Zombieman's World
 
 

เรื่องบังเอิญกับรักครั้งแรก

คุณยังจำความรักครั้งแรกของคุณได้ไหมครับ ผมหมายถึงรักที่เป็นรักจริงๆไม่พ้อพพี้เลิพแบบชั่วครั้งชั่วยาม ผมยังจำได้ดีทุกๆครั้งที่ผมคิดถึงมันผมจะเห็นภาพเธอคนนั้นลอยตามมาอยู่ด้วยเสมอๆ ผมเจอเธอครั้งแรกที่สนามกีฬาของมหาวิทยาลัยหลังจากที่แข่งฟุตบอลเสร็จผมเดินคอตกหลังจากที่เราแพ้อย่างยับเยินเราตกรอบแรกและผมยิงจุดโทษไม่เข้า

"อย่าคิดมากนะต๊ะ กีฬามันมีแพ้มีชนะ"เพื่อนสาวคนหนึ่งบอกผมผมยิ้มให้เธอแกนๆแต่สายตาของผมกลับไปตกอยู่กับใครอีกคนหนึ่งซึ่งมาพร้อมกับเธอ คงไม่ใช่เพื่อนที่คณะแน่ เธอคงจะเป็นเพื่อนของเพื่อนผมอีกที แต่อารมณ์ของผมตอนนั้นคงจะจีบใครไม่ได้แน่ๆผมมองพวกเธอแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินจากมา ผมคงไม่ได้พบเธออีกแต่ช่างเถอะผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวผมคิดในใจ.....

หลายวันหลังจากนั้นผมติดฝนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ ให้ตายสิซวยจริงๆในศาลานั้นมีผมยืนอยู่คนเดียวและผมก็รีบเสียด้วย ผมหอบรายงานบึกเบ้อเริ่มมาส่งอาจารย์ และมันเปียกฝนไม่ได้เส้นตายคือเที่ยงของวันนี้และนาฬิกาของผมก็บอกว่าตอนนี้ 11 โมงแล้วฝนเจ้ากรรมไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมต้องแย่แน่ๆ

"ให้เราไปส่งไหม" เสียงใครบางคนดังมาจากทางด้านหลัง เธอนั่นเองผมไม่รู้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอถือร่มเล็กๆคันหนึ่งผมมองดูแล้วมันคงกันฝนให้คนพร้อมกันสองคนคงไม่ได้แน่

"อย่าเลยนะ เดี๋ยวเธอจะเปียกซะเปล่าๆร่มคันเล็กขนาดนั้นจะไปได้ไง 2 คน"

"เราให้ยืมร่มก็ได้ เดี๋ยวเรารอตรงนี้ อาจารย์ ดร.ให้ส่งงานก่อนเที่ยงไม่ใช่เหรอ"

ผมอยากจะปฏิเสธเธอเหมือนกัน มันน่าเกรงใจที่ให้เพื่อนของเพื่อน คนที่เราเพิ่งรู้จักยืนติดฝนในขณะที่ผมเอาร่มของเธอไป แต่ในสถานการณ์จวนเจียนแบบนี้ผมคงปฏิเสธไม่ได้ ผมรับร่มคันนั้นมา

"รอแป้บเดียวนะแล้วเราจะรีบเอามาคืน"

"อืม"......

22นาทีหลังจากนั้นผมกลับมาแต่ป้ายรถเมล์นั้นว่างเปล่าเสียแล้วเธอหายไป ทั้งๆที่ฝนยังไม่หยุดตกร่มของเธอยังอยู่ในมือผม เธอหายไปไหนนะผมนั่งรอเธอเกือบ 2 ชั่วโมงรอจนฝนหยุดตก แต่เธอก็ยังไม่มา ผมไม่รู้จักกระทั่งชื่อเธอด้วยซ้ำ เธอหายไปพร้อมทิ้งร่มไว้ให้ผมคันหนึ่ง ผมคงต้องตามหาเจ้าของร่มให้เจอ ผมจะไปตามหาเธอที่ไหนนะมืดแปดด้านเลย ผมหยุดคิดช้าๆเช้าชายรูปงามยังตามเจ้าของรองเท้าแก้วจนเจอได้เลยทำไมผมจึงจะตามหาเธอให้เจอไม่ได้เล่า ผมต้องตามหาอ้อมเพื่อนผมที่เธอมาด้วยในวันนั้น เจออ้อมผมคงหาเธอเจอ

"เราไม่รู้จักเค้าหรอกนะต๊ะ เขามาทำข่าวให้มหาลัยเราเลยพามาน่ะไปห้องโสตน่าจะเจอนะ"

ผมผิดหวังอย่างแรง แต่ก็เดินไปที่ห้องโสตเพื่อหวังว่าจะได้เจอแต่...

"ผู้หญิง ขาวๆ ผมยาวๆตัวไม่สูงไม่เล็กน่ะเหรอสมาชิกชมรมเรามีเป็นร้อยๆชื่อน้องเค้านายก็ไม่รู้จักเราจนปัญญาจริงๆว่ะ แล้วร่มเหลืองๆที่นายถืออยู่น่ะทางชมรมเราแจกตอนรับน้องใครๆเค้าก็มีกัน เราว่านายเอาไปใช้เหอะ"

ผมผิดหวังอีกเป็นครั้งที่2 ผมคงหาเธอคนเดียวไม่สำเร็จแน่ๆผมจึงไปขอแรงเพื่อนๆช่วยกันตามหาอีกแรง ยิ่งหายิ่งไม่เจอทำให้ผมยิ่งอยากพบเธอเข้าไปอีกผมเฝ้าคิดถึงแต่หน้าเธอ ผมคงชอบเธอเข้าแล้วแต่ชะตาเล่นตลกจริงๆ หลายวันมาแล้วที่ผมถือร่มมาเรียนทั้งๆที่ฝนไม่ตก ผมตามหาเธอทั่วมหาวิทยาลัยแต่ผมก็ยังไม่เจอเธอ

"แกหาน้องร่มเหลืองเจอยัง"

"ยังเลย"

"สงสัยผีหลอกมั้ง"

"เหลวไหลน่า"

"แล้วจะไปหาจากไหน ออกประกาศเสียงตามสายไหม"

"อย่าเว่อร์ อาจารย์รู้เข้าคอขาดแน่ๆเอาเรื่องไร้สาระไปประกาศ"

"งั้นทำใจเหอะ วาสนาคงได้แค่นี้แหละมั้ง ถ้าคิดถึงเค้าก็ดูร่มไปพลางๆก่อนแล้วกันนะ"

"อ้อมแกเงียบๆเหอะ"

2 สัปดาห์หลังจากนั้นผมเลิกหวังที่จะหาเธออีก ผมไปนั่งรอรถเมล์ที่เดิม เวลาเดิม หวังเป็นครั้งสุดท้ายว่าเธออาจจะมารอรถ และผมจะได้เจอเธออีก ถ้าผ่านวันนี้ไปผมคงต้องทำใจลืมเธอเสียก่อนจะพุ้งซ่านไปมากกว่านี้ เที่ยง 20นาที ผมถอดใจเธอคงไม่มาแล้วผมเดินถือร่มออกมา "ไปทานข้าวที่โรงอาหารดีกว่า"ผมคิดว่าจะไปทานข้าวแล้วค่อยกลับบ้าน ผมเดินไปจากป้ายรถเมล์ไม่ถึง10 เมตรจู่ๆฝนก็ตกลงมาแบบไม่มีปี่ไม่มีมีขลุ่ย

