ชมซากุระสวนUeno/กินขนมหน้าวัด Asakusa /ตามหาโกจิล่าที่ Shinjuku : D2/8 เที่ยวเอง Japan2019
เที่ยวเองJapan2019 :  ลากกระเป๋าพาลูกเที่ยวตะลุยTokyo เที่ยวเอง 8D7N ปี2

 Tokyo " The Phoenix city"   เมืองแห่งนกฟีนิกซ์ที่ไม่มีวันตาย


9
Day 2/8 :  Ueno / Asakusa / shinjuku 
 Hotel : Pearl Hotel  Shinjuku Akebonobashi 
----------------------------------------------------
ชมซากุระสวนUeno/กินขนมหน้าวัด Asakusa /ตามหาโกจิล่าที่ Shinjuku




 

--------------------------------------------------

เที่ยวเอง Tokyo Japan 2019  (3 - 10 April 2019 )

day 1 :   BKK- HK- NRT

day 2 :  Ueno-Asakusa- Shinjuku 

day 3 :  Moomin Valley Park ,Saitama     

day 4 :  Toyosu - Tsukiji - Shibuya

day 5 : Akihabara- Tokyo dome- Harajuku 

day 6 :Tokyo station - Imperial Palace - Ryogoku     

day 7 :  Tokyo Disneyland    

day 8 :   NRT - HK - BKK 

Hotel 
-   Narita Tobu Hotel  Airport 
-   Pearl  Hotel Shinjuku Akebonobashi 
-   Ryogoku View Hotel 
-   Oriental Hotel Tokto Bay 

-----------------------------------------------------------
การเดินทาง :   Hongkong Airline  

Japan : เร็วกว่าไทย2ชม. / Hongkong เร็วกว่าไทย1ชม.

ค่าเงินในทริป 2019:   YEN x 0.29 บาท /HKD x 4.09 บาท
--------------------------------------------------

บันทึกการเดินทางวันที่ 2/8 : 

แผนเที่ยววันนี้ 
Day 2 :  Thursday :  4 April 2019 
- เดินทาง Narita Airport - Tokyo  
- เที่ยวเทศกาลซากุระ Japan2019 : สวนUeno
- แวะ Asakusa ไหว้พระวัด Sensoji / หาขนมทานที่ ถ.Nakamesi
- เดินเล่นดูแสงสียามค่ำคืนที่ shinjuku 
- (moomin cafe ที่ Tokyo skytree   - ไม่ได้ไป  ) 111


วันที่2ของการเดินทาง ออกจากโรงแรม Narita Tobu Hotel Airport ไปสนามบินนาริตะ อากาศแจ่มใส 14 c



9.30 Narita tobu Hotel Airport - Narita Airport 
รถรับส่งโรงแรมส่งที่สนามบินนาริตะ 



Narita Airport :  terminal 1



- ซื้อตั๋ว keisei Access Express 
- ซื้อบัตร Passmo
- ซื้อบัตร Subway 72 hr 
-จอง Limousine bus วันกลับจาก shin urayasu  to  Narita Airport



วันนี้เราจะเดินทางจากสนามบินเข้าสู่โตเกียว

โรงแรมที่เราพักวันนี้เลือกพักในโตเกียวเพื่อความสะดวกในการเดินทางเที่ยวในโตเกียว โรงแรมอยู่ที่สถานี Akebonobashi ( Pearl Hotel Shinjuku Akebonobashi )อยู่ใกล้สถานี shinjuku นั่งรถไฟห่างเพียงไม่กี่สถานี 

การเดินทางเข้าโตเกียว เลือกเดินทางโดยรถไฟ  Keisei ที่ผ่านสถานี Asakusa หรือ Oshiage เพื่อต่อรถไฟใต้ดินไปยังโรงแรม 



- การเดินทางเที่ยวในโตเกียว 3วันต่อไปนี้ เลือกใช้บัตร Tokyo Subway 72 hr
- ซื้อบัตร Passmo ไว้ด้วยเผื่อใช้แทนเงินสดในร้านสะดวกซื้อและใช้แตะจ่ายค่ารถไฟเพิ่มเติมในเขตที่ใช้บัตร Subway และ Tokunai passไม่ได้ ( วันท้ายๆเราเปลี่ยนโรงแรมไปพักในเขต disney resort ที่อยู่นอกพื้นที่การใช้บัตรรถไฟเหมาจ่าย ) 

์แนะนำ การเดินทางจากสนามบิน Narita- Tokyo 
สนามบินนาริตะ  ตั้งอยู่ในจ.chiba ห่างโตเกียว 60กม.
 สามารถเดินทางไปได้ดังนี้ 

1.รถไฟ JR Narita Express ( NEX) 
รถไฟ JR ด่วน หรูหรา เร็ว ออกชั่วโมงละ2เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 59-90นาทีแล้วแต่สถานีปลายทาง จอดสถานีหลักๆในโตเกียว สถานี Tokyo  Shinagawa  Shibuya  Shinjuku  Ikebukuro 
ราคาต่อเที่ยวแพง  ต้องจองที่นั่ง เหมาะกับผู้ที่มี JR Pass 
ราคาประมาณ 3,000 yen ++ ( สถานี tokyo 3,020yen )
2.Keisei รถไฟเอกชน เคย์เซย์ มี3แบบให้เลือก 
2.1 Skyliner (2700yen)
รถไฟเอกชนเคย์เซย์ รถด่วน หรู เร็ว ความเร็ว160กม/ชม.เร็วรองจากshinkansen 
ปลายทางสถานี Nippori ,Ueno 
2.2 Access Express *(  1,330 yen แล้วแต่ปลายทาง )
รถด่วนชานเมือง ( Narita sky access)  วิ่งจาก Terminal1  ส่งผู้โดยสารเส้นเดียวกับ skyliner แต่จอดส่งสถานีมากกว่า 
เวลาเดินทาง ประมาณ 36-50 นาที++ แล้วแต่ปลายทาง 
ผ่านสถานีสำคัญๆ Nippori (36นาที),  Ueno , (40นาที) , Oshiage (49นาที) ,Asakusa (53นาที) , Nihombashi ,Higashi-Ginza 

2.3 Keisei main line   (1,030yen)
รถไฟถูกที่สุด ใช้เวลานานที่สุด จอดทุกสถานี 
เวลาเดินทาง ประมาณ70นาที 
3. JR sobu 
80 นาที 1,280 yen
รถไฟเส้นทางเดียวกับ skyliner แวะจ.chiba ไม่นิยม ช้ามาก
4. Limousine  bus
เข้าโตเกียวประมาณ 2,700- 3,500 yen ( สถานีtokyo 3,000 yen)
รถbusหรูสะดวกสบาย เหมาะกับ ผู้ที่พักโรงแรมที่ใกล้จุดจอดLimousine bus รวมทั้งเหมาะกับผู้ที่เข้าพักในdisney resort 
5.Keisei   bus * 
ป้ายรถอยู่ใกล้สถานี Tokyo และสถานี Ginza  ราคา 1,000 yen 
ให้บริการ 05.55 - 23.10 น
เหมาะกับผู้ที่พักโรงแรมใกล้สถานี Tokyo ,Ginza 


9

จุดหมายเราวันนี้   Narita airport - สถานี Oshiage  
เส้นทางไปยังโรงแรม  นั่งรถไฟไปลงสถานี Oshiage - ต่อรถไฟใต้ดินอีก2ครั้งไปยังโรงแรมโดยใช้บัตร tokyo subwayที่เริ่มใช้ได้ ตั้งแต่สถานี Oshiage  การเดินทาง เราเลี่ยงที่จะไปต่อรถไฟทางสถานีshinjukuที่ถึงแม้ใกล้โรงแรมแต่เป็นสถานีรถไฟที่ได้ชื่อว่าวุ่นวายที่สุดในโลกและการนั่งรถไฟจากสนามบินต้องนั่งรถไฟNEXซึ่งเราไม่มีJR PASS ไม่คุ้มที่จะนั่ง  สรุปเลือกเดินทางเข้าโตเกียวโดยรถไฟ Access Express

Narita Airport Terminal 1384

-  ซื้อตั๋ว Access Express ( Narita sky access)
ลงบันไดเลื่อนไปชั้น B1 เคาท์เตอร์ Keisei ticket (อยู่เยื้องๆตรงกันข้าม เคาท์เตอร์ JR skyliner) มองเห็นร้าน starbucks อยู่ไม่ไกลในรัศมีมองเห็น



-  ซื้อบัตรIC Card :  Pasmo ( บัตรของเครือ JR) ซื้อที่เคาท์เตอร์ JR Skyliner ชั้นB1
เคาท์เตอร์ของ JR Skylinerและ Keisei ticket ตั้งอยู่เยื้องๆกัน ในระยะมองเห็นเช่นกัน 
บัตร Pasmo ที่นี่กำหนดการซื้อได้สูงสุด 2000 yen ( ค่ามัดจำบัตร500+มูลค่าเงิน1500 yen)





-  จองตั๋ว Limousine bus วันกลับ 10เม.ย.จากจุดจอด shin urayasu - Narita Airport 
ขึ้นไปชั้น1 เคาท์เตอร์ Limousine bus 
เนื่องจากจองในเวบไซด์แล้วระบบปิดไม่ให้จอง ( แปลกใจเหมือนกันเพราะมาโตเกียวครั้งก่อนเราจองรถLimousine bus ในเวบได้ไม่มีปัญหา )

เคาท์เตอร์ไม่รับจองLimousine bus จากสถานี shin urayasu ( เราพักโรงแรม3คืนสุดท้ายที่รร.oriental hotel ในพื้นที่ disney resort ติดสถานีshin urayasu วางแผนนั่งlimousine bus มาสนามบินในวันกลับ)  ในเวบไซด์ยังมีเส้นทางนี้แสดงให้เห็น ในราคา1800yen แต่ระบบไม่เปิดให้จอง สรุปว่าพนักงานแจ้งให้ซื้อตั๋ววันต่อวันในวันที่จะเดินทาง  (มีรถจากshin urayasuแต่ไม่รับจอง130)

ถึงตอนนี้ ยังติดปัญหาการเดินทางกลับจากโรงแรม oriental Hotel Tokyo bay เพื่อมาขึ้นเครื่องให้ทันไฟท์เช้า  กลับมาสนามบินยังไงดี ?

คิดไปคิดมา ถึงเวลารถไฟออกแล้ว รีบขึ้นรถไฟไปกันดีกว่า 

Narita Airport Terminal 1 - tokyo  358
ปลายทาง สถานี Oshiage 


ชานชาลารถไฟ Access Express ( Narita sky access) อยู่ชั้น B1 เดินไปทางเดียวกับเคาท์เตอร์เคย์เซย์ที่ซื้อตั๋ว ตามป้าย Keisei Line มองหาป้ายสีส้มตามไปเลย 



เวลารถไฟออก 10.44 น.



เดินตามป้ายสีส้มไปเรื่อยๆ จะนำเราไปสู่รถไฟ 







10.44 รถไฟ Access Express


Access Express   เราเลือกลงสถานี Oshiage ( ราคา 1,170 yen) ใช้เวลาเดินทาง49นาที  รถไฟวันนี้สบายๆคนไม่แน่น ที่นั่งรถไฟยังว่างนั่งจากต้นทาง terminal1 



ที่นั่งเป็นแบบหันหน้าเข้าหากัน ไม่มีที่วางกระเป๋า เป็นแบบรถไฟทั่วไป รถแวะจอดรับผู้โดยสารใน terminalถัดๆไปคนขึ้นเยอะแต่ไม่แน่น นั่งสบายไปเรื่อยๆ 



358   สถานี Oshiage 

สถานี Oshiage เป็นที่ตั้ง tokyo skytree 
อยู่ในแผนวันนี้ที่จะมาแวะคาเฟ่ moomin และขึ้นชม tokyo skytree 
( สรุปผ่านไปมาหลายรอบ จบทริป ไม่ได้ขึ้นไปtokyo skytreeอีกจนได้) 



จากนี้เราต้องต่อรถไฟอีก 2ต่อไปยังโรงแรม  

สาย Asakusa line :  Oshiage A20- A15 Higashi nihombashi
เปลี่ยนไปสาย shinjuku line : S 09- S03 Akebonobashi 

และแล้ว การผจญภัยจากเมื่อวานยังไม่จบสิ้น
เราลืมไปว่า ยังไม่ได้ซื้อบัตรรถไฟใต้ดิน Tokyo subway72hr จากสนามบินนาริตะ 111  

ลืมไปสนิท รีบขึ้นรถไฟแล้วก็ลืมซื้อ   จริงๆมาถึงตรงนี้ใช้ pasmoแตะบัตรนั่งรถไฟไปโรงแรมก็ได้ แต่วันนี้เราวางแผนลุยเที่ยวกันต่อทั้งวัน ยังไงก็ต้องซื้อบัตร subway 
ใช้ความคิดทั้งหมด นึกได้ว่าสถานที่ขายบัตรsubwayจะมีขายที่สนามบินหรือสถานีรถไฟใหญ่ๆ รวมทั้งร้าน big cameraบางสาขา ตอนนี้ใกล้ที่สุดของเรา คือสถานีUeno 
นึกได้ รีบนั่งรถไฟไปยังสถานีuenoทันที ใช้บัตรpasmoแตะไปก่อน 

สถานี Oshiage - Asakusa - Ueno 



สถานีรถไฟใต้ดิน Metro Ueno 
ตามหาเคาท์เตอร์ Information เจอจนได้ ชั้นใต้ดิน เปิด 9.00-17.00
ที่นี่ขายบัตร Tokyo Subway 





ซื้อ Tokyo subway 72 hr (1500 yen) เฉลี่ยค่ารถไฟวันละ500 yenเท่านั้นเอง บัตรนี้สุดคุ้มใช้ในเส้นทางรถไฟใต้ดินในเส้นทางที่กำหนดได้นับเป็นชม.นับแต่เวลาที่เปิดใช้ 



ได้บัตรแล้ว เดินทางกันต่อไปยังโรงแรม  นั่งรถไฟกลับจากสถานี ueno -สถานี Asakusa และต่อไปยังโรงแรม เปลี่ยนรถไฟกันไป5ครั้งแบบลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย  123  (แผนเดิมถ้าไม่ลืมซื้อบัตรtokyo subwayที่สนามบินจะเปลี่ยนรถไฟเพียงแค่2ครั้ง )

ชั้นใต้ดินสถานีรถไฟ Asakusa 



เส้นทาง 
G16 Ueno - G19 Asakusa  / A18-A15 Higashi Nihombashi / S09-S03 Akebonobashi 





สถานี  Akebonobashi ( S03)
ที่ตั้งโรงแรมของเราวันแรก  อยู่ห่างสถานี shinjukuเพียง 3ป้าย  ทางออกใกล้ที่สุด exit A2 ใกล้แต่ไม่มีลิฟท์  ทางออกที่มีลิฟท์ไกลออกไปคนละฟาก exitA1

โรงแรมอยู่ห่างสถานีไม่ไกล ประมาณ300m. เดินลากกระเป๋าไปได้เรื่อยๆ 
ที่ตั้งโรงแรมอยู่ในเขตที่เป็นถนนทางแยกเข้าไปในซอย  ดูเงียบสงบดี นานๆมีรถส่วนตัวรถสินค้าวิ่งผ่านบ้าง  บรรยากาศเป็นย่านร้านค้าในเขตบ้านเรือนผู้คนดูสงบเงียบ มีผู้คนเดินไปมาไม่น่ากลัวดูปลอดภัยดี   

ร้านนี้น่ารักบรรยากาศคล้ายร้านดอกไม้ในยุโรป 



ริมถนนมีร้านอาหาร ร้านราเมง ร้านซูชิ ร้านอาหารอิซากายะ ร้านสะดวกซื้อ 7-11 lawson ร้านยาที่ขายขนม สรุป เป็นย่านของกินทำเลที่ตั้งโรงแรมดีมาก 

Pearl Hotek Shinjuku  Akebonobashi 







โรงแรมสไตล์ Business  Hotel เราจองที่พักผ่านagoda  เป็นโรงแรมเล็กๆที่เพิ่งสร้างใหม่ในปี 2018  คะแนนรีวิว agoda สูงมากน่าสนใจ เดิมจองโรงแรมอื่นและยกเลิกมาพักที่นี่แทน ห้องพักว่างเพียงสองคืน เราเลือกพักที่นี่สองคืนก่อนที่จะเปลี่ยนไปพักที่ใหม่  ดูจาก google map โรงแรมที่นี่ทำเลดีมาก เดินทางสะดวกใกล้สถานีรถไฟ รอบข้างมีร้านอาหารร้านสะดวกซื้อ เปิดตลอด24ชม.  ที่สำคัญราคาห้องพักถูกมากแบบไม่น่าเชื่อ  

เวลา check in 1500 ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน ฝากกระเป๋าไว้ก่อนได้แล้วไปเที่ยวกัน 



ก่อนเดินทางเที่ยว แวะเติมพลังทานราเม็งที่ร้านข้างโรงแรมกันก่อน แถวนี้ร้านอาหารร้านขนมของกินเพียบ 














เจ้าของร้านต้อนรับลูกค้าอย่างดี อัธยาศรัยดี ร้านสะอาดน่านั่ง สั่งกันเลย

-  grand menu เซตราเม็งเผ็ด+ เกี๊ยวซ่าย่าง 850 yen 








โชยุราเม็ง390 yen



จานนี้เหมือนราดหน้าทะเล เหมือนที่ทานที่ฮาจิบังราเมนเมืองไทย

เซต 820yen + เกี๊ยวซ่า  





เมนูกับของจริง 


เนื้อผัดซีอิ้ว 530 yen เสริฟพร้อมมักกะโรนีผัดมันฝรั่ง 

 
เกี๊ยวซ่าย่างมาอร่อยมากๆ 



 มีน้ำชาเย็นเหยือกใหญ่มาเสริฟก่อน ชอบร้านอาหารในญี่ปุ่นที่มีน้ำเย็นๆเป็นเหยือกมาให้ บางร้านเป็นชาเขียว บางร้านมีชาร้อน อยู่เมืองไทยต้องซื้อน้ำกันทุกร้าน พนักงานร้านนี้น่ารักคล่องแคล่วว่องไว เสริฟด้วยทำอาหารด้วย 



อิ่มแล้วเดินทางกันได้ เป็นร้านราเม็งที่สะดวกดี อาหารรสชาติพอทานได้ ความอร่อย 3/5 ทานอิ่มแล้วจะได้ไปเดินสวน ueno เพื่อชมซากุระในงานเทศกาลซากุระ2019 กันต่อ

