รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) Buffalo Gag (วิษณุ นิจปิยนันท์)


....เห็นเค้าว่ามันเป็นรวมเรื่องสั้นยุคแรกๆของคนวาดน่ะฮะ เพราะงั้นก็เลยเตรียมใจไว้บ้างแล้ว ซึ่ง....ก็นั่นแหละ 5555+..

Buffalo Gag เป็นการรวมเรื่องสั้นทั้ง 14 เรื่อง ที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร C-Kids มารวมภายในเล่มเดียว (แต่ในสารบัญ ดันลงไม่ครบซะหยั่งงั้น กรรม) -- และถึงจะจั่วหัวว่าเป็น Buffalo Gag (มุกควาย) แต่ส่วนมาก ก็ดูจะเป็นการ์ตูนแนวหักมุม ไม่ก็เป็นแนวสอนใจซะมากกว่า ไม่รู้สำนักพิมพ์เค้าใช้เกณฑ์อะไรวัดกันแน่นะ มุกตลกยังแทบไม่มีด้วยซ้ำ!!!

สำหรับรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ ก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจอยู่พอสมควรจนอยากจะเอามาพูดถึง อย่างเรื่อง Bias ที่ตัวเอกโดนอาจารย์ตักเตือนรุนแรง จนไม่อยากไปเรียน แต่ดันกลับไปเรียนต่อเพราะโดนเพื่อนด่าซะงั้น (เอ๊า!!!) (ก็ Bias มันแปลว่า สองมาตรฐานไง) -- แล้วนอกจากนั้น ก็ยังมีการ์ตูนใบ้สั้นๆ ให้คนอ่านเก็บไปหนักสมองเล่นๆ อย่างเรื่อง Happy Birthday ซึ่งทำให้ตระหนักว่า เราไม่ควรที่จะปล่อยเด็กออกมาเล่นข้างนอกตามลำพัง เพราะเด็กเล็กๆ เป็นอะไรที่ถูกล่อลวง และตกอยู่ในอันตรายได้ง่าย และที่พิเศษสุด คือเรื่องสุดท้ายของเล่มอย่าง อาญาสวรรค์ ที่จบได้เกย์แตกมากๆ สาวๆที่ชอบการ์ตูนชายรักชายมาก ขนาดไปเสพยาเพื่อให้ฉี่เป็นสี่ม่วง เห็นแล้วน่าจะเปรี้ยวปากเป็นแน่ (เดี๋ยวๆ ฉี่ม่วงนี่ใช่เรอะ!!?!)

และนอกจากนั้นแล้ว ก็มีเรื่องสนุกๆให้อ่านอยู่เยอะทีเดียว อย่างเรื่อง Fake ที่จับนิทานเรื่อง "คนตัดไม้กับเทพารักษ์" มาล้อซะฮาแตก แล้วก็เรื่อง Fluke ที่พระเอกกะจะไปปล้นธนาคารเพื่อใช้หนี้ แต่ดันได้กลายเป็นพลเมืองดีจับโจรซะหยั่งงั้น 5555+ (แถมเจ้าหนี้ก็โดนยิงตายด้วย จะฟลุ้คเกินไปแล้ว!!!) แต่..แต่ที่รู้สึกว้าวเป็นการส่วนตัว ต้องยกให้เรื่อง Phone -- คือ...มันก็เอาประเด็นโทรศัพท์ลูกโซ่ธรรมดามาเล่นนี่แหละ แต่โครงสร้าง...มันกลับเป็นอะไรที่ดูจริงจังและน่าสนใจมากที่สุดในเล่ม -- เรื่องมันเริ่มจากพระเอกของเรื่อง ที่ชอบโทรศัพท์ลูกโซ่แกล้งคนไปเรื่อย โดยไม่สนว่าใครจะเดือดร้อนยังไง (พระเอกมันโทรไปแกล้งคนประมาณว่า "แกจะต้องโทรหาคนให้ครบ 100 คน ภายใน 7 วัน ไม่งั้นแกจะต้องตาย วะ5๕ห้า" ประมาณนี้) แล้วปรากฎว่า สุดท้ายพระเอกของเราก็โดนซะเองเลย แถมมาจากพระเจ้าโดยตรงด้วย!!!! วุ่นวายเลยคราวนี้ 5555+ ซึ่งสุดท้ายเนื้อเรื่องจบที่ว่า พระเจ้าให้อภัยและไว้ชีวิตให้ (เพราะพระเอกไม่ตัดสินใจส่งข้อความลูกโซ่ให้กับแฟนตัวเอง) แต่มีข้อแม้ว่าถ้าพระเอกส่งโทรศัพท์ลูกโซ่ครบ 100 คนเมื่อไหร่ พระเจ้าจะมารับวิญญาณไปในทันที ไงล่ะ แสบมั้ยล่ะ แกล้งใครไม่ได้เลยทีนี้ 5555+ -- เห็นได้ชัดว่า พอคนเขียนใช้พื้นที่ในการเล่าเรื่องมากขึ้น (Phone เป็นการ์ตูนเรื่องเดียวที่ใช้หน้ากระดาษถึง 20 หน้า) มันจะสามารถใส่รายละเอียดเยอะๆเข้าไปได้อย่างลงตัวพอดี โดยไม่ต้องจับยัด แล้วฝืนรีบเล่นรีบจบภายใน 10 หน้าอีกด้วย