"ซวยจริงๆมารอคนก็ไม่เจอ ดันมาเปียกฝนอีก" ผมสบถกับตัวเองแล้ววิ่งกลับไปหลบฝนที่ป้ายรถเมล์อีกครั้ง ผู้คนนับสิบอัดกันอยู่ในป้าย ฝนเจ้ากรรมก็ตกหนักขึ้นเรื่อย ผมภาวนาว่าให้มีรถเมล์มาทีเถอะรับคนพวกนี้ไปที อึดอัดจะแย่รถเมล์สายหนึ่งมาจอดเทียบป้ายผูคนกรูกันขึ้นไป รถคันนี้เป็นสายที่กลับบ้านผม ผมเปลี่ยนใจกระทันหันกลับเลยดีกว่ามั้ง ผมกำลังจะเดินขึ้นไปบนรถพลันมีใครคนหนึ่งเดินสวนลงมาจากรถ "เธอนั่นเอง" ผมหยุดตะลึงงัน เธอมองมาที่ผมเธอยิ้มให้ผมยังจำรอยยิ้มนั้นได้

"ขอทางด้วยค่ะ"

"ครับ"ผมหลีกทางให้ ผมน่าจะพูดอะไรให้มากกว่านี้แต่ปากเจ้ากรรมขยับไม่ออก

เธอกำลังจะเดินฝ่าฝนเข้าไปในมหาวิยาลัย ไม่มีเวลาแล้วผมตัดสินใจโดดลงจากรถเมล์วิ่งตามเธอไป

"เธอๆเราเอาร่มมาคืน เอาร่มไปนะจะได้ไม่เปียก"

"ขนาดนี้แล้วต้องใช้ร่มอีกเหรอ"เธอตอบยิ้มๆพลางมองไปที่ร่างที่เปียกโชกของผม เธอเองก็เปียกเหมือนกัน น่าขำดีและนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของเรา




 

Create Date : 16 กันยายน 2550   
Last Update : 16 กันยายน 2550 10:57:45 น.   
Counter : 150 Pageviews.  


เพราะว่าฉันนี้ มี....เพียง เธอ

แสงแดดตอนกลางวันในชนบทธุรกันดานแห่งนี้ร้อนราวกับจะแผดเผาทั่วบริเวณให้ไหม้เป็นธุลี ไอร้อนระเหยขึ้นมาบนผิวถนนลูกรังขรุขระ แต่ความเงียบสงบนั้นพลันหายไป แลนโรเวอร์คันนั้นพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ฝุ่นแดงปลิวตามหลังเป็นทางยาว คนบนรถนั้นเร่งร้อนให้ไปถึงจุดหมายโดยเร็ว ราวกับว่าหากช้าสักวินาทีโลกใบนี้จะแตกสลาย

"ผึ้ง เรามาแล้ว ผึ้งรอเรานะอย่าเป็นอะไรไปเสียก่อน ...ให้ตายสิโว้ย!!! ไอ้กระบือบ้าเอ้ย จะเดินมาทำไมตอนนี้ วะ" อุ้ยสบถ ออกมาเมื่อทางข้างหน้าไม่อาจไปได้โดยเร็วเนื่องจากมีเครื่องกีดขวางฝูงใหญ่ ไม่แปลกที่คนเงียบขรึมอย่างอุ้ยจะพูดมากมากกว่าทุกวันตลอดทางจากกรุงเทพม่ที่นี่เขาคงด่าใครต่อใครที่ทำให้ช้าไม่ต่ำกว่า พันแล้วกระมัง ความรีบร้อน หลังจากที่ได้ข่าวอันนั้น ทำให้เขาต้องรีบมาที่นี่ มาโดยเร็วที่สุด ข่าวจากเด็กคนนั้น

'ถึง คุณวิศิษฐ์ ที่เคารพ

หนูมีเรื่องขอร้องคุณคะ ตอนนี้คุณครูของหนูกำลังมีอันตราย มีคนจะมายิงครูคะ หนูเคยเห็นรูปและที่อยู่คุณในสมุดบันทึกของครูผึ้ง คุณคงจะเป็นคนสำคัญของครูนะคะเพราะทุกทีที่หนูไปทำความสะอาดห้องครูหนูจะเห็นรูปคุณ บางทีหนูก็เห็นคุณครูร้องไห้ กอดสมุดบันทึกไว้ คุณต้องเป็นคนสำคัญกับครู คุณต้องช่วยครูนะคะ ไม่มีใครช่วยครูได้ พ่อบอกให้ครูไปแต่ครูไม่ไป พ่อบอกว่าถ้าครูไม่ไปมันจะเอาชีวิตครู คุณต้องรีบมานะคะ ตอนนี้ครูอยู่ที่.....................'

อุ้ยได้รับจดหมายฉบับนั้น หลังจากที่เขาเจอมันในถังขยะของเลขา จดหมายส่งไปที่บริษัฐ เลขาอุ้ยเข้าใจว่าเป็นจดหมายไร้สาระของเด็กที่แอบชอบเจ้านายของเธอส่งมาเลยโยนทิ้งไป "บ้าเอ้ย ตั้ง 2 อาทิตย์ผ่านมาแล้ว ทำไมนะ คุณลีทำไมคุณไม่ให้ผมอ่าน ..เอาล่ะโทรบอกไอ้หลง ให้เข้ามาดูงานแทน ผมจะไปต่างจังหวัด ติดต่อไอ้บี้ให้โทรหาผมด้วย "

"คุณอุ้ย จะไปเมื่อไหร่คะ" "เดี๋ยวนี้เลย......อย่าลืม บอกบี้ให้โทรหาผมทุกครึ่งชั่วโมงนะ ผมไปละ"

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกับเสียงใครบางคนที่คุ้นเคย "ไอ้บ้าเอ๊ย ไปไหนทำไมไม่รอกันวะ ชิบห_ยเอ้ย เอาล่ะ ตอนนี้ตํวเครื่องบินพร้อมแล้ว มืงไปรับผึ้งมาแล้วไปที่สนามบิน Guกะวีรออยู่ เครื่องออกทุ่มตรงนะโว้ยอย่าลืม "

"6 โมง 45 ถ้าGu ไม่ถึงพวกมืง ไปได้เลย เข้าใจไหมไม่ต้องรอ...!!!"

อุ้ยวางโทรศัพท์ อีกไม่กี่ นาทีคงถึงที่หมาย เขาเห็นเด็ก สาวอายุ 14-15ใส่เสื้อสีแดง ยืนรอ ใช่แล้วเจ้าของจดหมาย เขาโทรทางไกลมานัดเธอ เพื่อให้เธอพาไปหาคนรัก ...อา..ไม่สิ คนที่เคยรักมากกว่าสำหรับเธอ ไม่...ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องนั้น

"ดาวใช่ไหม นี่พี่อุ้ยนะ "

"คุณอุ้ย รีบเถอะคะครูแย่แล้ว......." ร่างนั้นถลาขึ้นรถทันทีที่รู้ที่หมายอุ้ยเหยียบคันเร่งจนสุดทันที หวังว่าคงไม่ช้าไปหรอกนะ.......อุ้ยเร่งสุดชีวิตสิ่งที่ดาวบอกเขาเมื่อวานทำให้จิตใจของชายคนหนึ่งแทบแตกสลาย

" มันเกิดอะไรขึ้น ดาวบอกพี่มา ซิ "

"ครูค่ะ ครูถูกยิง!!!..แต่หนีมาได้ พวกมันตามล่าครูมันรู้ว่า ครูเจ็บคงหนีไปได้ไม่ไกล"

"ตอนนี้ครูไปหลบที่หลังวัดแต่คงซ่อนตัวได้ไม่นาน ครูอาการไม่ดีเลย คะ จะส่ง สถานีอนามัยก็ไม้ได้พวกมันเฝ้าทางเข้าออกหมู่บ้านไว้หมด "

"ผึ้งถูกยิงเมื่อไหร่...ใครยิง"

"เมื่อวานก่อนคุณโทรมาสัก 2 ชั่วโมงได้ ครูกลับจากโรงเรียน พอดีหนูลืมของเลยไม่ได้เดินไปส่ง มันเลย.....ยิ...ยิง ..ครู"

"ใครยิง.......รู้ไหมว่าใครยิง" "หนูไม่รู้ ไม่รู้ ครูไปขัดใจคนมีอำนาจหลายคน.."

