รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) Rainy วันที่ฝนตก (รวมนักเขียน)


มาซักที กับรวมเรื่องสั้นที่เพิ่งจะมาออกวางแผงจริงๆเอาป่านนี้ ฮ้า!!! คิดถึงจังเลยน้า ซีรีส์ Love Hours Special เนี่ย... 

"Rainy วันที่ฝนตก" เป็นหนึ่งในรวมเล่มเรื่องสั้นการ์ตูนรัก (ในธีมฤดูกาลไทย) ที่สำนักพิมพ์ตั้งใจจะวางแผงต่อจากรวมเล่ม Summer ในปีเดียวกัน ซึ่งถ้าเล่มนี้ออกวางแผงเรียบร้อย ก็จะปิดท้ายด้วย Winter ในเวลาต่อมา (เช้ด!!! มีไตรภาค) แต่ เฮ้อ ...ดูท่าจะยากแล้วล่ะมั้ง เพราะจริงๆแล้ว...นี่คือ "โปรเจ็กต์ตกค้าง" ที่สำนักพิมพ์ไม่ได้ออกวางขายตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วต่างหาก!!! -- ใช่แล้ว ตั้ง 3 ปีเลยนะ ว็อทเดอะฟัก!!! นี่ยังไม่นับเรื่องสั้นหลายๆเรื่อง ที่ยังไม่มีโอกาสได้ตีพิมพ์ออกขายจริงๆอีกนะ (ที่รู้...ก็เพราะจำได้ว่า เคยเห็นนักเขียนหลายๆคนเคยเอาตัวอย่างงานที่เป็น "ภาพร่าง" มาโพสต์ลงเพจ -- ก็เลยรู้สึกว่า พองานพวกนั้นจะไม่ได้ออกวางขายแล้ว มันน่าเสียดายจริงๆเลยให้ตายซี้) 

มีเรื่องสั้นที่เกี่ยวกับ "วันฝนตก" อยู่ 4 เรื่อง (ก็ตามคอนเซ็ปต์ Rainy นั่นแหละนะ) ซึ่งคุณภาพก็พอๆกับรวมเล่ม Summer นั่นแหละ เพราะเรื่องสั้นส่วนมากในเล่ม จะมาจาก "นักเขียนหน้าใหม่" ที่เพึ่งจะเข้ารอบการประกวด Debut Special ห้องปิดตายมาหมาดๆ แล้วก็ถูกจับมาเขียนเรื่องสั้นทันที โดยที่ไม่ได้ขัดเกลาทักษะอะไรดีเลย -- ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลย ถ้างานจะออกมาดูกึ่งสุกกึ่งดิบเอามากๆ คุณภาพนี่แทบจะไม่ต่างจากรวมเล่ม Summer เลย (จะชิลล์กันไปถึงไหนฟะ!!!) แต่!!! ถ้าคุณเป็นแฟนหนังสือที่ติดตามงานของคนใดคนหนึ่งมาโดยตลอดอยู่แล้ว จะซื้อมาอ่านหรือสะสมก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ ไม่ถึงกับฟิลเลอร์ เพราะงานภาพมันพัฒนามาจากตัวเดบิวต์พอสมควรเลย (filler ในที่นี้แปลว่า เรื่องสั้นที่เหมือนเอามาถมให้เต็มเล่ม)

แต่...รู้สึกจะมีอยู่แค่สองเรื่องเท่านั้นเองล่ะมั้ง ที่พยายามจะ "ตีความหัวข้อ" ให้มันต่างออกไปจริงๆ โดยเฉพาะ Sentimental Rain (Nishi Kita) นี่ ผมโคตรจะภูมิใจนำเสนอเลย -- มันไม่ใช่แค่ว่าเป็นเรื่องที่ "ลายเส้นและเนื้อเรื่องดีที่สุดในเล่ม" อย่างเดียวเท่านั้น แต่มันดีไปถึง "การตีความหัวข้อวันฝนตก" อีกด้วย เพราะในขณะที่งานของคนอื่นๆส่วนมาก จะตีความออกมาเป็นแนว "อกหักร้องไห้กลางสายฝน" ไปซะทั้งหมด (ซึ่งมันเป็นอะไรที่โคตรจะ cliché ซะเหลือเกิน) -- แต่นิชิ กลับตีความหมายของ "ฝน" ในทางที่ต่างกันออกไป นิชิตีความโจทย์ "ช่วงหน้าฝน" ออกมาในแง่ของการเกิดขึ้นและสิ้นสุด (พูดซะเป็นแนวปรัชญาเลยวุ้ย!!! เดี๋ยวคนอ่านก็เข้าใจผิดหรอก) อ่า... ผมหมายถึงนิชิเค้าเปรียบเทียบ "ช่วงเวลาหนึ่งที่ฝนตก แล้วก็หยุดตก" กับการที่ต้องพบเจอใครซักคน แล้วก็จากกันไป ตามสไตล์เนื้อเรื่องของเจ้าตัวในช่วงหลังๆนั่นแหละนะ (ไปสปอยล์เนื้อเรื่องให้คนอื่นฟังซะงั้น เวรเอ้ยตัวฉัน!!!)

