รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
18 กรกฏาคม 2564
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) Dead Actually (เอนก ร้อยแก้ว)

 
  

   ในขณะที่ "การ์ตูนผี" ในไทยนั้น ล้วนมากมายละลานตาพอๆกับไร่ข้าวโพดและเหรียญสิบในตู้เกม เรายังมี "เอนก ร้อยแก้ว" ทหารผ่านศึกผู้คร่ำหวอดอยู่กับฝั่ง Cartoonthai Studio มานานแสนนาน (จนมือขวาแทบจะเรืองแสงได้อยู่แล้ว) -- คุณเอนกอยู่คู่ร่วมกับวงการการ์ตูนไทยมาเกือบ 2 ทศวรรษ และมียุคเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน เริ่มต้นออกผลงานครั้งแรกตั้งแต่ช่วงยุค พ.ศ. 2540 ด้วยการ์ตูน "สายแอ็คชั่นแฟนตาซี" แนวตลกสุดโต่ง ก่อนที่จะสลับลงมาทำการ์ตูนแนว "สยองขวัญเลือดสาด" ในอีกสิบปีให้หลัง และตีพิมพ์ลงประจำนิตยสาร "Horror Hours" อย่างต่อเนื่อง -- ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น ก็กลับกลายมาเป็น "จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ" ที่ทำให้ลายเส้นของคุณเอนกนั้น ยกระดับไปจากเดิมมากขึ้นราวกับคนละคน โดยเฉพาะในส่วนกายวิภาคตัวละคร ที่ถูกปรับสัดส่วนให้เป็นแบบคนจริงๆมากขึ้น -- ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะทำให้เขาสามารถวาด "ฉากสยองขวัญ" ได้โหดสะใจยิ่งขึ้น มันยังดีพอที่จะทำให้เขาสามารถวาด "เรือนร่างของตัวละครสาวๆ" ให้ดูเซ็กซี่ขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ "จุดเริ่มต้นการ์ตูนสยองขวัญ" ในสไตล์ของคุณเอนก ในแบบที่หลายๆคนรู้จักกันมาโดยตลอด -- "การ์ตูนสยองขวัญกึ่งแฟนเซอร์วิส" นั่นเอง 

   Dead Actually เป็นการจับเอา "เรื่องสั้นสยองขวัญแนวผีหลอก" ที่เคยตีพิมพ์ลงนิตยสาร Horror Hours (ซึ่งหลังจากนี้ จะขอย่อเป็น HH) มารวมไว้ในเล่มเดียวกัน ซึ่งเล่มแรกเอง ก็ได้รับความนิยมพอสมควรในหมู่นักอ่าน จนทำให้ออก "Dead Actually เล่ม 2" ในเวลาต่อมา ด้วยเซ็ตเรื่องสั้นที่ดูโฟกัสมากขึ้น (ซึ่งเดี๋ยวจะค่อยเล่าให้ฟังทีหลัง แต่ตอนนี้เอาเล่มนี้ก่อน!!!) -- ภายในเล่มจะมีเรื่องสั้นให้อ่านทั้งหมด 5 เรื่อง โดยจะมี 3 เรื่องสั้น ที่มาจากนิตยสาร Horror Hours ทั้งเรื่อง Keep In Touch (HH เล่ม 1), Meet 'n Greet (HH เล่ม 3) กับ Full House (HH เล่ม 5) และอีก 2 เรื่องสั้น ซึ่งเป็นตอนแถมที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อน (ทั้ง See Saw Seen และ Secondhand) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เขียนตั้งใจทำเพิ่มขึ้นมา เพื่อทำให้เรื่องสั้นต่างๆในเล่ม มีไทม์ไลน์ที่สอดคล้องกัน ด้วยการสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมา แล้วให้โผล่ไปแจมในเรื่องอื่นๆ ในฐานะของเพื่อนหรือคนรู้จักอะไรทำนองนี้ ตามสไตล์รวมเล่มนั่นแหละนะ ซึ่งก็ถือเป็นความพยายามอย่างหนึ่งของผู้เขียน ที่ตั้งใจจะทำให้ Dead Actually ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ "รวมเรื่องสั้นการ์ตูนผีจากนิตยสาร" เท่านั้น (อันนี้เจ้าตัวมาบอกในหน้าคำนำเองเลย) 

