อยู่คนเดียวระวังจิต...อยู่กับมิตรระวังวาจา...
 
 

ITaLY -> FLoReNCe

FLoReNCe เมืองหลวงแห่งทัสคานี... เห็นใครต่อใครบอกว่า FLoReNCe เป็นเมืองที่สวยงามมากๆ เราก็เลยขอไปด้วยคน หลังจากเอาสัมภาระเก็บที่โรงแรมเรียบร้อย เราก็เริ่มตะลุยกันเลยเพราะที่นี่เรามีเวลาน้อย เพียงแค่คืนเดียว แถมมาถึงเอาบ่ายแก่ๆ จะไปไหนก็คงได้ไม่มากนัก

พอเดินซอกแซกในเมืองไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มรู้สึกหลงมนต์เสน่ห์ของ FLoreNCe โดยไม่รู้ตัว ถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กๆแต่ FLoReNCe ก็มีทุกสิ่งที่คุณต้องการทั้งแหล่งช็อปปิ้ง สถาปัตยกรรมเก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ โบสถ์ ซึ่งบรรยากาศโดยรวมแล้ว ขอบอกว่าโรแมนติคมากๆสมคำร่ำลือจริงๆ เสียดายที่เรามีเวลาที่นี่น้อยไปหน่อยเลยยังไม่ได้ไปอีกหลายที่ แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าหากได้มาครั้งหน้า เราจะกลับมาแก้ตัวอีกแน่นอน....

บรรยากาศในรถไฟ + โรงแรมที่เราพักใน FLoReNCe



เดินเที่ยวในเมือง + DuoMo...



ต่อๆ......






 

Create Date : 28 สิงหาคม 2553   
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 15:36:56 น.   
Counter : 170 Pageviews.  


ITaLY -> VeNiCE

VeNiCE เป็นเมืองอีกเมืองนึงในฝันที่เคยคิดไว้ว่า ต้องไปให้ได้ซักครั้งในชีวิต แต่ไม่เคยคิดว่า จะได้ไปในทริปนี้ เนื่องจากตอนแรกเรา Plan ไว้ว่าแค่ไปเยี่ยมคุณสามีที่สวิสเท่านั้น แต่คุณสามีที่รักบอกว่าไหนๆก็มาถึงสวิสแล้วไม่ไปก็เสียดายเพราะไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไหร่ เราจึงเพิ่มทริป ITaLY เข้ามาด้วย...

เรายังคงเลือกใช้บริการโดยรถไฟเหมือนเดิม เพราะสะดวกสบาย แถมสบายกระเป๋า เลยถือโอกาสนั่งชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ...

บรรยากาศของโรงแรมที่เราพักใน VeNiCE



ตะลุย VeNiCE กันดีกว่า...



ต่อ....



อำลา VeNiCE มุ่งสู่จุดหมายต่อไป FLoReNCe....




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2553   
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 13:57:31 น.   
Counter : 118 Pageviews.  


SWiSS -> BuRN - ZeRMaTT - MaTTeRHoRN

Zermatt เมืองเล็กๆน่ารักและอบอุ่น เป็นที่ตั้งของยอดเขา Matterhorn อันเลื่องชื่อ หากคุณมาถึงสวิส ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด อันที่จริงแล้วคุณสามารถเที่ยวเมืองเล็กๆแห่งนี้ได้ภายในวันเดียว แต่เพียงแค่ก้าวแรก...ที่เหยียบมาถึง ก็ทำให้โปรแกรมของชั้นต้องเปลี่ยนแปลง...

แม้ว่าเรามากันถึงเมือง Zermatt แห่งนี้กันตอนเกือบๆเที่ยงคืนด้วยรถไฟเที่ยวสุดท้ายจาก Interlaken อันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมากกกกกกกก สิ่งแรกที่อยากทำเมื่อเข้าพักที่โรงแรมก็คือ อาบน้ำและรีบเข้านอน เพราะเหนื่อยสุดๆกับการเดินทาง และไหนจะหลงขบวนรถไฟอีก ทำให้เสียเวลารอรถไฟเที่ยวต่อไปเป็นชั่วโมง T__T
ตอนนั้นอยากบีบคอตัวเองที่ไม่ทำการบ้านมาให้ดีกว่านี้ ก็ในข้อมูลเค้าไม่เขียนให้ละเอียดนี่นา

