มิถุนายน 2563

 
1
2
3
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
30 มิถุนายน 2563
All Blog
หมดความอดทน
หมดความอดทน
"หมดความอดทน"  
เป็นโจทย์ตะพาบ  กิโลเมตรที่  256  ผู้ตั้ง
โจทย์ นี้  ก็คือ  น้องต่อ  36  ค่ะ  
หัวข้อโจทย์ ตะพาบ ครั้งนี้  เป็นเรื่องที่สำคัญในชีวิตประจำวันเรื่องหนึ่ง
ทีเดียว ค่ะ  เพราะความอดทน  เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาเรา
ไปสู่ความสำเร็จในสิ่งที่เราดำเนินการอยู่  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน  เรื่อง
ความรัก  การดำเนินชีวิต  การอดทนต่อสิ่งยั่วยวนต่าง ๆ ฯลฯ
ความอดทน  มาจากคำว่า  ขันติ   หมายถึงการรักษาภาวะจิตใจของ
ตนเองไว้ได้ เมื่อจิตใจเราถูกกระทบด้วยสิ่งต่างๆ 
ทั้งเกี่ยวกันสิ่งที่เราพอใจหรือไม่พอใจ ใจเราก็จะมั่นคง หนักแน่น  เช่น
การทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะยากหรือง่าย ก็ตาม  งานนั้น 
เรื่องนั้น ๆ จะสำเร็จได้  นอกจากจะต้องมีความรู้  มีปัญญา ของตนแล้ว
ยังต้องอาศัยความอดทนเป็นพื้นฐานด้วยเสมอ 

คนเราจำเป็นต้องมี ความอดทน  เพราะความอดทนนั้น  จะเป็นตัวช่วย
ต่อต้านความรู้สึกท้อถอย  หดหู่  ยามที่เรารู้สึกว่างานนั้นหรือ
เรื่องที่ทำนั้นมันยากลำบาก ถ้าเรามีความอดทนสูงก็จะสามารถต่อต้าน
ความรู้สึกที่ท้อถอย  เบื่อหน่าย  หดหู่ได้ 

แต่อย่างไรก็ตาม ความอดทนของแต่ละคน ไม่เท่ากัน และความอดทน
ของคนเรามีขีดจำกัด  และขีดจำกัดของความอดทนของ
แต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน เช่นกัน  เมื่อความอดทนที่ถึงขีดจำกัดของเขา
แล้ว  ก็จะเรียกว่า  "หมดความอดทน" ตาม
หัวข้อของ ตะพาบ กิโลเมตรที่  256   นั่นเอง  ประโยชน์ของความ
อดทนนั้น  มีมากอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น  เราจึงต้อง
พยายามสร้างพื้นฐาน  สร้างความแข็งแรงของจิตใจ  ให้มีความอดทน
สูงเข้าไว้ นะคะ  ต้องมีการฝึกจิตเมื่อเผชิญสิ่งต่าง ๆ 
ที่มากระทบจิตใจของเรา  เช่น พบเจองานยาก ๆ  ก็ต้องอดทน ขยัน
เพิ่มมากขึ้นในการทำงานชิ้นนั้น ๆ ให้สำเร็จ  หรือ  เผชิญ
กับคนที่เอาเปรียบเราตลอดเวลา  เราก็ต้องอดทนต่อความโกรธ แผ่
ส่วนกุศลไปให้  หรือหลีกเลี่ยงคนประเภทนี้  เพื่อไม่ให้
จิตใจของเราขุ่นมัว  โกรธแค้น  เป็นต้น

