รีวิวกระเป๋าสตางค์ Mulberry 8 cards wallet (Chocolate Natural Grain Leather)


ต่อเนื่องกันเลยครับ กับการรีวิวกระเป๋าสตางค์ต่อ จากที่ผมเกริ่นมาจากตอนรีวิวเข็มขัด Bottega แล้ว ซึ่งบอกเลยว่าตอนที่กำลังจะเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์ก็มีตัวเลือกอยู่แบรนด์เดิม ๆ ละครับ ยังคงอยู่ที่ Hi-end อยู่ ก็ลองเลือกเล่น ๆ ผ่านเว็บไซด์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บของแต่ละแบรนด์ Club21 หรือ Reebonz รวมทั้งใน Shop ต่าง ๆ บ้าง เช่น Club21, เซ็นทรัลชิดลม และเอ็มโพเรียม ด้วยความที่ผมไม่ชอบใช้รุ่นที่เค้านิยมกันเท่าไร เพราะคิดว่ามันเกร่อ ๆ จริง ๆ ผมนี่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำหรับ niche market เลยก็ว่าได้ ฮ่า ๆ พวกนี้มักโดนฟันกำไรสูงตลอด อิอิ แต่ก็ยอมเพื่อความไม่อยากซ้ำใคร... และแล้วผมก็ไปสะดุดตากับ Mulberry ครับ สำหรับแบรนด์นี้ในไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก ถึงรู้จักแต่ก็ไม่ค่อยนิยมใช้กัน อาจเป็นเพราะไม่ค่อยนิยมกันด้วยดีไซน์ที่ดูเรียบ ๆ เป็นคุณหญิง คุณชาย และเรื่องของ marketing ที่ไม่ค่อยกระหน่ำมาก 


สำหรับการตัดสินใจเลือกแบรนด์นี้ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างครับ อย่างแรกเลยคือ มันไม่เกร่อ อันนี้เหตุผลหลัก อย่างที่สองคือ ผมเคยใช้กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อนี้นะ แต่ดันทำหล่นบนรถสองแถวตอนกลับจากที่ทำงาน เสียดายมาก เพราะใช้มาแค่ 2 สัปดาห์เอง และไปซื้อมาจากเกาหลี ได้ราคาดีเลยตอนนั้นในสนามบิน หลังจากหายก็เลยกลับมาใช้ Coach ตามเดิม และก็ใช้มานานมากหลายปี ในใจก็แอบคิดว่าหรือเราเหมาะกับของถูก ฮ่า ๆ... อย่างที่สามคือ มีน้องผู้หญิงคนนึงที่ติดตามในไอจี เค้าใช้ Mulberry รุ่นที่เป็น Signature คือ Alexa  ซึ่งผมว่าการออกแบบมันดูเรียบ ๆ สไตล์วินเทจ ตามแบบฉบับผู้ดีอังกฤษล่ะ ถ้าลองไปอ่านประวัติดู ชื่อรุ่นนี้มาจากนางแบบและนักเขียนชาวอังกฤษชื่อ Alexa Chung โดยในตอนนั้นดีไซเนอร์ของ Mulberry ไปเห็นรูปเธอที่กำลังถือ Brief case คล้ายของผู้ชายแต่มันดันขัดกับลุคการแต่งตัวของเธอที่เป็นชุดลายดอกไม้ ทำให้ดูไม่เข้ากัน แต่กลับดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก จึงได้นำการผสมผสานของความไม่เข้ากัน มาออกแบบเป็นรุ่น Alexa ซึ่งรุ่นนี้ทำให้แบรนด์ Mulberry ที่เป็นแบรนด์เด็ก โด่งดังเป็นพลุแตกเลย โดยเฉพาะสีโอ้คและหนังที่นิ่มมากกกกกก จึงทำให้คนที่ชอบเครื่องหนังแบบผมหลงใหล ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานาที่พรรณนาโวหารไปหลายบบรทัด  ผมก็เลยแวบไปที่ร้านในเซ็นทรัลชิดลม ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่ชอบการออกแบบของกระเป๋าตังค์รุ่นที่จำหน่ายอยู่นะ เพราะดูเรียบ ๆ ทื่อ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจ เพราะ Signature ของมันล่ะครับ มันเป็นลายหนังโดยเฉพาะของ Mulberry ที่จะเห็นเกรนแบบธรรมชาติค่อนข้างชัด ก็เลยตัดสินใจซื้อ แต่เท่านั้นไม่พอ ผมใช้เวลาตัดสินใจนานมากกกกก เพราะทุกสีสวยหมด สีเด่นเลยคือ สีโอ้ค แต่ผมดันชอบสีช็อคโกแลต คิดอยู่ประมาณ 15 นาที จนพนักงานเริ่มลำไยละ ฮ่า ๆ... แต่จริง ๆ แล้ว ที่ผมยืนนาน ๆ เพราะผมอยากดูพฤติกรรมการซื้อสินค้า Hi-end ของคนอื่น ๆ ฟังการพูด ความคิด การตัดสินใจ ว่าเป็นยังไง ในที่สุดก็มีคุณป้าคนนึงอายุประมาณ 60 กว่า ๆ ละ มาเหมาไปสองสามใบ เพราะมันมีโปรซื้อมากกว่า 50,000 มี cash back... จะบอกว่าใครว่าคนรวยซื้อของตามใจฉัน ไม่เลย!!! คุณป้าแกถามพนักงานว่าพี่ซื้อยังไงให้คุ้มสุด ประมาณว่า กะเอาเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลย เราก็ยืน ๆ ฟังไป พร้อมกับทำท่าเลือกกระเป๋า จริง ๆ ตอนนั้นรู้แล้วล่ะว่าจะเอาสีอะไร แต่ก็ดูป้าแกไปเรื่อย สักพักป้าแกก็ตกลงตามโปรโมชั่น พร้อมยื่นบัตรเครดิต The one LUXE  มา อื้ม..ใช้ได้ ฮ่า ๆ (คนถือบัตรนี้ต้องมีเงินในบัญชีขั้นต่ำ 1 ล้านบาทขึ้นไป) ด้วยความที่ป้าแกรีบมากมีนัดสปาหน้าที่ Clarins ไว้ ก็เลยฝากของไว้ทั้งหมดที่ช็อป ที่จะบอกนี่คือ เออ ป้าแกรวยจัง ฮ่า ๆ และเหตุผลนี้ล่ะ ผมก็เลยตัดสินใจซื้อเลย เพราะคนรวยเค้าใช้กัน ฮ่า ๆ ไร้สาระมั้ย....มาก..... จริง ๆ ก็ซื้อเพราะชอบล่ะครับ ป้าแกคือส่วนนึงในการตัดสินใจ