และนอกจากนั้นแล้ว ยังรวมไปถึงการเปรียบเทียบวันฝนตกกับ "อารมณ์อันอ่อนไหว" ของคนเราที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บางวันสุข บางวันเศร้า ซึ่งมันเกิดขึ้นกับทุกคนจริงๆ ขนาดเพื่อนพระเอกที่โดนรุ่นพี่ขัดขา โดนบอลอัดหน้าเพราะเล่นกีฬาเก่งเกินหน้าเกินตาแล้วยังยิ้มได้ ยังบ่อน้ำตาแตกได้เพราะโดนสาวปฏิเสธ แล้วก็กลับมาโลดเล่นบนปุยเมฆได้อีก เพราะได้แฟนใหม่ ก็นี่แหละ อารมณ์ของเรา บางทีมันก็คาดเดายากแบบนี้แหละ เหมือนตอนเช้าที่ท้องฟ้าแจ่มใส แต่ตอนเย็นท้องฟ้าก็ตั้งเค้าซะหยั่งงั้น

ถึงจะอธิบายซะเป็นแนวปรัชญาไปแล้วก็ตาม (เฮ้อ!!!) แต่จริงๆแล้ว เนื้อเรื่องมันให้อารมณ์สนุกป่วนๆสมัย Celebrate Love แต่จับมายกเครื่องใหม่เยอะพอสมควรเลย (ยังจำได้ป่าวๆ ใครตามทันบ้าง?) เพราะทั้ง "ลายเส้นและกายวิภาค" ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าของเก่ามาก กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันดี รวมทั้งโครงสร้างเนื้อเรื่องก็ทำออกมาได้แน่น และพล็อตการ์ตูนรักก็ดูละมุนขึ้นเยอะ ทั้งๆที่ใช้จำนวนหน้าแค่ 46 หน้าเท่านั้น (จุดเด่นของการ์ตูนค่าย CTS มักจะอยู่ที่ความกระชับ) คืออ่านแล้วรู้สึกถึงรวมเล่ม "First Love แรกพบกระทบรัก" ขึ้นมาทันทีเลย หลังจากที่สองเรื่องก่อนหน้านั้นอย่าง Bless และ Contrast จะหนักไปทางขมๆซะมากกว่า (ซึ่งระหว่างสองเรื่องนี้ ผมชอบเรื่อง @#$!%^#& มากที่สุดแล้ว) 

 

ส่วนเรื่องสั้นนอกเหนือจากนั้น งานภาพก็ไม่ค่อยโดดเด่นอะไรแล้ว (เพราะโดน Sentimental Rain กลบซะมิด 5555+) อย่างเรื่อง Soak (Slothy) งี้ อื้อหือ!!! โคตรน่าเสียดาย อุตส่าห์เปิดเรื่องซะอย่างดิบดีด้วยฉากตลาดนัดที่วาดซะเกือบละเอียดยิบ แต่พอพ้นหน้านั้นไปเรียบร้อยปึ๊บ "ความโล่งโถง" ก็ถาโถมเข้าใส่ทันที ราวกับว่าความดีงามก่อนหน้านั้น มันไม่เคยเกิดขึ้น แถมปล่อยโล่งซะหลายๆหน้าด้วยจนน่าหงุดหงิด (จนอยากจะเข้าไปวาดเพิ่มให้ทันทีเลย กรอด!!!) ทั้งๆที่มันสามารถใส่รายละเอียดยิบย่อยเข้าไปได้มากกว่านี้แท้ๆ แล้วที่วาดมาให้เห็นนี่ อย่ามาบอกว่าเพื่อความสบายตาเลย เรียกว่าวาดไม่เสร็จยังจะฟังดูมีเหตุผลซะกว่า

จริงๆก็ไม่อยากจะเขียนอะไรแบบนี้หรอก แต่ผมรู้สึกเสียดายฝีมือของ Slothy ในตอนนี้มากๆเลยอ้ะ อุตส่าห์พร้อมขนาดนี้แล้วแท้ๆ -- คือในงานชิ้นนี้....คนเขียนเค้าสามารถเก็บรายละเอียดภาพเยอะๆได้ไง และเค้าก็สามารถลงแสงเงาผมสวยๆนุ่มลื่นได้ แถมแม่นยำเรื่องเปอร์สเปคทีฟด้วย เอาซี้!!! คนละเรื่องกับตอนที่เดบิวท์เข้ามาเลย (หมายถึงเรื่อง Small Box ที่อยู่ในรวมเล่ม Debut Special 2: ห้องปิดตาย) ก้าวกระโดดมากอันนี้ คืออันก่อนๆ จำได้ว่าเส้นมันจะแข็งๆ แล้วฉากก็จะโล่งมากๆ แถมสกรีนโทนก็ไล่เฉดซะเป็นโลหะชุบโครเมี่ยมเลยด้วย เห็นแล้วน่าหงุดหงิดมาก นี่งานที่ได้ที่ 2 นะนั่น (รีวิวแต่ Rainy สิเฮ้ย!!!)

ส่วน Soak ที่เป็นชื่อเรื่องนี่ ผมก็ไม่เข้าใจนะว่าคนเขียนต้องการจะสื่อถึงอะไร แต่โครงเรื่องที่พอจะแกะได้....มันประมาณว่า นางเอกมันแอบชอบพระเอกอยู่ แต่พระเอกไม่ได้สนใจ มัวแต่ไปจีบคนอื่น จนเพื่อนมันเป็นดาราและมีแฟนใหม่เรียบร้อย พอมารู้ตัวจริงๆทีหลังว่านางเอกมันแอบชอบ ก็สายไปซะแล้ว เพราะสมัยเรียน นางเอกจะคอยเทคแคร์พระเอกตลอด และเป็นคนแรกที่ชอบรูปวาดของพระเอกด้วย ไม่รู้ว่าใช่รึเปล่านะ

ส่วนเรื่อง Brother (Saimai) นี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย โอย!!! เนื้อเรื่องน่าจะธรรมดาที่สุดในเล่มแล้วมั้ง ว่าด้วยนางเอกสาวแว่นคนเดียวกับในหน้าปก ได้แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง จนอยากจะขยับความสัมพันธ์ให้มากกว่าพี่น้อง และอยากสารภาพรักออกไป แค่เขาไม่ตอบรับ นางเอกก็เลยเสียใจ จนพระเอกวิ่งตามนางเอกที่ร้องไห้กลางสายฝน แล้วบอกความจริงไปว่าให้ค่อยๆดูใจกันไปก่อนดีกว่านะ แล้วก็จบแบบแฮปปี้เอนด์ดิ้ง เย้!!! สนุกจัง -- เนื้อเรื่องก็มีแค่นี้นั่นแหละ เอาเข้าจริง...ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพล็อตขนาดนั้น แต่อันนี้มันง่ายไปอ้ะ สายไหมไม่ได้เพิ่มเติม "ลูกเล่น" อะไรเลยกับพล็อตการ์ตูนตาหวานธรรมดาๆที่ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว (ในขณะที่คนอื่นๆในเล่ม เค้ามาแนวแหวกๆกันหมดอ่ะ) -- ถึงเนื้อเรื่องจะไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ก็ไม่ถึงกับแย่อะไรขนาดนั้น เอาน่า... อย่างน้อย งานภาพก็ยังดูน่ารักตามสไตล์สายไหมเหมือนเดิมอยู่นะ (เห็นชื่อแล้วหิวนี่จะผิดมั้ย? 5555+) ถ้าใครชอบอะไรแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ถือว่าโอเคแหละมั้ง

แต่รายละเอียดภาพนี่สิปัญหา มันเหมือนงานที่ยังวาดไม่เสร็จ หลายๆฉากยังเป็นโครงขาวๆ ไม่ได้ลงสกรีนโทนอะไรเลย เหมือนตีเส้นแข็งๆแบบพอให้รู้เฉยๆ ที่สำคัญคือ สไตล์ภาพแบบนั้น มันยังลามมาจนถึงปัจจุบันด้วย ก็นี่แหละ!!! คือสาเหตุที่ว่าทำไมผมถึงเอารีวิว Moon Sanctuary มาลงก่อน ก็เพราะจะได้มีหน่วยเทียบยังไงล่ะ!!!! อย่างเล่มนั้น ขนาดแค่หยิบมากรีดเล่ม เปิดดูแบบผ่านๆ ยังรู้สึกว่าภาพมันแน่นเลย ทั้งๆที่ก็เป็นการ์ตูนตาหวานเหมือนกันแท้ๆ และที่สำคัญคือ มันเป็นงานของนักเขียนไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้วด้วย!!! 

