การเมืองกัมพูชา ตอนที่ 2


พลพตผู้นำเขมรแดง


นับแต่ปี 1979 เรื่อยมา


แผ่นดินของกัมพูชาเต็มไปด้วยสงครามกลางเมือง ระหว่างสารพัดฝ่ายที่ขัดแย้งกัน ได้ต่อสู้ฆ่าล้างกันจนเลือดแดงทาทั่วผืนดินกัมพูชา

  • ส่วนหนึ่งที่นำมาซึ่งสงครามกลางเมือง ก็มาจากต่างประเทศที่เข้าแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ไทย จีน เวียตนาม เวีนตกง เป็นต้น


แต่ ปัจจัยภายนอกเช่นกันที่จะทำให้สงครามในกัมพูชายุติลงได้ เพราะพี่เบิ้มใหญ่ของแต่ละฝ่ายที่หนุนหลังอยู่ เพียงแค่ทั้งหมดหยุดสงครามในกัมพูชาก็หยุดเช่นกัน

ผู้ที่มีบทบาทเป็นอย่างมากในการยุติการฆ่าล้างในกัมพูชาลงได้โลกจะปฏิเสธเขาเสียไม่ได้เลย

  • นาย กาเรธ อีแวนส์ ( Gareth Evans ) รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเรีย และอีกท่านคือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่เข้ารับตำแหน่งในปี ค.ศ. 1988 ผู้มีแนวคิดเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า

พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ


  • แล้วบทบาทของอาเซียนก็โดดเด่นขึ้น นาย อาลี อาลาตัส รัฐมนตรีต่างประเทศของอินโดนีเซีย ได้จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางขึ้นที่กรุงจาการ์ตาระหว่างกลุ่มผู้นำต่างๆ ในกัมพูชาที่เป็นปฏิปักษ์กัน


  • และเมื่อวันที่ 23ตุลาคม 1991 สงครามในกัมพูชาได้ยุติลงอย่างเป็นทางการ ตามสัญญาสันติภาพปารีส

ภาย ใต้ข้อตกลงนี้ ให้กองกำลังทุกฝ่ายในกัมพูชาต้องยุติการสู้รบ ลดกำลังรบ และปลดอาวุธ โดยให้สภาสูงสุดแห่งชาติกัมพูชา เป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุด และทำหน้าที่ประสานงานกับองค์การบริหารของฝ่ายสหประชาชาติชั่วคราว หรือ อันแทค เพื่อสถาปนาสันติภาพและจัดให้มีการเลือกตั้งในกัมพูชาต่อไป

  • เมื่อ พฤษภาคม 1993 อันแทคได้จัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในกัมพูชา  โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 22 พรรค
ปัญหา ครั้งนี้คือ ชาวกัมพูชาไม่คุ้นชินกับการเลือกตั้ง และตัวเลขผู้มีสิทธิ ไม่ชัดเจน ภายใต้สงครามมาโดยตลอด การกระจายตัวของประชากร การมีภูมิลำเนาไม่เป็นหลักแหล่งถาวร ล้วนเป็นปัญหาครั้งนี้

  • อย่างไรก็ตามได้กำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนได้ 120 คน

พรรคฟุนซินเปค ( Funcinpec) ของเจ้านโรดม รณฤทธิ์ ได้   58 ที่นั่ง
พรรคประชาชนกัมพูชา ของนาย ฮุนเซ็น ได้                      51 ที่นั่ง
พรรคเสรีประชาธิปไตยแนวพุทธของนายซอนซานน์ ได้       10 ที่นั่ง
พรรคโมลินาคา ของนาย พรม นาคราช ได้                         1 ที่นั่ง

  • งานแรกของสภาชุดนี้คือ

การร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแล้วเสร็จและประกาศใช้เมื่อ 21 กันยายน 1993
ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถอดด้ามนี้ กำหนดให้ มีนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว
แต่เพื่อลดความขัดแย้งจึงได้กำหนดบทเฉพาะกาลขึ้น ให้รัฐบาลชุดแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีนายกรัฐมนตรี  2 คน

เจ้ารณฤทธิ์


  • โดยให้เจ้ารณฤทธิ์ เป็นนายกฯคนที่ 1
  • นายฮุนเซ็นเป็นนายกฯคนที่ 2

พิเศษ ไปกว่านั้นอีกคือกระทรวงสำคัญ 2 กระทรวงคือมหาดไทย และกลาโหม ให้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงละ 2 คน จากพรรค ฟุนซินเปค และพรรคประชาชนคุมบังเหียนด้วยกัน จึงเป็นประชาธิปไตยแบบกัมพูชาโดยแท้

ถึง มีรัฐบาลใหม่มาจากการเลือกตั้งแล้วการเมืองในกัมพูชาก็หาได้สงบลงไม่ ยังมีความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง จาก 2 พรรค และ 2 นายกฯ แย่งอำนาจการปกครองกันเอง และมีตัวแปรที่สำคัญคือ กลุ่มเขมรแดง

