space
space
space
 
ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
5 ตุลาคม 2562
space
space
space

การแสวงหาความหมายของมนุษย์

ทุกวันนี้คนเราไม่อาจรู้จักตัวตนได้เลย ถ้าหากเรายังใช้ชีวิตซ้ำๆจำเจ ดังนั้นเป็นไปได้ไหม ที่มนุษย์คนหนึ่งจะแสวงหาสัจจะ ความดีงาม พระเจ้า ความรักที่มนุษย์ลืมเลือน เราอาศัยอยู่บนโลกนับล้านปีๆ เรามีคำถามมากมายที่ชอบถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า คำถามนั้นคือ มนุษย์เกิดบนโลกได้ยังไง? หน้าที่ของมนุษย์ที่แท้คืออะไร? พระเจ้ามีอยู่จริงไหม? หลังจากจบชีวิตแล้ว เราต้องเดินทางไปไหนต่อ? คนนับล้านๆไม่เชื่อเรื่องโลกหลังความตาย เพราะเขาเชื่อว่าโลกสิ้นสุดเพียงแค่นี้ เราเกิดโดยบังเอิญจริงหรอ เป็นคำถามที่ท้าทายต่อนักเทวนิยม(ผู้ที่เชื่อพระเจ้า)มากๆ แต่ก็จะมีคนไม่กี่คนที่ได้เข้าถึงสัจจะ เข้าถึงพระเจ้า แล้วสามารถถ่ายทอดคำสอนหรือเรื่องราวมหัสจรรย์ได้ ทุกวันนี้มนุษย์ตกยากได้ทุกข์ เพราะเรายังไม่รู้คำตอบของคำถามเหล่านั้น

มนุษย์ไม่รู้ จึงได้ใช้ชีวิตแบบมนุษย์นิยมหรือวัตถุนิยม คนที่สามารถบอกเรื่องราวว่าพระเจ้ามีอยู่จริง คือคนที่สามารถเข้าถึงความดี ความรัก ความจริง ไม่ใช่คนโกหกปลิ้นปล้อน หรือเป็นคนเสเพชเมาเหล้า หรือกระทั้งเป็นมนุษย์เงินเดือน มนุษย์ที่แท้คือมนุษย์ที่รูัจักหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่การทำงาน เล่าเรียนหนังสือ หรือต้องอวดอัตตาตนเองว่าเป็นคนดี คนดีจริงๆต้องไม่ถืออัตตา ความรักคือทางออกทั้งหมด แต่มนุษย์ชอบเล่นกับความรักที่ความสัมพันธ์ชายกับหญิง ความรักทางจิตวิญญาณมีมากกว่านั้นแน่นอน เราทำให้คำว่า “รัก” เป็นคำน่ารังเกียจ เดี๋ยวนี้คนสมัยใหม่เชื่อว่า ความรักก่อให้เกิดความทุกข์ แต่ความรักจริงๆ ไม่เคยก่อให้เกิดความทุกข์ ความรักคือพลังแห่งพระเจ้า คือพลังแห่งความดีงาม

กลับมาที่คำถามเดิม มนุษย์ได้แสวงหาอะไรจริงๆแน่ หรือเราให้คนอื่นป้อนข้อมูลเราเป็นเช่นไร ทุกวันนี้มนุษย์คิดว่ารู้จักตนเองดี เธอลองไปต่างประเทศหรือประเทศของเธอก็ได้ คนส่วนใหญ่ร้อยละ 99 เชื่อว่าชาติของตนดีเลิศประเสริฐศรี มีความขัดแย้งมากมาย รวมทั้งความรู้ทางการศึกษาที่เธอเชื่อว่าถูกต้อง เธอเชื่อประวัติศาสตร์พูดอย่างงั้น เธอก็เชื่อ แม้กระทั้งความรู้เรื่องยาแพทย์แผนปัจจุบัน เธอก็คิดว่ามันดี แต่ที่จริงมันคือตัวทำโทษ มันคือสารเคมีที่ร้ายแรง ถ้ามนุษย์รู้จักตนเองดี เขาจะไม่เอาอะไรใส่ปากสักอย่าง เขาจะไม่กินเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่ง เขาไม่กินพืชผักที่มีสารพิษ แล้วเราต้องกลับมาถามว่า มนุษย์นั้นมีหน้าที่อะไรบนโลกแน่ๆ

ดูความพยายามทั้งมวลของเธอ นั่นคือการดิ้นรนเอาตัวรอด ไม่มีความรักต่อสิ่งที่ได้ทำสร้างสรรค์จริงๆ มนุษย์กำลังแสวงหาอะไร หรือจะมีปัญหากับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ปัญหามนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการที่มนุษย์ได้ยึดถืออัตตาตนเองนั้นเอง ถึงแม้เธอจะรักพ่อแม่ของเธอเอง แต่ใจจริงมนุษย์ทุกคนทำเพื่อตัวเอง และปากจะบอกรักชาติตนเอง แต่เธอก็เป็นห่วงสวัสดิภาพของตนเองอยู่ดี ส่วนใหญ่ปัญหาของคนบนโลก คือมนุษย์ส่วนใหญ่ยึดหลักความเป็นปัจเจกชนสูง จนขาดความเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้นเธอต้องถามว่าหน้าที่ของเธอคืออะไร