8
ติดตามไปเที่ยวด้วยกันกำลังทะยอยลงรูปเรื่อยๆ นะจ๊ะ 


 เที่ยวเทศกาลซากุระ Japan2019 ที่สวนUeno 




เส้นทาง S03 Akebonobashi - S09  /A15 - A18 Asakusa / G19- G16 Ueno 




สถานี  Metro Ueno  exit Park 
หรือ JR exit shinobasu


ออกจากสถานีรถไฟ แวะร้านขนมในตำนานกันก่อน ร้านขนมปังรูปสัตว์หน้าสวนueno
ร้าน L'UENO 










ขนมปังหน้าสัตว์ ยกกันมาทั้งสวนสัตว์ 






ขายดีอันดับ1 ขนมปังพี่หมีไส้ช็อคโกแลต 



ขายดีอันดับ2 ขนมปังแพนด้าไส้ถั่วแดง 





ด้านหลังเป็น ตลาด Ameyoko อยู่ในแผนเที่ยววันนี้ (แต่ไปไม่ถึง ไม่มีเวลา) 111
ตลาด Ameyokoที่เดิมในสมัยสงครามโลกเป็นตลาดมืดของทหารอเมริกันเป็นแหล่งขายขนมหวานลูกกวาดของกิน ปัจจุบันเป็นแหล่งชอปปิ้งที่รวมของกินของใช้ขนมของฝากราคาถูกมากมาย รอบก่อนเรามาที่นี่ในวันอาทิตย์ คนแน่นประเภทเดินไหลตามกันไปเลย 



เข้าสู่สวน Ueno 






คารวะท่านไซโงกันก่อน 
อนุสาวรีย์ Statue of Saigo Takamori หรือ The last samurai 
ท่านไซโง หรือ ซามูไรคนสุดท้าย มีประวัติที่น่าสนใจ รูปปั้นนี้สร้างในปี 1898 
ท่านไซโงเป็นซามูไรที่มีบทบาทในสมัยศตวรรษที่19 เป็นผู้นำทางทหารฟื้นฟูอำนาจขององค์จักรพรรดิกลับคืนจากขุนนางในยุคเมจิ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงกองทัพญี่ปุ่นให้เป็นสมัยใหม่แบบตะวันตกและสุดท้ายเกิดความขัดแย้งกับรัฐบาลและจักรพรรดิในเรื่องอุดมการณ์ที่ท่านยึดมั่นในวิถีซามูไร สุดท้ายจึงจบชีวิตตนเองด้วยการทำseppuku หรือฮาราคีรี ในปี1877 เป็บบุคคลที่ชาวญี่ปุ่นให้ความศรัทธาในตัวท่านมาก 




เคยดูหนังสารคดี ช่อง BBC Earth ในช่วงที่โตเกียวเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดไฟไหม้ทั้งเมือง เป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดของโตเกียว และในช่วงสงครามโลกที่โตเกียวถูกถล่มอย่างหนัก สวนอุเอะโนะกลายเป็นที่พักพิงของผู้ประสบภัยของชาวโตเกียว  รอบอนุสาวรีย์ท่านไซโงกลายเป็นที่พักพิงและติดข่าวสารรูปถ่ายผู้สูญหายในช่วงเวลานั้น และ ในที่สุดญี่ปุ่นก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้พร้อมความเจริญที่ยิ่งใหญ่  สมกับได้ชื่อเมืองแห่งนกฟีนิกซ์ที่ไม่มีวันตายจริงๆ 
Tokyo " The Phoenix city"




รูปปั้นนี้ออกแบบพร้อมรูปสุนัข น่าจะเป็นเพราะท่านไซโงชอบพาสุนัขคู่ใจออกไปล่าสัตว์ จึงมีรูปปั้นของท่านพร้อมสุนัข 







เข้าสู่บรรยากาศแห่งซากุระ 

สวนสาธารณะอุเอะโนะ ( UENO) 

สวนสาธาณะที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีต้นไม้ร่มรื่นเป็นสถานที่พักผ่อน ด้านในเป็นที่ตั้งสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ มีบึงสาธารณะ หอศิลป์ และได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระในเทศกาลดูดอกไม้ ภายในสวนมีต้นซากุระเกือบร้อยสายพันธ์ 







เทศกาลชมซากุระหรือเทศกาลฮานามิ Japan 2019 จัดระหว่างวันที่  3/16/2019- 4/10/2019

เทศกาลฮานามิ ( Hanami)
เป็นเทศกาลชมดอกซากุระ ( Sakura or Cherry Blossom) ดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น 
ที่จะบานเพียงครั้งเดียวในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ประมาณปลายมี.ค.ถึงต้นเดือนเม.ย. โดยบานต่อดอกบ๊วยหรือดอกพลัม 





เข้าสู่บรรยากาศการชมซากุระ  
วันนี้วันธรรมดาไม่ใช่วันหยุดแต่มีชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่เยอะมาก 
















ซากุระหลายพันธ์หลากสีสันบานสะพรั่งเต็มต้นไปทั้งสวน









สายพันธ์ดอกสีชมพูเข้ม





















อากาศวันนี้ เย็นสบาย16องศา มีลมอ่อนๆพัดตลอดเวลา บรรยากาศสวยงามมาก
กลีบดอกซากุระร่วงปลิวตามลมลงพื้น นั่งในสวนท่ามกลางกลีบดอกซากุระ เป็นช่วงเวลาที่สวยงามประทับใจมากๆ 






ผู้คนมานั่งชมดอกซากุระกันเต็มทั้งสวน  salaryman มนุษย์เงินเดือนชุดสูทสีดำมานั่งสังสรรค์นั่งกินดื่มอย่างสนุกสนานมีเสียงเฮฮาเป็นระยะ แต่ไม่มีเมาโวยวายน่ากลัว ทุกคนนั่งฉลองกันอย่างมีความสุขเรียบร้อยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น บรรยากาศแบบนี้ดีมากๆ 





ที่ยังมาไม่ได้แต่ปูเสื่อจองไว้ก็เยอะ รอให้เลิกงานก่อนเถอะแถบนี้คงแน่นน่าดู 






เดินกันต่อไปเรื่อยๆ ซากุระบานสะพรั่งทั้งสวน พื้นที่กว้างมาก ได้ยินเสียงเฮฮาเป็นระยะ ตามถนนและในสวนสะอาดมากไม่มีขยะสักชิ้นมีเพียงกลีบดอกซากุระร่วงหล่นเต็มไปหมด

