ฮุนเซน


  • ในที่สุดความขัดแย้งดำเนินมาถึงขีดสุด

เมื่อวันที่ 5-6 กรกฎาคม 1997 นายฮุนเซ็น นายกฯคนที่ 2 ได้ยึดอำนาจนายกฯคนที่หนึ่งคือเจ้ารณฤทธิ์ โดยอ้างเหตุผลว่า เจ้ารณฤทธิ์ สะสมกำลังอาวุธอย่างผิดกฎหมายเพื่อยึดอำนาจปกครองและสมคบกับกลุ่มนอกกฎหมาย เขมรแดง

การ สู้รบทางทหารกลับเข้าสู่แผ่นดินกัมพูชาอีกครั้ง นำไปสู่การยื่นมาเข้ามาจากต่่างชาติเช่นกลุมประเทศอาเซียน ญี่ปุ่น อเมริการวมไปถึงสหประชาชาติ ได้กดดันบีบบังคับผ่านระบบเศรษฐกิจและการเมืองให้ยุติความขัดแย้งนี้เสีย

  • ในที่สุดก็นำมาสู่การเลือกตั้งครั้งที่ 2 ขึ้นในกัมพูชา

ครั้งนี้มี ส.ส.122 ที่นั่ง
มีพรรคการเมืองเข้าร่วมสนามครั้งนี้ 32 พรรค

พรรคประชาชนของนายฮุนเซ็น ได้ 64 ที่นั่ง 
พรรคฟุนซินเปคของเจ้ารณฤทธิ์ ได้ 43 ที่นั่ง
พรรคสามเรนสี ( Sam Rainsy ) ของอดีตรัฐมนตรีว่าคลังนาย สาม เรนสีได้ 15 ที่นั่ง

  • กัมพูชา ต้องการลบภาพความขัดแย้ง ต่างฝ่ายได้ตกลงกันให้มัการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นในปี 1999 มีการเพิ่มวุฒิสภาเข้ามาในรัฐธรรมนูญอีกสภา จากเดิมมีเพียง สภาผู้แทนสภาเดียว วุฒิสภานี้ให้มี 61 คน

จากพรรคประชาชน 31 คน
พรรคฟุนซินเปค      21 คน
พรรคสามเรนสี          7 คน
อีก                          2 คน แต่งตั้งโดยกษัตริย์ 

  • รัฐบาลใหม่มี นายฮุนเซ็น เป็นนายกฯ
เจ้ารณฤทธิ์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายเจีย ซิม จากพรรคประชาชนกัมพูชา เป็น ประธานวุฒิสภา โดยมีเจ้า นโรดมสีหนุเป็น กษัตริย์


 กองกระโหลกจากสงครามความขัดแย้งทางการเมือง


 นายพล ลอน นอล ผู้นำฝ่ายขวาจัด


นายเขียวสัมพัน



การ เมืองของกัมพูชาปัจจุบัน แม้จะดูมีเสถียรภาพแต่ความเป็นจริงมีเพียงชาวกัมพูชาเท่านั้นที่รู้ว่าแท้ จริงแล้วมีเสถียรภาพเพราะสภาพการเมืองโดยธรรมชาติ หรือมีเสถียรภาพเพราะอำนาจเบ็ดเสร็จกันแน่

กังวาล  ทองเนตร รัฐศาสตร์เอกการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง



Create Date : 14 มิถุนายน 2555
Last Update : 14 มิถุนายน 2555 17:47:38 น.
Counter : 1412 Pageviews.

2 comments
  
การเมืองกัมพูชาตอนนี้เป็นบะบบซ้อนระบบ

1.มีกษัตริย์ แต่อยู่ภายใต้ฮุนเซนกำหนด(ไม่ใช่รัฐสภากำหนด)

2.ฮุนเซน ปกครองแบบสืบอำนาจ คล้ายเกาหลีเหนือ(ไม่มีระบบเหมือนคอมฯ จีน หรือ เวียดนาม) จะปลดจะตั้งใครก็ได้ เวลานี้กำลังตั้งลูกชายเพื่อสืบอำนาจต่อ

3.เขมรมีโอกาสที่จะเกิดสงครามกลางเมืองได้เพราะประชาชนไม่ถูกปิดกันเหมือนเกาหลีเหนือ

เป็นความเห็นส่วนตัวเกิดจากที่ได้เข้าไปเขมรทุกปี ความเห็นอาจจะไม่ตรงกับบุคคล



โดย: greeram IP: 123.25.5.113 วันที่: 15 มิถุนายน 2555 เวลา:9:18:25 น.
  
การเมืองแบบเขมรครับ
โดย: Thongnetra วันที่: 15 มิถุนายน 2555 เวลา:17:54:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Thongnetra
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



New Comments
มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
1
2
4
5
7
9
10
12
13
15
16
17
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog