพื่อให้เห็นความจริงบางอย่าง -- เพราะถ้านางเอกไม่มีโอกาสได้ "ทำความรู้จักกันโดยตรง" ตั้งแต่แรก ก็จะไม่มีทางได้รู้เลยว่า จริงๆแล้วพระเอกนั้นเป็นคนยังไง -- และหลังจากเหตุการณ์นั้นเอง นางเอกก็เริ่มเกิดความรู้สึกผิดที่มองพระเอกเป็นคนไม่ดีมาโดยตลอด และเริ่มที่จะไว้ใจพระเอกมากขึ้น สังเกตได้จากในช่วงครึ่งหลัง ที่นางเอกกำลังถูกแก๊งอันธพาลฉุด นางเอกกล้าพอที่จะตะโกนเรียกร้องให้พระเอกช่วย ซึ่งผลลัพธ์จากการต่อสู้ในคราวนี้ นางเอกปลอดภัยก็จริง แต่พระเอกนั้นกลับได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทงด้วยมีดของคู่ต่อสู้

พระเอกไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากถามเวลา ซึ่งในตอนนั้นเป็นเวลา 5 ทุ่มครึ่งแล้ว พระเอกได้เพียงแต่ขอร้องให้นางเอกเอา "ของที่ตัวเองถือมาด้วย" ฝากไปให้คนที่บ้าน ซึ่งนางเอกก็ทำตามคำขอ แม้ลึกๆจะเป็นห่วงพระเอกก็ตาม และที่นั่นเอง!!! บ้านของพระเอก ที่ทำให้นางเอกได้เจอกับสิ่งที่เรียกว่า "Heart of The Heart" หรือตัวตนที่แท้จริงของพระเอก -- เมื่อนางเอกรู้ความจริงทั้งหมดว่า พระเอกต้องลาออกจากโรงเรียน ออกมาทำงานหาเงิน เพื่อดูแลยายที่ทั้งเป็นอัมพาตและตาบอดและน้องชายคนเล็ก นางเอกก็ได้รีบวิ่งไปหาพระเอกทันที และก็ได้พบว่า พระเอกนั้น นอนจมกองเลือดเสียชีวิตไปซะแล้ว โดยที่พระเอกไม่มีโอกาสได้ส่ง "เค้กวันเกิด" ให้ถึงมือน้องชายด้วยตัวเองเลย แม้นางเอกจะเอามาส่งให้แทน ทันก่อนเวลาเที่ยงคืนก็ตาม -- ได้แต่ทิ้งความโหวงภายในใจให้กับคนอ่าน พร้อมกับคำถามที่ว่า ต่อไปครอบครัวของพระเอก ทั้งน้องชายเล็กๆและยายที่ทั้งเป็นอัมพาตและตาบอด (ที่แม่แท้ๆไม่เคยมาดูแล) จะใช้ชีวิตอยู่กันต่อไปยังไง

Dare Heart ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านเรื่องสั้นการ์ตูนรักของค่าย CTS ช่วงหลังๆ (แพทเทิร์นเดียวกันเลยด้วย) -- แต่เป็นธีมแบบ reverse เป็นแนวหญิงแกร่ง ชายขี้กลัวแทน ที่ในตอนท้าย ทั้งคู่ชอบกันก็เพราะ พระเอกเข้าไปปกป้องนางเอกที่ถูกแก๊งอันธพาลล้างแค้น ทำให้นางเอกเกิดตกหลุมรักในความเด็ดเดี่ยวของพระเอกขึ้นมา ถึงจะโดนเค้าอัดซะน่วมก็เถอะ แต่อย่างน้อยมันก็แสดงให้เห็นว่า ความเป็นลูกผู้ชาย มันไม่ได้อยู่ที่ความแข็งแกร่งเสมอไป แต่มันคือความรู้สึกอย่างแรงกล้าที่จะช่วยเหลือใครซักคนต่างหาก และไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย และต่อให้ใครจะแกร่งกว่าใครแค่ไหน ทุกคนก็ล้วนมีความแข็งแกร่งและความอ่อนแอในตัวไม่ต่างกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าอะไรจะมากกว่าหรือน้อยกว่าแค่นั้นเอง