ภวังค์นั้นหายไปเมื่อดาวบอกให้จอดรถ จากนี้ต้องเดินเข้าไป ล้นชักหน้ารถถูกเปิกออก 9 มม.สีเงินกระบอกนั้นถูกย้ายจากที่เดิมของมันมาไว้ที่ซอกเอวด้านซ้าย ตอนเข้าไปคงไม่มีปัญหา แต่ตอนกลับออกมานั้นน่าหนักใจไม่น้อย ผึ้งถูกยิงที่ไหล่ซ้าย เดินมาไม่ไหวแน่เค้าคงต้องแบกเธอมา แต่นั่นย่อมทำให้ดารเดินช้าลงและในยามที่ต้องรีบหลบหนีเช่นนี้ ลูกชายอดีตมือปราบเมืองนักเลงรู้ดีว่า หากช้าหมายถึง ตาย!!.."

เมื่อไปถึง ผึ้งหมดสติ ตัวร้อนมีไข้แสดงว่าแผลติดเชื้อ ต้องรีบหาหมอ ช้าไม่ได้แล้ว "ดาวไม่ต้องไปส่งนะกลับไป พี่จำทางได้แล้ว " "แต่....พี่ไม่ชำนาญทาง ถ้าพวกมันเห็นเข้า.."

"ไม่ต้องกลัว พี่ไม่เป็นไร ครูผึ้งของดาวจะต้องปลอดภัย พี่สัญญา" เขาจับมือน้อยๆนั้นแทนสัญญา ก่อนที่จะกลับออกมา รถจอดอยู่ตรงนั้น เขาเห็นมัน อีกนิดเดียว อีกนิดจะถึงแล้ว เรากำลังจะปลอดภัย แล้วผึ้ง แต่..........

ปัง!!เสียงปืนดังขึ้น จากด้านหลัง มันพลาด

ปัง!!! นัดที่สองตามมา เสียงเฟี้ยว..ที่ข้างหูแสดงว่าลูกปืนแฉลบตัวรถ เฉี่ยวหัวเขาไปนิดเดียว ให้ตายสิ ไอ้นี่มืออาชีพ และที่สำคัญอีกไม่นานพวกมันคงตามมา ต้องรีบหนี แต่เขาคงต้องจัดการมันก่อน จึงจะขับรถได้ แม้ว่าจะได้ชื่อว่าแม่นเป็นที่ 2 รองจากวี ตอนเล่นเคาทเตอร์สไตร์ แต่การยิงคนจริงๆแถมยังเป็นมือปืนอาชีพนั่นไม่ง่ายเลย ไม่สิ ต้องเรียกว่ายาก ยากมาก และเขารู้ดีว่าโอกาสจะได้ชัยแทบจะเป็นศูนย์

เสียงฝีเท้าค่อยใกล้เข้ามา อุ้ยกระชับปืนในมือแน่น เหงื่อเม็ดเล็กๆไหลออกมาตามใบหน้า หยดหนึ่งไหลตกลงบนใบหน้าสุดหัวใจในอ้อมกอด ผึ้งตื่นแล้ว เธอรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น มือที่แม้จะไร้เร่ยวแรงกอดเขาไว้แน่น ห่อตัวซุกกับอกอุ่นที่คุ้นเคย เธอไม่คิดว่าจะได้พบเขาอีก เพราะเขาเจ็บ เขารวดร้าว เพราะเธอ เธอเป็นคนทำ......

ชานชลานั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่คราคร่ำ ในจำนวนนั้นมีเขาและเธอรวมอยู่ด้วย เธอกำลังจะไป ไปตามความฝันและอุดมการณ์ เขามา มาเพื่อหยุดเธอ มาขอให้เธอท้งสิ่งเหล่านั้นแล้วไปแต่งงานกับเขา อุ้ย คนคนนี้ที่รักผึ้งรักที่สุด

"ปล่อยมือผึ้งนะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้ว อุ้ยผึ้งไม่ชอบชีวิตแบบนี้ ผึ้งยังไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ทำในสิ่งที่ร่ำเรียนมา อุ้ยจะให้ผึ้งทิ้งมันไปกับอุ้ยเหรอ ผึ้งทำไม่ได้"

"ผึ้งเลยเลือกที่จะทิ้งเราไปใช่ไหม ..ผึ้งไหนเราเคยสัญญากันไว้ว่าเรียนจบจะแต่งงานกัน ไงล่ะ ผึ้งอย่าไปเลยนะ อุ้ยยอมทุกอย่างแล้วผึ้ง อย่าไปได้โปรด"

"เรื่องแต่งงานอุ้ยพูดเองเออเองทั้งนั้น เอาล่ะอุ้ย สักวันหนึ่งอุ้ยจะเข้าใจในสิ่งที่ผึ้งทำ สักวันหนึ่ง อุ้ยจะเข้าใจว่าแค่รักกันมันไม่พอหรอกนะอุ้ย ลาก่อน....คนดี" เธอดึงมือนั้นออกจากการเกาะกุม แล้วถลันขึ้นรถไฟไปโยไม่มองกลับมาที่ตรงนั้นอีกเลย

รถไฟแล่นออกจากชานชลาช้าๆ ก่อนจะเร่งความเร็วจนภาพนั้นไกลออกไปจนสุดตา

แต่บนชานชลายังมีชายคนหนึ่งมองตามทางรถไฟไป หารถขบวนนั้นราวกับจะส่งคำถามในใจมากมายไปหาใครคนหนึ่งเพื่อตอบมัน สายตาคู่นั้นช่างเศร้าสร้อย มันเป็นสายตาของคนที่หัวใจรักแตกสลาย ร่างที่มีอยู่เหมือนมีเพียงร่าง กับน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมา ไม่ต้องอายใครอีกแล้ว ไม่ต้อง...หากเขาจะรู้บ้างไหมว่าบนรถไฟขบวนนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งมองไปที่ชานชลานั้น มองไปที่ร่างๆนั้น จนลับตา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้น พร่ำเพ้อ ออกมาว่า อุ้ยเราขอโทษ.........อุ้ย ที่รัก...เราเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ อุ้ย.....

"อุ้ย " เธอเรียกเขาเบาๆ ทิ้งเราไว้แล้วไปซะ

"ไม่ เราจะไม่ให้ผึ้งไปไหนอีกแล้ว เราปล่อยให้ความเสียสละครอบงำมา 3 ปีแล้ว เราจะเห็นแก่ตัว ไม่ยอมอีกแล้วผึ้งต้องอยู่กับเรา เราจะกลับบ้าน "

เสียงฝีเท้าหยุดลง ทุกสิ่งรอบกายดูเงียบกริบ 9มม.สีเงินชุ่มไปด้วยเหงื่อ เป็นไงเป็นกัน ถ้ารอด รอดด้วยกัน ถ้าตายอย่างน้อยก็ตายกับคนที่รัก รักที่สุด

"อยู่ตรงนี้เองหรือ มืง!!" ปืนในมืออุ้ยยกขึ้นยิงสวนออกไปทันที

แชะ!! ปืนขัดลำกล้อง ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว

ปัง!! ..........................................