   ความสยองสุดขั้วหัวหำนี้ เริ่มต้นจากเรื่องแรกสุดของเล่ม Keep In Touch การ์ตูนสยองขวัญแนวหักมุม ว่าด้วยเด็กวัยรุ่นทั้งห้าคน ได้รับข้อความจากเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งจะโดดตึกตายไปได้ไม่นานว่า จะตามมาเอาชีวิตให้ตายตกไปตามกันอย่างสาสม และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เด็กทั้งห้าคนค่อยๆทยอยกันตายห่าตายโหง -- See Saw Seen เด็กวัยรุ่นห้าคน เข้าไปล่าท้าผีที่ตึกร้าง และเจอผีแบบเต็มๆเข้าให้ ก่อนที่จะซวยกันแบบไม่เลิกรา -- Meet 'n Greet เด็กสาวทั้งห้าคน (ห้าคนอีกแล้ว!!!) ดันไปพูดจาท้าทายหมอผีเข้า จนสุดท้ายก็เลยพากันโดนเล่นของใส่ตัวเข้าจนได้ แล้วไงล่ะ บันเทิงกันเลยทีนี้ -- Full House ว่าด้วยเด็กสาวที่อาศัยอยู่ในบ้านผีสิงตั้งแต่เกิด ทำให้ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยเรื่องโชคร้าย จนเสียเพื่อนเสียครอบครัวไปตามๆกัน แต่สุดท้ายเธอก็ต้องกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง.... และเรื่องสุดท้ายที่หลายคนชื่นชอบ จนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในภายหลัง Secondhand ซึ่งน่าจะเป็น "เรื่องแรกสุด" ของคุณเอนกแล้วล่ะมั้ง ที่ลงมาทำแนวดราม่าอย่างจริงจัง ว่าด้วยตัวเอกพยายามสะสมของคนตาย เพื่อที่จะได้มีสัมผัสที่หก มองเห็นคนรักที่ตายไปอีกครั้ง 

  เรื่องสั้นส่วนมากใน Dead Actually จะเป็นแนวสยองขวัญกึ่งตลกแบบ "หนังสยองขวัญเกรดบี" ทั่วไป คือจะเต็มไปด้วย บทสนทนาสุดกวนจากตัวละครต่างๆ และพล็อตที่เขียนขึ้นเพื่อโชว์ฉากตายล้วนๆ ซึ่งเอาเข้าจริง ตรงส่วนนี้แหละ ที่น่าจะเป็นสไตล์งานที่แท้จริงของเอนกซะมากกว่า (ไอ้เน้นแฟนเซอร์วิสที่เค้าลือกันนี่ มันก็มีแค่บางตอนเท่านั้นแหละน่า) -- เรื่องสั้นบางเรื่องจะมีฉากจบแบบหักมุมก็จริง แต่หักมุมในที่นี้ หมายถึง "หักมุมแบบตัดจบ" ครับ!!! ซึ่งมันจะมีบางเรื่องที่เวิร์กจริงๆอย่าง Meet 'n Greet และไม่เวิร์กเลยซักนิด แบบ Full House ที่ตอนจบ นางเอกพาหมอผีจำนวนมากมาถึงบ้าน เพื่อมาปราบผีในบ้านหลังนี้ แล้วก็ตัดจบไปเลยแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มันเป็นตอนจบที่ฟังดูเหมือนจะมีตอนต่อ มากกว่าที่จะเป็นการตัดจบแบบเอาฮา พูดง่ายๆก็คือ มันเป็นการ์ตูนที่จบแบบไม่สมบูรณ์นั่นแหละ เพราะไม่มีตอนต่อ แถมจบแบบค้างคาอีกด้วย และถ้าเกิดมีตอนต่อจริงๆ  เนื้อเรื่องก็อาจจะหลุดเป็นแนวแอคชั่นไปเลยซะด้วยซ้ำ ซึ่งมันจะหลุดธีม Dead Actually ที่เป็นแนวสยองขวัญไปโดยปริยายอีกด้วย