แต่ที่แน่ๆ มันไม่เกี่ยวกับเพศสภาพเสมอไปแน่นอน

ปิดท้ายด้วย Dumb Man เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่สามารถพูดออกเสียงได้ เพราะได้รับประสบอุบัติเหตุบางอย่าง มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับนางเอกที่เพิ่งถูกแฟนทิ้ง จนกระทั่งด้วยความใกล้ชิด ทำให้ทั้งคู่เริ่มที่จะชอบกันจริงๆ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความรักที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดใดๆออกไป แต่สามารถสื่อถึงกันได้ด้วยความรู้สึกดีๆที่มีให้กันล้วนๆ -- อาจเป็นเพราะ ไม่ใช่แค่นางเอกเพียงคนเดียวที่เสียคนรักไป การเป็นใบ้ของพระเอกก็เช่นกันที่ทำให้พระเอกสูญเสียทั้งการงานและเพื่อนฝูง --  แต่เนื้อเรื่องก็ยังใจดีเพียงพอที่จะบอกกับเราว่า "ชีวิตของคนเรา มันไม่ได้มีแต่เรื่องร้ายๆไปซะทั้งหมดนะ" การสูญเสียของทั้งสองฝ่าย จึงนำมาสู่การเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของกันและกัน จนเกิดเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขกันในที่สุด ถือเป็นการปิดเล่มที่น่าประทับใจ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งใกล้เตาผิงอุ่นๆในช่วงอากาศหนาว จนหายใจเป็นไอ

ในขณะที่ Dare Heart จะเน้นในโทนที่สนุก เปิดเรื่องด้วยความคู่หมัดคู่กัดของคู่พระนาง แต่ปิดท้ายด้วยฉากโรแมนติกแสนอ่อนไหว ส่วน Dumb Man จะเป็นขั้วตรงข้าม เพราะเนื้อเรื่องค่อนข้างจะทำร้ายจิตใจคนอ่านเล็กน้อย แต่มันจบแบบอบอุ่นหัวใจ บทโรแมนติกในการ์ตูนแทบทุกเรื่องในเล่ม มันมีความเป็นธรรมชาติและดูมีชีวิตชีวาเอามากๆ ประมาณว่าต่อให้เอารวมเรื่องสั้น Love Hours ทั้ง 9 เล่มมางัด ก็ไม่สามารถสู้สองเรื่องหลังในเล่มนี้ได้เลย เรียกได้ว่าทั้งลายเส้น บทพูด มุมกล้อง การลำดับภาพ และการสื่ออารมณ์ทางสีหน้าในลักษณะต่างๆ มันมีความลงตัวกลมกลืนกันไปหมด (ก็แหงสิ จะมีใครเขียนการ์ตูนรักได้ "นุ่มนวลและละเมียดละไม" เท่าผู้หญิงได้อีกเล่า?) 

เรียงลำดับไทม์ไลน์การ์ตูนจากก่อนไปหลัง - Heart of The Heart → Dare Heart → Dumb Man → Vampire สามสลึง

การอ่านรวมเรื่องสั้นของ รัตนะ สาทิส ในเล่มนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเซ็ตขนมหลากรสในกล่องเดียว มันอาจจะมีรสชาติที่เราไม่คุ้นเคยอยู่ในนั้น แต่พอกินรวมๆกันแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกที่น่าตื่นเต้น และมีความกลมกล่อมอยู่ในตัวอย่างไม่น่าเชื่อ หรือจะพูดได้อีกอย่างก็คือ ตลอดทั้งเล่มของ "แวมไพร์สามสลึง" มันเต็มไปด้วยการ์ตูนหลายๆแนว ซึ่งเจ้าตัวเองก็สามารถเขียนออกมาได้ดี ไม่ว่าจะเขียนแนวไหนก็ตาม จะเขียนแนวตลกก็บ้าหลุดโลก/ จะเขียนแนวแอ็คชั่น ก็ทำออกมาได้เข้มเกินกว่าที่จะเป็นงานของผู้หญิง/ จะเขียนแนวดราม่าก็เข้าถึงอารมณ์ ส่วนการ์ตูนรักนี่ คงไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้วมั้งงง 5555+ (ก็ รัตนะ สาทิส อ้ะ!!! รัตนะ สาทิส อ้าาา!!!)  -- "แวมไพร์สามสลึง" อาจไม่ใช่รวมเรื่องสั้นที่มีคอนเซ็ปต์แบบตายตัวเหมือนเล่มอื่นๆ จริงๆมันออกจะเป็นรวมเรื่องสั้นธรรมดาๆด้วยซ้ำ ไม่สิ มันไม่ธรรมดา ถ้าธรรมดา รีวิวมันจะลากยาวได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ นั่นเป็นเพราะว่า.....