พอมาถึง Zermatt ที่สถานีรถไฟตอนนั้น เงียบถึงเงียบมาก เราก็รีบขนสัมภาระลงจากรถไฟ และเดินมาตั้งหลักที่หน้าสถานี เหลียวซ้ายแลขวาว่าจะเริ่มจากไปทางไหนดีหว่า... ก็ได้ข้อสรุปที่ไม่ยากนัก เนื่องจาก ในเมือง Zermatt นั้น มีถนนสายหลักเพียงแค่สายเดียว เป็นถนนสายเล็กๆ ขนาดที่ว่าทางการไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้ามาวิ่งผ่านถนนเส้นนี้เด็ดขาด จะมีเพียงรถบรรทุกคันเล็กๆนิดเดียวที่ใช้แบตเตอรี่วิ่งส่งของตามโรงแรมและร้านอาหาร รถพวกนี้ไม่ใช้น้ำมัน คงเพราะเรื่องสิ่งแวดล้อม และที่เห็นเยอะคือรถม้า ใช้ม้าจริงๆวิ่ง มีตู้บรรทุกคนสำหรับให้คนนั่ง เป็นบริการของแต่ละโรงแรม ที่ไว้คอยรับส่งแขกจากโรงแรมไปสถานีรถไฟ คล้ายๆรถ Taxi บ้านเรา ถนนเส้นหลักนี้จะมีทั้งโรงแรมและร้านอาหารเรียงรายอยู่สองข้างทาง ตกแต่งสไตล์สวิสแท้ๆ เป็นชาเล่ท์ ( Chalet ) มีดอกไม้สีสันสดใสหน้าระเบียงไม้ทุกๆที่ แม้ว่าตอนนั้นจะเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ก็ยังมีร้านอาหารที่ยังมีคนนั่งกินดื่มกันอยู่ประปราย...

เราตัดสินใจถามจากคนที่เดินสวนมา และดูท่าทางจะเป็นคนท้องถิ่นว่า Hotel Derby อยู่ตรงไหน เนื่องจากตอนที่เราจองผ่าน website: booking.com เค้าบอกไว้ว่าอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 200 ม.เท่านั้น คำตอบที่ได้ก็คือ นั่นไงล่ะ อีกแค่ประมาณ 50 ม.เท่านั้น เออ..ใกล้จริงๆด้วยแฮะ ว่าแล้วก็รีบจ้ำอ้าวไปให้ถึงโรงแรมอย่างเร็วที่สุด

พอได้ขึ้นไปบนห้องก็ต้องประทับใจสุดๆ เพราะห้องกว้างใหญ่ สวย สไตล์สวิส เป็นแนวไม้ๆ ระเบียงไม้มีดอกไม้สีสันสดใส ห้องน้ำกว้างขวางอุปกรณ์ทัสมัยครบครัน หลังจากเสร็จภารกิจพวกเราหลับกันเป็นตาย ตื่นเช้ามาด้วยเสียงกระดิ่งกิ๊งๆๆๆๆๆ มาแต่ไกล เราเลยลุกออกไปดูหน้าระเบียง เห็นฝูงแพะภูเขาที่ชาวบ้านต้อนไปเลี้ยงบนภูเขาในตอนกลางวัน กำลังวิ่งผ่านถนนหน้าโรงแรม แพะทุกตัวจะแขวนกระดิ่งที่คอเป็นสัญลักษณ์ นักท่องเที่ยวต่างพากันถ่ายรูปฝูงแพะเหล่านี้กันสนุกสนาน เราสูดอากาศเข้าเต็มปอด ลมเย็นๆตอนเช้าปะทะหน้า จนบางครั้งรู้สึกหนาวสะท้าน เนื่องจาก เมือง Zermatt แห่งนี้อยู่ติดภูเขาที่บนยอดยังมีหิมะหลงเหลืออยู่แม้จะเป็นหน้าร้อนก็ตาม ขนาดน้ำในห้องน้ำหากไม่เปิดก็อกน้ำร้อนละก็จะสัมผัสกับน้ำเย็นแบบเดียวกับน้ำในตู้เย็น... ไม่ซิ... หากใครเคยเล่นน้ำตอนสงกรานต์ที่บ้านเราแล้วเจอน้ำที่มีน้ำแข็งก้อนใหญ่แช่อยู่ละก็ น้ำที่นี่ก็เย็นแบบเดียวกันนั่นแหละ เพราะเป็นน้ำที่ไหลจากภูเขาน้ำแข็ง....

ก่อนไป ZeMaTT เราแวะเที่ยวที่ BuRN กันก่อน...



บรรยากาศภายในห้องพัก...



เดินเล่นในเมือง ก่อนขึ้น MaTTeRHoRN....



บรรยากาศในเมืองเล็กๆ น่ารักที่แสนอบอุ่น..



เราเก็บภาพแห่งความทรงจำที่ ZeRMaTT ก่อนอำลาเมืองในฝันแห่งนี้ พร้อมกับสัญญากับตัวเองว่า หากมีโอกาสได้มาสวิสอีกครั้ง จะต้องมี ZeRMaTT เป็นหนึ่งใน List เมืองที่ต้องมาเยือนแน่นอน...




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2553   
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 0:41:13 น.   
Counter : 143 Pageviews.  


SWiSS -> INTeRLaKeN - GRiNDeLWaLD - LaKe THuN

วันที่ 3 ในสวิส เรา Plan กันว่าจะไป INTeRLaKeN แล้วไปค้างคืนกันที่ GRiNDeLWalD เมืองเล็กๆที่อยู่ใกล้กับยอดเขา Jungfrau ที่ได้ชื่อว่าเป็น Top of Europe ที่สุด

เรา Check Out จากที่พักแล้วเดินทางจาก ZuRiCH ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่รู้สึกเหมือนไม่นานเลย เพราะสองข้างทางมีอะไรๆให้ดูมากมาย ตื่นตาตื่นใจเราอีกแล้ว เส้นทางที่ผ่านบางช่วงเป็นเส้นทางสายสีทองหรือ Golden Pass Line ที่เป็นเส้นทางสายโรแมนติค มีความสวยงามมากๆราวภาพในฝันหรือในหนัง



ถึง INTeRLaKeN OST. ต้องเปลี่ยนรถไฟไปอีกสายนึงที่จะไป GRiNDeLWaLD เราแวะเก็บสัมภาระใบใหญ่ไว้ที่ล็อคเกอร์ เอาไปแค่กระเป๋าใบเล็กและของใช้จำเป็นสำหรับ 1 คืน ตั้งใจไปสัมผัสกับไอหนาวที่ใกล้กับยอดเขา Jungfrau ที่สุด



GRiNDeLWaLD เมืองเล็กติดยอดเขา Jungfrau -> Top of Europe สวย อากาศดี สมคำร่ำลือ เสียดายที่เรามาถึงดึกไปหน่อย เวลา 3-4 ทุ่มของที่นี่ ช่างเงียบเหงา อาจเป็นเพราะที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ คนส่วนมากจึงแวะค้างคืนกันที่ INTeRLaKeN คืนนี้เราหลับเป็นตายอีกตามเคย...
ตื่นเช้ามา เราก็ได้สัมผัสกับอากาศยามเช้าแบบเย็นซาบซ่า เหมือนเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำสุด พอออกมาที่ระเบียงนอกห้องก็เลยถึงบางอ้อ เพราะภูเขาที่รายรอบล้วนมีหิมะที่ยังละลายไม่หมดนั่นเอง
ที่สำคัญเมือง GRiNDeLWaLD แห่งนี้จะเปิดรับนักท่องเที่ยวแค่ช่วงหน้าร้อนเท่านั้น พอเข้าหน้าหนาวเมืองนี้จะกลายเป็นเมืองร้างทันที เพราะจะมีแต่หิมะเต็มไปหมดทั่วทุกหนแห่ง...



หลังทานอาหารเช้าที่โรงแรมและทำภารกิจส่วนตัวเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางกันต่อ จุดหมายต่อไปของเรา คือ ZeRMaTT ที่มียอดเขา MaTTeRHoRN สัญลักษณ์ของประเทศสวิส ที่เราเห็นใช้เป็นโลโก้ของสินค้าหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ช็อคโกแลต หรือแม้แต่บริษัทหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Paramount Picture
แต่แผนการเดินทางวันนี้มีรายการแทรกคือ เราต้องไปส่งคุณแม่สามีที่ BuRN ก่อน จากนั้นเราจะไป ZeRMaTT แล้วข้ามไปอิตาลี ตะลุยกันแค่ 3 คน พ่อแม่ลูก แล้วค่อยมาเจอกับคุณแม่สามีที่ Geneva ก่อนกลับเมืองไทย
ดังนั้น เราจึงเลือกเดินทางโดยการล่องทะเลสาบ THuN จาก INTeRLaKeN ไป BuRN เพื่อชมความงามอีกมุมนึงของสวิสที่ไม่ควรพลาด แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะทั้งสองข้างทางที่เรือผ่านช่างงดงามมากๆ ราวกับไม่ใช่ของจริง...



ถึง BuRN เราจัดการเรื่องตั๋วรถไฟให้คุณแม่สามีเรียบร้อย ก่อนพากันเดินเที่ยวในเมืองและช็อปปิ้งเล็กน้อย แล้วจึงวกกลับไปเอาสัมภาระจากล็อคเกอร์ที่ INTeRLaKeN OST. และเดินทางต่อสู่จุดหมายปลายทางของเรา ZeRMaTT.....




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2553   
Last Update : 27 สิงหาคม 2553 23:36:48 น.   
Counter : 139 Pageviews.  


SWiSS -> ZuRiCH - LuZeRN - PiLaTuS


ครั้งนี้เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกแบบข้ามทวีป โดยที่ไม่มีคุณสามีข้างกาย เพราะเค้ากำลังติดภารกิจที่สวิสอยู่แล้วโดยไม่มีกำหนดกลับ เราเลยตกลงกันว่าจะให้ชั้นพาลูกน้อยหอยสังข์บินไปหาปะป๊าที่โน่นและถือโอกาสเที่ยวไปด้วยเลย ชั้นจึงต้องจัดการทุกอย่างเองตั้งแต่เรื่องตั๋วเครื่องบิน วีซ่า ข้อมูลการท่องเที่ยวต่างๆ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงกำหนดวันเดินทาง



 


เราสองคนแม่ลูกเดินทางกันวันที่ 27 ก.ค. 52 เที่ยงคืนครึ่ง เจ้าจำปีลำใหญ่ก็พาเราออกเดินทางสู่ SWitZeRLaND แดนในฝัน.... โชคดีที่เป็นเวลานอนของตัวเล็กพอดี ชั้นเลยไม่ต้องเหนื่อยมากนัก พอถึงสนามบิน ZuRiCH หลังจากผ่าน ตม. แล้วเราก็พากันไปรับกระเป๋า เฮ้อ... มาถึงจนได้นะเรา เมื่อเดินออกมาเราก็เห็นคุณปะป๊ากับคุณย่า รอรับอยู่แล้ว...



 


 



 


หลังเมื่อทักทายกันจนหายคิดถึงเราก็พากันไปยังโรงแรมที่ได้จองไว้ ที่ web : sleepinzurich.com เป็น Host tel ขนาดไม่ใหญ่นักแต่สะอาดและสะดวกสบายมาก เหมาะสำหรับคนไทยอย่างเราๆที่ชอบพกอาหารสำเร็จรูปมาจากเมืองไทย อย่างพวกน้ำพริกคั่ว มาม่า ปลากระป๋อง และอีกสารพัด เพราะที่นี่มีครัวขนาดเล็กๆให้ใช้ได้ด้วย จึงถูกใจคุณแม่สามีมากๆ





 


หลังเก็บสัมภาระ เราก็พากันออกไปเดินสำรวจรอบๆที่พัก ซึ่งไม่ไกลจากป้ายรถ Tram และที่สำคัญมี Coop ซึ่งเป็น Supermarket ของที่นี่เหมือน 7-11 บ้านเรา เราพากันเดินไปเรื่อยๆจนถึงทะเลสาบ ZuRiCH ซึ่งในหน้าร้อนแบบนี้ก็ไม่แปลกเลยที่จะเห็นผู้คนพากันออกมาพักผ่อน นุ่งน้อยห่มน้อย นอนอาบแดดกันเต็มไปหมด แต่สำหรับชั้นกลับตื่นเต้นกับภาพทิวทัศน์ด้านหน้ามากกว่า เพราะมันเหมือนกับภาพถ่ายหรือภาพวาดในฝัน ที่เบื้องหน้าเป็นภูเขาเขียวขจีที่มีบ้านหลังน้อยใหญ่เรียงราย ตัดกับทะเลสาบ ซึ่งสวยงามมากๆ ราวกับในฝัน

 



 







เราเดินเล่นกันไปเรื่อยๆ ชิวๆ จนท้องเริ่มร้องอีกรอบจึงแวะหาร้านสบายๆนั่งSmiley ก่อนนั่งรถเมล์กลับที่พักSmiley  พร้อมๆกับหลับเป็นตาย เฮ้อ... ช่างเป็นวันที่ยาวนานนนนมากๆ




วันที่ 2 เรา Plan กันไว้ว่าจะไป LuZeRN - PiLaTuS



ตื่นเช้ามา หลังจัดการกับภารกิจส่วนตัวเรียบร้อย เราก็หาอะไรง่ายๆทาน เพื่อจะได้รีบออกเดินทางจะได้ไม่พลาดกับโปรแกรมที่วางไว้ วันนี้ตั้งใจไปยอดเขา PiLaTuS ที่มีความสูง 2132 ม. จากระดับน้ำทะเล



High Light ของที่นี่ คือ รถรางไต่เขาที่ชันที่สุดในโลก 45 องศา ซึ่งพอไปถึงก็ได้เห็นความงามของสวิสอีกมุมนึงที่เป็นมุมสูงและระยะไกล





















หลังลงจากยอดเขา PiLaTuS เราก็แวะเดินเที่ยวในตัวเมือง LuZeRN กันต่อ สถานที่ที่ขาดไม่ได้คือ สะพานไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง LuZeRN และอนุสาวรีย์สิงโต จากนั้นเราก็แวะร้านของที่ระลึกเล็กน้อย ก่อนพากันกลับสู่ ZuRiCH เพื่อค้างอีก 1 คืน










Free TextEditor




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2553   
Last Update : 22 สิงหาคม 2553 23:55:02 น.   
Counter : 229 Pageviews.  


1  2  

tarn_9life
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

[Add tarn_9life's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com