คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
ธันวาคม 2568
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
space
space
18 ธันวาคม 2568
space
space
space

"กระจกเงา"
  "กระจกเงา"  

"กระจกเงา"   เป็นโจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 391  ผู้ตั้งโจทย์ 
คือ  คุณ จันทราน็อคเทิร์น


                 
 คำอธิบายโจทย์ (แนวทางการเขียน)
                   บอกเล่าเรื่องราวแบบใดก็ได้ จากกระจกเงาบานหนึ่งตรงหน้า หรือจะใช้มันสะท้อน
สิ่งที่เป็นตัวตนของเราก็ได้ เขียนเล่าเรื่องราวเหล่านั้น
ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน
               
 กระจก   คำนี้ ใช้ในความหมายนัยตรง  ก็ได้  ความหมายโดยนัย ก็ได้
(ใช้ในการเปรียบเทียบ)  ถ้าเป็นความหมายนัยตรง 
กล่าวไว้ว่า " กระจกเป็นลักษณะการผลิตวัสดุประเภทแก้วที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์
ในการใช้งานต่าง ๆ เช่น เพื่อเป็นวัสดุกั้นขวาง
ที่ไม่ทึบแสง ใช้เพื่อเป็นฉนวนกั้น ใช้เพื่อประดับตบแต่งอาคาร ฯลฯในบางความต้องการใช้
กระจกถูกนำไปปรับคุณสมบัติต่อเพื่อให้มีคุณลักษณะบางอย่าง
เช่น ฉาบปรอทที่ด้าน ๆ หนึ่งเพื่อให้มีคุณสมบัติสะท้อนแสงเรียกว่า กระจกเงา หรือผสม
สารชนิดอื่นลงไปในเนื้อสารให้มีสีสันหรือความทึบแสงบางส่วน
หรือทั้งหมดเรียกว่า กระจกสี กระจกทึบ หรือกระจกควัน หรือนำไปพ่นทรายลงบนพื้นผิว
เพื่อให้เกิดความไม่สม่ำเสมอของความเรียบบนผิวทำให้
แสงผ่านได้แต่มีลักษณะมัว ๆ เรียกว่า กระจกฝ้า

(ขอบคุณความรู้จากอินเตอร์เน็ต)

จุดประสงค์ ของผู้ตั้งโจทย์  ต้องการให้เขียนถึง กระจก ชนิด ที่เรียกว่า  "กระจกเงา" 
 ซึ่งให้ผู้เขียนโจทย์นี้  เขียนเล่าเรื่องหรือจะให้สะท้อน
สิ่งที่เป็นตัวตนของตนเองก็ได้   ก็คงหมายถึง  การเขียนถึงความหมายของ
  กระจกเงาในความหมายโดยนัย  นั่นเอง  
             
ปรกติ  "กระจกเงา "  ในความหมายนัยตรง  คือ  การใช้กระจกส่องหน้าตัวเองในยามที่
เราแต่งหน้า  แต่งตัว  ส่องดูความเรียบร้อย  เป็นต้น
  
            ส่วนความหมายโดยนัย  เราจะใช้ในการเปรียบเทียบ   เปรียบเปรย   ออกมาเป็นสำนวน  
          สำนวนเกี่ยวกับกระจกในภาษาไทยส่วนใหญ่เกี่ยวกับ
การให้ใครสักคน สำรวจตัวเอง เช่น ส่องกระจกดูเงาตัวเอง หรือเตือนเรื่องโชคลาง 
เช่น กระจกแตกไม่ดี  หรือใช้ในความหมายเปรียบเปรย 
 เช่น ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา    (สมัยก่อนยังไม่มีกระจก  จึงใช้น้ำใส ๆ
เพื่อสะท้อนเงา (หน้า)  แต่ปัจจุบันใช้ว่า 
ส่องกระจกชะโงกดูเงาตัวเอง  และกระจกไว้ดูหน้า ปัญญาไว้ดูใจ  (สอนเรื่องธรรมะ)




กระจกเงา สวย ๆ  ค่ะ



สำนวน  ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา

ส่วนจุดประสงค์ของโจทย์ที่ว่า กระจกมันจะสะท้อนตัวตนของเรา  ( น่าจะหมายถึงคน หรือสิ่งของ ทั่ว ๆ ไป) 
  สำหรับฉันเวลาส่องกระจก   ก็เพื่อสำรวจความเรียบร้อย
ของใบหน้า  เผ้าผม  ว่าเรียบร้อยดีไหม
       