แต่เรื่องสั้นที่เป็น "ม้ามืด" ที่สุดของงานนี้ ต้องยกให้ Standing Over The Hole (Narawit) จริงๆ -- อื้อหือ!!!  ตอนแรกก็นึกว่ามันจะออกมาเป็นการ์ตูนรักวัยรุ่นวัยเรียน แนวสารภาพรักธรรมดาๆ แต่พออ่านไปถึงฉากที่เพื่อนพระเอก (ที่เป็นผู้หญิง) มันเปรียบเทียบ "ความรู้สึกไม่กล้าบอกรัก" ให้พระเอกฟัง เท่านั้นแหละ.... ตู้ม!!!!!!!! จู่ๆก็มีฉากแผ่นดินถล่มมาจากไหนก็ไม่รู้ มาหยั่งกะหนังแอ็คชั่น แล้วพื้นดินก็แยกออกมาเป็นเหวลึกแยกคนทั้งสองเอาไว้ มันออกมาดูเท่มากจริงๆ (โห ถือว่าเกิดมาเพื่อสายแอ็คชั่นจริงๆครับเพ่!!!) แต่...สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมากที่สุด ก็คือ...การที่คนเขียนสามารถ represent สไตล์งานแนวแอ็คชั่นของตัวเองผ่านการ์ตูนรัก โดยที่ไม่ออกมาดูเละเทะได้ยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งมันน่าทึ่งและดูทรงพลังเอามากๆ นี่ขนาดใช้เส้นบางๆแบบนารุโตะวาดเอานะเนี่ย

แล้วสิ่งที่ผมชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือ นางเอกที่แท้จริงของเรื่อง อย่าง "นิ" (เป็นเพื่อนสาวของพระเอกที่ชอบเล่มเกม) personality กับ performance โคตรมีเสน่ห์มาก อาจจะเป็นเพราะคนเขียนเลือกท่าโพสสวยล่ะมั้ง ก็เลยรู้สึกชอบเป็นพิเศษ ส่วนข้อเสียก็มีให้เห็นเหมือนกัน (ไม่มีก็แปลกล่ะเนอะ) ตรงที่คนเขียนอาจจะมีปัญหาในเรื่องการควบคุมน้ำหนักเส้น รวมไปถึงการวาดตัวละครบางตัว ที่มันควรจะออกมาสวยกว่านี้ โดยเฉพาะตอนวาดเครื่องแบบนักเรียนนี่ อื้อหือ!!! ผิดเรียงมาเลย ปกเสื้อคอซองสีดำมาเชียว จริงๆมันขาวทั้งชุดเลยนะนั่น!!! (ไปหาข้อมูลมาก่อน แล้วค่อยมาวาดก็ด๊ายย!!!) แล้วก็อีกอย่างหนึ่งเลย.... "เสื้อนักเรียนมัธยมหญิง" มันไม่มีกระเป๋าเสื้อโว้ย!!! ก็ยังจะดันทุรังวาดมากันอีกนะ เฮ้อ!!! -- ไม่รู้ว่าคนเขียนได้ไปหาภาพอ้างอิงมาจากที่อื่นอีกมั้ย นอกเหนือจากชมรมวารสารฯ

ในส่วนของแก่นเรื่องหลัก จะเน้นไปที่ "ความกลัวภายในจิตใจ" ที่ตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา และมีแต่ความกล้าเท่านั้นที่จะสยบมันได้ ซึ่งมันทำให้มุมมองของพระเอกที่ไม่กล้าสารภาพรักกับคนที่ชอบ มันชัดเจนขึ้น ด้วยไดอะล็อกที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอ่านการ์ตูนแอ็คชั่น ว่าแต่มันเกี่ยวกับธีม Rainy ตรงไหนฟะ!!! นอกจากเอาพระเอกมาร้องไห้กลางสายฝน

ส่วนตอนจบ บทพูดน้ำเน่ามากกกก หยั่งกะหลุดมาจากการ์ตูนโชเน็นยังไงยังงั้น ลองสมมติว่า...ตัวเองเพิ่งจะอกหักมาหมาดๆ แล้วจู่ๆก็มีเพื่อนมาพูดว่า "อกหักน่ะมันก็แค่เจ็บแป๊บเดียวนะ แต่ความกล้าหาญน่ะ...มันจะอยู่กับเราตลอดไป" ดูสิ 5555+ (นี่ตูกำลังอ่านการ์ตูนแอ็คชั่นอยู่รึยังไง?)