" เฮ้ย ๆ ๆ ๆ ลืมตาได้แล้ว กอดกันกลม อิจฉาว่ะ " เสียงที่คุ้นเคยกับมือที่สัมผัสหัวไหล่แบบนั้น ไอ้บี้ ......

แม่นเหมือนเคยนะพี่ชาย เสียงวีชมฝีมือนายตำรวจผู้ลั่นไก ร้อยตำรวจโท วิวัฒน์แทนที่จะดีใจกับคำชมกลับ

"พวกไอ้เวง อยู่ๆตามGu มาจากกองปราบตกใจหมด เอ้าคุณปลอดภัยแล้ว"

"ยัง ยังมีพวกมันอยู่ข้างไหน " ผึ้งบอก

"ไปหาหมอก่อนนะผึ้งมา บี้จะขับรถให้ ไอ้อุ้ย มาด้วยกันเลย " บี้ บอกเพื่อน

"พวกข้างในจัดการเรียบร้อย แหล่งค้ายาบ้าแหล่งใหญ่เชียวนะเนี่ยได้นำจับแบ่งผมบ้างนะเฮีย" วีบอก

"พวกน้องๆไปกันเถอะ ทางนี้ให้ตำรวจจัดการนะ"

โรงพยาบาลยามนี้ เงียบสงัด ยามดึกเช่นนี้คนไข้ส่วนใหญ่จะหลับพักผ่อน แต่มี คนไข้กับคนเฝ้าไข้คู่หนึ่งนั่งคุยเรื่องอะไรบางอย่างภายใต้แสงดาวระยิบบนฝากฟ้า

"เสียใจไหมที่มาเป็นครูแล้วเจอแบบนี้ "

"ไม่.........."

"ใจเด็ดนะ ไม่ยอมหนีซะด้วย รู้ไหมเรื่องที่ผึ้งร้องเรียนมันไปไม่ถึงเบื้องบน มีคนยั้งไว้ แล้วว่งคนมาเก็บ"

"รู้........." ริมฝีปากคู่นั้นตอบสั้นๆ สายตาเง้างอน แสดงความไม่พอใจ นั่งเทศอยู่ได้คนจะหลับจะนอน เจ็บจะตายแล้วยังมาซ้ำเติมอีก คนบ้าเสียแรงอุตส่าห์คิดถึงทุกวันๆ

"แล้วจะกลับไปสอนอีกไหม ล่ะ"

" ไป........" อุ้ยมองเห็นจมูกรั้นๆนั้นยังจะมางอนอีก คนอุตส่าห์เสี่ยงตายไปช่วย อย่างนี้มันน่านัก ถ้าไม่ได้เพื่อน ที่ขัดคำสั่งแอบตามมา ป่านนี้คงกลายเป็นศพไปแล้ว ลืมนึกถึงพี่วุฒิไปได้ไงนะเรา เฮ้อ ไม่สิ ต้องไม่นอกเรื่อง ต้องจัดการลงโทษเด็กดื้อคนนี้ก่อนไม่งั้นนอนไม่หลับแน่ๆ

"จะกลับไปจริงอะ"

"จริง............."

"ตอบให้มากกว่า 1 พยางค็ได้ไหม คุณผู้หญิง"

"ไม่.........."

นั่นแน่ยังปากี ฮึ ลองอย่างนี้จะเก่งอีกไหม ริมฝีปากงอนๆคู่นั้นถูกประกบด้วยริมฝีปากคนตรงข้าม ทั้งห้องนั้นเงียบไป น้ำตาสายหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาเด็กดื้อ

"ขอบคุณนะที่มาช่วย อุ้ยเราขอบคุณนะ"

"ไม่เป็นไร เพราะต่อไปนี้ เวลาคุณครูหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีบอร็ดี้การ์ด สุดหล่อไปนั่งเฝ้าตอนปิดเทอมจะพาคุณครูกะลูกศิษย์ไป เที่ยวทะเล ดีไหม...."

"..............ไม่ ..ว่นวายยุ่งยาก..เกะกะ เรื่อ...ปากเก่งหยุดอีกครั้ง จุมพิตที่เต็มไปด้วยความรักช่างหอมหวานยิ่งนัก บรรยากาศยามนี้ทำให้จุมพิตนั้นหยั่งลึกไปถึงหัวใจ หัวใจรักที่พรากจากไปนานบัดนี้กลับได้มาคู่กันอีกครั้ง .....

ปล..ทุกอย่างจะโรแมนติกครบสูตร ถ้า ซอมบี้กลับไม่กลับมาจากทานข้าวต้มรอบดึกเสียก่อน......

"คนจูบกันโว้ย" "อิจฉ้า อิจฉา" "ผึ้ง อ้าว งอนเลย" "ผึ้งๆๆ" "ไม่พูดด้วยแล้วคนบ้า อาย บี้กับวี" "ไอ้วี ไอ้บี้ ตาย.....................ยย"




 

Create Date : 07 กันยายน 2550   
Last Update : 7 กันยายน 2550 14:47:16 น.   
Counter : 130 Pageviews.  


สุสานแห่งนั้น ที่ที่ฉันมีเธอ

สุสานในวันนี้ดูสงบเงียบเหมือนทุกวัน ที่แห่งนี้นั้น วังเวง อ้างว้าง และน่ากลัวสำหรับใครหลายๆคน แต่ภาพต้นไม้ใหญ่หลายต้นแผ่กิ่งด้านสาขา ให้ร่มเงาแก่หมู่หลุมศพที่เรียงรายอยู่นับร้อย สายลมฤดูหนาวพัดพาใบไม้ร่วงหล่นลงจากต้น แดดอ่อนๆทอแสงลงมาผ่านสายละอองหมอกบางๆนั้นเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย หากแต่วันนี้ในภาพนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนตรงกลาง เธอดูเศร้า ตาที่ปริ่มน้ำริมฝีปากที่เม้มสนิทเป็นเส้นตรง ดูสั่นเครือ ไม่รู้ว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไร เธอก้มลงมองป้ายหลุมศพป้ายนั้น นาน....เหลือเกิน

ฤดูหนาวถัดมา....หญิงสาวคนเดิม กลับมาที่นี่อีกครั้ง ภาพเก่าๆในวันนั้นดูเหมือนจะเกรอกลับมาฉายอีกครั้งหนึ่ง แม้เวลาจะล่วงผ่านแต่สิ่งที่ยังคงอยู่ที่นี่นั้นเป็น หลุมศพหลุมเดิม ต้นไม้ต้นเดิม เธอคนนั้นและความเศร้าหมองที่ดูจะไม่จางหายไป

"เปรม แนนคิดถึงเปรมเหลือเกิน.......เปรม เธอคงสบายดี แต่รู้ไหมคนที่ยืนตรงนี้คนที่รักเธอเหงา เหลือเกิน....ความอ้างว้างเดียวดายทำไมช่างทรมานอย่างนี้ เปรมเธอ ทรมานเราเหลือเกิน"

หยดน้ำตาหยดหนึ่งไหลตกลงบนป้ายหลุมศพป้ายนั้น ห่อนที่หยดต่อไปจะตามมาหญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับแล้วรีบเดินจากไป

"เปรม แนนจะเข้มแข็ง ตามที่ให้สัญญาไว้ แนนจะไม่ร้องไห้ ให้เปรมเห็นอีก แนนขอโทษ แต่วันนี้ แนนห้ามมันเอาไว้ไม่ได้จริงๆ เปรมแนนขอโทษนะ.....ขอโทษ........."

