TAP1STUDIO tap1studio@hotmail.com
Group Blog
 
All Blogs
 
ภาพใบปิด ยันต์แมน



เป็นภาพที่ออกแบบไว้เพื่อไปติดบอร์ดแสดงงานเปิดตัว
ภาพยนตร์เรื่อง มนุษย์เหล็กไหล รอบสื่อมวลชน
ในงานก็จะมีบอร์ดซูเปอร์ฮีโร่อื่นๆไปร่วมด้วยอีกสองตัว
ได้แก่...

1. อัศวินสยาม ของพี่พัฒน์
ติดตามได้ที่ เวบ kamoman.com ที่หน้าเวบจะมีตัวเชื่อม
ไปที่เวบบอร์ดของพี่พัฒน์เขา

2. อสูรศาสตรา ของเวบ ไทยโตคุ ดอทคอม
ติดตามได้ที่ เวบ thai-toku.com

ในงานวันนั้น ตัวกล้องถ่ายรูปไม่ได้อยู่ที่ตัวผมเลย
ก็ไม่ได้เก็บภาพมาให้ชมกัน ขออภัยด้วยครับ

และขอขอบคุณ

สหมงคลฟิล์ม และ คุณเดียร์ รวมทีมงานผู้จัดงานทุกท่าน
คุณ อ๊อด บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับเหล็กไหล
คุณ ราม ผู้กำกับเหยี่ยวพิฆาต
คุณ บิ๊ก จากรายการอนิมันส์
คุณ ตง แมงกะโปน

ที่เชิญไปร่วมในงานมากๆครับ



แถมท้ายตอนที่งานจบไปแล้ว...เพิ่งจะได้ถ่ายเก็บมา
ยันต์แมนตัวน้อยๆ อ้วนๆ ที่มันงอแงจะกลับบ้าน ตั้งแต่
งานไม่เริ่ม...พองานเริ่มไม่อยู่ใส่หัวโชว์ นู้น...ไปนู้น
นั่งอยู่หน้าๆที่เวที ดูเขาสัมภาษณ์ดารา กับตัวเหล็กไหล
ไม่ยอมมาทำงานกันเลย...ทั้งแม่ทั้งลูก...


Create Date : 13 สิงหาคม 2549
Last Update : 13 สิงหาคม 2549 23:03:16 น. 12 comments
Counter : 1524 Pageviews.

 
ตามมาดู กะมาให้กำลังใจค่ะ^^


โดย: killerqueen วันที่: 15 สิงหาคม 2549 เวลา:10:53:21 น.  

 
มาบอกอย่างด่วนค่ะ

จิง ๆ แล้วพักนี้ เต้กำลังกลุ้ม ๆ อยู่เหมือนกันค่ะว่า
เหมือนงานเราไม่ค่อยดีเลย
เต้ก็มองงานตัวเอง แล้วก็เห็นข้อเสียอยู่บ่อย ๆ ค่ะ
เพิ่งส่งไป พอกลับมาดูซักวันสองวัน
เต้ก็เห็นค่ะว่า พลาดตรงโน้น ตรงนี้
เจ็บใจตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่ก็คงเพราะ เรายังอ่อนหัดค่ะ
ก็ได้แต่แก้ไขกันไปในงานครั้งหน้า

เวลามองงานคนอื่น ก็เห็นว่า งานเค้าดี
แต่มองงานตัวเองแล้ว...
ก็เห็นข้อเสียแยะ

เล่าให้เพื่อนสนิทฟัง เพื่อนก็ว่าเราเหมือนกันค่ะ
เพราะเพื่อนก็ไม่เห็นว่า งานคนที่เต้บอกว่า ดีน่ะ มันดีก่าตรงไหน

แต่เต้ก็ไม่อยากเชื่อคำพูดเพื่อนมากอ่ะค่ะ
อาจเพราะเป็นเพื่อนกันเลยพูดให้เรามีกำลังใจก็ได้

พอพี่ยันต์บอกจะแนะนำให้ เต้ดีใจมากค่ะ
อยากรู้มาก ๆ จะได้ไปปรับปรุงงาน

ทุกวันนี้ เต้ก็ได้แต่ดูงานตัวเอง และก็ไปดูการ์ตูนที่หนุก ๆ
ดูว่า เค้ามีอะไรที่เราขาดไปมั่ง เต้ก็อยากวาดการ์ตูนให้หนุกมั่งค่ะ

