"ผ่านความทุกข์"
" ผ่านความทุกข์" เป็นโจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบครั้งต่อไป หลักกิโลเมตรที่ 387 ผู้ตั้งโจทย์ คือ คุณ กะว่าก๋า
คำอธิบายโจทย์ (แนวทางการเขียน) คุณผ่านความทุกข์หนักๆ ในชีวิตมาได้อย่างไร มันมอบบทเรียนอะไรให้คุณบ้าง อะไร ช่วยให้คุณผ่านเรื่องราวในครั้งนั้นมาได้ มีใครคอยช่วยเหลือมั้ย? มาเขียนเรื่องราวเล่าให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน อ่านจากคำอธิบายโจทย์ มีจุดประสงค์ให้คนเขียน ตะพาบเรื่องนี้ เล่าถึงความทุกข์ หนัก ๆ ของผู้เขียนผ่านพ้นทุกข์นั้นมาได้อย่างไร ได้บทเรียนอะไร มีอะไรช่วยให้เราผ่านพ้นทุกขนั้น ๆ มาได้
หัวข้อ ตะพาบ ครั้งนี้ ก็ตรงกับความเป็นจริงของชีวิตมนุษย์เรา ค่ะ ทุกคนที่เกิดมา เป็นมนุษย์ ก็ถือว่า เรายังอยู่ในโลกียสุข คือ ยังต้องมีการ เวียนว่ายตายเกิด เมื่ออยู่ในโลกแห่งนี้ ย่อมต้องพบเจอความทุกข์แน่นอน เพียงแต่ ทุกข์ที่พบนั้น จะหนักหรือเบา ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำ ของตนเองและกรรมเก่าที่เราเคยทำมาก่อน นั่นเอง (ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ) ในชีวิตของฉัน ก็เคยพบเจอความทุกข์หนัก ๆ มา น่าจะ 3-4 ครั้ง
ครั้งที่ 1 ก็คือ ตอนที่ฉันอยู่ปี 1 ได้รับโทรเลขจากทางบ้านว่าพ่อฉันถึงแก่กรรมแล้ว ตอนนั้น เป็นช่วงพักเที่ยงกินข้าวกันอยู่ อ่านเสร็จฉันช็อต กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพื่อน ๆ ทุกคนพอทราบ ก็พากันมาปลอบใจฉัน ฉันพยายามหักห้าม ความเจ็บปวดจากการสูญเสียครั้งนี้ ทั้ง ๆ ที่เตรียมใจไว้บ้าง เพราะพ่อป่วยติดเตียงมาปีกว่าแล้ว แต่ถึงเวลาที่พ่อจากไป ฉันก็อดช็อคไม่ได้ ฉันไปขอลาอาจารย์หอพักกลับบ้าน มีรูมเมด เพ็ญ และเล็ก (นวลจันทร์) เพื่อนสองคน พาฉันส่งกลับบ้านไปงานศพพ่อเสร็จจากงานศพ ฉันยิ่งต้อง ตั้งใจเรียนขยันเรียนมากยิ่ง ๆ ขึ้น เพื่อให้ลืมความทุกข์ ต้องตั้งใจเรียนให้จบ อ่านหนังสือมากกว่าคนอื่น ๆ เพื่อลืมความทุกข์ และเพื่อทำความหวัง ของพ่อที่ส่งเสริมให้ฉันมาเรียนต่อ ให้ได้ปริญญามาฝากพ่อ ถึงแม่พ่อจะไม่ได้มางานรับปริญญาของฉัน แต่ฉันเชื่อว่าพ่อยู่บนสวรรค์คงยิ้มและรับรู้ว่า ลูกสาวของพ่อได้สำเร็จการศึกษาตามที่ตั้งใจและทำให้พ่อภูมิใจในลูกสาวคนนี้ของพ่อ ค่ะ

พ่อของฉัน ค่ะ
ความทุกข์หนักครั้งที่ 2 ก็คือ สูญเสียแม่ในปี 2529 เป็นความทุกข์ที่อาจจะ ทุกข์กว่าตอนพ่อเสีย อีกนะ เพราะหลังจบการศึกษาแล้ว ฉันอยู่กับแม่เพียงสองคนเป็นส่วนใหญ่ดังที่ได้เล่าไว้ใน ตะพาน เรื่อง "นางฟ้าประจำตัวของฉัน" ความผูกพัน ความห่วงใยที่แม่มีต่อฉัน โดยเฉพาะ ตอนฉันผิดหวังในเรื่องความรัก มีแม่คอยปลอบใจ ห่วงใย เป็นกำลังใจ ทุกอย่างเป็นที่ยึดเหนี่ยว ทางจิตใจ ดังนั้น ในวันที่ 31 มีนาคม 2529 ที่แม่จากไป จึงเป็นความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของชีวิต ทุกข์มากที่สุดในชีวิตก็ว่าได้

