365วันของฉันมีแต่เรื่องการเดินทาง
 
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
16 กรกฏาคม 2558

อยู่อย่างไรให้ตายช้า นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ เจ้าตำรับต้านมะเร็ง

เมื่อหลายปีก่อน ดิฉันได้มีโอกาสสัมภาษณ์นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ เจ้าตำรับมะเร็งชื่อดัง ที่มีอายุเกิน 90 ปี แม้วันนี้ท่านจะจากไปนานแล้ว แต่ยังคิดถึงบทสัมภาษณ์ของท่าน และเคล็ดลับแบบสุดยอดของอายุยืนลองมาติดตามกันนะคะ

 

 “ เคล็ดลับของการรับประทานอาหารจนสุขภาพดี อายุยืนยาวถึง 90 ปีนั้น เนื่องจากเป็นเด็กบ้านนอกก็มักจะชอบอาหารบ้านนอกได้แก่ น้ำพริก ปลาร้า แกงป่า แกงส้ม ฯลฯ  โดยเฉพาะ สะเดา น้ำปลาหวานจะชอบมากเป็นที่สุด และส่วนปรุงของอาหารได้แก้ หัวและเหง้าต่างๆ ได้แก่ หอม กระทียม ขิง ข่า ตระไคร้ และผักชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ กะเพรา  โหระพา ต้นหอม ผักชี เป็นต้น จะเห็นได้ว่าอาหารที่กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นสมุนไพรทั้งนั้น”

 

 “ผมยึดหลัก อาหาร ออกกำลังกาย (ให้ออกซิเจนมาก) และอารมณ์ ผมจะไม่มีอารมณ์เกรี้ยวกราดกับใคร นอกจากเวลาลูกน้องของผมทำไม่ดีกับคนไข้ผมจะมีอารมณ์บ้าง แล้วก็แล้วไป ไม่ค่อยสนใจ ไม่เคยถือโทษโกรธใครและอาฆาตผู้ใด ผมมีคติของผมว่า ถ้าไม่ทำดีในแดนดิน จะถวิลถึงสวรรค์นั้นอย่าหา ซึ่งจำมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ และผมก็เติมว่า ถ้าไม่มีน้ำใจให้อุรา ท่านจะหาน้ำใจจากใครได้”

 

อาจจะมีหมอเพียงไม่กี่คนในเมืองไทย ที่ด้วยวัยถึง 90 ปีแล้ว แต่ท่านก็ยังทำงานเป็นหมอรักษาผู้คนอยู่

          นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ หรือที่ใครๆขนานนามว่า “หมอเทวดา”  เพราะกำราบโรคร้ายๆ อย่างมะเร็งได้จนราบคาบ ด้วยชื่อเสียงที่เลื่องลือทำให้ทุกวันนี้ มีผู้ป่วยแห่มารักษากับหมอสมหมายถึงวันละกว่า 200 คน เริ่มการรักษาตั้งแต่เช้ายันค่ำ แทบไม่น่าเชื่อว่าด้วยวัยที่ควรพักผ่อน แต่คุณหมอกลับดูแลคนไข้ทุกคนทั้งให้การรักษาและกำลังใจแบบไม่เหน็ดเหนื่อย

 

            ผู้ป่วยบางคนแม้ยังไม่ถึงคิวก็ขอมาก่อนข้ามวัน เพื่อให้เห็นหน้าคุณหมอและวิธีการรักษาก็ยังดี ชื่อเสียงคุณหมอที่เป็นที่รำลือทุกวันนี้ นอกจากด้วยความสามารถอันเต็มเปี่ยมแล้ว ยังมาจากจิตใจอันดีงามของคุณหมอ มีเงินก็คิด ไม่มีก็ไม่คิด จนชื่อเสียงโด่งดังไปถึงเมืองนอกเมืองนา มีชาวต่างชาติมารักษาจำนวนหนึ่ง

 