ถ้าได้คำแนะนำของพี่ เต้จะพยายามนำไปใช้ให้ดีที่สุดค่ะ
แต่ก็ต้องแล้วแต่ความสามารถของเต้ด้วย
แต่ก็จะพยายามพัฒนางานให้ได้ค่ะ

จิง ๆ ถึงเต้จะกลุ้ม แต่ไม่ได้ท้อนะคะ
ไม่ได้มีผลให้งานแย่ลง (อาจทำแล้วเท่าเดิมก็ได้)
แต่ไม่ค่อยมั่นใจเท่านั้นเองค่ะ

อ้อ! นอกจากงานที่ CGN แล้ว
เต้ก็รับงานภาพประกอบหนังสือเด็กด้วยอ่ะค่ะ
มี 2 ที่ ก็เลยยุ่ง ๆ อยู่ค่ะ

รบกวนพี่ยันต์แนะนำหนทางให้เต้ด้วยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: killerqueen วันที่: 18 สิงหาคม 2549 เวลา:9:41:57 น.  

 
เท่าที่เห็นนะ...

งานที่เต้ทำออกมามันกำลังดีแล้วล่ะ
งานทุกชิ้นย่อมมีจุดดีและจุดเสียเสมอ...
ไม่มีงานชิ้นไหนถูกใจคนเขียนไปหมดทุกจุดหรอก
ถ้าคิดแบบนั้นอยู่ ก็หมายถึง ...
ตัวเราเองยังอยากที่จะพัฒนาต่อไป

ถ้าคิดว่าพอใจ แล้วหลงกับงานตัวเองสิ...ทางตันเลยอ่ะ

ดังนั้น...เต้คิดแบบนั้น ไม่ผิดหรอก คิดได้ แต่อย่าไปวิตก

เมื่อก่อน...พี่เคยคุยกับกล้า ในงานของเต้...
เพื่อหาจุดที่เต้น่าจะ พัฒนา ขึ้นไป (หลายปีแล้ว)
ตอนนั้นลายเส้นเต้คม...แต่ยังดูแข็งๆอยู่
แล้วก็สกรีน เต้ลงมากเกินจนสกรีนกลบเส้นหมด
งานออกมาเลยแน่นๆไปด้วยทั้งเส้นและสกรีน

แต่ก็ถือว่ายังปล่อยๆได้ เต้ตอนนั้นกี่ขวบเอง...
เข้าใจว่า ช่วงนั้นพลังมันเยอะ...และยังอยู่ในช่วง
ค้นหา แนวทาง

ช่วงต่อมา...ก็ก็ปรับตัวเองได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ
ลายเส้นดูอ่อนไหวมากๆ จังหวะการลงเส้นมีการเติบโต
ไปตาม วัน เวลา และประสบการณ์...

แต่จนวันนั้น จนถึงวันนี้ ...รู้สึกเหมือนกันนะว่า งานเต้
มันขาดอะไรไปอย่างนึง...อืมม์...
จริงๆมันควรใช้คำว่า เพิ่ม น่าจะดีกว่า...
แต่มันจะอธิบายลำบากน่ะ เลยขอใช้คำว่าขาดแทน

การ์ตูนเรื่องหนึ่ง...เราต้องเขียนเพื่อให้คนอ่านได้สนุก
และเพลิดเพลินไปกับมัน แต่การที่การ์ตูนเรื่องนั้นๆ
จะทำแบบที่ว่าได้ ต้องการจาก
(ตรงนี้ไม่ข้อพูดถึงเรื่องแรงบันดาลใจนะ ขอข้ามเรื่องนี้
ไปเลย เพราะรู้ๆกันอยู่แล้ว...ตะเข้เฒ่าขอสอนลูกปูเดิน
ดีกว่า)
..............................
การรู้จริง...การเข้าไปหาแหล่งข้อมูลจริง ไม่ว่าข้อมูลนั้น
จะมาแบบใด ต้องได้ข้อมูลนั้นมากพอ หรือมากกว่า
คนที่จะมาอ่านงานของเรา...เพราะถ้าคนอ่านรู้มากกว่าเรา
เขาก็จะเฉยๆเมื่อได้อ่านงาน แต่มันก็ไม่ใช่จุดที่เต้ขาด

ยกตัวอย่างนะครับ...
เราจะเขียนเรื่องของคนขับรถแท๊กซี่ ข้อมูลพื้นฐานของ
อาชีพนี้ เราจำต้องรู้อยู่แล้ว เราอาจจะต้องรู้ลึกไปกว่านั้น
รู้ถึงการใช้ชีวิตหลังจากที่ขับรถ...การเป็นอยู่...คนรอบๆ
ตัวเขา...อะไรทำนองนั้น...