 

จริงๆแล้ว การ์ตูนก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น เนื้อเรื่องถือว่าออกมาดีด้วยซ้ำ แต่ผมแค่อยากให้ภาพมันออกมาสวยกว่านี้จริงๆ เพราะว่าในนี้...เหมือนหลายๆคนยังไม่พร้อมที่จะลงสนามจริงกันอยู่เลยอ้ะ มาตรฐานงานภาพ CTS ในช่วงหลังๆตกมากจริงๆ ตั้งแต่เอาเรื่อง &^%$#@! มาลงแล้ว เฮ้อ!!! อีกหน่อยก็คงจะแยกการ์ตูนสำนักพิมพ์กับการ์ตูนโดจินไม่ออกแล้วมั้งเนี่ย (เพราะอันหลังภาพมันจะออกมาชิลล์มากๆ (ซึ่งบางทีก็มากจนเกินไป) เอาเป็นว่าเดี๋ยวว่างมาทำรีวิวเมื่อไหร่ จะเอาเรื่องพวกนั้นมาลงให้ได้ประจักษ์แล้วกันนะ)

เหมือนจะเคยเห็นทางสำนักพิมพ์เคยพูดเอาไว้ว่า ถ้าอยากจะทำเรื่องยาว ก็ต้องผ่านเรื่องสั้นให้ได้ก่อน (เพราะเรื่องยาวก็คือ การเขียนเรื่องสั้นหลายๆเรื่อง แล้วจับมาเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน) -- ดังนั้นสำหรับผมแล้ว Cartoonthai Studio มันเป็นเสมือน Training Camp สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ซะมากกว่า ไว้ฝึกเทคนิคการวาดและการแต่งเนื้อเรื่องให้ดีขึ้น แต่เป็นการฝึกแบบปฏิบัติจริง โดยจับให้มาเขียนเรื่องสั้นในทันที และด้วยความที่สำนักพิมพ์ทำการ์ตูนออกมาหลายๆแนว (พวก Love Hours/ Horror Hours/ Error Hours) ทำให้นักเขียนมีโอกาสได้ทดลองสไตล์งานใหม่ๆไปเรื่อย คล้ายๆกับไปเรียนหนังสือ แล้วก็ได้การบ้านวิชาต่างๆไปทำ
 ประมาณนั้น

ดังนั้นถ้าจะเอางานของทุกคนมาเปรียบเทียบกันจริงๆ ก็จะดูน่าเกลียดไปหน่อย เพราะหลายๆคนในนี้ ก็เพิ่งจะเข้ามาทำการ์ตูนกันจริงๆจังๆไม่กี่ปีนี่เอง อย่าลืมซิว่า Nishi Kita เข้ามาสร้างผลงานตั้งแต่ช่วงไหนแล้ว?

สุดท้ายนี้ ถ้าเกิดสำนักพิมพ์คิดอยากจะทำรวมเล่ม Winter ขึ้นมาจริงๆ -- ก็อยากจะฝากถึงนักเขียนผู้มากฝีมือทุกๆคน ให้ตั้งใจเก็บรายละเอียดภาพให้มากกว่านี้หน่อยได้มั้ยโว้ย!!! งานโล่งมาเชียว นึกว่ากำลังอ่านงานของเด็กมัธยมอยู่ น่าผิดหวังมาก อย่างน้อยก็ขอให้งานภาพมันไปสุดทางกว่านี้หน่อยได้มั้ย? ให้มันสมกับที่ผ่านการประกวดเข้ามาหน่อยได้มั้ย? ให้มันสมกับเงินที่เสียไปหน่อยได้มั้ย? พูดๆไปแล้วก็คิดถึงสมัยนั้นมากจริงๆ พลังงานเต็มเปี่ยมที่เคยเกิดขึ้นในรวมเล่ม Debut Special: ไม่ไทยเบย มันหายไปไหนกันหมดแล้วฟะ!!!?!

เรื่องที่ชอบมากที่สุด/ Sentimental Rain (Nishi Kita)
เรื่องที่ชอบน้อยที่สุด/ Brother (Saimai)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------

(สรุป 7/10)

ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/

 





Create Date : 22 กรกฎาคม 2562
Last Update : 2 สิงหาคม 2562 22:46:15 น. 0 comments
Counter : 996 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมาก หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.