            เส้นทางเดินของคุณหมอ ซึ่งบอกว่าอย่าเรียกตนว่าเป็นหมอเทวดา แต่เป็นแค่ “หมอธรรมดา”  เริ่มทดลองใช้สมุนไพรรักษาโรคมะเร็งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2512 จนประสบความสำเร็จในปี พ.ศ.2520 จึงได้ลาออกจากราชการมาเพื่อรักษามะเร็งโดยเฉพาะ ด้วยแนวทางการผสมผสานระหว่างยาสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบัน

 

              “ ขณะที่ผมเป็นศัลยแพทย์อยู่ ร.พ. ศิริราช ได้สนใจในการรักษาโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก  เพราะอยู่แผนกศัลยกรรม พบว่าการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งหายยากมาก เมื่อผ่าคนไข้มะเร็งไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะใดก็ดี มักจะไม่ค่อยได้ผลดี  โดยมากผ่าแล้วมะเร็งมักจะงอกกลับคืนมาอีก ไม่ว่าจะผ่าตัดแล้วร่วมกับรังสีรักษาหรือไม่ก็ตาม ขณะนั้นยังไม่มีการใช้เคมีมาร่วมในการรักษาโรคมะเร็งในขณะนี้”

 

                ด้วยเหตุผลที่ว่านี้ทำให้ตัวหมอก็เรียนเภสัชบัณฑิตย์มา และได้เหรียญทองอีกด้วย น่าจะใช้ความรู้จากการเรียนเรื่องสมุนไพรไทยมา แล้วขวนขวายหาสมุนไพรไทยมาร่วมในการรักษามะเร็งร่วมกับแผนปัจจุบัน

 

                ดังนั้นเมื่อมารักษาราชการเป็นนายแพทย์ ผู้อำนวยการ รพ.สิงห์บุรี นายแพทย์สมหมายจึงพยายามหาสูตรยาหม้อสมุนไพรมาร่วมในการรักษามะเร็ง จนกระทั่งได้ยาหม้อสมุนไพรตำหรับที่ใช้อยู่ขณะนี้มาร่วมกับแผนปัจจุบัน ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในการรักษามะเร็งและได้มอบตำหรับนี้ให้กับสภาค้นคว้าองค์การเภสัชโดยเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นสมบัติของชาติไทยในอนาคต

 

ยาสมุนไพรที่ทดลองศึกษามานาน ประกอบด้วยสมุนไพรหลายอย่าง หลังยกสูตรยานี้ให้องค์การเภสัชไป หมอสมหมายบอกว่า “แทนที่สูตรยาจะตายไปกับผม แต่ตอนนี้ไม่แล้ว สมุนไพรนี้จะยังอยู่ จะมีคนรับไปต่อยอดจากผมอีกที”

 

เปลี่ยนความตั้งใจเดินหน้ารักษาต่อแม้อายุ 90 ปีแล้ว

 

            เมื่อผู้ป่วยเดินเข้ามาในคลินิก การรักษาของหมอสมหมายจะเริ่มตั้งแต่การพูดคุย สอบถามอาการ หากเป็นระยะเริ่มต้นก็มีโอกาสรักษาหาย บางรายอาการหนักมาก ก็พยายามอย่างที่สุดที่จะเยียวยายืดเวลาชีวิตออกไป

 

            ด้วยความตั้งใจรักษาผู้คนอย่างไม่ได้เห็นแก่เงินทอง หากรักษามะเร็งหรือโรคร้ายอื่นๆในโรงพยาบาลมีชื่อทั่วไป ค่ารักษาคงไม่น้อยกว่าหลักหมื่นหรือหลักแสน แต่ที่นี่ใครมีก็จ่าย ไม่มีก็ไม่ต้อง นพ.สมหมาย กล่าวติดตลกว่า ใครนั่งรถเบนซ์มา ก็แพงหน่อย ใครไม่มีตังค์มา ก็ให้ฟรี

 

            จากความตั้งใจครั้งแรกที่ว่า เมื่ออายุครบ 90 ปี หมอสมหมายจะหยุดการทำงานรักษาคนไข้ และไปเดินเล่นที่สวนบ้านอัศวิน  ทองประเสริฐ ตั้งแต่เช้า – เย็น แต่บัดนี้ความตั้งใจนั้นต้องล้มเลิกไป เพราะเมื่อได้ออกทางทีวีทั้งช่อง 3 และช่อง 5 แล้ว คนป่วยมะเร็งได้ไปหาหมอเป็นจำนวนมาก ต้องตรวจคนไข้ตั้งแต่ 06.30 น.ถึง จนมืดค่ำ “ผมไม่เคยท้อเลยกลับมีความสุขเสียอีกที่ได้ช่วยให้คนป่วยที่สามารถช่วยได้ทั้งการรักษา การให้คำปรึกษา และให้กำลังใจผู้ป่วย”

           

 

            หมอสมหมายบอกว่า ฉะนั้นตัวเองคงต้องทำงานต่อไปจนกว่าจะทำไม่ไหว ขณะแม้ป่วยให้น้ำเกลืออยู่คนป่วยมาหาก็ยินดีรับแล้วตรวจให้ สำหรับตัวหมอแล้วคนไข้ต้องเป็นอันดับหนึ่ง ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา “เราไม่ชอบอย่างใดคนป่วยก็ไม่ชอบอย่างนั้น ผมต้องอดทนทุกอย่างเพื่อผู้ป่วย”

 

            ก่อนจะขยายความเสริมว่า “รักษามาเกือบ 40 ปี มีพอกินพอใช้ แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้น มันอยู่ที่ใจ ได้น้ำใจ ได้ทางความรู้สึก แค่นั้นพอแล้ว”

 

เปิดเคล็ดลับอายุยืน 90 ปี

 

             คุณหมอสมหมายได้กล่าวถึงเคล็ดลับของการมีอายุยืนยาว 90 ปีที่จนบัดนี้ก็ยังแข็งแรง รักษาคนไขได้วันละกว่า 10 ชั่วโมงว่า  อาจจะเป็นโชคดีที่เกิดมาในตระกูลที่มีเงินและมีชื่อเสียงของจังหวัดสิงห์บุรี รวมทั้งมีพี่ชายชื่อ ศจ.พต.นพ.ประจักษณ์  ทองประเสริฐ โดยพี่ชายนำตนมาอยู่ใน รพ. ศิริราช ตั้งแต่อายุได้ 6 ปี และส่งให้ตนเรียนโรงเรียนประจำ ชื่อ โรงเรียน เซ็นต์ปีเตอร์ อยู่ถนนสี่พระยา  จนกระทั่ง พ.ศ.2479 จึงได้ย้ายมาเรียนยัง โรงเรียนอำนวยศิลป์ อยู่ปากคลองตลาด และเป็นลูกศิษย์ที่ครูพา ไชยเดช ซึ่งล่วงลับไปแล้วรักตนมาก การเรียนของหมอสมหมายจึงราบรื่นจนกระทั่งสำเร็จแพทย์ และไม่เคยลำบากเลยในชีวิต

 

ด้วยเหตุนี้สุขภาพจิตของผมจึงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก สำหรับสุขภาพร่างกายนั้น ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายโดยเฉพาะการออกกำลังกายมักเป็นการออกกำลังกายในการขุดดิน ทำสวน ปลูกและรดน้ำต้นไม้ด้วยตนเอง

 

ส่วนเคล็ดลับของการรับประทานอาหารจนสุขภาพดี อายุยืนยาวนั้น เนื่องจากเป็นเด็กบ้านนอกก็มักจะชอบอาหารบ้านนอกได้แก่ น้ำพริก ปลาร้า แกงป่า แกงส้ม ฯลฯ  โดยเฉพาะ สะเดา น้ำปลาหวานจะชอบมากเป็นที่สุด และส่วนปรุงของอาหารได้แก้ หัวและเหง้าต่างๆ ได้แก่ หอม กระทียม ขิง ข่า ตระไคร้ และผักชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ กะเพรา  โหระพา ต้นหอม ผักชี เป็นต้น จะเห็นได้ว่าอาหารที่กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นสมุนไพรทั้งนั้น

 

อาหาร-ออกซิเจนสูตรแห่งอายุยืน

 

             หมอสมหมายยังแนะนำว่า หากอยากทราบเรื่องเคล็ดลับอายุยืนน่าจะไปถามคุณหมอ เฉก ธนะศิริ เพื่อนของตนมากกว่า เพราะคุณหมอเฉกท่านตั้งใจจะมีอายุยืนให้ถึง 120 ปี

 

“ สำหรับตัวผมนั้นผมยึดหลักดังกล่าวคือ อาหาร ออกกำลังกาย (ให้ออกซิเจนมาก) และอารมณ์ ผมจะไม่มีอารมณ์เกรี้ยวกราดกับใครนอกจากเวลาลูกน้องของผมทำไม่ดีกับคนไข้ผมจะมีอารมณ์บ้าง แล้วก็แล้วไป ไม่ค่อยสนใจ ไม่เคยถือโทษโกรธใครและอาฆาตผู้ใด พยายามทำดีกับคนทั่วไป อะไรที่ช่วยผู้อื่นและสังคมได้ผมก็จะช่วยเท่าที่จะทำได้ ผมมีคติของผมว่า ถ้าไม่ทำดีในแดนดิน จะถวิลถึงสวรรค์นั้นอย่าหา ซึ่งจำมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ และผมก็เติมว่า ถ้าไม่มีน้ำใจให้อุรา ท่านจะหาน้ำใจจากใครได้ ”

 

นอกจากนี้หมอสมหมายยังโชคดี ที่บังเอิญไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอย่างใดนอกจากไข้หวัด ท้องเสีย แต่อายุ 90 ปีแล้วก็ย่อมมีโรคคนแก่ ได้แก่ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

 

อีกเรื่องคืออารมณ์ ซึ่งเตี่ยและแม่ได้สอนหมอตั้งแต่เด็กว่าให้พยายามอยู่ในศีล 5 และให้ถืออุเบกขาเป็นประจำ ฉะนั้นไม่ว่าหมอจะถูกนินทา ก็ไม่โต้ตอบปล่อยให้เงียบไปเอง รวมทั้งเมื่อมาอยู่สิงห์บุรี ได้รับเด็กไว้เลี้ยงดูเป็นจำนวนมาก ตนก็ไม่เคยทวงบุญคุณกับผู้ใดเลย เด็กที่เลี้ยงไว้ขโมยเงินทอง ตนก็ไม่เคยดุด่า ใช้การโทษตัวเองว่าตัวเอาเขามาเลี้ยงเอง ถ้าเราไม่เอามาเลี้ยงก็จะไม่มีเรื่องเดือนร้อนเช่นนี้ ทำให้สบายใจ ไม่มีความกังวล ไม่มีอารมณ์เสีย ทำให้สบายใจอายุยืน

 

สมุนไพรไทยชูธงดันไทยศูนย์กลางการแพทย์

 

            นับแต่มีข่าวหมอสมหมายปรากฏออกไป ทำให้มีสื่อต่างๆเผยแพร่ข่าวจำนวนมาก หมอสมหมายบอกว่าก่อนที่ตนจะออกทีวี ก็มีชาวต่างชาติมารักษาเหมือนกันแต่ไม่มาก พอออกทีวีแล้ว ก็มีชาวต่างชาติเท่าที่จำได้ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มี คนสิงคโปร์ มาเลเซีย เขมร ลาว ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และอินเดีย สำหรับทางยุโรปก็มีเป็นบางประเทศและอเมริกาก็มีคนไทยที่อาศัยอยู่

 

ตอนนี้ตนมองเห็นว่าสมุนไพรไทยนั้น สามารถรักษาคนไข้ได้จริง อยากแนะนำให้แพทย์แผนปัจจุบันทั้งหลาย หันมาใช้สมุนไพรสูตรที่ตนใช้อยู่ร่วมกับแผนปัจจุบันเท่านั้น ก็สามารถจะช่วยชีวิตคนไทยได้อีกเป็นจำนวนมาก ก่อนทิ้งท้ายว่า “ผมไม่ทราบว่าความฝันของผมจะเป็นจริงได้ก่อนที่ผมจะจากโลกนี้ไป ไม่ใช่มายกย่องหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว ดังที่ยกย่องท่านที่ล่วงลับไปแล้วเหมือนขณะนี้ “

 

หมอสมหมายจึงเป็นอีกหมอที่โลกยกย่อง ด้วยความเป็นทั้งหมอที่มีคุณธรรม มีความเพียรพยายาม มุ่งมั่นต่อการรักษาคนไข้ จนยากจะหาใครเสมอเหมือน

 

เส้นทางนายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ

 

            นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ เป็นคนจังหวัดสิงห์บุรี เกิดเมื่อ 27 ธันวาคม 2464 จบการศึกษาเภสัชศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบแพทยศาสตรบัณฑิตเหรียญทอง จากโรงพยาบาลศิริราช  ในระหว่างศึกษาได้ทำงานในร้านขายยาเพื่อส่งเสียตัวเอง กระทั่งสำเร็จการศึกษาในปี 2494  เคยเป็นแพทย์ประจำตัว จอมพล ป.พิบูลสงคราม

 

            นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ สนใจที่จะค้นคว้าสมุนไพรในการรักษาโรคมะเร็งมาก เนื่องจากโรคอื่น ๆ มีวิธีที่จะรักษาให้หายได้ แต่โรคมะเร็ง คือโรคที่รักษาให้หายขาดได้ยาก

 

ช่วงที่ นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ ทำงานอยู่ประจำที่โรงพยาบาลศิริราช ได้เป็นผู้ก่อตั้งธนาคารเลือดให้กับโรงพยาบาลศิริราชขึ้น หลังจากนั้น นพ.สมหมาย ทองประเสริฐ ก็แล้วย้ายไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านเกิดมาเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี ด้วยความต้องการจะดูแลคุณแม่ ไปพร้อม ๆ กับการทำงานที่ตั้งใจ

 

            ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยกับงานที่ทำทุกวันนี้ นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ ไม่เคยย่อท้อต่อการรักษาโรคร้าย และให้ชีวิตใหม่กับผู้สิ้นหวัง  และยังไม่ได้เกษียณตัวเองแม้จะอายุ 90 ปี ด้วยความต้องการรักษาคนไข้ซึ่งหมดที่พึ่ง และได้นำสูตรสมุนไพรที่คิดค้นไปเผยแพร่ให้กับองค์การเภสัชกรรม เพื่อนำไปผลิตและจำหน่ายให้กับผู้ป่วย โดยคาดว่าจะจำหน่ายได้ในปี พ.ศ.2555

 

สาธิตา โสรัสสะ รายงาน

 

ปัจจุบันคลีนิคของท่านมีลูกชายดูแล

 

931 ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

 

โทร 036- 511-066 , 086-1235-599

 

 

 

 

 




Create Date : 16 กรกฎาคม 2558
Last Update : 16 กรกฎาคม 2558 20:24:14 น. 1 comments
Counter : 2607 Pageviews.  

 
ผมเคยพาแม่ไปรักษากับหมอสมหมายครับ
ตอนนั้นมีคนไข้มากมายมารักษา
ผมยังจำบรรยากาศได้ดี นับว่าคุณหมอ สมหมาย เป็นบุคคลากร ที่ควรยกย่องเป็นอย่างยิ่ง


โดย: แซงค์ (ชายคาตะวัน ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2558 เวลา:22:02:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14


 
travelistaนักเดินทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




นักข่าวสายท่องเที่ยว ผู้มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ปัจจุบัน คอลัมนิสต์ คมชัดลึกและมติชน เดินทางครบทุกจังหวัดในประเทศไทยและมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เขียนพ็อกเก็ตบุ๊คท่องเที่ยวไทยมาแล้วกว่า 25 เล่ม
[Add travelistaนักเดินทาง's blog to your web]