ฉันเชื่อว่า  เราทุกคน  ที่ยังไม่ได้สำเร็จธรรมะชั้นสูง  คงต้องเคยมีความ
รู้สึก "หมดความอดทน"  ได้แน่นอน  ในชีวิตของฉัน
ฉันก็เคย  "หมดความอดทน"  หลายครั้งเหมือนกัน  เช่น  ตอนเรียน
ใน ว.ศ. บางแสน  ฉันมีปัญหาในการร่วมกิจกรรม
ที่ต้องใช้เงินมาก  มีปัญหา ในเรื่องการเรียน  ฉันจำเป็นต้องขยัน
และมีความอดทนมากกว่าคนอื่น ๆ  
เพราะฉันมาจากเด็ก เรียนลัด  เด็กสอบเทียบ  ทั้ง ม.ต้นและ ม.ปลาย
พื้นฐานความรู้ของฉันจึงอ่อนด้อยกว่า เพื่อน ๆ 
ที่เรียนหนังสือมาเต็มปีตามหลักสูตร   ฉันมักถูกเพื่อน ๆ ยั่วเย้าว่า 
"บ้าเรียน"  แต่ฉันก็อดทน นะ เพราะใครจะมารู้ดีกว่าตัวเราเอง
ฉันต้องขยันเป็นสองเท่าของเพื่อน ๆ  มิฉะนั้น  ฉันต้องถูกรีไทร์  ถ้า
ผลการเรียนเฉลี่ยไม่ถึง  2.2 ในตอนเรียนจบ ปี ที่2 
มีอยู่ครั้งหนึ่ง  เพื่อน ๆ จัดไปเที่ยวทะเลกัน  ซึ่งเป็นเรื่องของการเที่ยว
สนุกสนาน   ฉันปฏิเสธ ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ  ด้วยเหตุผล
คือ  ฉันไม่มีเงินพอที่จะใช้อย่างฟุ่มเฟือย  เพราะพ่อของฉันถึงแก่กรรม
เหลือเงินให้ฉันเรียนไม่มากนัก  ฉันต้องใช้เงิน
อย่างประหยัด  ประการที่สอง  ฉันไม่อยากไปเที่ยว  อยากอ่านหนังสือ
มากกว่าเตรียมสอบเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตของการถูกรีไทร์
เพราะปีที่หนึ่ง ฉันได้เกรดเฉลี่ยเพียง 2.15 เท่านั้น เพื่อนที่มาชวนฉัน
ไปเที่ยว  ใช้ภาษาที่แสลงหูเหลือเกินว่า  " นี่เธอ  วัน ๆ 
เอาแต่อ่านหนังสือ ไม่รู้จักไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ บ้าง  เดี๋ยวก็เป็นบ้าไป
ชะก่อนหรอก"    คำพูดนี้ ประกอบกับการถูกเย้ามา
โดยตลอดว่า  บ้า อ่านหนังสือ  มันก็สะสมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว นั่นเอง
ความอดทนของฉัน  ก็ "หมดความอดทน" จึงโต้ตอบ
ออกไปว่า  "ถ้าไม่รู้เหตุผล ก็อย่าปากมากเที่ยววิจารณ์คนอื่น  ถ้าฉันบ้า
ขึ้นมาจริง ๆ คนแรกที่ฉันจะบีบคอให้ตาย ก็คือ  เธอ "
นี่เป็นตัวอย่าง  "หมดความอดทน"  เรื่องหนึ่งของฉัน  เรื่องที่สอง ที่ฉัน
"หมดความอดทน"  ก็คือ  เรื่องเกี่ยวกับความรัก  
ความรัก  ที่ก่อเกิดขึ้นมาจากความผูกพัน  ความห่วงใยซึ่งกันและกัน
ความถูกนิสัยกัน   แต่ฉันโชคร้าย  เพราะคนที่เราผูกพันด้วย 
เขาเป็นคนโลเล  คนที่ไม่เคยตัดสินใจเด็ดขาด ไม่รักษาสัญญาที่พูด
กับฉันไว้  หลายต่อหลายครั้ง ฉันอดทนต่อความลังเล 
ของเขา มาเป็นปี  ช่วงเวลาแห่งความอดทนนั้น  ก็มีความทุกข์  แต่เมื่อ
ง้องอนมา  ก็เป็นความสุข ตามประสาคนที่ยังอยู่ใน
วัฏสงสาร มา "หมดความอดทน " ก็ตอนที่เขาให้คำมั่นสัญญาเรื่องการ
แต่งงานเสร็จแล้ว กลับเงียบหายไปเป็นเดือน ๆ
ไม่ส่งข่าวคราวอะไรเลย  ฉันถามถึงข่าวคราวที่เงียบหายไปด้วยจิตใจที่
เป็นห่วง  กลัวว่า จะเจ็บไข้ได้ป่วย  หรือประสบอุบัติเหตุ 
แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบเป็นเวลาหลายเดือน  นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉัน
"หมดความอดทน" ได้อย่างเด็ดขาด ฉันตัดสินใจด้วยการบอกเลิก
กับเขา ในเมื่อเขาไม่กล้าบอกเลิกกับฉัน 
ไม่กล้าเอ่ยคำนี้ออกมา ฉันเด็ดขาดกว่า  เรื่องคารังคาซังจะได้จบลง
เสียที  จะดีต่อจิตใจของฉัน ที่ไม่ต้องอดทนกับเขาต่อไป
 การ "หมดความอดทน" ครั้งนี้ของฉัน  ที่นำไปสู่การตัดสินใจเลิกรากัน
ฉันคิดว่า  ฉันได้ตัดสินใจในเรื่องที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของฉัน ค่ะ 