ผังงานเทศกาลฮานามิ สวนสาธาณะ Ueno 







มีถังใส่ขยะแยกชนิดตั้งไว้กลางสวนเด่นพอๆกับซากุระ  ไม่มีสกปรกเลอะเทอะ แต่มีภาพแปลกตา มีคนไร้บ้านมาคุ้ยถังขยะให้เห็น เป็นภาพที่ไม่ชินตามากนัก




ป้ายห้ามจับซากุระ 



บรรยากาศโดยรอบยังมีออกร้านขายอาหาร food truck 













มีอะไรให้ดูแปลกๆ มีโชว์มายากล 













นอกจากปูเสื่อชมซากุระยังมีบริเวณจัดโต๊ะให้ยืนกินดื่มชมซากุระด้วย 















มาฉลองเทศกาลฮานามิด้วยคน 









ซากุระสวยๆกับสาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน 



ขออนุญาตเก็บภาพความงาม 







ผู้คนยังยืนดื่มกินอย่างสนุกสนาน มีลุงญี่ปุ่นอารมณ์ดียืนดื่มเบียร์ชมซากุระเมาเบียร์ส่งเสียงเฮอยู่คนเดียวก็มี มองดูแล้วแอบฮา 



มีขนมน่าสนใจ ดังโงะเจ้านี้คนยืนต่อคิวยาวตลอด 


















รสโชยุ และรสซอย ถั่วเหลือง ไม้ 350yen 







เดินเล่นชมซากุระกันต่อ







มาสวน ueno แล้วห้ามพลาด Starbucks Ueno ที่ติดอันดับ1ใน5 ร้าน starbucks สวยที่สุดในญี่ปุ่น   ร้านเปิด 8.00-21.00 










บรรยากาศในวันชมซากุระ แถวยาวมากก









Tiramisu frappucino 



เดินต่อไปเป็น Tokyo National museum 
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น 



ในสวนอุเอะโนะ ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง 

- Nation Museum of nature and Science 
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 
ที่น่าสนใจคือมีโครงกระดูกไดโนเสา่ร์และฟอลซิลไดโนเสาร์ และเหมือนเคยอ่านเจอว่ามีสต๊าฟร่างหมาฮาจิไว้ที่นี่ด้วย  
- The Nation Museum of Western Art 
พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ  
- Ueno Zoo  สวนสัตว์อุเอะโนะ ที่มีหมีแพนด้าเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์ 
-Ueno kodomo Yeun สวนสนุกอุเอะโนะ สวนสนุกขนาดเล็กๆ
-ศาลเจ้า Gojo tenjin  Shrine ที่มีอุโมงค์โทริอิ (Torii) สีแดงขนาดน้อยๆ 

ทั้งหมดอยู่ในสถานที่เที่ยวที่แพลนไว้วันนี้ที่อยากมา น่าสนใจทั้งนั้น  สรุปหมดเวลา ถ้าจะมาเที่ยวทั้งหมดจริงๆควรแพลนไว้เลยทั้งวัน  ยกไปรอบหน้า 123



จากที่วางแผนมาชมซากุระแค่ชั่วโมงเดียว กลับกลายเป็นอยู่ที่นี่นานหลายชั่วโมง 









แล้วก็ได้เวลาอำลาซากุระ วันนี้มาร่วมเทศกาลฮานามิอย่างเดียว 

อำลาท่าน  Komatsunomiya Akihito Shinno
ประธานกาชาดญี่ปุ่นคนแรก ไม่ทราบประวัติว่าทำไมมีอนุสาวรีย์ตรงนี้ 












กลับไปยังสถานีรถไฟ เราต้องไปต่อที่ Asakusa 







พี่หมีแพนด้ามีอยู่ทุกที่ แทบจะเป็นสัญลักษณ์ย่าน Ueno กันเลย 







ภายในสถานี Metro Ueno 


-------------------------------------------------------------------

 Asakusa ไหว้พระวัด Sensoji / หาขนมทานที่ ถ.Nakamese-dori 





สถานที่เที่ยว Asakusa 
มาถึงช่วงเย็นแล้ว แพลนไว้มาเดินช่วงเย็น-ค่ำ รอบก่อนมาวันอาทิตย์ช่วงกลางวันคนแน่นมาก เดินดูอะไรแทบไม่ได้เลย ครั้งนี้เปลี่ยนแผนมาดูบรรยากาศช่วงกลางคืน 
การเดินทางมาได้ทั้ง Ginza line และ Asakusa line ทางออกมีหลายทาง รอบก่อนเราออกทางสะพานแดงข้ามแม่น้ำ sumida รอบนี้ Ginza line exit 4  โผล่มาเจอมุมนี้พอดี 

Asahi  Beer Tower & Super dry hall 
สำนักงานใหญ่เบียร์อาซาฮี และประติมากรรมรูปเปลวไฟ Flamme d'Or' 





เส้นทาง Ginza line exit 4  ช่วงเวลา17.30 แดดยามเย็นส่องอาคารเบียร์อาซาฮีเป็นสีทองสวยๆ 


หากอยากออกทางออกใกล้หน้าวัดsensojiที่สุด  Ginza line ให้ออก exit 1 / Asakusa line exit A4 

สถานที่เที่ยว Asakusa ที่น่าสนใจวันนี้ทั้งที่เคยไปแล้วและยังไม่เคยไป ที่เที่ยวพื้นๆที่เป็นที่รู้จัก และที่เที่ยวอื่นๆที่ในไกด์บุ้คแนะนำ ( แต่ดูแล้วถ้าจะไปครบต้องเดินทั้งวัน  )

-สวนสนุกเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น Hanayashiki เดินทะลุหลังวัดsensojiไปทางทิศตะวันตก จะไปเล่นบ้านผีสิง ( สรุปมัวแต่กินขนมหน้าวัด ไปไม่ถึง หมดเวลา 111)
-วัด sensoji (หรือวัด Asakusa) + บริเวณรอบๆ
-Sumida river & Azumabashi  bridge 
-Sumida park 
-Asahi Tower & Super dry hall 
- kitchen town ย่านกัปปะบาชิ 
- Shin Nakamise shopping street 


Asahi Tower & Super dry hall 
อาคารเบียร์ Asahi ออกแบบโดยชาวฝรั่งเศส Phillip stark 
ฟองเบียร์สีทองที่เป็นดั่งเปลวไฟ