ผลที่ได้มา เราอาจได้ การ์ตูนชีวิต หรือการ์ตูนตลก
โดยมีคนขับเป็นตัวเดินเรื่อง แต่มันก็เท่านั้น มันดีได้แค่
ระดับนึงเท่านั้น

แต่ต่อให้เราหาข้อมูลมากเพียงใด...อาจจะช่วยให้งานเรา
ดูแข็งแรงขึ้น จริงจังมากขึ้น แต่สุดท้าย เราก้ไม่รู้จริงแท้
อยู่ดี เพราะเราไม่ได้เป็นเขา...จึงจำเป็นต้อง

หามุมมองใหม่ๆ ในสิ่งที่เราจะเขียนเสมอๆ...

พยายามฉีกกดเกฏเกณฑ์ทุกอย่างที่มี...
หาหนทาง หรือแนวทางใหม่ๆ ทุกๆงานที่จะทำ
โดยแบบค่อยๆเป็น ค่อยๆไป อย่างแยบยล
เหมือนค่อยๆร่ายมนต์ลงไปในการ์ตูนที่เราเขียน
ให้คนอ่านค่อยๆซึบซับไปเรื่องๆ ให้เขามาฉุกคิด
เมื่ออ่านไปแล้วว่า...คิดได้ไงนี่...นึกไม่ถึงเลยอ่ะ

ยกตัวอย่าง จากการที่เรารู้เรื่องของแท๊กซี่จนเพียงพอแล้ว
ต้องมาขบคิดต่อว่า อะไร ที่เราจับได้ อะไรที่มันสะกิดใจ
อะไรที่เด่นพอ ที่เราจะนำเสนอ

คนขับแท๊กซี่คนนั้น...มีความใฝ่ฝันหรือเป้ามหายใดในใจ
ความใฝ่นั้นอาจเอามาแปรความ ตีความใหม่ได้
เขาอาจเคยล้มเหลวในชีวิต เขากำลังขับรถไปส่งคน
ตามที่ต่างๆ จนลืมหาหนทางไปยังเป้าหมายในชีวิตก็ได้
แล้วในมุมมองแปลกๆใหม่ๆลงไปอีกนิดว่า...
คนขับแท๊กซี่คนนั้น คือมนุษย์ต่างดาว ที่ยานตก
กลับบ้านไม่ได้...แต่มนุษย์ต่างดาวคนนั้น ไม่ใช่
ซูเปอร์แมน...

น่านแหละ...เท่าที่ดูงานเต้มา...ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้
เต้ยังหามุมมองใหม่ๆ ที่เอามาใช้แล้วเกิดผลตรงนี้ได้
ไม่แรง ไม่ชัดเจนพอ...งานเต้ยังพอคาดเดาได้ ไม่ได้
หมายถึงต้องทำให้มันซับซ้อนนะ แค่หามุมใหม่ๆ ขอย้ำ
ว่าจุดนี้แหละ ที่ต้องเพิ่มลงไปในงาน

ของานสักชิ้นหนึ่ง ที่เต้สร้างออกมา เพื่อก่อกระแส
งานชิ้นนั้น ไม่ต้องเนียบ ไม่ต้องคิดมาก ขอแค่แนวทาง
ใหม่ๆจากมุมมองที่เต้เห็น...แล้วเขียนมันออกมาในทำนอง
ว่า เราเห็นมุมมองใหม่ได้ เราค้นเจอ คนอีกหลายคนยังไม่รู้
เรามีความกระเฮี่ยนกระหือรือที่อยากจะให้คนอ่านได้รู้
ได้ลองสัมผัสกับมุมมองใหม่นั้น

ที่พี่มาพิมพ์แบบนี้ ก็ไม่ได้จะมาอวดอ้างว่า พี่เก่ง นะ
แค่มาบอกในมุมมองของพี่เอง ที่มองเต้อยู่...

ตอนนี้พี่เองก็ยังฝึก ก็ยังเรียนรู้อยู่ เหมือนกัน...
หวังว่าคงช่วยอะไรได้บาง ไม่มากก็น้อยนะ
และพี่คงไม่หวังอะไรมากจากเรา...
เลี้ยงหนังพี่สักรอบก็พอ...


โดย: tap1 วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:14:17:55 น.  

 
ขอเพิ่มเติมเรื่องความมั่นใจในตัว หรืองานนะ

เป็นได้ เกิดขึ้นได้ ทุกวันนี้ พี่ก็เป็นอยู่...
แต่อย่าให้คนอื่นรู้...อย่าให้คนอ่านจับได้
อย่างที่พิมพ์ไปข้างต้น...อย่างน้อยก็น่าจะมั่นใจได้
ประมาณนึง...ให้เป็นจุดยืนที่เราจะไม่ก้าวถอยหลัง
แค่นั้นพอ...

แต่...ก็อย่าปิดกั้นแนวความคิดใหม่ๆจากคนอื่นๆ
รับฟัง...รับข้อมูลต่างๆเหล่านั้น โดยไม่เถียง ไม่โต้
เปิดทางให้แนวความคิดใหม่ๆเข้ามาเสมอๆ

เขียนงานออกไปแล้ว...มีการพิมพ์...มีคนอ่าน
คนเขียนนั่งลุ้น ...ลุ้นระทึก...

อย่าไปถามใคร อย่าเอางานไปให้ใครวิจารณ์
แค่นั่งอยู่ในมุมมืดๆ เงี่ยหูค่อยฟัง ว่าเขาพูดถึงงานเรา
อย่างไร...

ได้ทำงานแบบนี้สนุกจะตาย...ไปวิตกทำไม
เราเลือกเดินทางนี้เอง ย่อมเจอแบบนี้อยู่แล้ว

ถ้าไม่เจอคนพูดถึงงานเราสิ...
เราต้องกลับมาทบทวนตัวเองขนานใหญ่เลย...

ทุกวันนี้...พี่ได้ดูหนังเรื่องๆนึง ก็จะหาโอกาสมานั่งคุย
กับเพื่อนๆที่ทำงานอยู่ในวงการหนัง
เพื่อวิเคราะห์... ว่าเขาทำได้อย่างไร คิดได้ยังไง
ตีความหมาย... ว่าหนังพยายามบอกอะไร
เอาจุดประทับใจมาตีโจทย์กัน เสมอๆ
เพิ่มรอยยักในสมองของตัวเอง
จนตอนนี้ เริ่มบ้าจะทำหนังมั่งแล้ว...

ไม่ได้คิดอยากเป็นผู้กำกับหนัง หรืออยากเด่นอยากดัง
แค่อยากลองแนวคิดที่พี่ทำงานอยู่ทุกวันนี้ว่า...

หากมันไม่ใช่การ์ตูน แต่เป็นคนจริงๆ เราจะเล่าเหมือนที่เล่า
ในการ์ตูน ได้มั้ย...

พี่ถึงไม่ได้คิดจะทำอนิเมชั่นอีก...
(แต่ตุลานี้ ก็มีโปรเจคอนิเมชั่น มารออยู่ กำลังตัดสินใจ)

ส่วนการ์ตูน...ตอนนี้ก็เริ่มมาเตรียมตัวจะทำกันเป็นทีมอีก
อยากเขียนการ์ตูนหลายๆเรื่อง หลายๆแนว รู้สึกว่า
เขียนอยู่เรื่องเดียวแล้วมันอึดอัด อยากระบายออกไปเร็วๆ
ก็คงสักพักใหญ่ๆ กว่างานในรูปแบบทีมจะออกมา...

อิจฉาคนที่อยากทำอะไร ก็ได้ทำ...แล้วทำไปแล้วด้วย
เราสิ อยากทำอะไรตั้งเยอะตั้งแยะ ได้แค่เริ่มทำ

ยังไม่ลืมเรื่องเลี้ยงหนังนะ...วันไหนไปส่งงาน...
นัดวันมาเลย แล้วไปดูที่ เดอะ มอลล์ กัน
อยากดู คุณแมงมุม 3 จัง

แฟนพี่ไม่ดุ ใจดี เลี้ยงลูกอยู่บ้าน...
(นี่แอบเอียงๆหน้าจอพิมพ์ ไม่ให้เขาเห็น ถ้ารู้ละตายเลย)


โดย: tap1 วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:14:52:47 น.  

 
เรื่องดูหนังนี่เอาจิงป่าวคะ

และก็ขอบคุณมากนะคะ
คำแนะนำของพี่ยันต์มีประโยชน์สำหรับเต้มาก ๆ
รู้สึกดีใจมากเลยค่ะตอนนี้

...อ่านแล้วเหมือนยากอยู่เหมือนกันนะคะ
แต่เต้จะต้องเอาคำแนะนำของพี่ยันต์ไปใช้ให้ได้ค่ะ
เพียงแต่ช่วงนี้ เต้ต้องวาด RAN ตามนิยายของคนอื่นอยู่ค่ะ
แต่จะจบแล้ว วาดเกมไหนต่อยังไม่รู้เลย

จิง ๆ เต้ก็มีเรื่องที่อยากเขียนอยู่เหมือนกัน
ถ้าได้ตรงส่วนที่พี่ยันต์แนะนำมา
เต้คิดว่า ยังไงเต้ได้นำไปใช้แน่ค่ะ

แต่ก็รู้ค่ะว่า คงไม่สามารถทำออกมาได้ดีในครั้งแรกแน่ ๆ
(เอาน่า พยายามหลาย ๆ ครั้งต้องดีขึ้นสิ)

ทั้ง ๆ ที่ใจเต้อยากเขียนการ์ตูนที่คิดเองม๊าก มากค่ะ
เคยเกือบได้เขียนที่ Sic แล้ว
ส่งบอร์ดเรื่องสั้น 32 หน้า เขียนไปซักพักแล้วค่ะ
แต่ช่วงนั้นก็เริ่มไปทำที่ Cgn ด้วย
มารู้จากเพื่อนในนั้นว่า เค้าจะปิดหนังสือ ดีแล้วที่ไปทำที่อื่นด้วย

แต่เต้ไม่ได้รู้สึกดีด้วยหรอกค่ะ
การที่นักเขียนในตอนนี้ หาที่ลงงานไม่ได้
มันรู้สึกแย่ค่ะ

เฮ้อ...ถ้าพูดถึงวงการตอนนี้ เต้เศร้า ๆ ชอบกล
บางคนเลิกวาด ไปทำงานอื่นก็มี
แต่เต้ก็จะอึดอยู่ในวงการต่อไปนะคะ

มาอ่านที่พี่แนะนำนี่ เต้ก็เริ่มมั่นใจขึ้นเหมือนกัน
และก็จะพยายามให้มากกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ

ขอให้พี่ยันต์ทำความฝันทุกความฝันของพี่ให้เป็นจริงนะคะ เห็นพี่ยันต์สู้ตาย เต้ก็ต้องสู้ตายมั่ง

ขอบคุณมาก ๆ นะคะ


โดย: killerqueen วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:18:20:40 น.  

 
เต้เขียนการ์ตูนมานานแล้ว...
จนทุกวันนี้ เต้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเขียนเต็มตัวแล้ว

พี่เห็น พี่ก็ชื่นใจนะ ที่เห็นเรายืนหยัดมาได้ขนาดนี้

เห็นเราบ่นท้อๆหลายหน เข้าใจนะ แต่มันก็แค่
อุปสรรคตัวหนึ่งที่มาท้าทาย การเป็นนักเขียน
ของเต้ แหละ...

ส่วนเรื่องหนัง เอาจิงสิ...หาเวลามา
พี่เลี้ยงตั๋วหนังก็ได้ เต้เลี้ยงข้าวโพดคั่ว
กะเป๊ปซี่ ก็พอ...อ่ะอ่ะอ่ะ...มันแพงก่าตั๋วหนังอีกนะ...


โดย: tap1 วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:22:54:49 น.  

 
เฮือก!!
เพิ่งรู้ค่ะว่า ป๊อบคอร์น กะเป๊บซี่โรงหนังราคามหาโหดขนาดนี้
ถ้าเรื่องหนังเต้น่าจะว่างตอนต้นเดือนหน้าค่ะ
คาดว่านะคะ

จิง ๆ เรียกว่า นักเขียนเต็มตัวก็อายค่ะ
นอกจากพี่ยันต์ และเพื่อนเต้บางคนแล้ว
จะมีคนอื่นอ่านงานเต้มั่งป่าวก็ไม่รู้
อย่าง RAN นี่ คนก็ซื้อไม่เยอะ คนเล่นเกมก็น้อย
แต่ก็คิดว่า ซักวันคงมีคนได้อ่านงานเรามั่งแหล่ะน่า

เดี๋ยวช่วงต้นเดือนหน้าคงได้ดูหนังด้วยกัน
ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้เต้นะคะ


โดย: killerqueen วันที่: 20 สิงหาคม 2549 เวลา:11:39:40 น.  

 
ขอเข้ามารับฟังคำแนะนำของนักเขียนในดวงใจอีกคนนะครับ แล้วก็มาให้กำลังใจคุณkillerqueen ด้วยในฐานะที่เป็นคนทำงานการ์ตูนเหมือนกัน อยากจะบอกว่าคุณยังโชคดีที่ได้ทำคอมมิคส์นะครับ ถึงจะยังไม่ได้เขียนมาจากเรื่องของตัวเอง (จริงๆตอนที่คุณkillerqueenเขียนฮวงจุ้ยฯลงในComic gamerผมก็ยังอ่านอยู่(Rok the Knightก็อ่านนะครับ)แต่พอเขียนลงRanแล้วก็ไม่ได้ตามอ่านอีก) อย่างน้อยคุณยังได้จับปากกาตัดเส้นอยู่บ้าง ใช้เวลานี้ปรับปรุงอะไรที่ขาดที่เกินอยู่ เชื่อว่าเมื่อคุณมีโอกาสเขียนงานของตัวเองอีกครั้ง(อย่ารีบหมดไฟไปเสียก่อนนะครับ)งานจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม(ที่ดีอยู่แล้ว)อีกเป็นกองเลยครับ

อ้อมีอีกนิดครับ..ตรงที่พี่แนะนำว่า"อย่าไปถามใคร อย่าเอางานไปให้ใครวิจารณ์ แค่นั่งอยู่ในมุมมืดๆ เงี่ยหูคอยฟัง ว่าเขาพูดถึงงานเราอย่างไร..." ตรงนี้อาจจะเหมาะกับบ้านเราเท่านั้นนะครับ ( คือผมมองว่าสำหรับนักเขียนที่มีภูมิคุ้มกันการไขว่เขวแล้วก็โอเคครับ เพราะเรื่องหนึ่งที่พบเห็นบ่อยก็คือเราจะหาคำแนะนำที่ดีโดยที่ผู้แนะนำใส่ใจในงานของผู้อื่นจริงจังนั้นหายาก และในบางครั้งเจ้าของงานเองก็อาจจะไม่ชอบรับคำแนะนำจะเพราะเหตุใดก็สุดแท้แต่...) แต่ผมยังเชื่อว่าระบบโปรดิวเซอร์แบบต่างประเทศจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในวันข้างหน้า(ในที่นี้บางทีตัวพี่ยันต์เองก็อาจอยู่ในระดับที่ให้คำปรึกษาอย่างนั้นได้นะครับ) ผมเชื่อว่าคำแนะนำดีๆยังมีประโยชน์ต่อเราอยู่เสมอ เพียงแต่เราต้องรู้เสียก่อนว่าไม่มีใครในโลกจะแก้ปัญหาให้ใครได้
มีแต่ตัวของเราเองที่จะแก้ปัญหาของตัวได้อย่างเหมาะสมกับตัวเองที่สุดครับ


โดย: Goodluck krab (ปล.รักคนอ่าน ) วันที่: 22 สิงหาคม 2549 เวลา:13:13:59 น.  

 
ขอบคุณครับที่เข้ามาแนะนำเพิ่มเติม และ ให้กำลังใจ

คืออยากมาอธิบายความหมายจากที่ผมว่า อย่าเอางานไป
ถามใคร หรืออย่าไปให้ใครวิจารณ์ ให้ทำแค่รอฟัง...

คือไม่ใช่จะบอกว่าศิลปินต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง
มันไม่เกี่ยวกับที่จะบอกน่ะครับ...คนละประเด็นอ่ะครับ

ความหมายที่อยากจะบอกก็คือ
หลายครั้ง หลายหน เท่าที่เห็น นักเขียนเอาผลงานไปให้
คนอื่นๆได้ชม เพื่อถามว่าเป็นอย่างไร...
ผลที่ออกมา ก็จะเป็นการชมและติแบบเผชิญหน้า
ซึ่งคนอ่านก็จะไม่ได้อ่านเพื่อการบันเทิงตามจุดประสงค์
ที่งานต้องการ
ซึ่งคนเขียนก็จะพยายามแก้ต่าง พยายามอธิบาย งานที่
มันควรจะอธิบายได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว

สุดท้ายมันก็จะจบแบบที่ไม่ได้อะไร ทั้งคนถูกให้อ่าน และ
คนเขียนที่อยากรู้ผลจากการที่ได้อ่าน

ดังนั้นที่แนะนำไปทำนองนั้น เพราะงานที่เราทำไปนั้น
ต้องเกิดจากการคิดไตร่ตรอง ตัดสินใจที่จะเขียนแล้ว
ยังไง ... ก็ไม่มีโอกาสมานั่งแก้ตัว

ทำได้ก็แค่ฟังเสียงที่สะท้อนกลับมาจากคนอ่าน
แล้วแก้ไขในงานชิ้นต่อไป เท่านั้นครับ

ส่วนระบบโปรดิวเซอร์นั้น ทุกวันนี้ก็ เริ่ม มีแล้วครับ
ทุกวันนี้ผมเองก็อยู่ในระบบนี้อยู่ มีการปรึกษาวางแนวทาง
ของการ์ตูนทุกครั้งเสมอ...มันกำลังเริ่มมี...

ทุกวันนี้...ก็คิดว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้ และถ่อมตนเสมอ
เพราะงานที่ทำก็ยังไม่เทียบชั้นกับงานระดับสูงของต่างชาติ
ได้เลย หากรู้จักผมดี ก็จะเห็นว่าผมเปิดรับฟังความเห็น
ต่างๆอยู่เสมอ และไม่เคยออกมาโต้แย้ง คำติชมใดๆเลย
มีคนอ่านหลายคน เคยเขียนวิจารณ์ เคยว่า เคยประนาม
ผมเองก็เอามาวิเคราะห์หาจุดที่ต้องปรับปรุงงานตัวเอง
เท่านั้น...

...ก่อนเขียนงาน เราต้องมองไปยังอนาคต คาดคะเนสิ่งที่
จะเป็นไป คิดให้ดี ก่อนลงมือทำ
...เมื่อเริ่มเขียนงาน เราก็ทำได้แค่ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่
ทำได้ และพร้อมปรับตัวเสมอเมื่อพบจุดบกพร่อง
...เมื่องานตีพิมพ์ มันก็เป็นอดีตไปแล้ว เรากลับไปแก้อะไร
ไม่ได้

ที่คือสิ่งที่เป็นอยู่...ตั้งแต่เมื่อ17ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่

ก่อนที่จะเขียนการ์ตูนทุกครั้ง ทุกเรื่อง ผมเองจะมีทีมงาน
น้องๆ เพื่อนๆ เข้าร่วมปรึกษาวางแนวทางกันก่อนเสมอ

มีการวางแนวทางเรื่อง ถกกันถึงประเด็นที่จะนำเสนอ
วางโครงเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบก่อนหน้าแล้ว
จากนั้นจึงนำไปเสนอกับทางบรรณาธิการ เพื่อสรุปอีกที

ที่พิมพ์มา ไม่ได้มาโต้แย้งนะครับ แค่มาเพิ่มเติมให้
ชัดเจนขึ้น และเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นต่างๆ รู้สึกดีใจมากๆ
ที่มีใครสักคนเข้ามาหา ดีกว่าเดินผ่านเลยไป

โดยส่วนตัวแล้ว ผมกับน้องเต้ ได้เจอกันมาบ้าง หลายหน
แต่ยังไม่เคยมีเวลาได้พูดคุยกันจริงๆจังสักครั้งเลย

ว่าแต่ว่า...จะไปดูหนังกันด้วยมั้ยครับ...3คนก็น่าจะดีนะ
ผมชอบมากๆ เวลาดูหนังจบแล้ว ได้พูดคุยกันถึงหนังที่ได้
ดูจบไป อยากรู้ว่า เราได้รับอะไรมาบ้าง...เรียนรู้อะไรจาก
หนังบ้าง นอกเหนือจากความบันเทิงอ่ะครับ...
งานนี้...ออกค่าตั๋วเองนะ...เต้เลี้ยงป๊อบคอร์น อิอิ


โดย: tap1 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:9:25:15 น.  

 
อันนี้ขอยกคำพูดของน้องในทีมงานผมมานะครับ...

" ใครๆก็อยากจะทำงานของตนให้ออกมาดีสมบรูณ์แบบ
ไปทุกอย่างทั้งนั้น...

แต่ไม่มีใครที่จะทำได้สมบรูณ์พร้อม ไปได้ทั้งหมด
มีแต่เจตนาเท่านั้นที่ดีพร้อม...ทำจริงมันอีกเรื่อง

ดังนั้น...จึงทำได้แค่ ทำข้อดีให้เด่นชัด จนเอามาหักลบ
กับข้อเสียให้ได้มากที่สุด "

ผมเองได้ประโยชน์อย่างมากกับคำพูดประโยคนี้...
และยึดเป็นหลักการทำงานมาโดยตลอดครับ


โดย: tap1 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:9:36:31 น.  

 

ผมเองชอบอ่านงานพี่ก็เพราะได้เห็นพัฒนาการตลอดเวลานี่แหละครับ ส่วนเรื่องหนังนี่คงจะไม่ล่ะครับขอบคุณที่ชวนนะครับ(ที่จริงเขาว่าใครชวนต้องจ่ายนี่หน่า..)

ถ้ามีโอกาสเจอพี่ ผมเองก็อยากจะขอคำเสนอแนะจากพี่เหมือนคุณkillerqueenเช่นกันครับ ยังไงถึงตอนนั้นผมก็คงต้องขอความกรุณาจากพี่ด้วยนะครับ(ขอเปลี่ยนเป็นเลี้ยงอย่างอื่นก็แล้วกันนะครับ คือ..ผมไม่ถนัดดูหนังกับชายหนุ่มหล่อล่ำซะด้วยสิ)


โดย: คิดแล้วสยิ๋วกิ้ว....บรื๋อ (ปล.รักคนอ่าน ) วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:14:07:28 น.  

 
สวัสดีครับ ขออนุญาตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสนทนาด้วยคนนะครับ พอดีมีหลายเรื่องที่อยากจะคุยกับพี่ตาโปน แต่บางเรื่องก็ไม่อาจจะพูดออกมาเป็นคำพูดได้ ผมเองได้ติดตามผลงานต่างๆ ในวงการการ์ตูนไทย และเป็นอีกคนนึงที่อยากมีส่วนร่วม และเป็นแรงผลักดันกับวงการนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าวงการ คอมมิกส์ไทย จะเหนื่อยยากและยาวไกลแค่ไหน เพราะตัวอย่างนับสิบๆ ปี ที่ผ่านมาให้เห็นนั้นแสนจะทรมาน แต่ผมเชื่อว่า คนที่ทำคนตรงนี้จะ "มีความสุข" กับสิ่งที่ได้ทำ ผมเองก็เช่นกัน

สุดท้ายนี้ ดีใจกับงานต่างๆ ที่ทางพี่ตาโปนกำลังทำ และทำผ่านมาแล้วนะครับ ผมเองเฝ้าดู และพยายามเป็นกำลังใจ สนับสนุนเสมอมา และดีใจกับทุกๆ คนที่ได้ทำงานตรงนี้ หวังว่า "ความสุขที่ได้ทำ" ของทุกๆ คน จะมีมากกว่า "ความทุกข์" ที่เกิดขึ้น เพราะมันคือสิ่งที่พวกเรารักครับ

รักษาสุขภาพและขอให้ทุกคนในครอบครัวแข็งแรงนะครับพี่ยันต์

จาก ตั๊ก ครับ


โดย: peetarat (peetarat ) วันที่: 15 พฤศจิกายน 2549 เวลา:14:03:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tap1
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




กลับไม่ได้...ไปไม่ถึง จึงหยุดฝัน

เป็นชื่อนิยายเรื่องนึงที่เคยได้อ่าน
ตอนนี้ชีวิตจริงผม กำลังอยู่ในวลีท่อนสุดท้ายแล้ว
Friends' blogs
[Add tap1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.