365วันของฉันมีแต่เรื่องการเดินทาง
<<
มิถุนายน 2559
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
6 มิถุนายน 2559

9 ที่เที่ยว-กินเส้นทางจากอุบลสู่จำปาสักเยือนมรดกโลกวัดพู







           

 มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวจากอุบลราชธานีไปสู่เมืองปากเซ แขวงจำปาสักของลาว เรียกได้ว่าทั้งอุบลและปากเซมีเสน่ห์คล้ายกัน เป็นเมืองแห่งความสงบ เรียบง่าย มีธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งยังอนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงไว้ได้อย่างดี

 

ทั้ง 2 เมืองจึงน่าท่องเที่ยวมากๆ อุบลมีแก่งหินตามลำน้ำโขง ปากเซ "ลาว" ก็มีน้ำตกและภูเขา ผู้คนน่ารัก  เพราะทั้ง 2 เมืองเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวแบบนี้ นักเที่ยวอย่างเราๆท่านๆ ยิ่งไม่ควรพลาด ไปสัมผัสกับ 10 ที่น่าเที่ยว ที่ Travelista นักเดินทางเพิ่งไปทริปมา สนุกและมีสีสันมากๆ

 

1 หาดชมดาว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะประทับใจในความงามของหินรูปร่างแปลกตาของสามพันโบก แต่ก็มีอีกแห่งที่มีความงามไม่แพ้กัน นั่นคือหาดชมดาว หรือบางคนเรียกแก่งชมดาว

 

หาดชมดาว หรือแก่งชมดาว นี้ มีลักษณะใกล้เคียงกันกับสามพันโบก อยู่ในบริเวณหมู่บ้านโนนตาล ตำบลนาตาล อำเภอนาตาล

 

จุดเด่นสำคัญของหาดชมดาว อยู่ที่หินหลากหลายรูปทรง และทิวทัศน์ที่มีความสวยงามของแม่น้ำโขง บริเวณหาดมีแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง ซึ่งในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินเหล่านี้จะจมอยู่ใต้แม่น้ำโขง และด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ทำให้แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็กใหญ่ และรูที่มีรูปทรงต่างๆจำนวนมาก

 

บางคนเรียกที่นี่ว่าแกรนด์แคนยอนเมืองไทย กับแก่งหินที่ถูกกัดเซาะ จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตา บางช่วงมีแอ่งน้ำ เขาว่าให้รอจนกลางคืนเพื่อนับดาวกันที่นี่เหมือนชื่อกันเลยทีเดียว

 

2 น้ำตกลงรู หรือ"น้ำตกแสงจันทร์"  น้ำตกลงรูหนึ่งเดียวในเมืองไทย ที่เคยได้รับเลือกเป็นอันซีนไทยแลนด์  อยู่ที่ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม

 

"น้ำตกลงรู " ซึ่งเรียกตามลักษณะของสายน้ำที่ตกผ่านลงรูหิน ส่วนที่มาของชื่อน้ำตกแสงจันทร์นั้น เรียกตามสายธารน้ำตก ที่โปรยละอองผ่านช่องหินลงมาเป็นสีขาวนวลคล้ายแสงจันทร์โดยเฉพาะในวันเพ็ญ ที่แสงจันทร์จะสาดส่องมาตรงรูหินพอดี บางมุมถ่ายออกมารูนั้นก็คล้ายรูปหัวใจ

 

แต่ช่วงที่เราไปเป็นช่วงเพิ่งเข้าสู่หน้าฝน และปีนี้ค่อนข้างแล้ง ก็เลยมีน้ำลอดรูมาเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เห็นเป็นสายน้ำ ไว้ต้องรอช่วงกลางฤดูฝนไปแล้ว คงมีน้ำเพิ่มอีกเยอะ

 

3 ชิมหมูยอดาวทองและก๋วยจั๊บเจ๊เรียน หากจะพูดถึงของฝากเลื่องชื่อของ “เมืองดอกบัวงาม” จ.อุบลราชธานี คงจะหนีไม่พ้นหมูยอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อหาอยู่หลากหลายร้านจนแทบเลือกไม่ถูก

 

แต่ร้านดังที่ขายหมูยออุบลฯ มีเสียงชื่อโด่งดังมาช้านาน อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวจังหวัดอุบลราชธานีว่าหมูยอร้านนี้มีความอร่อยโดดเด่นก็คือ “หมูยอดาวทอง” เป็นร้านขายหมูยอเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่บน ถ.ศรีณรงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ใกล้กับสวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง

 

 มีทั้งหมูยอแท่งใหญ่ห่อใบตอง หมูยอแผ่นโตในห่อพลาสติก ที่มีแบบ หมูล้วน ,เห็ดหอมและหมูยอหนัง อร่อยมากๆ โดยเฉพาะรสพริกไทยดำ เรียกว่าเผ็ดร้อนอยู่ในคอเลยทีเดียว