แม่ของฉัน ค่ะ
ความทุกข์หนักครั้งที่ 3 ก็คือ ตอนที่ฉันบอกเลิกกับคนรักที่ผิดคำพูด ผิดสัญญา เรื่องการแต่งงาน ความเปลี่ยนแปลงของคนที่เราเชื่อถือ เราไม่คิดว่า เขาจะทำกับเราได้ เขาจะเสียสัจจะโดยไม่มีเหตุผล ไม่กล้าให้เหตุผลกับเรา ได้ แต่ฉันก็ผ่านพ้น วิกฤตของชีวิตมาได้ โดยมีแม่อยู่เคียงข้าง เป็นที่ยึดเหนี่ยว ทางจิตใจ มีงานที่เราต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เราต้องสอนสั่งเขา ต้องทุ่มเท ให้เขาอย่างเต็มที่ เช่น คิดสื่อการสอน ค้นคว้าหากลวิธีการสอน ให้ได้ผล มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลืมสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้น ได้บทเรียนที่เราไม่ควรไว้วางใจ หรือเชื่อใครได้ง่ายเกินไป ที่คิดว่า เขาจะรักเราจริงรักษาสัญญา ความทุกข์หนักเรื่องสุดท้าย ก็คือ การตายของเจ้าค้อกกี้ หมาพันธุ์ มิเนเจอร์ ที่เลี้ยงมาตั้งแต่ อายุ 2-3 เดือน กิน นอนอยู่ด้วยกัน ถึง 13 ปี ต้องกลับสู่ดาวหมาไป ความสูญเสียครั้งนี้ ก็เป็นเรื่องของความรัก ความผูกพันอีก เช่นกัน ความทุกข์ครั้งนี้ ก็ทำให้ฉันเหงาหงอย เบลอ ๆ ไปหลายเดือนเหมือนกัน เป็นการสูญเสียหลังจากฉันเกษียณอายุไม่ถึงปี สงสารมัน สงสารตัวเอง คิดว่า หลังเกษียณ จะได้อยู่เป็นเพื่อนกัน แต่ ชีวิตก็ไม่มีอะไรแน่นอน ได้แต่ต้องนำธรรมะมาปลอบใจว่า การพลัดพรากจากกันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต นั่นเอง

ค้อกกี้ ลูกชายที่รักยิ่ง ค่ะ
จบเรื่องเล่า ตามหัวข้อ ตะพาบ เรื่อง คุณผ่านความทุกข์หนัก ๆ ในชีวิต ได้อย่างไร ก็คงต้อง ผ่านมาได้ โดยการยอมรับความจริง หากิจกรรมทำ นำธรรมะ กฎแห่งความเป็นจริงของชีวิต ที่กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการพลัดพรากจากกัน ทั้งจากเป็นและจากตาย อันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ค่ะ
| Create Date : 21 ตุลาคม 2568 |
| Last Update : 21 ตุลาคม 2568 18:48:04 น. |
|
34 comments
|
| Counter : 566 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณกะว่าก๋า, คุณทนายอ้วน, คุณปัญญา Dh, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณ**mp5**, คุณอุ้มสี, คุณtoor36, คุณkae+aoe, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณcyberlifenlearn, คุณtanjira, คุณชีริว, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณร่มไม้เย็น |
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 ตุลาคม 2568 เวลา:19:46:01 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 ตุลาคม 2568 เวลา:22:27:18 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 ตุลาคม 2568 เวลา:5:46:56 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 22 ตุลาคม 2568 เวลา:6:08:02 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 22 ตุลาคม 2568 เวลา:7:28:57 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 22 ตุลาคม 2568 เวลา:13:07:25 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 ตุลาคม 2568 เวลา:18:43:04 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 ตุลาคม 2568 เวลา:4:42:06 น. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 23 ตุลาคม 2568 เวลา:12:18:34 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 ตุลาคม 2568 เวลา:14:53:49 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 ตุลาคม 2568 เวลา:23:02:38 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 ตุลาคม 2568 เวลา:5:19:52 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 ตุลาคม 2568 เวลา:21:18:58 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 ตุลาคม 2568 เวลา:5:19:54 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 ตุลาคม 2568 เวลา:16:01:13 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:4:06:03 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:15:11:53 น. |
|
|
|
โดย: ปัญญา Dh วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:19:55:39 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ตุลาคม 2568 เวลา:22:47:23 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 ตุลาคม 2568 เวลา:5:03:18 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 ตุลาคม 2568 เวลา:14:43:01 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 27 ตุลาคม 2568 เวลา:23:04:10 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 ตุลาคม 2568 เวลา:5:23:15 น. |
|
|
|
โดย: kae+aoe วันที่: 28 ตุลาคม 2568 เวลา:8:08:20 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 ตุลาคม 2568 เวลา:13:36:50 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 ตุลาคม 2568 เวลา:5:22:23 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 29 ตุลาคม 2568 เวลา:15:07:12 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 ตุลาคม 2568 เวลา:18:31:59 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 ตุลาคม 2568 เวลา:4:50:30 น. |
|
|
|
โดย: **mp5** วันที่: 30 ตุลาคม 2568 เวลา:9:30:37 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 ตุลาคม 2568 เวลา:19:23:25 น. |
|
|
|
|
|
 |
|
เป็นความทุกข์ที่ตั้งอยู่บนความรัก ความผูกพันจริงๆครับ
เลยยิ่งทำให้เป็นทุกข์ได้มากที่สุด
แต่อาจารย์ก็สามารถผ่านทุกๆความทุกข์มาได้
ที่สุดของทุกข์
ผมคิดว่าคือการจากลาสิ่งของ หรือบุคคลอันเป็นที่รัก
และทุกคนไม่ว่าใคร
ก็ไม่อาจหนีความจริงข้อนี้ไปได้เลยครับ