ภาพเหล่านี้  เป็นคำคม ที่แสดงถึงความ  "หมดความอดทน"  ค่ะ
ฉันหามาจากอินเทอร์เน็ต  ค่ะ  มันโดนใจกับเรื่องที่เขียน ดีค่ะ





พระบรมราโชวาทองค์นี้  ฉันก็ซาบซึ้งมาก ค่ะ  









ภาพทั้งหมดชุดหลังนี้  เป็นคำคมที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและ
ประโยชน์ของ"ความอดทน"   ของคนเรา  เป็นสิ่งที่จำเป็น
และสำคัญ  เราต้องฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง  แข็งแกร่ง  ไว้เพื่อให้เผชิญ
กับสิ่งต่าง ๆ  ที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งมีทั้งสิ่งยั่วเย้า  กิเลศ
ต่าง ๆ ที่จะทำให้เราคล้อยตามความโลภ ความยั่วยวนเหล่านั้น  ถ้า
จิตใจไม่แข็งแกร่ง  สิ่งยั่วยวน  กิเลศต่าง ๆ  อาจจะทำให้เรา
อดทนไม่ไหวและกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องไปได้  เช่น ลาภ  ยศ สรรเสริญ
อาจจะทำให้เราหลงใหล  อดทนไม่ไหว อยากได้ อยากมี
ทำให้เกิดโทษเมื่อเรา "หมดความอดทน" อันตรายก็อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ
ฉันจึงคิดว่า  ก่อนที่จะตัดสินใจ  "หมดความอดทน" 
เราต้องพิจารณาผลที่จะตามมาภายหลังอีกด้วย นะคะ  
ฉันก็หวังว่า  จากงานเขียนของฉันครั้งนี้  ทั้งเรื่องของ "ความอดทน"
กับ  เรื่อง  "หมดความอดทน"    คงจะให้ข้อคิดให้แก่เพื่อน
ชาวบล็อกและผู้ที่บังเอิญเข้ามาอ่าน ได้ประโยชน์นำไปประยุกต์ใช้ได้
ในชีวิตประจำวันบ้าง นะคะ   สวัสดี  ค่ะ 

(ขอบคุณภาพจาก อินเทอร์เน็ต  )




 




















 



Create Date : 30 มิถุนายน 2563
Last Update : 5 กรกฎาคม 2563 14:18:33 น.
Counter : 328 Pageviews.

36 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat, คุณtoor36, คุณกะว่าก๋า, คุณวลีลักษณา, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnewyorknurse, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณmariabamboo, คุณอุ้มสี, คุณชีริว, คุณkae+aoe

  
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบพระคุณสำหรับแง่คิดเตือนใจค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 กรกฎาคม 2563 เวลา:15:09:31 น.
  
คนเรามักจะมีเรื่องราวบางอย่างที่ม่ได้เปิดเผยให้คนอื่นได้ทราบครับ

บางเรื่องมันก็น่าคิดนะว่า ทำไมเราจะต้องทน ในเมื่อเรามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 กรกฎาคม 2563 เวลา:16:14:01 น.
  