 

จากนั้นไปทานร้านเจ๊เรียน ที่ขายก๋วยจั๊บคือข้าวเปียกเส้น เป็นอาหารเวียดนามอยู่เยื้องกับโรงเรียนอาเวมารีอา ทีเด็ดร้านนี้คือ พริกแห้งลอยในน้ำมัน ใส่หมูยอโรยหน้าในชาม ตามด้วยข้าวเกรียบปากหม้อ

 

 

4 ซาลาเปาพิบูลมังสาหาร ตลอดสองข้างทางของอ.พิบูลมังสาหาร จะมีแผงขายซาลาเปาพิบูลฯเยอะแยะไปหมด ซึ่งซาลาเปาพิบูลนี้ ถือว่าเป็นสินค้าโอท็อปของ อ.พิบูลฯ

 

ที่จริงแต่ละร้านก็รสชาติใกล้เคียงกัน แล้วแต่การโฆษณา บางร้านลังนึ่งซาลาเปาสูง 14-15 ชั้น แปลกตาเรียกแขกต้องแวะเข้าไปชิม

 

ซาลาเปาพิบูลฯ ของแท้ ดั้งเดิม จะมีอยู่ 3 ไส้เท่านั้น คือ ไส้หวาน (เนื้อไส้สีดำ) ไส้หน่อไม้ และไส้หมูสับ ปัจจุบันก็ยังทำขายเฉพาะสามไส้นี้เท่านั้น หากอยากชิมรสชาติของซาลาเปาพิบูลฯ ขอแนะนำร้านต้นตำรับแท้ๆ เชิงสะพานข้ามแม่น้ำมูล

 

5 ช้อปปิ้งที่ช่องเม็กแวะชิมกาแฟโบโลเวนดาวคอฟฟี่ จากฝั่งไทยเราข้ามผ่านชายแดนสู่สปป.ลาว ทางช่องเม็ก คือ ด่านชายแดน ไทย (อุบลฯ) - ลาว(ปากเซ ลาวใต้) จะทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวก็ได้ หรือใช้พาสปอร์ตก็ได้ หากจะทำบัตรผ่านแดนใช้เวลาทำบัตร ประมาณ 10-20 นาที (ไม่นาน)

 

            ขอแนะนำว่าเมื่อข้ามไปฝั่งลาว ให้เข้าไปช้อปปิ้งที่ดาวเฮืองดิวตี้ฟรี มีสินค้าหลากหลาย และนั่งทานกาแฟ หรือชาให้ชิลด์ๆที่ดาว คอฟฟี่ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มบริษัทดาวเฮือง (Dao Heuang Group) เป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดในประเทศลาว ด้วยความสมบูรณ์ด้านภูมิประเทศในการปลูกกาแฟสายพันธ์อาราบิก้าของที่ราบสูงโบโลเว่น

 

การปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และเทคนิคการปลูกกาแฟโดยชาวฝรั่งเศส พัฒนามาตั้งแต่ต้น ค.ศ.1900 บนที่ราบสูงโบโลเว่นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1200 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียสตลอดปี ดินภูเขาไฟเก่า อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุที่ต้นกาแฟต้องการ รวมถึงแหล่งน้ำจากธรรมชาติที่มีปริมาณมากตลอดทั้งปี

จึงทำให้กาแฟดาว (Dao Coffee) เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถส่งออกจำหน่ายไปยังกลุ่มประเทศยุโรป อเมริกา เอเชียตะวันออก

 

6 น้ำตกตาดฟาน-ตาดเยือง  ณ เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงาม เราจะพลาดไปเที่ยวได้อย่างไร

 

น้ำตกตาดฟาน เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในแขวงจำปาสัก เรียกอีกชื่อว่า น้ำตกดงหัวสาว (ฟาน แปลว่า เก้ง) จุดเด่นอยู่ตรงสายน้ำ 2 สายที่ไหลลงจากหน้าผาสูงราว 120 เมตร โดยสายน้ำทางซ้ายมือไหลมาจากห้วยผักกูด และทางขวามือเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติดงหัวสาว

มีจุดชมวิวที่ตั้งอยู่คนละฟากเขากับตัวน้ำตก ในระดับความสูงเท่าๆกัน จากตรงนี้สามารถชมวิวตัวน้ำตกในมุมสูงได้อย่างชัดเจน และในยามเช้ายังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกด้วย

น้ำตกตาดเยือง เป็นน้ำตกสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองปากซอง คำว่าว่าเยืองแปลว่าเลียงผา แม้จะเป็นน้ำตกขนาดกลางไม้สูงใหญ่เท่าตาดฟานก็ตาม แต่สามารถเข้าไปชมได้ใกล้ชิดถึงตัวน้ำตก

จุดเด่นที่น่าชมอยู่ที่สายน้ำสีขาวที่ไหลออกมาตามหน้าผากระทบโขดหินแตกเป็นละอองสีขาวตัดกับสีดำเข้มของโขดหิน ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและเป็นส่วนตัว

 

 ปากแม่น้ำเซโดน หรือแม่น้ำสองสี เป็นสายน้ำจากแม่น้ำเซโดนที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง จึงทำให้ความแตกต่างของสีของสายน้ำเซโดนที่มีสีออกน้ำตาล มาบรรจบกับสายน้ำโขงที่มีสีออกสีเขียว จึงเป็นสีที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้ขณะอยู่บนฝั่ง ประเทศลาว

 

จากช่องเม็กตรงไปยังปากเซเป็นระยะทางประมาณ 40 กม. ข้ามสะพานญี่ปุ่น-ลาว จากนั้นเลาะเลียบตัวเมือง ก็จะเห็นแม่น้ำเซโดน

 

8  ปราสาทวัดพู สุดยิ่งใหญ่อลังการกับปราสาทวัดพู โบราณสถานในประเทศลาว ซึ่งเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว เป็นเทวาลัยสร้างถวายพระศิวะเจ้า ตั้งอยู่บนเนินเขาภู หรือเรียกกันว่าภูควาย ห่างจากตัวเมืองเก่าจำปาสักประมาณ 6 กิโลเมตร

 

ลักษณะของปราสาทเป็นเทวสถานขอม คล้ายกับเขาพระวิหาร สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 12 ในสมัยของพระเจ้ามเหนทรวรมัน ถือว่าเป็นปราสาทหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเลยทีเดียว เก่าแก่กว่านครวัดในเสียมเรียบ กัมพูชา เสียอีก

 

9 ตลาดดาวเรือง เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก เป็นศูนย์การค้าของดินแดนลาวใต้ ตั้งโดยภาคเอกชนคือคุณดาวเรืองนั่นเอง ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวขนาดใหญ่ ภายในอาคารมีสินค้าพวกเสื้อผ้า เครื่องเงิน กระเป๋า และของใช้ต่างๆ มากมาย

 

 ส่วนรอบนอกอาคารเป็นสินค้าทางการเกษตร ประเภทข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตร  รวมทั้งพืชผักก็จะวางขาย หรือกองขายตามทางเดินรอบอาคาร

 

ขอบคุณ คุณ “วิภาดา วัฒนะภูติ”  นักธุรกิจสาวไทยที่เปิดโรงแรมทั้งในไทยและปากเซ พาสื่อมวลชนเกือบ 10 คน ร่วมในทริปสนุกสนานนี้

 

ในฝั่งไทยเรือนวิภาดา ตั้งอยู่ที่ 27 ม.15 ต.บ้านท่าช้าง อ.สว่างวีรวงศ์ อุบลราชธานี ริมถนนสายวาริน-พิบูล กม.17 โทร 081-8258358 หรือ noivipada555@yahoo.com 

 

ในฝั่งลาว ที่ปากเซ โรงแรมเลอ จาแดง (Le Jardin Hotel de Pakse) ตั้งอยู่ที่  001 unit 01 Phonsavanh village,Pakse District ,Champasak Province , LAO PDR  Tel NO 856(0) 309463324

 

Line ID noivip0507

 

ติดตามข่าวสารแวดวงท่องเที่ยวได้กับ บล็อกเกอร์ Travelista นักข่าวสาวที่อยู่ในวงการท่องเที่ยวกว่า 30 ปี Facebook Fanpage Travelista นักเดินทาง

*** คุณวิภาดาเจ้าของโรงแรมทั้ง 2 แห่งให้อีเมล์ติดต่อเพิ่มที่ we@lejardindepakse.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 06 มิถุนายน 2559
Last Update : 7 มิถุนายน 2559 7:28:48 น. 3 comments
Counter : 2995 Pageviews.  

 
แวะมาชมค่ะ กำลังคิดอยากไปเที่ยวลาวอยู่ค่ะ


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 6 มิถุนายน 2559 เวลา:21:17:56 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 7 มิถุนายน 2559 เวลา:2:30:34 น.  

 
เคยไปแต่ลาวเหนือหลวงพระบาง แต่ลาวใต้ก็น่าสนใจดีครับ น่าจะเน้นไปทางน้ำตก รอน้ำมาซักหน่อยก่อนแล้วค่อยลุยตามไป


โดย: ไอฟายน้อย (Ces ) วันที่: 11 มิถุนายน 2559 เวลา:8:42:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14


 
travelistaนักเดินทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




นักข่าวสายท่องเที่ยว ผู้มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ปัจจุบัน คอลัมนิสต์ คมชัดลึกและมติชน เดินทางครบทุกจังหวัดในประเทศไทยและมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เขียนพ็อกเก็ตบุ๊คท่องเที่ยวไทยมาแล้วกว่า 25 เล่ม
[Add travelistaนักเดินทาง's blog to your web]