 บางครั้งอยากจะให้ทุกคนใช้กระจกส่องหน้าตัวเอง  เวลาโกรธใครมาก ๆ เราส่องกระจกเงา 
หน้าตาก็ไม่น่าดู  ดูไม่ได้  หน้านิ่วคิ้วขมวด  ตาก็ดูถลน 
หน้าก็ดูบึ้งตึง   ถ้าเราเห็นหน้าตาเราในกระจกเงา  เราก็คงไม่อยากจะโกรธ เนาะ 

       
บางครั้ง  เราต้องการสื่อความหมายให้ใช้อดีต เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนให้เห็นถึง
ความเป็นมาของวัฒนธรรม  ความเป็นอยู่ ตลอดจน
ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุคนั้น ๆ ได้ โดยเฉพาะ  วรรณกรรม   วรรณคดี 
จะเป็นกระจกส่องให้เห็นถึง สภาพชีวิตความเป็นอยู่
  สังคม  ประเพณี  ค่านิยม  ของยุคสมัยที่ปรากฎในวรรณกรรมหรือวรรณคดี เรื่องนั้น ค่ะ 
ยกตัวอย่างเช่น  วรรณคดี เรื่อง อิเหนา  สะท้อนให้เห็น
วัฒนธรรม ของคนในสังคมชั้นสูง เช่น พิธีโสกัณฑ์  (โกนจุก  ของเจ้านาย) 
พิธีจัดงานศพของหลวง  เป็นต้น  
         ส่วนวรรณคดี   เรื่อง ขุนช้างขุนแผน   ก็เปรียบเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต
ของสามัญชนในเรื่อง ประเพณีการเกิด 
ค่านิยม ที่ต้องการให้ลูกชายเรียนหนังสือ  รับราชการ  เหมือนคำประพันธ์ที่กล่าวว่า 
"ลูกผู้ชาย ลายมือ นั้น คือ ยศ" (ลูกผู้ชาย ลายมือ นั้น คือ ยศ)
มาจากวรรณคดีไทยเรื่อง ขุนช้างขุนแผน เป็นคำสอนของ ขุนแผน ให้ พลายงาม
 ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน โดยหมายถึง  "ฝีไม้ลายมือ"
(ความรู้ความสามารถในการเขียน) คือเครื่องบ่งบอกฐานะและยศศักดิ์ในสังคม.
ถ้าลายมือสวยงาม แสดงถึงการมีศึกษาขั้นสูง
(เหมือนนายพล/ขุนนาง) ถ้าอ่านเขียนพอได้ก็เป็นนายทะเบียน (เสมียน)
แต่ถ้าอ่านไม่ออกเลย ก็คงได้เป็นเพียง "นายคน"
(คนทั่วไป/ชนชั้นล่าง)

            ตะพาบ  "กระจกเงา"  ตามความคิดเห็นของฉันที่เขียนนี้  ออกมาในแนววิชาการ ตามความรู้
ที่ถนัดของครูภาษาไทย ค่ะ  หวังว่า ผู้ที่เข้ามาอ่าน
คงได้ประโยชน์พอสมควร นะคะ สวัสดี  ค่ะ 



 



Create Date : 18 ธันวาคม 2568
Last Update : 19 ธันวาคม 2568 10:40:40 น. 30 comments
Counter : 521 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณกะว่าก๋า, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณร่มไม้เย็น, คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณทนายอ้วน, คุณกะริโตะคุง, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณ**mp5**, คุณอุ้มสี, คุณชีริว, คุณcatt.&.cattleya.., คุณปัญญา Dh


 
สำนวน ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา
เป็นสำนวนที่ดีมากๆเลยครับอาจารย์
ผมจำได้ว่า จำคำนี้ได้ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน
พอโตมาก็มีคนใช้คำนี้ให้ได้ยิน
ตอนแรกก็งงนะครับ
ว่าทำไมต้องใช้กระโหลกตักน้ำด้วย 555
แต่คิดดูดีดี ก็มีความลึกซึ้งอยู่ในคำ

เวลาพูดถึงงานกระจก
ผมจะนึกถึงประเทศญี่ปุ่น
เป็นประเทศที่เก่งในเรื่องการทำกระจกและเลนส์ต่างๆมากครับ
มีฝีมือในระดับโลกเลย
เก่งไม่แพ้ประเทศเยอรมันครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ธันวาคม 2568 เวลา:11:36:58 น.  

 
คนส่วนใหญ่ส่องกระจกดูความงาม
ตรงไหนยังไม่งามก้ทำให้งาม
รวมทั้งตัวเองค่ะอาจารย์



โดย: หอมกร วันที่: 19 ธันวาคม 2568 เวลา:12:17:06 น.  

 
สำนวนตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา ในละครก็ชอบเอามาใช้เหมือนกันนะครับอาจารย์ โดยเฉพาะตัวอิจฉา ตัวร้าย


โดย: The Kop Civil วันที่: 19 ธันวาคม 2568 เวลา:14:06:38 น.  