....มีสิ่งหนึ่ง ที่เราให้ความสนใจมาโดยตลอด และเชื่อว่าจะทำให้การ์ตูนทั้งเล่มนั้นมีจุดแข็งในตัว นั่นคือ "โครงสร้างโดยรวม" -- และสำหรับผม.... "แวมไพร์สามสลึง" เป็น การ์ตูนรวมเรื่องสั้นที่สามารถสรุป "ภาพรวม" ในงานของ "รัตนะ สาทิส" ตลอดระยะเวลา 20 ปีได้ดีที่สุด --ที่นอกจากจะสามารถเขียนได้ดีทุกแนวแล้ว ลายเส้นของรัตนะ สาทิสในเล่มนี้ มันเป็นอะไรที่มีเสน่ห์เอามาก พอๆกับสไตล์เรื่อง มันสวยและน่าดึงดูดใจ ทั้งสไตล์การวาดหน้าตัวละครและการลงแสงเงาเส้นผมในเล่มนี้ มันเป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดเลยก็ว่าได้ (แอบชอบเทคนิคการลงสกรีนโทนในดวงตามากๆ มันดูเงาๆ สวยดี) -- นับได้ว่าเป็น "โครงสร้างลายเส้นที่ดีที่สุด" ตลอดระยะเวลาการทำงานของ รัตนะ สาทิส เลยทีเดียว ถ้าเทียบกับทุกเล่มที่เคยทำมา ก่อนที่งานหลังๆจะเริ่มดาวน์เกรดลายเส้นลงเรื่อยๆซะหยั่งงั้น -- ถึง "การกำหนดโครงหน้า" จะยังไม่ค่อยเสถียรในบางจุดก็เถอะ แต่โดยรวมก็ถือว่า ทำออกมาได้ดูดีมากแล้ว อย่างน้อยก็ไม่วาดตาห่างกันเป็นคืบเหมือนในเรื่อง Endanger ล่ะวะ

แต่ที่แน่ๆ ไฮไลท์ที่เด็ดที่สุด มันอยู่ที่สองหน้าสุดท้ายของทุกเรื่องครับ!!! (ย้ำว่าทุกเรื่อง) ไฮไลท์ที่ว่าเป็นเรื่องของ 'การสื่ออารมณ์ในลักษณะต่างๆ" และ "การเลือกใช้บทพูดที่สอดรับเข้ากัน" มันไปถึงจุดที่พีคถึงขีดสุด ทำให้ฉากปิดท้ายในแต่ละเรื่อง มันเป็นอะไรที่โดดเด่น น่าจดจำ และเข้าถึงอารมณ์อย่างมาก -- ซึ่งแต่ละเรื่องจะให้อารมณ์ในช่วงปิดท้ายที่ต่างกัน อย่างเรื่อง Dare Heart บทมันจะหวานกันก็หวานจริง ตามสไตล์การ์ตูนรักวัยรุ่นวัยเรียน อ่านแล้วหัวใจจะละลายเลยว้อย!!! หรือเรื่อง Heart of The Heart ที่อารมณ์มันจะเศร้าก็เศร้าจริง เศร้าแบบรู้สึกผิด แต่มันก็ไปได้สวยกับบทบรรยายเอามากๆ หรือแม้แต่เรื่องบ้าบอคอหมูย่างอย่าง "แวมไพร์สามสลึง" เราก็ยังได้เห็นนางเอกทำหน้ายิ้มแป้น แบบเกินหน้าเกินตาอีกด้วย ให้ตายซี้!!!

จริงอยากจะเขียนอะไรลงไปในนี้อีกเยอะ แต่ก็กลัวมันจะยาวเกินไปน่ะสิ  -- อ่า ก็สรุปว่า แวมไพร์สามสลึง ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีมากๆในการเขียนการ์ตูนเรื่องสั้น ที่ไม่ใช่แค่ให้ภาพเล่าเรื่องไปเฉยๆ แล้วก็จบกัน แต่ทำให้ขอบเขตของเรื่องสั้นนั้น ดูกว้างขึ้น แม้จำนวนหน้าจะจำกัดก็ตาม อย่างเรื่องของการสร้างพล็อตย่อยแฝง ที่ทำให้เรื่องสั้น...มีอะไรให้ค้นหา และองค์ประกอบอื่นๆ ในเรื่องของการใส่ใจในรายละเอียดภาพและการสื่ออารมณ์คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ก็มีให้เห็นในเล่มนี้แบบครบถ้วน ที่สำคัญคือ มันมีให้อ่านหลายแนวด้วย!!! จะใช้ศึกษาแนวทางยังได้เลย -- อาจจะมีจุดด้อยอยู่บ้างในช่วงแรกๆ ในเรื่องของความสมเหตุสมผลของบท ก็เลยกลายเป็นว่าไม่ได้โชว์ความสามารถในส่วนของแนวแฟนตาซีซะหยั่งงั้น (มันออกมาโดดเฉพาะแนวทั่วไปหมดเลยอ้ะ!!!!) อีกทั้งยังติดปัญหาเรื่อง "การใช้ภาษาอังกฤษ" อีกต่างหาก (แนะนำให้ลองเอาคำว่า dare heart ไป search ใน google ดู 5555+) แต่นอกนั้นก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นงานที่ดีชิ้นหนึ่งของเจ้าตัวได้อยู่ 

เพราะการ์ตูนรวมเรื่องสั้นสำหรับผม มันคือสิ่งที่จะสามารถบอกได้ว่า นักเขียนคนนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง ภายในหนึ่งเล่มนั้น.....

(สรุป 8/10)

ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/




Create Date : 28 พฤษภาคม 2562
Last Update : 31 พฤษภาคม 2562 11:27:18 น. 0 comments
Counter : 508 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมาก หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.