365วันของฉันมีแต่เรื่องการเดินทาง
<<
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
24 พฤศจิกายน 2558

ททท.เปิดประตูเหนือ-อีสานเชื่อมโยงลาว

 

อีกไม่นานการเปิดประชาคมอาเซียนหรือเออีซีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ประเทศไทยเราถือได้ว่าเป็นฐานด้านการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในภูมิภาค เรามีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครทั้งทำเลที่ตั้ง ความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยว อัธยาศัย และการบริการ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ พยายามที่จะโปรโมทประเทศไทยเป็นประตูสู่เออีซี และเชื่อมโยงกับลาว ซึ่งปัจจุบันมีหลายด่านที่เดินทางเข้าไปลาวได้สะดวก หนึ่งในนั้นคือด่านใหม่ที่เปิดได้ไม่นานนัก น้อยคนที่จะรู้จัก นั่นคือด่านภูดู ที่อุตรดิตถ์ ททท.จึงต้องการโปรโมทให้นักเดินทางไปท่องเที่ยวในเส้นทางนี้ เพื่อเปิดการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างกันให้มากขึ้น

นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตามแผนในปี 2559 นั้น ททท.จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเออีซี หรือกลุ่มประชาคมอาเซียน ดังนั้นจากการที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย มีที่ตั้งติดกับเพื่อนบ้านเช่นประเทศลาว จึงต้องการเปิดประตู หาแนวทางเชื่อมโยงกัน ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ได้นำผู้ประกอบการและสื่อมวลชน เดินทางไปดูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงอุตรดิตถ์ทางด่านภูดู่  และจังหวัดเลยทางด่านท่าลี่ สู่เมืองไชยบุรี ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปยังหลวงพระบาง วังเวียง และเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของลาวได้

ทั้งนี้ตามแผนงานดังกล่าว จะต้องพยายามให้มีวันพักในไทยและในลาวเท่ากัน เช่นนอนในไทย 2 คืน พักในลาว 2 คืน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นของไทยและเชื่อมโยงเออีซี โดยทริปที่ผ่านมาได้คำคณะผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย อุทัยธานี แม่ฮ่องสอน สุโขทัย มาสำรวจพื้นที่  ทั้งนี้การเดินทางจากด่านภูดู่ไปเที่ยวในลาวระยะทางไม่ไกล และสามารถเที่ยวได้สะดวก เช่นจากด่านภูดู่ที่อุตรดิตถ์นั้นมีถนนตัดใหม่ไปสู่เมืองไชยบุรี ซึ่งเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบคาราวานขับรถท่องเที่ยวมาก ที่ผ่านมาได้มอบให้วินวินสมายล์ทดลองจัดทริปดังกล่าวแล้ว

นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ (รับผิดชอบแพร่,น่าน,อุตรดิตถ์) กล่าวว่า เส้นทางจากอุตรดิตถ์สามารถออกไปเที่ยวยังลาวได้สะดวกมาก และอยากให้นักท่องเที่ยวได้แวะพักค้างคืนที่อุตรดิตถ์ด้วย  ซึ่งอุตรดิตถ์เป็น 1 ใน 24 แห่งของโครงการ “เขาเล่าว่า” ของททท. ชูจุดขาย “ลับแล เมืองที่ห้ามพูดโกหก”  และททท.กำลังทำโครงการ รักแท้รักนาน เที่ยวแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ซึ่งที่อุตรดิตถ์มีหลายสิ่งน่าสนใจ เช่น

ไร่องุ่นคานาอัน ไร่องุ่นพันธุ์ที่หวาน กรอบ อร่อยมากๆ มีร้านอาหารสไตล์ยุโรปน่ารักๆ บ่อเล็กน้ำพี้  พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวน ลับแล อาหารพื้นถิ่นอย่างข้าวแคบและข้าวพันผัก และเมื่อเปิดประตูสู่เออีซี จะทำให้การท่องเที่ยวของอุตรดิตถ์คึกคักมากขึ้น 

 

 

ในทริปนี้เราได้เดินทางสำรวจไปพร้อมกับคณะของททท.ด้วยทริป 6 วัน 5 คืน เริ่มต้นกันที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมีสถานที่น่าเที่ยวมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์บ่อเหล็กน้ำพี้  บ่อเหล็กน้ำพี้ เป็นแหล่งสินแร่เหล็กตามธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นบ่อเหล็กกล้า  มีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ และปรากฏเตาถลุงเหล็กโบราณนับพัน ๆ แห่งในพื้นที่หลายตารางกิโลเมตร

      

 

เรื่องราวที่น่าสนใจคือเชื่อว่า ที่นี่มีบ่อที่สำคัญคือบ่อพระแสง และบ่อพระขรรค์ มีการนำแร่เหล็กจากบ่อเหล็กน้ำพี้ไปถลุงทำอาวุธเพื่อใช้ในการศึกสงครามมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย เหล็กน้ำพี้ถูกนำมาใช้เป็นศัสตราวุธ เช่น พระแสงของ้าว ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงใช้กระทำยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชา ดาบนันทกาวุธ ของพระยาพิชัยดาบหัก ดาบล้างอาถรรพ์ ของพระนารายณ์มหาราช เป็นต้น

เหล็กน้ำพี้มีความแข็งแกร่ง ความศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันมีการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้ และมีบ่อให้นักท่องเที่ยวได้ตกเหล็กกัน

 

จากนั้นมุ่งสู่เมืองลับแล อำเภอลับแล หรือ เมืองลับแล เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นชุมชนโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ภูมิประเทศเป็นเมืองอยู่ในหุบเขามีที่เนินสลับกับที่ต่ำ ปลูกพืชผักได้อุดมสมบูรณ์

 

อำเภอลับแลนอกจากจะมีโบราณสถานที่น่าสนใจมากมายแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรมพื้นเมืองล้านนา เช่น ผ้าตีนจก ไม้กวาด เป็นแหล่งปลูกลางสาด และทุเรียนหลง-หลินลับแล ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด

 

เด็ดสุดๆเลยมาอุตรดิตถ์หลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยไปพิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นจีนจก ไท-ยวน ลับแล  หรือพิพิธภัณฑ์ของครูโจ ซึ่งมีการจัดแสดงดีมากในบ้านเรือนไทย 2 ชั้น ออกแบบอย่างดีมาก ผ้านุ่งแต่ละชิ้นหรูหรา ขายเป็นสินค้าในระดับอินเตอร์ได้เลยทีเดียว

หลังจากนั้นแวะไปเยี่ยมเยียน ซุ้มประตูเมืองลับแล และพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล นั่งรถราง ฟังเรื่องราว “เขาเล่าวว่า..ลับแล เมืองที่ห้ามพูดโกหก” 1 ใน 24 เรื่องราว ภายใต้แคมเปญการส่งเสริมการท่องเที่ยวของททท.ในปี 2559 ชมการสาธิตการทำข้าวแคบ ข้าวพันผัก ฯลฯ พลาดไม่ได้กับขันโตกดินเนอร์

อีกวันได้เวลาโกอินเตอร์ เดินทางสู่จุดผ่านแดนถาวรด่านภูดู่ อ.บ้านโคก ซึ่งเชื่อมโยงกับลาวที่ด่านสากลบ้านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไชยบุรี ถนนเข้าสู่ลาวสายนี้เป็นสายใหม่ ออกแบบมาอย่างดี วิ่งรถได้สะดวกมาก ตลอดข้างทางจะพบภูมิประเทศหลากหลาย ที่เมืองแก่นท้าวมีวัดเก่าแก่หลายแห่ง เช่นวัดศรีภูมิ วัดจอมแจ้ง เราจะได้ชมความสวยงามที่แตกต่างกัน

จากนั้นย้อนกลับมาเข้าไทยอีกด่านทางภาคอีสาน เพื่อทดลองเส้นทางเชื่อมโยงเส้นทาง 2 ภาคของไทยกับลาว ที่สามารถเชื่อมกันได้ในการเดินทางวันเดียว เราเข้ามาแวะเมืองไทยที่ด่านท่าลี่ จังหวัดเลย ณ ที่นี้ทางลาวคือด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง หลังจากนั้นเข้าสู่ตัวเมืองไชยบุรี เป็นเมืองเงียบสงบ ผู้คนมีชีวิตเรียบง่าย

ที่ไชยบุรีมีวัดใหญ่ที่ใครๆต้องไปกราบสักการะ นั่นคือวัดศรีสว่างวงศ์ วัดที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ พระมหากษัตริย์องค์ที่ 12 แห่งราชอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง และพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชอาณาจักรลาว ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1920 งดงามมากๆ แล้วมุ่งสู่วัดศรีบุญเรือง สักการะพระพุทธรูปศิลาอายุกว่า 500 ปี ขอพระกับหลวงพ่อใหญ่ที่ใครๆก็ต้องไปกราบไหว้ท่านกัน

เดินทางต่อสู่เมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลก ตัวเมืองสงบ อบอุ่นด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี  เมืองหลวงเก่า อดีตราชธานีศรีสัตนาคนหุตแห่งอาณาจักรล้านช้าง หลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วยเหตุผล คือ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมน้ำโขงและน้ำคาน ซึ่งไหลบรรจบกันท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม และมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม

โดยเฉพาะการตักบาตรข้าวเหนียวที่แสนน่ารัก ไม่ว่าชาติไหน ต้องนั่งเรียงแถวใส่บาตร เขาจะมีผ้ามาพาดบ่าให้ด้วย

หลวงพระบางเป็นเมืองน่าเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในหลวงพระบาง ซึ่งเป็นราชธานีเก่าแก่ คือการเที่ยววัด ซึ่งมีศิลปะงดงาม มีขนาดกระทัดรัดไม่ใหญ่โต แต่จุดเด่นคือวัดเชียงทอง ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา และได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดี ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในลาว จนทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างพากันมาชื่นชมความงามนี้ ภายในวัดเชียงทองประกอบไปด้วยพระอุโบสถ พระประธาน วิหารน้อย ซึ่งมีการประดับตกแต่งด้วยศิลปะแบบหลวงพระบางแท้ ๆ งดงามสีเหลืองทองอร่ามไปทั่ว

ต้องไม่พลาดที่จะไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง ชมหอพระบาง ซึ่งพระบางนั้นถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวหลวงพระบาง งดงามในรูปแบบของปางห้ามสมุทร และเข้าไปชมในส่วนของพระราชวังหลวงพระบาง ซึ่งสร้างในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์  สืบทอดต่อมาถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว ชมห้องประทับต่างๆ งดงามมาก การแต่งกายเข้าชมจะต้องสุภาพเรียบร้อย

          มาถึงหลวงพระบางทั้งที ต้องไปเดินเที่ยวชมเกสท์เฮ้าส์ต่างๆออกแบบน่ารัก ทุกอาคารจะถูกกำหนดให้สร้างไม่เกิน 2 ชั้น มีร้านกาแฟและขนมอร่อยมากมาย ยามค่ำก็ต้องเดินไนท์ มาร์เก็ต หรือจะทานบุฟเฟ่ต์แบบนักท่องเที่ยว ทานอะไรก็ได้ ตักได้เต็มชามราคาประมาณ 70 บาท

     

 

          ลองมองหาที่เที่ยวใหม่ๆที่คนไทยไม่ค่อยไปกันนัก นั่นก็คือน้ำตก ซึ่งหลวงพระบางมีน้ำตกตาดแส้ สีน้ำสวยงามมาก เขียวใส และมีปางช้างอยู่ในบริเวณนั้น เราจะเห็นช้างดำผุดดำว่ายมีนักท่องเที่ยวอยู่บนหลัง สนุกไปอีกแบบ

            

 

เมืองต่อมาเดินทางจากหลวงพระบางไปวังเวียง ตลอดทางเป็นแนวเขาสูงชัน สวยงามมาก จนถูกเปรียบเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียเลยทีเดียว วังเวียงหรือ “กุ้ยหลินเมืองลาว” เมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทิวเขา สายน้ำซอง ไร่นาแบบขั้นบันได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างแวะเวียนกันมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย ตัวเมืองถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและแม่น้ำ ชมทัศนียภาพอันงดงามของทิวเขาที่สลับกัน เหมาะจะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะผาตั้ง สัญลักษณ์ของเมืองนี้มีความสวยงามมาก

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวลาวในชนบท เช่น เผ่าลาวสูง, ลาวเทิง, ลาวม้ง และไทลื้อ ส่วนกิจกรรมของเมืองแอดเวนเจอร์แห่งนี้ ต้องไปชมถ้ำจัง นั่งเรือเที่ยวแม่น้ำซอง และไปโดดน้ำที่บลูลากูน ธารน้ำสีเขียวใส หรือจะขึ้นบอลลูนเที่ยว เมืองนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงมีที่พัก ร้านอาหาร ร้านอินเทอร์เน็ต ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวเปิดให้บริการอย่างคึกคัก

เมืองสุดท้ายในลาวคือเวียงจันทน์ เมืองหลวงที่สวยงาม กับเวลาที่ไม่มากนัก นอกจากการเที่ยวชมตัวเมืองแล้ว ต้องแวะที่ดิวตี้ฟรีติดชายแดนไทย สินค้าต่างๆถูกมาก แล้วข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 (เวียงจันทน์-หนองคาย) กลับเข้าไทย ก่อนเดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่จังหวัดอุดรธานี แวะชมหมูยอแหนมเนือง

ไทย-ลาว จะเชื่อมโยงทางการท่องเที่ยวกันอย่างคึกคักเมื่อเปิดประตูเออีซี

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคเหนือและวินวินสมายล์ที่เชิญไปในทริปนี้

 




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2558 8:32:09 น. 3 comments
Counter : 2033 Pageviews.  

 
น่าเที่ยวมากครับ




โดย: แซงค์ (ชายคาตะวัน ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:24:11 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2558 เวลา:2:44:27 น.  

 
เมืองลาว ถ้าให้เลือกว่าอยากไปที่ไหนมากที่สุดก็คงไม่ลังเลที่จะตอบเลยว่า...วังเวียง! หนึ่งเดียวในใจค่ะ


โดย: รักสายหมอก (รักสายหมอก ) วันที่: 13 ธันวาคม 2558 เวลา:11:17:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14


 
travelistaนักเดินทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




นักข่าวสายท่องเที่ยว ผู้มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ปัจจุบัน คอลัมนิสต์ คมชัดลึกและมติชน เดินทางครบทุกจังหวัดในประเทศไทยและมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เขียนพ็อกเก็ตบุ๊คท่องเที่ยวไทยมาแล้วกว่า 25 เล่ม
[Add travelistaนักเดินทาง's blog to your web]