รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
12 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทยเฉพาะกิจ) Around The Duang (วีระชัย ดวงพลา)


ใครเป็นแฟนตัวจริงของเดอะดวง ต้องไม่พลาดเล่มนี้!!!! ย้ำว่าต้องไม่พลาดเล่มนี้!!!!

....เพราะนี่คือหนังสืออัตชีวประวัติของ "เดอะดวง" ตั้งแต่แรกเริ่ม ก่อนที่จะมาเป็นนักเขียนการ์ตูนเต็มตัว อีกทั้งยังมีรวมเรื่องสั้นในยุคแรกๆ ก่อนที่จะแจ้งเกิดจริงๆจากรวมเล่ม Shockolate (กับทางสำนักพิมพ์) ให้ได้อ่านกันอีกด้วย (เห็นเค้าบอกว่า เป็นการรวมผลงานการ์ตูนของเดอะดวงตั้งแต่อายุ 8-13 ปี ด้วยนะ ว้าว!!!!)

"เดอะดวง" (หรือชื่อจริง วีระชัย ดวงพลา) เจ้าของสำเนียง "ลูกคอเบียร์ช้าง" ที่ถึงแม้จะเป็นที่รู้จักกันในฐานะนักเขียนสายโหด ฆ่าคนในการ์ตูนเป็นว่าเล่น แต่จริงๆแล้ว เขาเองก็มีจุดเริ่มต้นคล้ายๆกับนักเขียนคนอื่นๆนั่นแหละ คือ ชอบวาดรูปเล่นเป็นงานอดิเรกตั้งแต่เด็ก (และต้องเป็นดราก้อนบอลด้วยนะเออ) เคยผ่านการวาดรูปเล่นลงสมุดเรียนจนโดนครูทำโทษ และสุดท้าย แน่นอนว่าต้องอยากเป็น "นักเขียนการ์ตูน" ด้วย!!! (ก็แหงล่ะ) -- ซึ่งโชคดีมาก ที่แวดวงผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเขา ล้วนเป็นนักเขียนการ์ตูนกันทั้งนั้น (พ่อเป็นนักเขียน เพื่อนพ่อก็เป็นนักเขียน) ทำให้เขามีช่องทางในการส่งการ์ตูนไปตามสำนักพิมพ์ต่างๆที่มากขึ้นและเข้าถึงง่ายขึ้น (อ่านงานของลูกชายผมหน่อย)

ในตลอด 120 กว่าหน้าของ Around The Daung -- เดอะดวงจะค่อยๆเล่าที่มาที่ไปของตัวเองตั้งแต่เด็กจนโต สลับกับการลงเรื่องสั้นเก่าๆ เรียงเป็นไทม์ไลน์ไปเรื่อยๆ เหมือนเรากำลังเฝ้าดูการเติบโตของคนๆหนึ่ง ได้เห็นแนวคิดการทำงาน และแรงบันดาลใจของเขา -- เดอะดวงหลงไหลสไตล์การวาดแบบตะวันตก เดอะดวงชอบเสพข่าวที่มีเนื้อหารุนแรง เดอะดวงเกลียดเด็กแว้น และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งมันได้กลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำการ์ตูนเนื้อหารุนแรงของเดอะดวงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทิ้งไว้แค่นี้พอ เดี๋ยวจะเป็นสปอยล์กันพอดี 5555+ งั้นคราวนี้มาพูดถึงการ์ตูนกันบ้าง....

มีการ์ตูนจากนิตยสารการ์ตูนการเมือง "เอ็นดูใจกล้า" อยู่ประมาณ 4-5 เรื่องมั้ง ที่ให้อารมณ์เหมือนได้กลับไปอ่านรวมเล่ม Shockolate อีกครั้ง (Release/ Doll/ Drink/ Seed/ Show) -- ซึ่งเสียงตอบรับจากนักอ่านก็ดูท่าจะไปในเชิงลบซะมากกว่า ประมาณว่า "น้องเก็บกดอะไรมารึเปล่า" ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม คือการ์ตูนมันโหด... โหดแบบเกินเหตุมากกกก อารมณ์แบบเดียวกับตอนอ่าน Trick Side A เลย ฉากแหวะไร้เหตุผลเต็มไปหมด (เข้าใจเลยว่า คำนำในรวมเล่ม Shockolate เวอร์ชั่น CTS มันเกิดขึ้นได้ยังไง) -- เห็นได้ชัดว่าเดอะดวงกะจะดึงความสนใจนักอ่านแบบหวังผลด้วยฉากเลือดสาด โดยไม่สนใจเลยว่าคนอ่านจะคิดยังไง (ยกตัวอย่างง่ายๆเลยเช่น ฉากที่เด็กใช้มีดคว้านท้องตัวเองเพื่อเอาเมล็ดแตงโมออก เพราะกลัวมันจะเข้าไปโตในท้อง เพื่อ!!!!!?!)  -- ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญของเดอะดวงจริงๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้งานชิ้นหลังๆ โดยเฉพาะรวมเล่ม Shockolate ถูกลดความโหดลงมาในระดับหนึ่ง เขียนให้ดูเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ...งานกลมกล่อมขึ้นมาก เข้าถึงง่ายขึ้น แถมฉากเลือดสาดก็ไม่ดูไร้เหตุผลเหมือนงานก่อนหน้านี้ ถือเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นในงานของเขาจริงๆ ที่สามารถเล่าเรื่องโหดๆได้สนุกขึ้น ซึ่งถือได้ว่ามันแปลกใหม่มากๆในสมัยนั้น จนหลายคนยกให้เรื่องนี้เป็นการ์ตูนไทยในตำนานเลยด้วยนะเออ

หลังจากนิตยสารเอ็นดูใจกล้าปิดตัวลง โชคการ์ตูนก็ได้เข้าข้างเดอะดวงอีกครั้ง เพราะเรื่องสั้นที่ส่งไปทาง C-Kids (ของเครือสยามอินเตอร์คอมิก) เมื่อสองปีที่แล้ว เรื่อง The Ear ได้รับการพิจารณา -- เนื้อเรื่องเกี่ยวกับปีศาจขี้หูที่พยายามจะฆ่าครอบครัวของเขา ทำให้เด็กชายผู้ไม่เคยแคะขี้หู (ซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่อง) ต้องหาทางกำจัดปีศาจตัวนี้ให้ได้ ก็คงจะเดาได้แหละว่า เป็นการ์ตูนที่สนับสนนให้คน รู้จักแคะขี้หู เพื่อที่ใครต่อใครมาเห็นจะได้ไม่มองว่ามันสกปรก -- และด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเรื่องนี้นี่เอง ทำให้เขาได้เขียนการ์ตูนประจำลงนิตยสาร Fusion Comics จนภายหลัง เรื่องสั้นเหล่านั้นได้ถูกรวบรวม และได้กลายมาเป็นรวมเล่ม Shockolate ในเวลาต่อมา.....

 Dumb (ใบ้) เป็นการ์ตูนเพียงเรื่องเดียวที่ถูกตัดออกจากรวมเล่มการ์ตูนแจ้งเกิด Shockolate ซึ่งก็พอเดาได้อยู่หรอก.... เพราะเนื้อเรื่องมันจบดีเกินกว่าที่จะเป็นแนวตลกร้าย ซึ่งมันกับขัดกับคอนเซ็ปต์ของเล่มนั่นเอง ก็เลยไม่ได้ลงยังไงเล่า  ซึ่งก็ดีแล้ว เพราะเอาจริงๆ เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีที่มาที่ไปอะไรเล้ย ออกแนวมั่วๆ ตัวละครที่เด็กใบ้เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ เปิดเรื่องมาก็โดนแกล้งซะแล้ว กรรม ไม่ใช่เพราะเนื้อเรื่องมันธรรมดาเกินไปอย่างที่คนเขียนเขาว่าไว้ดอก

เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ฉากแหวะเลือดสาดได้หายไปจากการ์ตูนของเขาเกือบหมดแล้ว และกลายมาเป็นการ์ตูนสะท้อนด้านมืดของสังคม ที่มีพวกโจร มือปืน มาเฟีย ยิงกันตายไร้ความปราณีไปแทน เห็นได้ชัดในการ์ตูนประกวดเรื่อง Money -- ที่พูดถึงขอทานคนหนึ่ง ได้เจอกระเป๋าซึ่งใส่เงินล้านเอาไว้ โดยเขาสามารถตัดสินใจจะเอาไปใช้เสวยสุขโดยไม่มีใครรู้ หรือ จะส่งคืนเจ้าของก็ได้ (ถ้าเอาเงินไปเสวยสุข ก็จะโดนเจ้าของกระเป๋าตามยิงประกบในภายหลัง) --  การ์ตูนได้รับรางวัลรองชนะเลิศ จากงานประกวด TAM Award 2007 (ย่อมาจาก Thailand Animation) ในปี พ.ศ. 2550 (เดี๋ยวนะ? เดอะดวงเกิดปี พ.ศ. 2530 ก็แสดงว่า งานนี้ถูกเขียนขึ้นตอนเดอะดวงอายุ 20 ปี? -- ถ้างั้นที่หน้าปกจั่วไว้ว่า เป็นการรวมผลงานการ์ตูน ช่วงอายุ 8- 13 ปี ของเดอะดวง ก็ไม่จริงทั้งหมดน่ะสิ ล้าลาลา) 

จนมาถึงเรื่องสุดท้ายของเล่ม ที่เดอะดวงมีโอกาสได้ร่วมงานกับพ่อตัวเอง (เรืองศักดิ์ ดวงพลา) ในเรื่อง หลอนให้ตาย เป็นการ์ตูนไทยลายเส้นยุคเก่า เกี่ยวกับชายสองคนที่เข้าไปปล้นบ้านหลังหนึ่งเพื่อหวังจะเอาเงินมาซื้อยาเสพติด แต่ดันเผลอพลั้งมือฆ่าคนไป จนกระทั่งถูกผีตามมาหลอกหลอน ซึ่งไม่รู้ว่านั่นเป็นผีจริงๆหรือเป็นแค่ภาพหลอนจากฤทธิ์ยาเท่านั้น -- พูดซะเนื้อเรื่องมันมีอะไรที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับผลข้างเคียงจากยาเสพติด จริงๆมันก็แค่การ์ตูนผีธรรมดานั่นแหละ แค่ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครอยากตีความหรือไม่แค่นั้นเอง 5555+ -- ในเรื่องนี้เดอะดวงมีส่วนในการทำงานเพียงแค่ 20% เท่านั้น ไม่รู้ว่าทำส่วนไหนนะ  แต่ทำไมการแสดงสีหน้าของตัวละครมันไม่เข้ากับบริบทของเรื่องหยั่งงี้อ้ะ!!?!  โดยเฉพาะฉากหนึ่ง ที่โจรกำลังวิ่งหนีผีอย่างหัวซุกหัวซุน แต่ดันกลับวาดโจรทำหน้าตาตื่นกลัวออกมาแบบ "การ์ตูนตลก" ซะหยั่งงั้น กรรม (ปากยื่นมาเชียว)

"เดอะดวง" น่าจะเหมือนกับทุกๆคนที่อยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูน คือ....มีความฝันว่าอยากจะเจอ อยากจะได้ร่วมงานกับนักเขียนที่ตัวเองชอบ --  เดอะดวง อยากร่วมงานกับคุณสุทธิชาติที่เขียน โจหัวปลาหมึก/ คุณทรงศีลที่เขียนถั่วงอกและหัวไฟ และคุณเอกสิทธิ์ที่เขียนรวมเรื่องสั้น My Mania (แต่ละคน....ลายเส้นตะวันตกทั้งนั้น) ตื่นเต้นจนอยากเล่าให้พ่อฟัง ซึ่งพ่อก็ได้ให้คำแนะนำว่า "ทำงานของตัวเองให้ดีๆไปก่อน ซักวันจะต้องได้เจอแน่นอน" และด้วยคำพูดนั้นเอง ที่ทำให้เจ้าตัวเกิดมีไฟขึ้นมา เรื่มทำงานและฝึกฝนอย่างหนักในทุกๆวัน จนกระทั่ง 10 ปีผ่านไป ผลลัพธ์ที่ได้กลับดีเกินคาด เพราะนอกจากจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับแรงบันดาลใจทั้งสามแล้ว ยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับนักเขียนเก่งๆอีกหลายคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจออีกด้วย เอาจริงๆเลย จะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้เจ้าตัวมีเรื่องสั้นลงนิตยสารต่างๆ รวมทั้งได้ออกรวมเล่มตั้งมากมาย อัีกทั้งยังมีแฟนหนังสือที่ติดตามผลงานใหม่ของเขาอย่างเหนียวแน่น และทั้งหมดนี้เอง ที่หลอมรวมให้เกิด Around The Duang ได้จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นจุดสูงสุดในชีวิตการทำงานของเขาอย่างแท้จริง

ไม่รู้จะให้คะแนนไปทำไมกับหนังสืออัตชีวประวัติ 5555+ สรุปวันนี้ มาแค่แนะนำหนังสือก็แล้วกัน -- เอาเป็นว่าหากใครเป็นแฟนคลับเดอะดวงที่อยากรู้เรื่องราวและแรงบันดาลใจในการทำงานของเขาอย่างจริงจัง สมควรซื้อมาอ่านเป็นอย่างยิ่ง อ่านง่ายดีไม่มีปัญหา

ความสำเร็จ....ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความสามารถอย่างเดียว แต่มันเกิดขึ้นจากการ "ลงมือทำ" .....เพราะ "ความสามารถ" มันจะตามมาเองในภายหลัง นั่นคือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเล่มนี้

ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/




Create Date : 12 พฤษภาคม 2562
Last Update : 16 พฤษภาคม 2562 13:28:00 น. 0 comments
Counter : 391 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมาก หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.