   อีกทั้งเรื่อง See Saw Seen ก็ดูเหมือนจะทำขึ้นมาเพื่อแนะนำตัวละครใหม่ที่ชื่อ ซี ซะมากกว่า ซึ่ง ซี ถือเป็นตัวละครสำคัญที่มีความรู้เรื่องผีมากกว่าคนอื่นๆในเรื่อง และสามารถแนะนำประเภทของวิญญาณต่างๆให้กับคนอื่นๆได้ ซึ่งเอาเข้าจริง ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีบทบาทที่สำคัญจริงๆซักเท่าไหร่ (แม้กระทั่งใน Dead Actually เล่ม 2) นอกจากเป็นแค่ตัวเชื่อมที่ใส่เข้ามาแบบหลวมๆเท่านั้น ประมาณว่า ถึงไม่มีตัวละครตัวนี้ เนื้อเรื่องก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ (โดยเฉพาะใน Secondhand ที่โผล่มาแค่วิ่งหนีผีเท่านั้น ไอ้บ้าเอ๊ย) -- เห็นได้ชัดว่า การพยายามเพิ่มตัวละครใหม่ เพื่อที่จะสร้างไทม์ไลน์ให้เชื่อมต่อกัน มันฟังดูเหมือนเป็น "ไอเดียที่เพิ่งจะคิดขึ้นตอนรวมเล่ม" มากกว่าที่จะคิดเอาไว้ตั้งแต่แรก ภายใต้พล็อตส่วนมากที่จบได้ไม่ค่อยโดนใจซักเท่าไหร่ และค่อนข้างธรรมดาด้วย โดยเฉพาะเรื่อง See Saw Seen เพราะฉะนั้นลูกเล่นในส่วนนี้ก็เลยถือว่าตกไป มองว่ามาแค่สร้างสีสันก็แล้วกัน

  ไฮไลท์ที่แท้จริงของเล่ม จึงมีเพียงแค่ 3 เรื่องเท่านั้น ที่เหมาะจะเป็น "เอนก ร้อยแก้ว 101" ได้แก่ Keep In Touch ที่วางพล็อตสยองขวัญหักมุมได้อย่างมีชั้นเชิง และ Meet 'n Greet ที่หักมุมตัดจบได้แบบกวนประสาท จนมาถึงเรื่องสุดท้ายของเล่มที่หลายคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ดีที่สุดในเล่ม มันดีมากๆจนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ชื่อ The Eye Diary ในเวลาต่อมา อย่าง Secondhand ที่เราเอง มองยังไงมันก็คือ "เสียงเพรียก" ในรวมเล่มสัมผัส ของเกษมนั่นแหละ แต่แค่เปลี่ยนจากพ่อมาเป็นแฟนเท่านั้นเอง -- แต่ Secondhand จะต่างกันตรงที่เดินเรื่องด้วยมุมมองแบบผู้ใหญ่ มันอาจจะไม่ได้เป็นงานที่สยองมากเหมือนเรื่องอื่นๆในเล่ม แต่มันกลับเป็นงานที่ลุ่มลึกที่สุด ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับงานเก่าๆของเอนก ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งที่กระแทกใจคนที่มีประสบการณ์เดียวกันอยู่บ้างไม่น้อย โดยเฉพาะ "ฉากในหน้าสุดท้าย" ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างกินใจทีเดียว (แม้ทางนี้ จะรู้สึกชอบแบบ "เสียงเพรียก" มากกว่าก็เถอะ)

   ด้วยความไม่สมดุลระหว่างเรื่องต่างๆในเล่มที่ดีแย่สลับกันไป บวกกับฉากจบหักมุมที่ยังไม่ค่อยเด็ดเท่าไหร่ ทำให้รู้สึกว่า Dead Actually มันควรจะทำออกมาได้ดีกว่านี้ด้วยซ้ำ -- Dead Actually มีสไตล์การเล่าเรื่องและลูกเล่นที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในเรื่องของความกวนที่เด่นพอๆกับฉากสยองเลือดสาด ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ในงานของเอนกที่แฟนหนังสือต่างพากันชื่นชอบมาโดยตลอด และด้วยลายเส้นระดับมืออาชีพที่ดึงศักยภาพออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัดกับเค้าซักที (ในรอบ 10 ปี) และลูกล่อลูกชนทั้งหมดในแบบที่เขียนเอาไว้ตั้งแต่ต้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไม "เอนก ร้อยแก้ว" จึงเป็น "นักเขียนการ์ตูนสยองขวัญ" ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในสยามประเทศ

เรื่องที่ชอบมากที่สุด/ Secondhand
เรื่องที่ชอบน้อยที่สุด/ Full House

(สรุป 7/10)

ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/

(ตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556)




Create Date : 18 กรกฎาคม 2564
Last Update : 13 กันยายน 2564 13:56:54 น. 0 comments
Counter : 569 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมากๆ หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.