สถานที่...


เนื่องจากแบรนด์ Mulberry เจาะกลุ่มตลาดที่เป็น Niche market จึงทำให้มีร้านค่อนข้างน้อยครับ สำหรับในไทยก็จะมีที่่


Retail: Club21, Siam paragon เซ็นทรัลชิดลม


Online: Reebonz.com หรือ Official line ของ Mulberry หรือ Club21


ราคา...


ทุกที่จะขายที่ราคาเดียวเท่านั้น คือ 11,000 บาท แต่ก็อะนะ สไตล์ผมต้องลดถึงเอา ฮ่า ๆ... ก็ได้ส่วนลด 10% จากโปรโมชั่นของ Club21 และ Cash back อีก 100 บาท จากบัตรเครดิต Central เบ็ดเสร็จก็ 9,800 บาทไทย  แต่ถ้าใครดูตามเว็บ Reebonz.com  มาก็อาจจะถูกกว่าหน่อยประมาณ 8,500 บาท ไม่มีส่วนลดเพิ่ม แต่ผมคิดว่าการซื้อที่หน้าร้านเรามั่นใจกว่า และสามารถเลือกได้ ใบไหนมี/ไม่มีตำหนิ...


รีวิว...


ถึงเวลาที่ทุกคนตั้งใจรอกันแล้ว มาชมเลยครับ ในรูปอาจจะเห็นกระเป๋ามันบวม ๆ หน่อย เพราะผมใช้มาแล้วประมาณเดือนเศษ ๆ นะครับ หนังนี่ยิ่งใช้ยิ่งเงาเลยครับ


อันนี้คือตอนตัดสินใจ ระหว่างสีโอ้คกับสีช็อคโกแลต แต่สุดท้ายก็เลือกช็อคโกแลต เพราะสีโอ้คดูแลค่อนยากกว่าครับ



ทาดา!!! มาแล้วใส่ถุงมาซะดี ไม่กล้าแกะโบว์เลยทีเดียว สำหรับของแบรนด์ Mulberry จะให้กล่องมาด้วยนะครับ พอดีไม่ได้ถ่ายมา แต่จะไม่มีถุงผ้าเป็นแค่กระดาษขาวบาง ๆ ห่อมาให้






ในส่วนของ Hidden area เช่น ช่องกั้นที่ใส่ธนบัตร ด้านในที่ใส่บัตร จะใช้วัสดุที่เป็นผ้า ซึ่งหลาย ๆ แบรนด์ก็ทำ Cost reduction กันเยอะ อันนี้ผู้บริโภคก็ต้องทำใจครับ... คนเรื่องมากแบบเรา ฮ่า ๆ 



โดยรวมแล้วลักษณะฝีมือการเย็บประณีตมากดีครับ แต่จะให้ติก็ตรงพวกขอบที่ ink มาบางจุดไม่ค่อยเนียน แต่ก็มองไม่ค่อยเห็นหรอกครับ ต้องเพ่งดู ตรงนี้ไม่รู้ว่าแยรนด์จะแก้ต่างเหมือน Bottega มั้ย ฮ่า ๆ ว่าทำจากฝีมือคน


ในส่วนของขนาด.. ผมลองเทียบกับฝ่ามือก็พอดี ๆ ในรูปนี่ผมใส่ทั้งบัตรทุกช่อง และมีธนบัตรประมาณนึง ก็ถือว่าไม่พองตัวมากครับ ยังทะมัดทะแมงอยู่...




สำหรับวันนี้ผมก็ขอจบการรีวิวนะครับ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่กำลังตัดสินใจซื้อกระเป๋าสตางค์อยู่ หรือเพื่อความเพลิดเพลินก็ได้....




Create Date : 03 กรกฎาคม 2561
Last Update : 3 กรกฎาคม 2561 22:28:23 น.
Counter : 525 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 4355757
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



การบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เปรียบเสมือนอิคิไก ที่ขับเคลื่อนให้เรามีวันพรุ่งนี้