รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2562
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 มิถุนายน 2562
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) Caffe' Rosa : คาฟเฟ่ โรซ่า ถ้วยนี้ต้องเติม (อดิศักดิ์ พงศ์สัมพันธ์)


หายไปซะนานเลย 5555+ คราวนี้ตั้ง 18 วันแน่ะ วู้ว!!!! (ยังจะทำมาเป็นภูมิใจ!!!) เอาเป็นว่า...ตอนนี้กลับมาแล้ว หวังว่าจะไม่ซ้ำรอยเหมือนตอนนั้นอีกนะ....

รอบนี้เป็น "การ์ตูนกาแฟ" ครับ -- รู้สึกจำได้ลางๆ เหมือนจะเคยเขียนไว้ว่า มันคือ "สารานุกรมเกี่ยวกับกาแฟ" ซึ่งก็ใช่นั่นแหละ เพราะเนื้อหามันทำออกมาค่อนข้างละเอียดใช้ได้ ตอนนั้นก็เลยเขียนแนะนำคอกาแฟไป 5555+ ถึงจริงๆแล้ว เรื่องพวกนี้ เราจะสามารถหาอ่านได้จากพวกหนังสือหรือพวกเว็บต่างๆได้อยู่แล้วก็เถอะ แต่แบบการ์ตูน ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

อดิศักดิ์ พงษ์สัมพันธ์ (หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ด๊าส") ถือเป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญของค่ายไทคอมิค เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักอ่านยุคเก่า มีจุดเด่นในเรื่องของสไตล์ภาพที่น่ารัก แล้วก็เนื้อเรื่องที่สนุกสนาน ย่อยง่าย เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย -- แต่ละเรื่องของด๊าส มักจะถูกออกแบบเนื้อเรื่องให้สามารถเขียนต่อได้ในระยะยาว ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยในเรื่อง "ซุปเปอร์หน่อไม้ แสบนี้ไม่มีเบรก" ที่สามารถลากยาวมาจนถึง 47 เล่มเลยนะนั่น (ซึ่งตามเก็บไม่ครบหรอกโว้ย!!!) และไม่มีท่าว่าจะจบได้ง่ายๆซะด้วย -- แต่เพราะสำนักพิมพ์ไทคอมิคนั้นปิดตัวไปซะก่อน การ์ตูนก็เลยไม่ได้ไปต่อ เป็นการปิดตำนานการ์ตูนชุด "ซุปเปอร์หน่อไม้" แต่เพียงเท่านี้ โดยที่คนเขียนไม่ได้เป็นคนกำหนดให้มันจบ แต่เฮ้!! การ์ตูนสามารถอยู่บนท้องตลาดได้นานเกือบๆ 15 ปีเลยนะ!!!

เห็นรึยังเล่าๆ.... และนี่แหละ!!! คือขุมพลังของสิ่งที่เรียกว่า "การ์ตูนแนว Slice of Life" !!!!

 

คำว่า Slice of Life ก็คือแนวชีวิตประจำวัน... ดังนั้นเนื้อหาในเล่ม จึงเกี่ยวกับชีวิตประจำวันทั่วไปของคนในร้านกาแฟ ทั้งบาริสต้าและพนักงานในร้าน (รวมทั้งลูกค้าที่เข้ามาดื่มด้วย) แต่มีการสอดแทรกเนื้อหาสาระเข้าไป เกี่ยวกับหน้าที่ของบาริสต้า (คนชงกาแฟในร้าน) ว่าต้องทำอะไรบ้าง รวมไปถึงการชงกาแฟชนิดต่างๆ ที่มีขั้นตอนการทำงานและเทคนิคการชงที่ซับซ้อนยุ่งยากมากๆ ชนิดที่ว่าทุกขั้นตอนๆ จะต้องทำตามที่สูตรกำหนดไว้เท่านั้น ห้ามขาดห้ามเกิน เพราะถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็อาจจะส่งผลเสียกับรสชาติของกาแฟเอาได้ (เช่น ถ้าต้มน้ำร้อนจัดเกินไป รสชาติของกาแฟก็จะออกมาขมแบบไหม้ เป็นต้น)