เดินเล่นไปเรื่อยๆ เพื่อไปวัด sensoji ระหว่างทางเจอของแปลกๆอีกแล้ว มีหนุ่มญี่ปุ่นยืนนิ่งตัวแข็ง อยู่กลางถนน 130   เดินผ่านก็ยังนิ่ง 555 รีบเดินๆ ไม่กล้าสบตา 
มาญี่ปุ่นรอบก่อนเจอ salaryman แต่งสูทดำวิ่งอยู่กับที่ระหว่างรอข้ามถนนช่วงไฟแดง
 มีอะไรแปลกๆดี 





เดินไปเรื่อยๆ สังเกตุเห็นรถลากโบราณกลางถนนแสดงว่าเดินมาถูกที่แล้ว และแล้วก็มาถึง

Senso - ji Temple 
วัดเซนโซจิ หรือ วัด asakusa kannon สร้างประมาณปี 628 

ด้านหน้า ประตูสายฟ้า คะมินะริมง (kaminarimon) 

ประตูสายฟ้า เป็นประตูทางเข้าวัด สร้างในปี 1960 มีโคมแดงขนาดใหญ่5.5.m หนัก 700กก.แขวนอยู่ มีรูปสายฟ้าและเมฆ







Nakamise - Dori ถนนนากามิเซะ
ถนนที่มีร้านค้าเรียงรายตลอดเส้นทางเข้าไปยังวัด ระยะยาว 250m มีร้านค้าร้านขนมโบราณของฝากของที่ระลึกสไตล์ญี่ปุ่นมากมาย เป็นจุดหมายเราที่จะมาทานขนมกัน 






บรรยากาศเริ่มค่ำแต่คนยังเดินกันไม่หยุด แต่บางเบากว่าช่วงกลางวันเดินสบายๆ มารอบก่อนวันอาทิตย์คนแน่นมากเหมือนมีงานมหกรรม



สินค้าสไตล์ญี่ปุ่นเก่าๆ ทั้งของที่ระลึก เครื่องราง  และขนมต่างๆ









ร้านนี้สินค้าสไตล์ญี่ปุ่นสวยทั้งร้าน มีผ้าเช็ดหน้า ผ้าห่อของลายแบบญี่ปุ่นๆ



ผ้าเพ้นท์ลายญี่ปุ่น ซื้อไปฝากคุณยายลายกิโมโนผืนใหญ่ มีนักท่องเที่ยวฝรั่งเลือกเหมือนเราไปอีกผืน 







ร้านขนมโบราณ 







แวะร้านนี้ ชาเขียวเย็น อร่อยชื่นใจ แก้ว 130 yen 








มีโต๊ะให้ยืนดื่มเป็นที่เป็นทาง ในญี่ปุ่นห้ามเดินกินอาหารหรือดื่ม  ซื้อขนมและน้ำแล้วต้องยืนทานให้เรียบร้อยถึงเดินเที่ยวต่อได้ 






FUNAWA 
ร้านขนมในตำนาน ร้านขนมหวานแบบญี่ปุ่น และ ซอฟครีมอร่อย 











ขนมหวานเป็นแป้งมีไส้บนละเอียดรสต่างๆ ที่น่าสนใจที่สุดคือมันหวาน จัด sweet potato กันสักหน่อย ชิ้น 152 yen 



ต่อด้วยซอฟครีม 









ซอฟครีมรส sweet potato มันหวาน และ green tea 350 yen 









sweet potato มีชิ้นมันหวานมาในแท่งซอฟครีมด้วย 









-ของเล่นมากมาย ช่วงนี้ที่เห็นแปลกกว่าครั้งก่อนคือมีมาสคอตโอลิมปิค Japan 



หน้ากากญี่ปุ่นดูเป็นเอกลักษณ์ถนนนากะมิเซะ



ฟากหนึ่งของถนนมีร้านอิซากายะ ร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ มองเห็น tokyo skytree ยามค่ำคืน เปิดไฟสวยเหมือนเพชร 
ในสมัยก่อนบริเวณโดยรอบเคยเป็นย่านโคมแดง ปัจจุบันยังมีเกอิชาอยู่บ้าง  เกอิชาเป็นอาชีพที่ยังคงมี ต้องผ่านการฝึกหัดร้องรำ  มีหน้าที่ร้องรำให้ความบันเทิงแก่ลูกค้า 
























กลับเข้ามาทางเดินก่อนถึงตัววัด sensoji มีต้นซากุระเรียงราย ดอกซากุระยามค่ำคืนตัดกับท้องฟ้าสีเข้มดูสวยงามจริงๆ มีตากล้องมาตั้งกล้องถ่ายภาพอยู่หลายราย 
























ตรงบริเวณนี้มีร้านขนมเก่าแก่ในตำนาน ร้านอยู่ขวามือท้ายๆก่อนสุดเขตร้านค้าก่อนถึงวัด 



ร้าน Kokonoe   อาเกะมันจูจักรพรรดิ์ 
ร้านอาเกะมันจูในตำนานที่อร่อยถึงขนาดองค์จักรพรรดิ์เสด็จมา มีรูปถ่ายองค์จักรพรรดิ์ประทับเป็นรูปเล็กๆติดข้างร้าน ไม่สังเกตุไม่เห็นแน่ๆ 





ร้าน เปิด 9.30-19.00 
ขนม agemanju หรือซาลาเปาทอด มีไส้หลายชนิด ที่น่าสนใจคือซากุระ เป็นซาลาเปาทอดที่ผสมใบซากุระทอดกรอบ 
ครั้งก่อนเรามาลองทานแล้ว รอบนี้ไม่พลาดมาอีกรอบ










มีไส้หลากรส อร่อยๆทั้งนั้นทั้งรสหวานและเค็ม  รสดั้งเดิมคือถั่วกวน (130 Yen ) ที่อร่อยคือ curry( 200 yen)  ที่ห้ามพลาดคือ ซากุระ  (200 yen) 
















ซากุระมีใบซากุระผสมทอดกรอบ ซากุระจริงๆจะรสเหมือนเชอรี่แต่ชิ้นนี้ไส้คล้ายเผือกกวน 





รสแกงกะหรี่ อร่อย



ติดกันคือร้านขนมชื่อดังอีกร้าน 

Kimuraya Honten ขนมนิงเรียวยากิรูปนก เจดีย์ 









ร้านขายขนมอื่นๆ เริ่มทะยอยปิดร้าน ยังมีขนมอร่อยๆอีกหลายร้านที่ไปยังไม่ทัน ร้านปิดเสียก่อน เมล่อนปังขนมดังที่รอบก่อนทานแล้วเฉยๆ  ซอฟครีมชาเขียวเข้ม7ระดับไม่ได้ไปค่ำเสียก่อน ข้าวเทมปุระ ขนมหวานอันมิตสึ มาค่ำเกินไปร้านเริ่มปิดกันแล้ว 











Sensoji Temple 

คนยังคงมาไหว้ที่วัดอย่างต่อเนื่อง 






เจดีย์5ชั้น สูง64เมตร 





ประตูคลังสมบัติ Hozomon

ประตูที่สองก่อนถึงอาคารหลักของวัด sensoji 










เทพเจ้า คงโงริกิชิ ( Kongo rikishi) ผู้คุ้มครองประตู โฮโซมง











ศาลา Kannondo ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม 







ต่อแถวสักการะเจ้าแม่กวนอิม








เที่ยวกันจนมืด กลับไป เช็คอินที่โรงแรมกันก่อน ที่เที่ยวที่ไปไม่ทันตัดออก ไม่ไปรวมทั้ง moomin cafe ที่ tokyo skytree / สวนสนุก Hanayashiki 

--------------------------------------------------------------------------------
เดินกลับไปสถานีรถไฟใต้ดิน 





เดินเล่นไปยังด้านข้างวัด ผ่านร้านค้าที่มีบรรยากาศน่าสนใจ  มีภาพวาดแบบโบราณวาดประดับไว้ที่ประตูร้าน 







มีร้านอาหารบรรยากาศเกาหลีแถบนี้ ที่กั้นพลาสติคคือกั้นควันไม่ให้ลอยออกไปรบกวนผู้คนใช่หรือไม่ 



ร้านนี้คนต่อคิวเยอะมาก












กลับมาcheck in กันก่อน มาถึงดึกเลย 




 เดินเล่นดูแสงสียามค่ำคืนที่ shinjuku 

Akebonobashi  S03 -  S01 Shinjuku 

กลับจากโรงแรมออกไปเที่ยวกันอีกรอบ โรงแรมเราใกล้ชินจุกุ เดินดูแสงสียามราตรี ครั้งก่อนมาช่วงกลางวัน รอบนี้ดูบรรยากาศค่ำคืนย่านชินจุกุ 
ชินจุกุเป็นย่านที่เต็มไปด้วยตึกสูง โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านค้ากลางคืนมากมาย สถานีชินจุกุมีหลายสถานีหลายทางออก ได้ชื่อว่าเป็นรถไฟใต้ดินที่วุ่นวายที่สุดในโลก 
บริเวณนี้เต็มไปด้วยตึกอาคารสูงมากมาย เนื่องจากพื้นดินบริเวณนี้มีความแข็งแรงที่สุดในญี่ปุ่นทนต่อแรงแผ่นดินไหว จึงเหมาะกับปลูกสร้างอาคารสูงๆ 

จากสถานีรถไฟใต้ดิน ขึ้นบันไดเลื่อนสูงและชันมากๆ บันไดเลื่อนยาวมากๆกว่าที่สถานีอื่น ขึ้นบันไดเลื่อนโตเกียวอย่าลืมชิดซ้าย แต่ที่สวิสจะยืนชิดขวา 



Shinjuku 



อาคารฝั่งตะวันตก  ตึก cocoon  และอาคาร Tokyo metropolitant มีจุดชมวิวเมืองฟากนี้ 



ชินจุกุ ฝั่งตะวันออกแสงสีดูจะคึกคักกว่า มีย่านคาบูกิโจที่เป็นแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน พาเด็กๆมาให้เห็นโลกของญี่ปุ่นอีกมุมที่อาจไม่ใสเหมือนดีสนีย์แลนด์  แถบนี้มีร้านกินดื่มแหล่งบันเทิงกลางคืนตลอดเส้นทาง  ผู้คนเดินขวักไขว่  แต่ไม่มีอะไรน่ากลัวเดินดูบรรยากาศกันไป 





ทางไปโรงแรมก็อตซิลล่า Gracery hotel  ตึกสูงแสงสีผู้คนคึกคัก ถ้ามาช่วงกลางวันจะเห็นพี่โกจิล่า ก็อตซิลล่าส่งเสียงร้องและส่องแสงที่ตา ต้อนรับนักท่องเที่ยว น่าจะทุกชั่วโมงถ้าจำไม่ผิด  ครั้งก่อนมาชินจุกุเพื่อตามหาก็อตซิลลล่าโดยเฉพาะ

มาช่วงกลางคืน เห็นขยะริมทางวางกองไว้อย่างไม่เรียบร้อย  เป็นภาพที่ไม่เห็นบ่อยในญี่ปุ่นที่ทุกที่มักสะอาดปราศจากกองขยะแบบนี้  



เห็นก็อตซิลล่าเป็นเงาๆ ซ้ายมือข้างตึกสูงของโรงแรม 









ศิลปินเปิดหมวกมีตลอดทาง ร้องเพลงดีมาก คนหยุดยืนดูกันเต็ม เสียงเพลงช่วยสร้างบรรยากาศแถบนี้ให้มีเสน่ห์ 





















มี Don Quijote Shinjuku สาขาใหญ่ เปิด24ชม. ไม่ต้องนอนกัน ร้านใหญ่ของเยอะแน่นไปทั้งร้าน มีหลายชั้น สาขานี้คนเยอะมากก  ที่นี่เปรียบเสมือนถ้ำอาลีบาบาเพื่อมาค้นหาสมบัติ  ช้อปครบ ได้ยกเว้นtaxด้วย ที่นี่เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับไหลจริงๆ 







ตู้คีบตุ๊กตาก็มีบ้าง คีบกันจนรถไฟจะหยุดวิ่งเที่ยงคืน 












 เดินเล่นกันจนดึก กลับโรงแรมก่อนรถไฟหมดเที่ยงคืน เดี๋ยวมากันใหม่ เจอร้าน ticket access ที่ขายตั๋ว disneyland แล้ว ถูกกว่าซื้อที่สวนสนุกหรือที่โรงแรมดีสนีย์




S01 shinjuku -  S03 Akebonobashi 



อาหารดึก แวะร้าน Sukiya อยู่ใกล้โรงแรมทางเดินกลับโรงแรมพอดี  ทานอาหารง่ายๆกันก่อนนอน ร้านอาหารที่นี่ปิดดึก 

เมนูเน้นข้าวหน้าเนื้อเหมือนสาขาในไทย มาเทียบรสชาติกัน 

สั่ง









มีกริ่งกดเรียกพนักงานเพื่อสั่งอาหารเหมือนในไทย น้ำเปล่าใส่น้ำแข็งมีให้ฟรี



เซตข้าวหน้าเนื้อ มิโสะ กิมจิ และไข่ออนเซน  M 500 yen 





เซตข้าวหน้าเนื้อหอมซอย ไข่ดิบ  M510 มีที่ตอกไข่ให้มาด้วย 







ข้าวหน้าเนื้อ แบบธรรมดา  S 550





เมนูนี้แปลก ข้าวหน้าเนื้อหอมใหญ่โรยฝรั่งสดขูดฝอย S420 ทานแล้วได้รสฝรั่ง





เครื่องเคียงขิงดองเหมือนในไทย แต่ที่ญี่ปุ่นใส่โถแบบอลังการมาก มีซอสปรุงรสขวดใหญ่คล้ายน้ำสลัดให้ใส่เพิ่มตามชอบ



อิ่มอร่อยก่อนนอน คะแนนความอร่อย B-  รสชาติเหมือนในไทย รสธรรมดาๆ มาลองร้านนี้เพราะอยากลองรสต้นตำหรับของ sukiyaที่ญี่ปุ่น สรุปว่า รสอาหารค่อนข้างจืด ไม่อร่อย 

แถบโรงแรมยังมีร้านสะดวกซื้อเปิด 24ชม lawson และ 7-11 ยอดเยี่ยมมาก แวะซื้อขนม นม กาแฟ กันเหมือนเดิม 



ปิดท้ายวัน โรงแรมคืนนี้ ที่   Pearl Hotek Shinjuku Akebonobashi  นอนหลับฝันดีพรุ่งนี้เราจะไปลุยสวนสนุกเปิดใหม่จากฟินแลนด์  

day 3 :  Moomin Valley Park  Saitama     

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=18-06-2019&group=29&gblog=6

----------------------------------------------------------------------
ทริป เที่ยวเอง Japan2019 :
 ลากกระเป๋าพาลูกเที่ยวตะลุยTokyo เที่ยวเอง 8D7N ปี2

Review 
385  Day1/8 Japan2019: BKK-TOKYO :Review Hongkong Airline
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=06-06-2019&group=29&gblog=2

329   Night1: Narita Tobu Hotel Airport
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=10-06-2019&group=19&gblog=104

------------------------------------------------

ติดตาม Review ทริปJapanครั้งก่อนที่นี่

386  ทริปเที่ยวเอง  JAPAN 2017 :

ตะลุยTOKYO เที่ยวdisneyland 6D5N (17-24April2017)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=21-05-2017&group=27&gblog=12

--------------------------------------------------------

385  Review  ทริปเที่ยวเอง Switzerland 2018
 (31 March - 16 April2018 )

day 1 :  BKK- Zurich Switzerland / Uetliberg Zurich
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=01-05-2018&group=28&gblog=2 

day 2 :  Vaduz Liechtenstein + Bregenz Austria
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=11-09-2018&group=28&gblog=10

day 3 :  Arosa
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=14-11-2018&group=28&gblog=11

day 4 : Lausanne  
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=30-11-2018&group=28&gblog=13

day 5 : Gruyeres + Broc + Vevey
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=14-01-2019&group=28&gblog=14  

day 6 : Jeneva + ( Yvoire France )
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=22-01-2019&group=28&gblog=16

day 7 : ยอดเขา Schilthorn 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=26-01-2019&group=28&gblog=17

day 8 :ยอดเขา Titlis Luzern
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=01-02-2019&group=28&gblog=18

day 9 : ยอดเขาGrindelwald First
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=10-02-2019&group=28&gblog=20

day 10 : Appenzell 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=16-02-2019&group=28&gblog=22

day 11 : Stuttgart Germany
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=20-02-2019&group=28&gblog=24

day 12 : FIFA football museum + Basel
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=24-02-2019&group=28&gblog=27

day 13 : ( Glacier3000) + Bern + Biel 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=02-03-2019&group=28&gblog=29

day 14 : St.moritz + Chur
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=07-03-2019&group=28&gblog=31

day 15 : ยอดเขา Stanserhorn + ยอดเขา Rigi
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=11-03-2019&group=28&gblog=33

day 16:  Milano Italy ( ดูฟุตบอล AC MILAN & Napoli)
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=14-03-2019&group=28&gblog=35

day 17 : Zurich ( งานเทศกาล Sechselauten เมืองซูริค )
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tantailovegongtup&month=21-03-2019&group=28&gblog=37

-----------------------------------------------------------
(ข้อมูลเที่ยวเองในบล็อคเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัวที่พบในช่วงสั้นๆในมุมมองฐานะนักท่องเที่ยว  นำมาเล่าเท่าที่พบเห็น Smiley รูปภาพเล่าเรื่องราวไม่ได้ผ่านการตกแต่งใดๆหรือใช้แอพใดๆทั้งสิ้น เป็นบันทึกการท่องเที่ยวผ่านภาพถ่ายเล่าบรรยากาศแบบท่องเที่ยวกันเองข้อมูลหากผิดพลาดต้องขออภัย )
------------------------------------------------------------




Create Date : 11 มิถุนายน 2562
Last Update : 5 กรกฎาคม 2562 9:55:39 น.
Counter : 189 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณKavanich96, คุณnewyorknurse

  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:3:06:35 น.
  
ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยียนค่ะ K.Kavanich 96 ^^
โดย: momarmy วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:13:54:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

momarmy
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 91 คน [?]



เทคนิคการแพทย์ทหารที่มีฝัน รักการเดินทาง เขียนบันทึกการท่องเที่ยว และรักการถ่ายภาพลูกชายเป็นชีวิตจิตใจ มีความสุขทุกครั้งที่ได้เก็บกระเป๋า สะพายกล้องออกเดินทาง รักอิสระชอบวางแผนและเดินทางท่องเที่ยวเอง มีความฝันอยากพาผู้คนไปท่องเที่ยวให้มีความสุข บันทึกการเดินทางในบล็อคนี้คือการบันทึกวันเวลาแห่งความสุขเก็บไว้ และยินดีแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางในการท่องเที่ยวด้วยตัวเองให้กับผู้ที่มีความฝันเหมือนกัน
Group Blog
มิถุนายน 2562

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30