 
อาจารย์เต๊ะ ก็ใช้กระจกทำงานแยะนะครับ
โดยมากเป็นงานออกแบบ ทั้ง สถาปัตย์ ทั้ง Interior
งานสไตล์ modern นี่ขาดกระจกไม่ได้เลยทั้ง กระจกใส กระจกเงา กระจกสี กระจกฝ้า

ส่วนเรื่องสำนวนไทยนี่ ภาพ นางแบบ AI สวยงามมากๆเลยนะครับ

เรื่อง วรรณคดีโบราณนี่ เคยเจอ คำว่า คันฉ่อง น่าจะแปลว่ากระจกเงา เหมือนกันนะครับ แล้วก็กระจกเงา โบราณนี่ น่ากลัวนะครับ
เพราะ หนังผี ชอบแต่งออกมาว่า มีผี อยู่ในกระจกมั่ง
ส่องเวลากลางคืน แล้วเกิดเห็นหน้าคนอื่นนี่ ผมตั้งหัวโกร๋นแน่เลยนะครับ 5555



โดย: multiple วันที่: 19 ธันวาคม 2568 เวลา:18:44:47 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 19 ธันวาคม 2568 เวลา:19:36:05 น.  

 
จากนักเรียนม.ปลายที่มีอาจารย์ประจำชั้นเป็นคุณครูภาษาไทยมาตั้งแต่ม.1 ยัน ม.6 ต้องเข้ามายืนยันอีกคนว่าคุณครูภาษาไทยให้ความสำคัญกับลายมือสุดๆครับ


พูดถึงกระจกเงาในวรรณะคดี ผมนึกถึงทวิภพเลยครับ สิเรียมเล่นกับศรัญญูเข้ากันดี อิอิ


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 19 ธันวาคม 2568 เวลา:21:02:30 น.  

 
ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา สมัยก่อนผมงง ว่าอะไรคือกะโหลก หัวกระโหลก?

แต่พอรู้จักคำว่า่กะโหลกกะลาก็เข้าใจ ผมเหมือนคุณกะริโตะคุงนะ นึกถึงทวิภพ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 19 ธันวาคม 2568 เวลา:21:33:30 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 ธันวาคม 2568 เวลา:5:31:25 น.  

 
ช่วงป่วยอยู่นั่งนานไม่ได้นี่ อาจารย์เต๊ะใช้ app พูดในมือถือแทนการพิมพ์ครับช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องนั่งนานๆได้ เดี๋ยวนี้ทำได้หมดทั้งในคอมทั้งใน iPad
แต่ต้องพูดช้าๆชัดๆถ้าพูดเร็วมันก็พิมพ์มั่วไปเลยครับฮ่าๆๆ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและที่แวะไปเยี่ยมเยือนกันนะครับอาจารย์


โดย: multiple วันที่: 20 ธันวาคม 2568 เวลา:6:24:56 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับ

ถ้าดูจุดเริ่มต้นของวิชา
ผมคิดว่าอาจารย์คงอยากใช้การเสียชีวิตของลูกศิษย์
มาสอนใจให้กับนักศึกษาที่ยังเรียนต่อไป
จนกลายเป็นวิชาที่โด่งดัง
และนำมาทำเป็นหนังสือ
เนื้อหาของพรุ่งนี้จะเป้นการพูดถึงเรื่อง "การศึกษา" ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 ธันวาคม 2568 เวลา:22:43:53 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 ธันวาคม 2568 เวลา:5:30:51 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะครู


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 ธันวาคม 2568 เวลา:13:02:29 น.  

 
หิว


โดย: อุ้มสี วันที่: 21 ธันวาคม 2568 เวลา:13:05:54 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับ

หมิงมีอาจารย์ภาษาไทยทีเ่ก่งมากคนนึง
สอนเขาตอนประถม
หมิงชอบครูคนนี้มากเพราะสอนเก่ง สอนเข้าใจ
จน ม.6 หมิงยังบอกเลยครับ
วิชาที่ครูสอนสมัยต้นกล้า
ยังใช้งานได้ตอนเรียนมัธยมเลย

ระบบการศึกษาในปัจจุบัน
ผมไม่เข้าใจเลยครับ
เลยให้หมิงจัดการเองเลย
ว่าต้องสอบอะไร จะเข้ามหาวิทยาลัยไหน
หมิงรู้เองครับว่าเขาชอบอะไร



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 ธันวาคม 2568 เวลา:19:33:52 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 ธันวาคม 2568 เวลา:4:36:27 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมชอบคำสอนที่บอกว่า

"ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" ครับ

ทำเองได้ ให้ทำก่อน
ทำไม่ได้ ค่อยมองหาคนช่วย
อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างด้วยตัวเอง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 ธันวาคม 2568 เวลา:13:17:19 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:4:53:12 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมชอบหนังสือเล่มนี้
เพราะตอนที่ผมเริ่มทำงานที่ร้านใหม่ๆ
ผมล้มเหลวบ่อยมากครับ
ไม่มีความรู้ความสามารถในการทำธุรกิจเลย
มีแต่ไฟในการทำงาน
ซึ่งมันไม่พอที่จะทำให้งานสำเร็จได้

การเรียนรู้ของผมก็ยาวนานเลยครับ
ทำงานที่ร้านมา 30 ปีแล้ว



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:12:06:36 น.  