บ้างคนสามารถตอบได้ เพราะเป็นผู้รู้แจ้งในจิตวิญญาณ เขารู้ว่าหน้าที่ของเขาคือทำให้โลกเกิดเป็นโลกที่อุดมคติ เป็นโลกแห่งความรัก เป็นโลกแห่งสันติ แต่เธอในฐานะมนุษย์ธรรมดายังมีปัญหายึดติดกับตัวเอง แบ่งแยกและขัดแย้งกับผู้อื่น ไม่มีความรักการสร้างสรรค์โลก ทุกคนก็ได้แต่ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่กล้าขอความช่วยเหลือหรือจะไปช่วยเหลือผู้ใด ในการแสวงหาความจริง เธอต้องค้นหาความหมายชีวิตให้ได้ ความหมายคืออะไร พวกเราส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ เพราะเราไม่เคยแสวงหาอย่างจริงจัง เราก็ได้แต่เป็นมนุษย์ทำมาหากินครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าเราสามารถเอามายาที่เราสร้างโลกทั้งหลาย เช่น อาชีพทำมาหากิน โฆษณาชวนเชื่อ การศึกษาครอบงำคน ศาสนาที่แบ่งแยกคน เป็นต้น ถ้าเราสามารถเอาสัจจะพูดตรงๆ เธอจะยอมรับไหม

ยอมรับไหมว่าทุกวันนี้ เรามีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ยัง เรามีความรักต่อคนรอบข้างยัง เรามีความรักต่อโลกยัง และสุดท้ายมีความรักต่อพระเจ้าไหม ดูเหมือนสิ่งสุดท้ายของพวกอเทวนิยม(ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้า) จะไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ถ้าฉันบอกว่า ถ้าโลกที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ทำงานผิดพลาดแม้กระทั้งนิดเดียว พวกเธอจะอยู่ไม่ได้เลย แต่คนส่วนใหญ่ยอมรับว่าเราเกิดโดยบังเอิญ สิ่งส่วนใหญ่เกิดเพราะเหตุบังเอิญ ต่อให้พระพุทธเจ้าได้บอกว่า “ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีความบังเอิญ” พวกเธอก็ไม่เชื่ออยู่ดี ดูเหมือนคนที่ปฏิบัติคำสอนตามหลักศาสดา ก็ไม่มีใครเข้าใจคำสอนอย่างลึกซึ้ง ได้แต่ศรัทธาแม้หลับหูหลับตา โดยขาดปัญญาโดยแท้

แล้วเราถามว่าหน้าที่ของมนุษย์คืออะไร อะไรคือเป้าหมายชีวิตมนุษย์กันแน่ สวรรค์และนรกมีจริงไหม มนุษย์ได้ถามกันมาแล้วหลายต่อหลาครั้ง แต่เราก็ยังไม่ค้นพบคำตอบ เราอาจจะอ่านคัมภีร์ที่คนอื่นกล่าว แต่นั้นก็ไม่ใช่ความจริงเสมอไป เพราะบ้างทีชนชั้นปกครองได้เปลี่ยนรากฐานคำสอนที่แท้ คำสอนเหล่าศาสดาที่แท้ จะต้องไม่มีใครเป็นสาวกใครหรือลูกศิษย์ใคร พวกเราได้แต่ตามก้นเหล่าพระ นักบวช นักเทศน์ หรือใครก็ตาม จนเธอไม่สามารถเป็นแสงสว่างได้ที่แท้ คุรุอาจารย์ที่แท้จะต้องไม่ให้สาวกจ่ายเงินให้ หรือให้สาวกซื้อคอร์สเรียนเป็นหมื่นๆ คุรุอาจารย์คือผู้ที่เป็นกัลยาณมิตร ช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ได้แบ่งแยกหรือมีชนชั้นสูงหรือต่ำ เพราะจิตวิญญาณทุกคนล้วนเสมอภาคเท่าเทียมกัน

ซุสุซึกิ โทโมะโยะ


Create Date : 05 ตุลาคม 2562
Last Update : 5 ตุลาคม 2562 8:47:56 น. 0 comments
Counter : 66 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

ซุสุซึกิ โทโมะโยะ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีเพื่อนๆชาวบล็อกแก๊ง ดิฉันชื่อโทโมะโยะเองค่ะ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ปกติเขียนบทความทีเพจเฟสบุ๊ค ศาสนา "รักและเมตตา" โทโมะโยะขอรบกวนลงบทความให้เว็บบล็อกแก๊งนะคะ อยากให้ชาวบล็อกแก๊งได้ตื่นรู้มากขึ้น เพราะโทโมะโยะเขียนคำสอนเหล่านี้ได้จากจิตเดิมแท้หรือจิตวิญญาณภายในของโทโมะโยะเองค่ะ

โทโมะโยะอายุ 27 ย่าง 28 แล้วค่ะ สนใจเรื่องจิตวิญญาณมากๆ รักการเขียนบทความที่สุดเลย ขออนุญาตลงบทความในเว็บนี้นะคะ

โทโมะโยะมีภารกิจปลุกผู้คนให้ตื่นรู้รู้จักตัวตนเดิมแท้ ว่าเราเป็นใคร? มาจากไหน? มีภารกิจอะไรบนโลกใบนี้? แล้วตายแล้วต้องไปไหน? นี้คือสิ่งโทโมะโยะต้องสอน ต้องนำผู้คนให้ตื่นรู้ค่ะ

บทความนี้มีพลังงานแฝงไว้อยู่ ดังนั้นมันจึงสามารถเปลี่ยนจิตสำนึกของเธอได้มากทีเดียวล่ะ ให้รู้จักความรักและความเมตตา ที่มีอยู่ในจิตเดิมแท้ของเธออยู่แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

ซุสุซึกิ โทโมะโยะ
5/10/2019

space
space
[Add ซุสุซึกิ โทโมะโยะ's blog to your web]
space
space
space
space
space