ความอดทนสำคัญมากๆ
อย่างที่อาจารย์เขียนไว้จริงๆครับ

การปรับตัวในสถานที่เรียนใหม่เป็นเรื่องยากมากจริงๆครับ
อาจารย์ต้องใช้ความพยายามอย่างมากจริงๆครับ
น่าเสียดายที่เพื่อนกลับไม่เข้าใจในเหตุผลและความจำเป็นที่อาจารย์มี

ผมชอบคำนี้ที่อาจารย์เขียนไว้ด้วยครับ

ความอดทนของแต่ละคน ไม่เท่ากัน
และความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด
และขีดจำกัดของความอดทนของแต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน

เป็นความจริงแท้แน่นอนเลยครับ

โหวตครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กรกฎาคม 2563 เวลา:17:57:06 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
เรื่องความรัก กับคนโลเล
เป็นเรื่องไม่ควรอดทนเป็นอย่างยิ่ง
เห็นด้วยกับการตัดสินใจในครั้งนั้นของพี่เลยค่ะ
เพราะถ้าแต่งงานกันไปยิ่งจะทุกข์ใจมากกว่า

มีความสุขกับการพักผ่อนนะคะ
โดย: วลีลักษณา วันที่: 5 กรกฎาคม 2563 เวลา:19:31:11 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กรกฎาคม 2563 เวลา:7:13:05 น.
  
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่

ดีใจที่พี่อ่านกลอนของวลีละเอียดถี่ถ้วน
จับประเด็นหลักที่ต้องการสื่อใด้ตรงใจวลีมากค่ะ
จริงๆแล้ว หากจะจบตรงปลงอนิจจังธรรมดาโลกก็ได้
แต่มันคงเป็นกลอนด้าน ที่ไม่ชวนอ่าน ตามสายตาวลีนะคะ
"ความรัก" มีบทบาทมากต่อสรรพชีวิต และเป็นพลังผลักดัน
ให้เรา ซึ่งอยู่ในโลกละครใบนี้ ได้รับการหล่อเลี้ยงให้ดำรงอยู่ได้
ไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่ ต่างก็คือบทเรียนทั้งสิ้น
วลีเอง ไม่ได้คาดหวังจากความรักมากนัก เพราะรักตัวเองมากกว่า
ที่จะไปรักใคร แต่ธรรมดาโลกที่มักจะแกล้งให้เราได้พบเจอคู่ครอง
เป็นกรรมอย่างที่พี่ว่า ใช่เลยค่ะ วลีเป็นฝ่ายผลักเขาออกจากชีวิต
การอยู่กับคนที่เราคิดว่ารักมันทุกข์มากกว่า และยาวนานมาก

แต่ที่สุดเขาก็ยอมจากไปแต่โดยดี โดยสิ่งที่สร้างมาด้วยกันทั้งหมดเรายกให้เขา
เพราะลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตที่เขายอมให้เราดูแล และนี่คือความดีของเขา

จนทุกวันนี้ความสำเร็จของลูก และสิ่งที่มีเกิดจากสองมือเราโดยแท้จริง
คุยมายาวเลย

ขอบคุณพี่มากนะคะ
โดย: วลีลักษณา วันที่: 6 กรกฎาคม 2563 เวลา:8:30:23 น.
  
ขอบคุณสำหรับะคแนนโหวตครับอาจารย์

ขนาดเฟซบุ๊กยังเงียบเลยครับอาจารย์
คนน่าจะไปเที่ยวกันเหมือนดังที่อาจารย์เม้นท์ไว้เลยครับ

หยุดยาวไม่มีผลอะไรกับผมเลยครับ
เพราะผมไม่ได้ไปไหนเลย 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กรกฎาคม 2563 เวลา:21:10:06 น.
  
ใช่ค่ะพี่หมดเวรหมดกรรมกันไป
ไม่แค้นเคือง เค้าพยายามกลัมมาเหมือนกัน
ครั้งสุดท้ายลูกเป็นคนบอกให้เค้าไป
สงสารนะทั้งคู่เลย แต่ ดีกว่าถ้าต้องอยู่กันแบบฝืนทน

ขอบคุณค่ะวลีชอบคุยกับพี่ค่ะ
และขอเป็นน้องนะคะ มาขอทีหลังอิๆ
โดย: วลีลักษณา วันที่: 6 กรกฎาคม 2563 เวลา:21:50:58 น.
  
นับถือความเด็ดขาดในคำพูดและการตัดสินใจของอาจารย์ค่ะ
ขอบคุณอาจารย์สำหรับคำคมที่ให้ข้อคิดดีๆด้วยนะคะ

ช่วงนี้ต๋าไม่อยู่บ้านก็อาศัยมือถือเข้าบล็อกค่ะอาจารย์
อยู่ในที่เนตแรงอย่างวันนี้ก็ราบรื่นค่ะ

อาจารย์นอนหลับฝันดีนะคะ
ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 7 กรกฎาคม 2563 เวลา:0:40:42 น.
  