ก็จริงอยู่ ที่เรื่องสั้นส่วนมากให้แง่คิดที่น่าสนใจ และบางเรื่องก็กวนประสาทใช้ได้ แต่ภาพรวม ดันกลับไปชะงัก เพราะลายเส้นที่ออกมา มัน "จืด" เกินรับไหว โดยเฉพาะครึ่งแรกนี่ชัดเจนเลย แถมเรื่องสั้นที่ด้อยกว่าก็ยังมีออกมาให้เห็นอยู่เยอะด้วย อย่างเรื่อง The Man Sincere ที่พูดถึงด้านดีของนักเลงคนหนึ่ง ที่คอยเล่นกีฬาเป็นเพื่อนเด็กขาพิการที่ไม่มีเพื่อนเล่น ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่า นักเลงไม่ได้ดีแต่ชกต่อยกับคนเสมอไป -- แต่การ์ตูนดันกลับทำออกมาเหมือน "เรื่องสั้นที่ไม่สมบูรณ์" ซะหยั่งงั้น ไหนด้านที่เป็นนักเลง? ไม่มีให้เห็นเลย มันเหมือนขาดช่วงไปอ้ะ -- ถ้าขยายเรื่องให้สมบูรณ์ มันอาจจะออกมาดีกว่านี้ก็ได้

และนอกจากนั้นแล้ว ก็ยังมีเรื่องสั้นบางเรื่องที่ไม่รู้ว่า จะมีไปทำไม (เพราะพล็อตมันเกลื่อนซะเหลือเกิน) อย่างเรื่อง Mad Love กับเรื่อง Her Heart (โดยเฉพาะเรื่องหลังนี่ ผมขำท่าตั้งการ์ดจะชกของพระเอกมาก จนน้ำตาจะเล็ด เพราะท่ายืนเหมือนคนจะนั่งเบ่งขี้ยังไงยังงั้น 5555+ แล้วเอ็งจะย่อเข่าอะไรขนาดนั้นล่ะเฮ้ย!!?!) ส่วนเรื่อง The Boat กับ The Wanted เนื้อเรื่องใช้ได้เลยนะ แต่ดันเล่าออกมาได้น่าเบื่อไปหน่อย เกือบจะลืมเขียนถึงแล้วเนี่ย!!

แต่ที่เพี้ยนสุด อ่านแล้วสมองชาสุด ต้องยกให้ The River -- ที่เป็นการเอาตำนานรักขวัญกับเรียม มาผสมกับแนวซามูไรแบบตลกๆ แต่หลายๆมุก ดันกลับทำออกมาได้ฝืนใจเหลือเกิน โดยเฉพาะมุกกินอมยิ้ม กับ มุกชักดาบ นี่แบบ...โอย อ่านแล้วอึดอัดแทนที่จะขำขี้แตกขี้แตน น่าจะเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดในเล่มแล้วล่ะมั้ง

มีช่วงครึ่งหลังที่ลายเส้นค่อยๆเปลี่ยน จนออกมาดูดีขึ้นและสวยขึ้นมาก แต่...แต่ มันดันเป็นลายเส้นของ "ทาเคชิ โอบาตะ" นี่สิ (จะใช้กันเยอะเกินไปแล้วโว้ย!!!) โดยเฉพาะตัวเอกจากเรื่อง Sale ตอนจบนี่ หน้ายางามิ ไลท์ลอยมาเลย 5555+ (ก็เส้นต้นแบบเค้าสวยจริงๆน่ะนะ) ทั้งๆที่ลายเส้นเก่ามันสามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้แท้ๆ แบบเรื่อง Agent ไง ที่พอคนเขียนใช้วิธีเติมแสงเงาแบบสานเส้น การ์ตูนมันกลับออกมาดู "มีมิติ" และน่าสนใจกว่าแบบถมดำตั้งเยอะ ซึ่งมันเหมาะกับลายเส้นสไตล์ ลูกผู้ชาย ของเจ้าตัวดีแล้ว

จริงๆแล้ว มันไม่ควรจะเอาเรื่องอื่นมาเปรียบเทียบน่ะนะ แต่การ์ตูนมันมีข้อเสียคล้ายๆกับ Shockolate ตรงที่ว่า "ยังติดอิทธิพลจากลายเส้นคนอื่น" อยู่เลย -- แต่...สิ่งที่ทำให้ Buffalo Gag นั้นด้อยกว่า Shockolate อย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ "การนำเสนอ" -- เห็นได้ชัดว่าลายเส้นของคุณวิษณุ....มันจืดเกินไป และถึงการ์ตูนจะมีฉากหลังให้เห็นอยู่เยอะก็เถอะ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ดีก็จริง แต่เส้นที่คุณวิษณุใช้ มันบางซะจนแทบจะไม่ชูตัวละครให้เด่นออกมาเลย และที่สำคัญที่สุดคือ การแสดงสีหน้า...ยังแข็งทื่อ ไม่ออกรสออกชาติ มันเลยไปทำให้เนื้อเรื่องที่สนุกอยู่แล้ว มันดรอปความน่าสนใจลงมาซะหยั่งงั้น จนงานมันออกมา "จืด" เลยคราวนี้ กรณีเดียวกับการ์ตูนเรื่อง "คู่แสบหัวใจซ่า" เลย (ที่ใช้ Shockolate เป็นตัวเปรียบเทียบ เพราะเป็นรวมเรื่องสั้น 10 หน้าเหมือนกันไง)

ถึงจะยังไม่สมบูรณ์แบบในหลายๆจุด เพราะเป็นรวมเล่มครั้งแรก ถ้างานชิ้นต่อไป คนเขียนสามารถปรับลายเส้นและการแสดงอารมณ์ให้ดีขึ้น งานจะออกมาดีกว่านี้ได้แน่ แต่ป่านนี้คนเขียนน่าจะหาสไตล์ของตัวเองเจอแล้วล่ะมั้ง 5555+ ยังไงก็ยังมีรวมเล่มของเขาอยู่อีก 2-3 เล่มอยู่ในคลัง ซึ่งยังไงก็ต้องหยิบมารีวิวอยู่ดี ใครสนใจก็รอติดตามกันนะครับ 5555+

เรื่องที่ชอบมากที่สุด/ Phone
เรื่องที่ชอบน้อยที่สุด/ The River

(สรุป 6/10)

ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/

 



Create Date : 21 พฤษภาคม 2562
Last Update : 21 พฤษภาคม 2562 17:50:00 น. 0 comments
Counter : 458 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมาก หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.