 
สมัยที่ยังไม่มีกระจกเคลือบปรอท และชาวบ้านก็หาโลหะขัดเงาแพงๆ มาใช้แบบกระจกไม่ได้ คงนิยมส่องหน้ากับน้ำนะครับ ตอนที่อยากพูดให้รู้ตัวเลยมีสำนวน ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา

งานศิลปะอย่างนิยายหรือบทเพลง ก็สะท้อนค่านิยมในแต่ละยุคได้ดีเลย
ขนาดการ์ตูนยุค 90s ไม่ได้เก่ามากมายแบบอิเหนาหรือรามเกียรติ์ จะเอามาทำอนิเมใหม่ ยังต้องปรับหลายๆ สิ่งให้เข้ากับค่านิยมยุคปัจจุบันเลยครับ บางอย่างคนยุคนี้ไม่เข้าใจ และบางอย่างคนยุคนี้ก็ยอมรับไม่ได้ เช่น มุกล้อเลียน LGBT


โดย: ชีริว วันที่: 23 ธันวาคม 2568 เวลา:23:10:32 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 ธันวาคม 2568 เวลา:4:58:43 น.  

 
มาบล็อกท่านอาจารย์ ความรุ้กระจ่างแยอะเลยค่ะ เข้าใจภาษาไทยชัดเจนเลย
ขอบพระคุณมากๆคะที่แวะทักทายกัน



มีความสุขมากมากนะคะ ท่านอาจารย์


โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 24 ธันวาคม 2568 เวลา:11:13:13 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

กิจกรรมของอาจารย์วันนี้
ไปหลายแห่งเลยนะครับ

เทอร์มินอล 21 ผมเคยไปครั้งนึงตอนเปิดใหม่ๆครับ
ไปส่งหมิงเล่นเครื่องเล่นแบบบ้านบอล
ตอนนั้นทันสมัยมากๆ
แล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 ธันวาคม 2568 เวลา:22:07:50 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 ธันวาคม 2568 เวลา:5:22:15 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

"จุดเทียนทั้งสองปลาย"

หมายถึง การใช้ชีวิตให้เต็มที่
ใช้ศักยภาพของตัวเองให้ถึงขีดสุด
เพื่อส่องสว่างให้ตัวเองและคนรอบข้าง

เปรียบเหมือนการเผาผลาญชีวิตอย่างคุ้มค่า
เหมือนการเผาเทียนจากทั้งสองด้านจนหมดเกลี้ยง
และทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเวลาที่จำกัดของอายุขัยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 ธันวาคม 2568 เวลา:20:12:43 น.  

 
สุขสันต์วันคริสมาสต์ครับอาจารย์สุวิมล


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 25 ธันวาคม 2568 เวลา:21:12:39 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ธันวาคม 2568 เวลา:5:52:05 น.  

 
กราบขอบพระคุณคุณสุวิมล
ชอบเด้กผู้หญิงคะ น่ารักขี้อ้อนนะคะ

เช่นกันคะพี่ ปีใหม่นี้ขอให้พี่สุขภาพแข็งแรง
แคล้วคลาดปลอดภัย มีแต่ความสุขนะคะพี่



โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 26 ธันวาคม 2568 เวลา:11:41:52 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเลือกคำคมที่ชอบมาลงบล็อกครับ
ส่วนที่ผมไม่ชอบ
ส่วนใหญ่จะเป็นคำคมที่ผมอ่านแล้ว
รู้สึกว่าผู้ชายเขียนแน่ๆ เขียนให้ผู้ชายเป็นใหญ่
เขียนแล้วกดผู้หญิงให้ด้อยค่า
มีลักษณะอำนาจนิยมอยู่หลายคำคมเลยครับ
แต่พอเข้าใจได้ครับ
เพราะเป็นความคิดของคนในยุคเกือบ 50 ปีที่แล้ว



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ธันวาคม 2568 เวลา:14:55:15 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 ธันวาคม 2568 เวลา:5:12:17 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ


โดย: **mp5** วันที่: 28 ธันวาคม 2568 เวลา:9:40:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space