แต่!!! ถึงจะจั่วไว้แบบนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะออกมาน่าปวดหัวอะไรขนาดนั้น เพราะจริงๆแล้ว เนื้อหาในเล่มมันทำออกมาได้เข้าใจง่ายกว่าที่คิด มันง่ายชนิดที่ว่า แม้แต่คนที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน ก็สามารถอ่านเข้าใจได้ เพราะมันจะเน้นอะไรที่สนุกๆอยู่ในนั้นซะมากกว่า อย่างเช่นพวกเทคนิคการวาดลวดลายบนผิวกาแฟด้วยโฟมนม หรือการจับคู่กาแฟให้เข้ากับของหวาน เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น กาแฟรสชาติหนัก ต้องกินคู่กับของหวานรสเข้มข้น (เอสเปรสโซ่ + ช็อกโกแลต บราวนี่) และกาแฟรสชาติเบา ต้องกินคู่กับ ของหวานรสชาติเบา (ลาเต้ + ขนมปังรสคาราเมล) จึงจะออกมาดี ประมาณนี้ เป็นต้น

 

แต่สิ่งที่เป็น "ไฮไลท์สำคัญจริงๆของเล่ม" มันอยู่ที่ การเชื่อมโยงกาแฟให้เข้ากับ "เรื่องราวความรักรูปแบบต่างๆ" ของคู่รักหนุ่มสาวที่แวะเวียนเข้ามาในร้าน ซึ่งมันตรงกับนิยามของคำว่า Caffe' Rosa พอดี (ในภาษาอิตาลี คำว่า caffe' แปลว่า กาแฟ ส่วน rosa แปลว่า สีชมพู ดังนั้นพอเอามารวมกันแล้ว มันจึงแปลว่า กาแฟสีชมพู นั่นเอง ตุ๊งตุ่งตุ๊ง!!!") -- ซึ่งในส่วนนี้คนเขียนสามารถทำออกมาได้ลึกซึ้งตรึงใจเป็นที่สุด มีความหลากรสหลากอารมณ์ บทสรุปก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ (ถึงได้บอกว่าเป็นไฮไลท์ของเล่มไง)

และนอกจากนั้น คำว่า caffe' rosa ยังสามารถหมายถึงได้อีกว่า ความรักและทุ่มเท ความใส่ใจของบาริสต้าที่ส่งผ่านมายังกาแฟ ให้ลูกค้าได้ดื่ม และมีค่าตอบแทนเป็นรอยยิ้มของลูกค้า ในหลายๆครั้ง เพราะมนต์เสน่ห์ของกาแฟ มันเป็นสิ่งที่เย้ายวนใจ ขนาดที่ว่าเพียงแค่นางเอกได้ดื่มเอสเปรสโซ่เข้าไป ก็อยากจะสมัครเข้ามาเป็นพนักงานในร้่านทันที รวมทั้งเพื่อนพระเอกที่มักจะมาขอดื่มกาแฟฟรีบ่อยๆ โดยใช้สิทธิของความเป็นเพื่อนมาอ้าง หรือแม้แต่พี่ชายทั้งสามของนางเอก ที่มักจะปลอมตัวเพื่อที่จะเข้ามานั่งดริ๊งก์เพราะถูกใจในรสชาติกาแฟ เพราะเคยชักดาบพระเอกมาก่อนนั่นเอง WTF!!!


ด้วยโปรดักชั่นที่ยอดเยี่ยมของ "ค่ายไทคอมิค" แน่นอนว่า สิ่งที่เราจะได้รับกลับไปอย่างสาสมใจแน่นอน นั่นคือ "งานฉากสุดอลังการ" -- โดยเฉพาะภายในร้านกาแฟ มันเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจ ดูละลานตามาก...แต่มันก็ไม่ออกมาดูรกจนน่าเวียนหัว มันคือ High Definition ที่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยปลายปากกาของแท้ (เขียนแบบนี้จะเวอร์มั้ยนะ 5555+) แต่นั่นก็หมายความว่า ถ้าไม่มีงานฉากเจ๋งๆรองรับ ลายเส้นสบายๆของด๊าสจะออกมาดูโล่งทันทีด้วย  -- เออ ใช่!! อันนี้ส่วนตัวนิดนึง ผมชอบเทคนิคหนึ่งในเล่ม ที่พอเวลาถึงฉากย้อนอดีตหรือพวกเรื่องเล่าตำนานต่างๆ ก็จะดาวน์เกรดลายเส้นลงมาเหมือนเด็กวาด ซึ่งตรงนี้...คนเขียนได้ให้เหตุผลว่า "เพราะมันเป็นเหตุการณ์จากความทรงจำ ดังนั้นภาพที่เห็นจึงออกมาเลือนรางไปตามกาลเวลานั่นเอง" (โอ้ววววว!!! คิดได้ไงฟะ!!!!) คือไม่รู้ว่าจะสรรหาคำอะไรมาชมดี นอกจากคำว่า โคตรสร้างสรรค์ชิบหายเลยว้อย!!!!

ด๊าสมาถูกทางแล้ว ในการเลือกทำการ์ตูนเกี่ยวกับ "ร้านกาแฟ" เพราะว่าบรรยากาศสบายๆในร้านกาแฟ...มันเข้ากับลายเส้นของด๊าสเอามากๆ -- (ลองนึกถึงตัวเราที่กำลังนั่งจิบกาแฟในร้าน ด้วยความรู้สึกที่สงบและผ่อนคลายดูสิ ใช่ แบบนั้นแหละ) ดังนั้นการ์ตูนมันจึงให้บรรยากาศที่ฟีลกู้ดแฮปปี้ดีพร้อม ...แต่บางทีก็อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ จนทำให้สรรพคุณของกาแฟมันออกมาดูเกินจริงไปมาก (อย. ต้องการอยากพบคุณ) ยกตัวอย่างเช่น ฉากที่ตัวเอกชงกาแฟสูตรเข้มข้น ให้ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก "เพราะขาดทุนหุ้นและเพิ่งโดนแฟนทิ้ง" ดื่ม แล้วปรากฎว่ากาแฟแก้วนั้น ทำให้ผู้ชายคนนั้นกลับมาซู่ซ่าได้อีกครั้งเฉยเลยว่ะครับ (มันจะง่ายไปมั้ยเฮ้ย!!!) เข้าใจว่าจะพูดถึงภาวะขาดคาเฟอีน ที่ทำให้รู้สึกเซื่องซึม และต้องถอนด้วยคาเฟอีน (ในกรณีนี้คือ กาแฟ) เท่านั้นถึงจะหาย แต่บริบทมันไม่ใช่!!! ไม่ใช่เลย แล้วมันคนละเรื่องด้วยซ้ำ -- เพราะไอ้ "ความรู้สึกหมดอาลัยตายอยากเพราะการสูญเสีย" เนี่ย มันไม่ได้แก้ได้ง่ายขนาดนั้นนะโว้ย!!! ขนาดที่ว่าแค่ดื่มกาแฟ ก็สามารถหายเป็นปลิดทิ้งได้ -- คือถ้าคนเขียนไม่อยากให้การ์ตูนมันไปในโทนที่ซีเรียสจริงๆ ก็น่าจะเลือก event ที่ออกมาแล้ว มันดูเข้าท่ากว่านี้ จริงๆ มันไปได้หลายทางเลยนะนั่น (แถมดันมาเล่นคนละประเด็นอีกด้วย เฮ้อ! กรรม)

 

อีกทั้งการ์ตูน ดันกลับไปเน้นในส่วนของ "การให้ความรู้เรื่องกาแฟ" อย่างเดียว จนแทบจะไม่ได้สนใจในส่วนของเนื้อเรื่องหลักรวมไปถึงพัฒนาการตัวละครอื่นๆเลย มันเหมือนถูกดีไซน์ขึ้นมา เพื่อให้สามารถเขียนต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ จนกว่าสำนักพิมพ์จะปิดตัว -- คือเราไม่ได้หมายความว่าการ์ตูนมันไม่สนุกนะ เราแค่รู้สึกว่า ตัวละครหรือเหตุการณ์ในเรื่อง... "มันไม่ได้มีเป้าหมายหรืออุปสรรคที่สำคัญจริงๆ" หรือแม้แต่เบื้องลึกของตัวละคร ที่ช่วยขยายเนื้อเรื่องให้กว้างขึ้น จนทำให้เรารู้สึกอยากติดตามต่อก็ด้วย อันนี้มันมีแต่ชีวิตประจำวันในร้านกาแฟ...เนื้อหาแบบวนลูปไปเรื่อย ซึ่งตรงนี้ เราจะสามารถค่อยๆสัมผัสได้เต็มๆ ตั้งแต่เล่ม 2 ขึ้นไป (ขนาดการ์ตูนความรู้ค่ายอื่นๆ ตัวละครยังมี "เป้าหมาย" กันเลยนะเว้ย!!!)

แถมการเพิ่มตัวละครใหม่ อย่างสาวผิวเข้มเข้ามา ก็แทบไม่ช่วยให้เนื้อเรื่องมันสนุกน่าติดตามขึ้นเลยแม้แต่นิด ทั้งๆที่ตัวละครยิ่งเพิ่มมันต้องยิ่งสนุกสิ!!! -- แล้วเนื้อหาช่วงหลังๆ ก็ดันออกมาดูสุ่มๆ ความสนุกก็ใช่ว่าจะเยอะและเหมาะเจาะเท่าเล่มแรก นึกว่าอ่านการ์ตูนแจกฟรีในโรงพยาบาล  -- และที่สำคัญ คนเขียนยังรีไซเคิลเอาเนื้อหาจากตอนก่อนๆมาเล่นซ้ำอีกด้วย อย่างเรื่องวิธีทำกาแฟคาปูชิโน่ ทั้งๆที่กาแฟก็ออกจะมีให้เขียนถึงตั้งหลายประเภท โดยรวมแล้วก็ถือว่าน่าเบื่อพอสมควร มันให้ความรู้สึกเหมือนเอากาแฟเอสเพรสโซ่ไป "เจือจางกับน้ำ" มากจนเกินไป จนมันออกมา "จืด" .....เกินกว่าที่จะเป็นรสชาติของอเมริกาโน


ด๊าส "เกือบ" ที่จะใส่เนื้อเรื่องหลักที่ดูสำคัญจริงๆเข้าไป ทั้ง "เรื่องราวในสมัยเด็กของพระเอกกับสาวผิวเข้มที่มาพร้อมกับผ้าพันนิ้ว และพันธะสัญญาร่วมกันบางอย่าง" และ "ความน้อยใจของนางเอก ที่พระเอกไปเกาะแกะกับสาวผิวเข้ม จนเป็นรักสามเส้าที่มโนไปเอง" ซึ่งจริงๆแล้วทั้งสองเรื่องนี้ มันสามารถเขียนต่อไปได้อีกไกลมาก และสามารถใส่อะไรสนุกๆเข้าไปได้อีกเพียบ แต่คนเขียนก็ไม่ได้เอามาต่อยอดอะไรเพิ่มเติมอีก (สรุปแล้วเอาผ้าพันนิ้วทำไม?) อุปสรรคในเรื่องก็จบง่ายเหลือเกิน -- อีกทั้งยังมีตัวละครในเรื่องบางตัวที่ดูเหมือนจะยังออกแบบไม่สมบูรณ์ แล้วเอามาจับใส่ใน "ช่วงแรกของเรื่อง" โดยที่ยังไม่ได้กำหนดนิสัยอะไรดีเลย ยกตัวอย่างเช่น นางเอกของเรื่องนี่แหละ!!! โดยเฉพาะตอนที่ 3 กับตอนที่ 4 นี่ แทบจะออกมาคนละลุคกันเลยด้วยซ้ำ!!!

สังหรณ์ใจว่า คนเขียนน่าจะชินมือกับการเขียนเนื้อเรื่องแนวชีวิตประจำวันเรื่อยๆ แบบ ซุปเปอร์หน่อไม้ ที่เคยลากยาวไปถึง 47 เล่ม (แต่เรื่องนี้ออกมาด้อยกว่าเยอะ) -- พอคนเขียนออกมาทำการ์ตูนที่ต้องจบภายใน 2 เล่ม ปรากฎว่า "มันจบไม่ลงซะหยั่งงั้น" (ขนาดหน้าสุดท้ายของเล่ม ยังมีตัวประกอบออกมาพูดว่า "อ้าว!! การ์ตูนจบแล้วเหรอ" ด้วย คิดดู!!!)

การ์ตูนบ้าอะไร พูดแทนความในใจคนอ่าน....


สรุปแล้ว ถึงแม้ว่า ความรู้เกี่ยวกับกาแฟที่ใส่ลงมาในการ์ตูน จะทำออกมาได้ค่อนข้างอัดแน่น อ่านง่ายและน่าสนใจ แต่ด้านเนื้อเรื่องหลัก...ถือว่าด้อยอยู่มาก จนดูเรื่อยเปื่อย -- ก็อยากจะให้คนเขียนโฟกัสบทบาทของตัวละครให้ดูเป็นเรื่องเป็นราว และอยากให้อีเว้นท์มันออกมาสนุกและน่าสนใจกว่านี้ เหมือนพวกการ์ตูนความรู้ค่าย นานมีบุ๊คส์ ที่เค้าทำไว้ดีมากๆ คืออยากให้มันไปถึงขั้นนั้นได้จริงๆ อย่างน้อยก็ขอแค่พอจับต้นชนปลายได้ แค่นี้ก็พอใจแล้ว 

(สรุป 7/10)

ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/

 



Create Date : 15 มิถุนายน 2562
Last Update : 16 กรกฎาคม 2562 4:47:05 น. 0 comments
Counter : 630 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมาก หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.