สวัสดีค่ะ อจ.
มาอ่านตะพาบและข้อคิดดีๆเรื่องความอดทน

"เราต้องฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง แข็งแกร่ง ไว้เพื่อให้เผชิญ
กับสิ่งต่าง ๆ "
โดย: newyorknurse วันที่: 7 กรกฎาคม 2563 เวลา:2:05:04 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กรกฎาคม 2563 เวลา:6:25:56 น.
  
พี่ไม่ค่อยใช้ความอดทน
มีขีดจำกัดมากในเรื่องนี้
เกือบจะเขียนตะพาบหนนี้ไม่ได่
ต้องถนัดแถไปตามระเบียบ

ของอาจารย์ชัดเจนมากเลยค่ะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 7 กรกฎาคม 2563 เวลา:11:36:34 น.
  
หลายครั้งมันก็อดทนต่อไม่ได้เลยค่ะ เราไม่ใช่พระเนอะ ไม่ไหวค่ะ
โดย: David (สมาชิกหมายเลข 5988200 ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2563 เวลา:20:53:41 น.
  
ขอบคุณสำหรับะคแนนโหวตครับอาจารย์

เชียงใหม่รถติดพอสมควรเลยครับในช่วงวันหยุดยาว
พรุ่งนี้น่าจะเป็นปกติแล้วครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กรกฎาคม 2563 เวลา:21:28:57 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กรกฎาคม 2563 เวลา:7:08:39 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ตอนไปเดินอยู่บนกำแพงเมืองจีน
ผมก็รู้สึกครับ
ว่าความยิ่งใหญ่นี้ต้องแลกมาด้วยชีวิตคนงานก่อสร้าง
ไม่คุ้นกันเลย
แม้จะได้ชือ่ว่ากำแพงยักษ์ที่ยาวเป็นสถิติโลกก็ตาม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กรกฎาคม 2563 เวลา:20:54:04 น.
  

สวัสดีค่ะ อจ.
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะคะ

ระยะนี้น้อยก็ไม่ค่อยได้ไปไหน อยู่บ้านทำสวนครัวบ้าง
ปลูกดอกไม้บ้าง. เช้า เย็น ก็รดน้ำต้นไม้ ดอกไม้ที่ปลูก
วันหนี่งๆก็หมดไปเร็วเหมือนกันค่ะ

ออกกำลังกายเช้าๆ เดินประมาณ 4 miles ( 6.4 กม)
โดย: ืnewyorknurse IP: 139.99.104.93 วันที่: 9 กรกฎาคม 2563 เวลา:1:14:25 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กรกฎาคม 2563 เวลา:5:52:45 น.
  
อาจารย์สุวิมล Literature Blog


สวัสดีค่ะอาจารย์แวะมาส่งกำลังใจค่า
อาจารย์รักษาสุขถาพนะคะ
โดย: mariabamboo วันที่: 9 กรกฎาคม 2563 เวลา:19:02:56 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ขอบคุณอาจารย์ด้วยครับ
ที่ช่วยตรวจทานคำผิดให้ผม
บางทีพิมพ์เสร็จ
ผมก็ไม่ได้ตรวจคำผิดซ้ำครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กรกฎาคม 2563 เวลา:20:53:12 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กรกฎาคม 2563 เวลา:7:07:52 น.
  
หมดเวลาอดทนแล้วค่ะ อาจารย์ อิอิ
ไปชมดอกไม้กันริ้ววววว

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 10 กรกฎาคม 2563 เวลา:9:33:08 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมขอบคุณเพื่อนๆทุกคนครับที่อ่านงานของผม
เพราะบางทีผมก็พิมพ์ผิดจริงๆครับ
เหมือนมีคนมาช่วยตรวจทานงานให้ 555

ข้อเสียของผมคือ เวลาพิมพ์งาน
ผมอาจจะตรวจทานหลายรอบก่อนอัพบล็อก
แต่ถ้าเป็นต้นฉบับที่พิมพ์จากสมุดบันทึก
บางทีพิมพ์รอบเดียวแล้วไม่ค่อยได้ตรวจทาน
มาเจออีกทีก็ตรวจอัพบล็อกไปแล้วนี่ล่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กรกฎาคม 2563 เวลา:23:18:10 น.
  