ภาพเก่าในอดีต ผุดขึ้นมาอีกครา....ทำไมนะเธอมองข้ามคนดีแสนดีไปได้ตั้งนาน เมื่อเธอมองเห็นเมื่อเธอรักเขาไฉน พญามัจจุราช จึงมาพราก เปรมไปจากแนน ทุกๆวันแนนอ้อนวอนต่อกาลเวลาว่าหากย้อนเวลาได้ แม้สักนาที แนนจะกลับไปรักเปรมรักให้มากที่สุด เท่าที่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งจะรักใครสักคนได้

ฤดูหนาวเมื่อครั้งก่อนที่นาน แสน นาน เด็กชายตัวเล็กถีบจักรยานคันโต ให้เด็กหญิงคนหนึ่งซ้อนท้าย "เร็วหน่อยสิ เปรม แหมอย่างงี้น้า กว่าจะถึงบ้านมืดกันพอดี" เด็กชายดูจะเหนื่อยหอบ เค้า14 ต้องปั่นรถจักรยานคันโตให้เด็ก 17 ซ้อน แต่ก็ยังมีกะใจตอบ "เต็มที่แล้วพี่แนน ทันแน่นอนรับรอง พี่เจไม่โกรธหรอกน่า" และแล้วจักรยานก็ถึงจุดหมาย

"โทษทีนะ เจ วันนี้มีติว อ่ะ ไม่โกรธแนนน้า นี่ๆ ตัวเล็กอุตส่าห์ปั่นมาสุดชีวิตเลยนะ เจ"

"แนนนี่นะ รีบๆทีไรไปรบกวนเปรมทุกที ไม่ไหวๆแกล้งน้องนี่นา เปรมทีหลังอย่ายอมนะ"

เด็กชายตัวเล็กได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ................เค้าเป็นเพียง ตัวเล็ก เป็นน้อง เป็นเด็กข้างบ้านของแนน.......แค่นั้นน่ะหรือ.......จะมีสักวันไหมนะ สักวันที่ เปรมจะเป็นคนดีของแนนบ้าง

"พี่แนน ชอบ พี่เจตรงไหน ? " ตัวเล็กถาม

"ตัวโตมั้ง น่ารักดี เล่นกีฬาเก่งด้วย ไม่รู้สิ" คนตัวโตตอบ

"ถ้าเปรมตัวเท่าพี่เจแล้ว เป็นนักกีฬาโรงเรียนด้วย พี่แนนจะชอบเปรม เหมือนพี่ เจไหม..."

"เปรม เด็กๆ ไม่ควรคิดเรื่องนี้นะ...............ตั้งในเรียนดีกว่า"

เปรมยังคงไม่ได้คำตอบ ตั้งแต่เปรมโต และรู้จักความรัก ความรักของเปรมมีแต่แนน แล้วสักวันแนนจะเห็นมัน .......

ในยามที่แนนต้องการใครสักคน เปรมจะมา แม้ว่าคนทั้งโลกจะหันหลังให้กับแนนแต่เปรมจะหันมาหา และจูงมือพาแนนไปด้วยกัน เปรมทำอย่างนั้น ทำมาตลอด แนนเห็นมันเปรมแต่แนนแกล้งทำเป็นไม่เห็น ....ทำไมนะทำตอนนั้นแนนไม่รักเปรม ทำไม....ทั้งที่เปรมรักแนน รักแนนจนหมดหัวใจ....

ฤดูหนาวในวันหนึ่ง เปรมไปตาม ร้อยตำรวจตรี เจนธรรม มาหาคนที่รอเขา รอมาหลายปี แม้ว่าจะเคยพูดกันหลายครั้งแต่แนนยังคงทำใจไม่ได้ และคนที่พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนรักก็คือ เปรม แนนกินยาฆ่าตัวตาย รูมเมทเธอมาเจอ เลยช่วยชีวิตแนนไว้ได้ อาการทางกายของแนนดีขึ้น แต่อาการทางใจแย่ลงกว่าเดิม

"เปรมเราอยากเจอพี่เจ เปรม เราอยากพบเค้าอีกสักครั้ง .. เปรมช่วยแนนนะ"

"แม้ว่าเค้าจะมีคนอื่นหรือ แนน " เปรมตอบ

"แนนควรทำใจ แนนจะทำใจ แต่ขอแนนเจอพี่เจอีกสักครั้งนะ"แนนอ้อนวอน

"ก็ได้ เราจะช่วย .......เราจะไปถามพี่เจมาให้ แน...น " เปรมกลั้นใจตอบ เขาคนนั้นดีอะไรนักหนา ทั้งที่เขาหนีไปมีคนอื่นเขาหลอกแนน แต่แนนก็ยังมีแต่เขา อยู่นั่นเอง

"แนน ขอโทษที่ทำให้เปรมลำบากใจ"

"ช่างเถอะ เราชินแล้ว แนน แต่ขอให้รู้ว่าที่ตรงนี้มีคนที่รักแนน รักมาตลอด แม้ว่ามันจะไม่เคยสมหวังเลยก็ตาม" เปรม ถลันออกไป เสียงประตูปิดดังลั่น เปรมไม่อาจทนไหวอีกต่อไปเขารักเธอเหลือเกินแต่ในวินาทีสุดท้ายเธอก็ยังเลือกเขา ความรักนี่ช่างทรมานยิ่งนัก หากรักนั้นมิสมหวัง เปรมตัดสินใจไปตาม เจ ให้แนน ....เหมือนที่เคย ผิดแต่ว่าครั้งนี้ คงเป็นครั้งสุดท้าย..

"แนนต่อไปนี้แนนต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ เหรมอยู่ดูแลแนนไม่ได้แล้ว"

"เปรมพูดอะไร แนนไม่เข้าใจ...เปรม"

"ลาก่อน แนนที่รัก ของเปรม แนน เราอยากบอกแนนว่า เรา รัก แนน.. ...รัก........แนน .."

ภวังค์หลับนั้นหายไป เมื่อหญิงสาวสะดุ้งตื่น เปรม !!! คุณ พยาบาลคะ เพื่อนแนนหลับมาหรือยัง...ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีเพียงความเงียบ ไม่มีใครอยู่ที่นั่น แนนอยากขยับตัวแต่ทำไม่ได้ เรี่ยวแรงหายไปไหนหมด ร่างกายเอ๋ยแข็งแรงขึ้นมาสักนิดเถิด ได้โปรดแนนอยากจะลุกไปตามเปรมเหลือเกิน กลับมานะเปรม กลับมา ไม่ต้องไปตามใครที่ไหนแล้ว แนนต้องการเปรมคนเดียว เปรม...แนนรัก เปรม นะ เปรม .........กลับมา.......

ในคืนวันนั้น สุนัขตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถเปรม ด้วยความเร็วที่สูงประกอบกับความลื่นของถนน หลังจากเสียงเบรคดังสนั่น รถของเปรมหลุดไปนอกทางปะทะกับเสาไฟฟ้าต้นนั้น.......และเปรมไม่กลับมาอีกเลย

เสียงฝนเทเม็ดลงมาราวกับฟ้าร่ำร้องให้การจากใครสักคนหนึ่ง ใช่ ใครคนนั้น เปรม.....

ฤดูหนาวในวันนี้ ไม่มีเปรมอีกแล้ว เหลือเพียงแต่แนน แนนที่รักเปรม ตัวแทนของเปรมนั้นเป็นสมุดบันทึกของเปรมที่เขียนถึงแนนบรรยายความรู้สึก ทุกวันคืน ........ยิ่งอ่านแนนยิ่งรักเปรมเหลือเกินหากแต่ยิ่งรักก็ยิ่งทรมาน แต่ชีวิตแนนต้องดำเนินต่อไป..ไม่รู้วันไหนแนนจะมีใครเข้ามาดูแลเหมือนที่เปรมเคยทำ แต่ที่แนนรู้คือ เปรมจะอยู่ในใจแนนตลอดไป

หญิงสาวหันไปมองที่หลุมศพนั้นอีกครั้งก่อนจะ ขับรถจากไปทิ้งให้ที่แห่งนี้เงียบสงบอีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เป็นไปคือ ในฤดูหนาวของทุกๆปี ในวันนี้ของอีกหลายสิบปี หญิงสาวจะกลับมาทำให้ภาพเดิมๆเช่นวันนี้ปรากฏขึ้นที่นี่ไม่สร่างซา




 

Create Date : 07 กันยายน 2550   
Last Update : 7 กันยายน 2550 14:45:28 น.   
Counter : 146 Pageviews.  


แค่อยากให้...เธอรัก

สาวน้อยคนนึงเดินผ่านมาหน้าสามแยกปากหมาของเราที่คณะ เธอก็ไม่ต่างอะไรกับสาวๆคนอื่นในมหา'ลัย เสื้อนักศึกษาตัวเล็กๆกระโปรงสั้นเลยเข่ามานิดหน่อย รองเท้าส้นหนาๆกะถุงเท้าทำให้รู้ว่าเป็น ปี 1 ซึ่งก้อแต่งตัวแบบเด็กญี่ปุ่นที่เค้าชอบๆแต่งกัน มันอาจจะดูธรรมดาในสายตาของผมและเพื่อนๆ แต่ธรรมดายังไงผ่านมาแล้วก็ต้องแซวหละ ไม่งั้นเสียชื่อสามแยกปากหมาหมด

"ดี ครับน้อง พี่ชื่อ บี้นะ หัวใจว่างครับ" ไอ้ซุนเอาชื่อผมไปแอบอ้างต่อหน้าต่อตา

"พี่ชื่อซุนครับ ถึงหน้าตาบ้ากามแต่จริงใจนะจะบอกให้ ถามสาวยาคูลย์ดูได้"ผมสวนมั่งเรื่องไรจะยอมไอ้ซุนมัน เพื่อนๆก็เฮกัน กำลังใจเพียบ วันนี้ผมเห็นอะไรแปลกๆไปแต่ก็ไม่ได้เอะใจ จนต่อมาน้องสาวคนเดิมเดินป่านมาอีกคราวนี้มากับเพื่อน คิดว่าจะรอดแต่ไม่มีทางพวกผมหน้าด้านกว่าปูนตราเสือหนากว่ากระเบื้องตราช้าง ต่อให้มาทั้งคณะก็จะแซวอ่ะมีไรป่าว มึนอ่ะ มึน ด่ากลับเหรอชอบ ด่าเลย ผู้หญิงด่าแปลว่ารักยิ่งด่ายิ่งชอบยิ่งสามแยกนี้มีทั้งรุ่นพี่ปี6 ยันรุ่นน้องปีหนึ่ง สืบทอดความมึนความด้านกันทางสายเลือดไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีถ้าผ่านมาทางนี้โดนแซว ฮ่า..ฮ่า ฮ่า.

"เจอกันอีกแล้วน้อง ชื่อไรอ่ะ พี่ชื่อซุนนะอย่าลืม" ผมได้โอกาสเล่นไอ้ซุนก่อน แน่นอนมันมีหรือจะยอม "พี่ชื่อบี้หน้าตาไม่ดีมีฝีที่ตู-ด แต่ไม่เป็นหูดหงอนไก่ ขอรับน้องไปส่งบ้านได้ไม๊จ๊ะ"ว่าแล้วมันเอาจนได้น้องกับเพื่อนเดินผ่านไป... ผมรู้สึกแปลกๆอีกละ เอมันแปลก จนกระทั่ง

"ไอ้เฮีย เอ้ย พวกมืง อย่าไปแซวเค้าได้ไหมวะ เดี๋ยวเค้าไม่มาแถวนี้อีก"ไอ้ต้นด่าผมกะเพื่อนๆ แปลกทุกทีนั่งแซวด้วยกันวันนี้พี่แกมาแปลก ชัวร์ ไอ้นี่ตกหลุมรัก แน่ๆ หึ หึ หึ...เสร็จละมืงต้องแกล้งๆ "คนนี้น่ารักดี guจะจีบ จองแล้วโว้ย ห้ามยุ่ง"เป็นอันรู้กันในสามแยกว่าใครพูดขึ้นมาแบบนี้แสดงว่าเอาจริง ห้ามคนอื่นแย่งจีบเด็ดขาด(แต่ก็ไม่เคยมีใครจีบสาวที่แซวๆกันติดสักคน ก็ปากแบบนี้สาวๆเอาก็บ้าแล้วล่ะคร้าบ)

"คนไหนว่ะ บอกguดิไอ้บี้จีบให้ติดนะมืงไม่งั้นเสียชื่อสาขาหมด" พี่โย รุ่นใหญ่ถามผม

"คนผมยาวๆ หยักศกหน่อยๆ มัดผมหางม้าอ่ะพี่ ใช่เลย ช่า...ยเลย"ผมพูดพลางเหลือบไปดูไอ้ต้น ทันใดนั้นปฏิกิริยารีเฟลก เกิดขึ้นทันควัน

"ไม่ได้โว้ย!!! คนนี้gu เห็นก่อน" ไอ้ต้นตอบทันที เสียงดังเล่นเอาสะดุ้ง จริงหยั่งที่คิดเพื่อนต้นชอบสาว แหม ร้อยวันพันปีไม่สนใจใครจนเค้าหาว่าเป็นเกย์(ถ้ามันเป็นจริงๆคงเป็นเกย์ที่อุบาทว์ที่สุดในโลก)

อย่างงี้ต้องช่วย แต่ก่อนช่วยต้องแซวมันก่อน เอาให้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยมืงเอ้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า...และตั้งแต่วันนั้นไอ้ต้นก็โดนแซวตลอดมา ก็มันป้อดจะตายอยู่กะเพื่อนทำปากดีพอให้ฉายเดี๋ยว...จอดสนิท แต่กระนั้นมันก็แอบมองน้องคนนั้นอยู่ทุกวันๆ ก็น้องเค้าต้องมาเรียนวิชาที่ตึกคณะผมเพราะเป็นวิชาบังคับ 1 อาทิตย์น้องจะมาเรียน 3ครั้ง ตอนเช้า 8โมง จันทร์ พุธ ศุกร์(จะไม่ไห้ผมจำได้ ได้ไงก็พี่แกปลุกผมไปแอบมองเป็นเพื่อนด้วยทุกๆเช้า แม้คืนไหนจะดูบอลเลิกตี4ตี5ก็ยังตื่นไป ไปคนเดียวก็ไม่ได้ต้องเอาเพื่อนไปด้วยคนอื่นๆมันไม่ไปผมสงสารมันเลยไปด้วยครั้งนึง ตั้งแต่นั้นก็กลายเป็นกิจวัตร) เธอชื่อ มด ครับหน้าตาน่ารัก

เป็นดาวด้วยนะ แต่ก็ยังธรรมดาเพราะในม.เรามีแต่สาวน่ารักๆ(แอบโปรโมท)ทำให้พวกเราไม่อยากขาดเรียนกันเลย (ไปนั่งดูสาวทั้งวันทั้งที่วันนั้นไม่มีเรียนก็เคยมาแล้วนะ) จนนานเข้าผมรำคาญในความป้อดของมัน เลยกระตุ้นด้วยบาทาและคำพูดว่า "ไอ้เวง ถ้ามืงอยู่อย่างงี้ได้เปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกรไร่แห้วแน่ ดูนะเทอมหน้าเค้าไม่ได้มาแล้ว ไอ้หนุ่มคนอื่นคาบไปรับทานแน่มืงเอ้ย ม.ค.ป.ด.เคยได้ยินมะ" ไอ้ต้นตอนแรกฟังแล้วก็กล้ากลัวๆหลังๆพอใกล้หมดเทอมไฟชักลนก้น(ทั้งงานอาจารย์และน้องมด) เลยฮึดขึ้นมา เอาล่ะเพื่อนๆเลยต้องวางแผนช่วยเหลือกันสุดๆขืนปล่อยไปคนเดียวแห้วแน่ๆ ก็ไอ้ต้นเป็นคนกามๆเอ้ย ห่ามๆ ครับพิมพ์ผิด(ตั้งใจให้ผิด ฮา..) ไปที่ไหนมีคำหยาบคายที่นั่นพ่อด่าแหลกตัวเงินตัวทองอหิวาตกโรค บิดามารดาใครพ่อขุดมาหมด และพฤติกรรมอุบาทว์ๆเยอะแยะเช่น ตดตอนกินข้าว เรอตอน พรีเซ้นงานหน้าห้อง และอื่นๆอีกมากมาย..เฮ้อ หนักใจ นางฟ้ากะซาตานแท้ๆ

เราไปสืบข้อมูลของมดมาให้ต้นอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เท่าที่รู้มากลับทำให้บรรดากุนซือทั้งหลายปวดกบาลกว่าเดิมเสียอีก คือมดเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อเลี้ยงคนหนึ่ง หวงมากไปรับไปส่งทุกวันตอนเช้ามาส่ง 7 โมลครึ่งที่หน้าห้องสมุดตอนเย็นมารับ 5 โมงเย็นที่เดิม พ่อรับโทรศัพท์เองทุกครั้ง ห้ามไปไหนโดยไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่ไปงานเลี้ยงที่รุ่นพี่จัดให้หลังจากรับน้องก็เหอะ...(ฟังละเหงื่อตก)

แต่มดจะเลิกเรียนวันอังคารกะพฤหัสเร็ว จึงไปรอพ่อที่ห้องสมุดคนเดียว เพราะเพื่อนๆกลับกันหมดเป็นโอกาสอันดีมากช่วงนี้ ไม่เพื่อนมดมาแซวให้ต้นใจแป้ว ห้องสมุดก็เงียบ รุ่นพี่จะได้ตามไปแกล้งไม่ได้เอาล่ะว่าแล้วก็ลงมือกันเลย ผมกะเพื่อนผู้หญิง 2 คนชื่อ เกียวกับนุจ(ลองเอาเพื่อนชายมาดิวงแตก) มาเป็นกำลังใจซุ่มอยู่ไกลๆฟอร์มอ่านหนังสือไป ขณะที่เพื่อนปากหมาทั้งหลายรอฟังข่าวที่หอ ต้นเดินเข้าตามแผนแต่ อ๊ะ...เฮ้ย ..เดินเลยไปทำไม...กลับมา ไอ้ต้น....กลับมา..เฮ้ย!! ผิดแผนต้นป้อดซะแล้วดูท่าทางวันนี้จะเหลวแน่ ไม่น่าเชื่อนะครับผู้ชายตัวโตๆจะกลัวผู้หญิงตัวนิดเดียว ไม่รู้ว่าต้นที่ผมเคยรู้จักหายไปไหนหมดต้นแอบเดินกลับมาบอกว่าให้กลับมันไม่กล้า ขอเวลาสัก 2-3วัน แต่เกียวไม่ยอม "ไอ้ต้นแกเป็นผู้ชายแท้ๆกลัวอะไรใจปลาซิวทีกะข้าด่าเอาๆทีงี้ไม่กล้ามาเลยเดี๋ยวแม่จัดการเอง " เกียวทั้งดึงทั้งฉุด นุจก็ช่วยดันให้ต้นเดินเข้าไป ผมเหรอครับได้เกาหัวแกรกๆ ไม่นึกว่าเกียวจะฮึดขนาดนั้นก็ผมอุตส่าห์ให้เธอมาสืบเรื่องมดให้เพราะเธอเป็นหนอนหนังสือเข้าห้องสมุดประจำ สงสัยเธอรำคาญลำบากแทบตายกว่าจะได้ข้อมูลเพื่อนมาป้อดง่ายๆเจ้แกเลยไม่ยอม

ผมเห้นต้นเดินเข้าไปหลังจากที่เกียวบังคับอยู่นาน ต้นยื่นกระดาษใบเล็กใบหนึ่งให้มด มดยิ้มไม่สิหัวเราะเล็กๆมากกว่า แล้วทั้งคู่ก็นั่งคุยกัน!!!! ผมนึกในใจ"อะไร(วะ) สงสัยเจ้ เล่นของ ไม่น่าเชื่อเป็นไปได้ไง"

จากวันนั้นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ต้นจะไปเรียนแต่เช้า ขึ้น หลังเลิกเรียนตอนเตะบอลต้นมักจะมีใครมานั่งดูเสมอๆ ให้ตายเหอะทั้งคู่เป็นแฟนกัน!!! โม้ป่าววะ ฝันไปมั้ง ไม่ใช่ ตื่นอยู่นี่ เรื่องจริง ทุกๆคนในสาขาตะลึงตึงตึง กันเป็นแถบๆ ต้นเปลี่ยนไปมากตั้งแต่คบกับมด ต้นพูดจาหยาบคายน้อยลง(กับผู้หญิง)อยู่ๆต้นก็ทานข้าวสุภาพมากขึ้น ไม่ตดไม่เรอพร่ำเพรื่ออีกตั้งใจเรียน อย่างที่ไม่เคยเป็น เมื่อก่อนผมต้องไปลากมันมาติวหนังสือกับเพื่อนๆตอนนี้มันลากผมไป และติวให้ด้วย หรืกเพราะมดที่ทำให้ต้นเป็นแบบนี้นะ

"วันนี้มืงไปไหนมาวะ ไอ้ต้นไม่ไปเตะบอล" "ไปทานข้าวเย็นกะมดมา"ไอ้ต้นตอบ ผมตกใจ มดไม่เคยทานข้าวเย็นนอกบ้านนี่เท่าที่รู้มา "ไอ้ต้น มืงไปกินข้าวบ้านมดมาเหรอ"

"ใช่" มันตอบสั้นๆ

"พ่อ แม่เค้าไม่อยู่สิมืง" ผมรู้ทันน่า

"อยู่ ก็กินด้วยกัน" มันตอบ

"มืงไปเจอพ่อเค้ามาแล้วเหรอ เฮ้ย แล้วเค้าไม่เอาลูกซองยิงหัวมืงเหรอวะ"

"ไม่หรอกน่า guเจอพ่อเค้าทุกเย็นตอนที่มารับมด เข้าตามตรอกออกตามประตู แบบลูกผู้ชายพ่อเค้าไม่ว่าหรอกเฟ้ย" มันตอบเล่นเอาผมตะลึง หลายปีที่คบกัน นอกจากพาไปดูหนัง 3 เดือนครั้งแล้วต้นก็ไม่เคยพามดไปสวีทที่ไหนเป็นพิเศษเลย แม้มันจะพามดมาเที่ยวหอแต่มันก็เปิดประตูไว้ทุกครั้ง หลายคนแซวบอกให้มันจัดการมดซะ ไอ้ต้นโกรธแทบจะตามฆ่าเลยทีเดียว มันคงรักมาก เท่าที่รู้ทางบ้านต้นต้นไม่ได้อยู่กับพ่อต้นอยู่กับแม่มาตั้งแต่เล็กๆ แม้ว่าต้นจะหยาบคายแต่ต้นไม่เคยเอาเปรียบผู้หญิงและต้นเกลียดผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบ เรื่องในวัยเด็กนั้นคงทำให้ต้นไม่เลือกที่จะทำในสิ่งที่เด็กหอหลายคนเลือกจะทำ คือ มีเพศสัมพันธ์กันตอนเรียน ผมไม่รู้ว่ามันห้ามใจตัวเองได้ไง แต่ทุกครั้งที่เห็นมันอยู่กับมดต้นเหมือนเป็นเด็กๆ ความรักที่มีให้ผู้หญิงคนเดียวทำให้คนๆหนึ่งเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้เลยหรือ ........

.."มืงจะแต่งานกะเค้าเหรอไงวะ ต้น guว่าอย่าไปหวังอะไรมากเลยรักมหาลัย จบแล้วก็เลิกกัน"ผมให้ข้อคิด

"ไอ้บี้ gu ไม่รู้นะว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ที่รู้คือguจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด guไม่ต้องการอะไรมากเลย แค่ขอให้มดรักgu ก็พอ ถึงวันข้างหน้าเค้าจะไปมีใครguก็จะไม่เสียใจ เพราะครั้งนึงguรู้ว่าเค้ารักguและมันจะอยู่ในใจguตลอดไปโว้ย" "แหวะ น้ำเน่า แล้วมืงจะเสียใจที่ได้หนุ่มคนนั้นได้มดไป จะทำก็รีบทำซะ อีกไม่กี่เดือนมืงจะจบแล้วนะ"

"ไม่guไม่ทำหรอกครั้งนึงมีคนทำแบบนั้นครอบครัวguถึงเป็นแบบนี้ไงไอ้บี้ ถ้ารักคือการได้กายมืงไปเอาโสเภณีซักคนก็ได้ รักมีมากกว่านั้นรักคือการให้ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนguจะทำตัวguให้ดีที่สุดถ้าถึงวันนั้นเค้าไม่เลือกgu guก็ไม่เสียใจเพราะguทำดีที่สุดแล้วตอนนี้guได้งานแล้ว แม่guจะมาเปิดร้ายซักรีดให้หน้า ม .ว่ะ guจะเก็บเงินเผื่อว่าจะ..ขอเค้าแต่งงานตอนเค้าจบแม้ว่ามันจะเลื่อลอยแต่guก็จะทำ"

ผมอึ้งไปกับคำพูดของเพือน เพื่อนที่ไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพายอะไรในความคิดของผม ผมเห็นคู่รักหลายๆคู่ต้องการครอบครองย้ายของมาอยู่ด้วยกันต้องการครอบครองกันและกัน แต่ ชีวิตต้นตอนนี้ไม่ได้ต้องการอะไรไปนอกจากความรักจากมด ที่มันทำไปไม่ได้ต้องการอะไรเลยนอกจากความสุขของมันที่มันได้รักใครสักคน...คนที่มันขอให้เธอรัก แม้จะเป็นเสี้ยวเดียวของหัวใจเธอแค่นั้น..ก็พอแล้วสำหรับต้น..ตัวผมเล่าผมยังทำเพื่อคนรักได้ดีสักครึ่งของมันหรือไม่นะ.....คงยัง ผมคงไม่ใจกว้างได้ขนาดนั้นกระมัง...หลังจากเรียนจบผมไม่ได้เจอต้นอีกเลยเพราะหน้าที่การงานการเรียนที่ลุ้มล้อมแทบจะไม่มีเวลาว่าง แต่ผมได้แต่หวังว่าสิ่งดีๆที่ต้นทำจะตอบแทนให้ต้นเป็นชีวิตครอบครัวที่ต้นฝันไว้...........โชคดีนะไอ้ต้นเพื่อนรัก

ปล.#กระดาษที่เกียวส่งให้ต้นวันนั้น เกียวบอกว่าให้ต้นเอาจดหมายเล็กๆฉบับนั้นให้มดแล้วบอกว่ามีคนฝากมาให้ ตjอมาผมถามมด มดจึงเอามาให้ดู(เธอเก็บไว้ด้วยนะครับแม้ว่าจะหลายปีแล้ว)ผมเอามาอ่านแล้วนั่งขำ จดหมายก่อรักวันนั้นมันมีความว่า "หวัดดีฮะ ผมชื่อต้นฮะ ไม่มีใครฝากมาให้หรอกฮะ คือผมอยากเป็นเพื่อนกับมดครับแต่ไม่กล้าคุยถ้าไม่รัจเกียจ ช่วยยิ้มตอบมาได้ไหมครับ ผมเขินจะแย่อยู่แล้ว"#




 

Create Date : 07 กันยายน 2550   
Last Update : 7 กันยายน 2550 14:44:11 น.   
Counter : 177 Pageviews.  


คำถามของเด็ก ม.ปลาย

ไม่อยากไปที่แห่งนั้นที่ที่เราเคยไป ไม่อยากฟังเพลง เพลงนั้นที่เธอร้องให้ฟัง ไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้ ที่ที่เจอเธอทุกวัน รู้ไหมว่ามันทรมาน ห้องเรียนแห่งนี้มีความรักของเรา ห้องเรียนแห่งนี้ทำให้เธอเจอเขา และเธอจบเรื่องของเราที่นี่ ที่ที่ฉันบอกรักเธอ......

แม้ฉันจะเป็นเด็ก ม.ปลายที่อาจจะไม่รู้ว่าความรักเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่รู้คือ วันนี้เจ็บปวดเหลือเกิน ฉันไม่อาจหนีหน้าเธอไปไหนได้ ฉันแพ้ ฉันเกลียดสายตาคู่นั้นของเธอ เกลียดริมฝีปากบางๆคู่นั้นที่ปฏิเสธฉัน ฉันอยากหนีไป ไปให้ไกลแต่ทำไม่ได้ .

หากว่าฉันทำได้ ฉันจะไปถาม กามเทพว่า เหตุไฉนท่านสร้างความรัก แล้วยังต้องสร้างความเจ็บปวดตามมาด้วยเล่า ฉันจะถามกาลเวลาว่า ทำไมไม่หยุดเวลาเอาไว้ก่อนที่ฉันจะเจ็บปวด ฉันจะถามพระพรหมว่า ทำไมเล่าต้องให้ฉันมาเจอเธอ ต้องให้เธอไปเจอเขา .....

และสุดท้ายฉันอยากถามเธอว่า ทำไมเธอไม่เลือกฉัน.....

#แต่งไว้นานแล้ว นานมาก สบโอกาสเลยเอามาเขียนลง ณ วันนี้เมื่อมองกลับไปจุดนั้น เห็นเด็กชายอ่อนแอคนหนึ่ง ผิดหวังกับความรัก ซึ่งตอนนั้นเราเองก็ยังไม่รู้ว่านั่น คือรักจริงหรือ ..มาวันนี้จึงรู้ว่าหากรักนั้นคือความสุขที่ได้รัก มืใช่การครอบครองไม่...#




 

Create Date : 07 กันยายน 2550   
Last Update : 7 กันยายน 2550 14:42:49 น.   
Counter : 152 Pageviews.  


1  2  

zombieman
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมคือ ใคร .................................
[Add zombieman's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com