ชอบๆๆๆๆ
เป็นคำคมที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ
และ
ประโยชน์ของ"ความอดทน"
ทำให้มีภูมิต้านทานสังคมได้ดีเลยค่ะครู
โหวต
โดย: อุ้มสี วันที่: 11 กรกฎาคม 2563 เวลา:6:08:23 น.
  

สวัสดีครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กรกฎาคม 2563 เวลา:14:23:27 น.
  
เน็ตล่มครับอาจารย์
ผมโทรไปแจ้งตั้งแต่ช่วงเช้า
กว่าจะใช้งานได้ช่วงบ่ายเลยครับ 555

ขอบคุณอาจารย์มากครับ
ผมแก้เป็นคำว่าคร่ำคร่า
อ่านแล้วดีกว่าคำว่าคร่ำครึ
แถมความหมายก็ตรงอย่างที่อาจารย์ให้คำแนะนำไว้เลยครับ
เดี๋ยวผมจะไปแก้ที่ต้นฉบับด้วยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กรกฎาคม 2563 เวลา:18:48:08 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2563 เวลา:6:46:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

แม้ผมจะเขียนบทกวีไม่เก่ง
แต่ก็ชอบความงดงามของภาษาไทยครับอาจารย์
ชอบอ่านบทกวีแปล
ชอบอ่านบทกวีที่มีคำสัมผัสสวยๆ

แต่ก็อ่านได้ไม่เยอะมากพอ
ที่จะแยกแยะว่าแบบไหนเป็นบทกวีที่ดี
หรือเขียนได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์
บทกวีส่วนใหญ่ที่ผมชอบ
คือบทกวีที่สะท้อนความจริง
ออกมาเป็นความรู้สึก

น่าเสียดายที่ปัจจุบัน
คนเขียนบทกวีก็น้อยลง
คนอ่านก็ยิ่งน้อยมากกว่าอีกนะครับ
น่าเสียดายจริงๆ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2563 เวลา:21:00:41 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กรกฎาคม 2563 เวลา:7:16:54 น.
  
สวัสดียามบ่ายคล้อยค่ะ อาจารย์
บล็อกเงียบๆเหงามาก
เลยมารับอาจารย์ไปชมนกชมไม้ค่ะ

เดินดีๆนะคะ กลัวอาจารย์จะตกน้ำ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 13 กรกฎาคม 2563 เวลา:15:26:30 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ฟังจากที่อาจารย์เล่า
เหนื่อยแทนเลยครับ
การไปโรงพยาบาลเริ่มตอนตี 4 และกับถึงบ้านบ่าย 4 โมง
โอ้โห...กินเวลาทั้งวันเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กรกฎาคม 2563 เวลา:21:41:03 น.
  
แวะมาทักทายครับอาจารย์ สบายดีนะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2563 เวลา:23:11:33 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กรกฎาคม 2563 เวลา:7:28:28 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ตอนเป็นเด็กผมชอบตกปลามากครับอาจารย์
แถมเป็นเด็กเกเรชอบรังแกปลา ทำร้ายปลา
สัก ป. 5 ผมเอาหนังสติ๊กยิงหัวแม่ปลาช่อน
วันนึงฝนตกผมเอาหนังสติ๊กไปยิงปลาเหมือนเช่นเคย
ปรากฏว่าลื่น หลุดมือ ด้ามหนังสติ๊กฟาดเข้าเต็มปาก
แตกเย็บสามเข็ม ตั้งแต่นั้นผมเลิกทำร้ายปลา
ไม่ตกปลา และไม่กินปลาอีกเลยจนถึงทุกวันนี้ครับ

เวรกรรมมีจริง และผมเชื่อในเรื่องกรรมมากๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กรกฎาคม 2563 เวลา:21:05:26 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กรกฎาคม 2563 เวลา:7:42:03 น.
  
ทนแล้วทุกข์ ก็อย่าทนดีกว่านะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 15 กรกฎาคม 2563 เวลา:8:35:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments