มึนไปตามใจฝัน
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
29 เมษายน 2553

แบกเป้เที่ยว กระบี่ 6 วัน ตอนที่ 4 " ทัวร์ 4 เกาะ เกาะไก่-เกาะทับ-เกาะปอยะ-ถ้ำพระนาง"

13 เมษายน 2010

"ทัวร์ 4 เกาะ ในกระบี่"



"ทัวร์ทุ่งนาคลองประสงค์"

สำหรับเช้านี้ ผมตื่นราวๆ 6 โมงกว่าๆ
แก๊ปนัดผมไปเดินเล่นดูที่นา และที่ดินที่พี่สุซื้อไว้สำหรับฝันในอนาคตของพี่สุ!


แก๊ปอาสาเป็นไกค์ พาผมเที่ยวที่นาของที่นี่

ซึ่งช่วงเข้าไปในเขตที่นา
ก็เจอกับมาเฟียประจำถิ่น มายืนขวางทาง จ้องหน้าเรา
แต่สักพักเขาก็หลบทางให้เราครับ








[แก๊งค์มาเฟียประจำถิ่น]






ซี่งในส่วนที่ของพี่สุนั้น ยังไม่เป็นรูปร่างนัก
เพิ่งจะถมทางเดิน ผมเองก็ยังมองไม่ออกว่า ฝันของพี่สุเป็นแบบไหนแน่

แก๊ปเลยพาผมไปใ้ห้เห็นตัวอย่างที่น่าจะชัดเจนขึ้น โดยพาไปรู้จักกับ "หนำ"








[กระท่อมเล็กๆ ที่ใช้พักผ่อนในทุ่งนา คนใต้เรียก หนำ]







แก๊ปบอกว่า พี่สุตั้งใจโฮมสเตย์ ในลักษณะบ้านแบบนี้ ครับ
ลองนึกภาพบ้านแบบนี้ (แต่ดูแข็งแรงกว่านี้นะ)
ข้างล่างมีธารน้ำ ด้านหลังเป็นทุ่งต้นจาก และลึกกว่านั้ันเป็นป่าชายเลน
ผมว่ามันน่ามันน่าสนใจมากนะ

ซึ่งตอนนี้ฝันของพี่สุยังเพิ่งเริ่มต้น อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะเป็นรูปร่างแบบที่เขาตั้งใจไว้
ผมเองก็หวังว่าฝันพี่สุจะเป็นจริง
เพราะผมเชื่อว่า มันต้องดีแน่ๆ ครับ :)




จากนั้นเราก็เดินเล่นในที่นาคนอื่น ชมธรรมชาติยามเช้า






[อันนี้เป็นคอกห่านนะ ถ้าจำไม่ผิด]











[แก๊งค์มาเฟียอีกแล้ว]


สำหรับแพะ ผมเพิ่งเห็นการดูดนมของลูกแพะ
ผมว่ามันดูรุนแรงมากเลยนะ
คือลูกแพะจะเอาหน้าพุ่งใส่นมของแม่แพะ ดูแรงมากขอบอก!










[อันนี้เป็นคอกควาย แต่ผมถ่ายรูปลอดคอกเข้าไปน่ะครับ]








เดินชมที่ทำนาของที่นี่แล้ว

แก๊ปก็พาผมไปชมโรงสีข้าว

ซึ่งที่นี่มีโรงสีใหม่แล้ว
แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งานเป็นทางการ
เหตุผลเพราะว่า ต้อง รอ รัฐมนตรีมาเป็นประธานเปิด
แต่ตอนนี้บ้านเมืองไม่สงบ รมต. เลยไม่ว่าง(ไม่ได้มุข) -_-'




ชมอุปกรณ์สมัยใหม่ไปเล่นๆ นะครับ





[ผมจำไม่ได้แล้วว่ามันคืออะไรอะ]




จากภาพด้านบน ให้สังเกตุสีเหลืองใหญ่ๆ ที่อยู่หลังเครื่องจักร
อันนี้คือที่เก็บข้าวครับ
ที่อันใหม่นี้เขาใช้พลาสติค เพราะทนทาน มีอายุใช้งานราวๆ 25ปี
แถมไม่เป็นสนิทด้วย (อย่าลืมว่าที่นี่อยู่บนเกาะ ลมทะเล ไอความเค็มทำให้ สังกะสี หรือโลหะเป็นสนิทง่ายนะ)
อีกอย่างนึง การเปลี่ยนที่เก็บข้าวนี้ ถ้าเปลี่ยนแทบจะต้องรื้อโรงงานเลยละครับ
เพราะงั้นพลาสติคจึงเหมาะกับที่นี่ที่สุด










[เครื่องนี้คือเครื่องอัดแกลบเป็นแท่ง ซึ่งจะไว้ทำเป็นเชื้อเพลิงครับ]







ชมโรงสีแถมมีคุณแก๊ปมาอธิบายงานอย่างละเอียด(แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว)
ผมรู้สึกว่า ผมประดุจผมเป็น รมต. มาดูงานอย่างไรก็ไม่รู้แฮะ ;p





หมดเวลาดูงาน เราก็ได้เวลากินกัน
วันนี้แก๊ปจะพาผมไปกิน "ข้าวยำ" เขาว่า มาใต้ต้องลองครับ



เดินจากโรงสีข้าว ออกมาถนนหลัก
และก็ผ่านมัสยิดเกาะกลาง
ต้องเก็บภาพไว้สักหน่อย






[อันนี้มัสยิดเกาะกลาง]







แก๊ปพาผมไปในถนนเล็กๆ ซอยนึง
เดินไม่ลึกนักก็ถึงร้านข้าวยำที่แก๊ปบอกว่ามาฝากท้องบ่อยๆ







[ร้านอาหารของชาวบ้านครับ เป็นภาพที่ได้บรรยากาศดีจัง]











[หน้าตาข้าวยำ ผมก็เพิ่งเคยกินครั้งแรก
ตัวข้าวจะมีรสเผ็ดมากกกกกกกกกก ส่วนเส้นหมี่จะมีรสหวาน เอาไว้ตัดกัน
ส่วนของกินคู่กันคือ ชาสีลอน แน่นอน หวานโคดดดดดดดดดดด]









หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็กลับไปบ้านพัก
เตรียมตัวไปเที่ยว 4 เกาะ ครับ




"ทัวร์ 4 เกาะ"




สำหรับทัวร์ 4 เกาะ เราไปกันที่ท่าเรืออีกท่านึง(จำชื่อไม่ได้ละ แต่อยู่ที่เกาะกลางนั่นหละครับ)
ก็พาครอบครัวพี่ปิ๊บมาทานข้าว
และก็ซื้อข้าวไว้สำหรับ มื้อกลางวัน

จากนั้นก็นั่งเรือนางฟ้า ไปยังท่าที่เมืองกระบี่
เพื่อเติมน้ำมันครับ
แล้วเราก็ถึงเวลาลุย 4 เกาะจริงๆเสียที


ผมลืมเล่าไปอีกอย่างนึง
ระหว่างการถ่ายรูปต่างๆ
ครอบครัวพี่ปิ๊บ จะถ่ายเป็นวีดีโอ
แล้วที่น่ารักคือ เขาจะให้พี่อ้อเป็นเหมือนพิธีกร
เล่าว่า ตอนนี้อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร กำลังจะไปไหนต่อ ^^
เจ๋งจริงๆเลยครอบครัวนี้






สำหรับจุดแรกที่เราไปถึงคือ
เกาะไก่
ที่เกาะนี้เราไม่ได้ขึ้นเกาะครับ
พี่สุชาติ จะพาไปด้านหลังของเกาะ แล้วดำน้ำกัน

จุดเด่นของที่นี่คือปลาเล็กๆ และการให้อาหารปลา...
ผมเองไม่เห็นด้วยนะ แต่ก็พูดไม่ออกครับ ได้แต่ไม่ปฏิบัติเองครับ


สำหรับจุดนี้ แก๊ป ได้ปลดปล่อยความสนุกให้เราเห็น ด้วยการกระโดดลงน้ำตูมใหญ่เลย :)
ส่วนครอบครัวพี่ปิ๊บตื่นเต้นกับการให้อาหารปลามาก


จุดนี้ว่ายน้ำเล่นกันครึ่งชั่วโมงได้
เราก็ไปยังจุดต่อไป
เกาะทับ หรืออีกชื่อที่คนรู้จักมากกว่า ทะเลแหวกครับ



ส่วนตัวผมชอบจุดนี้มาก เพราะถ่ายรูปได้สนุกที่สุด







[เกาะทับ หรือทะเลแหวกนั่นเอง]









[พี่สุชาติกับเรือนางฟ้า]











[ทะเลแหวกที่ต้องรอตอนเย็นถึงจะสวยงาม เสียดายที่เราอยู่ไม่ถึง]












[เรือต่างๆ ที่มาจอดที่เกาะทับ]








สำหรับเกาะทับ เวลาที่ดีที่สุด ผมคิดว่าประมาณ 4 โมงเย็นนะ
น่าจะถ่ายรูปทะเลแหวก แบบที่เขาถ่ายลงโปสการ์ด
แต่แน่นอนว่าเราคงอยู่ไม่ถึง
และช่วงเวลานั้น ก็ไม่เหมาะที่เราจะมาสักเท่าไหร่
สำหรับคนที่จะจุดนี้ เวลานี้ คงต้องเหมาเรือเป็นการส่วนตัวมากกว่าครับ






จากเกาะทับ เราไปยังเกาะปอยะ

เกาะปอยะ เป็นเกาะที่คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ยืนกันเต็มเกาะไปหมดเลยครับ

แล้วเหมือนเขาจะเก็บเงินด้วย
เรือของเราก็เลยไม่กล้าจอดนาน
พี่สุชาติจอดพาเราขึ้นเกาะ
แล้วก็ปลีกตัวเองไปลอยทะเล คอยดูเวลาพวกเราเรียก
ตอนนี้ใช้เวลาบนเกาะได้เต็มที่เลยครับ
เรานั่งกินข้าวมันไก่ ที่ซื้อมาอย่างเพลิดเพลิน

เมื่อกินกันเสร็จก็ได้เวลาเล่นน้ำกัน
แต่ตัวผมเองไม่อยากเล่นแล้ว เลยแยกตัวไปเดินถ่ายรูปรอบๆ เกาะครับ







[เกาะปอยะ กับผู้คนอันแสนมากมาย]











[เขาด้านหน้าสัญญาลักษณ์ของเกาะ และเรือที่มาขายของบนเกาะ อันนี้ก็น่าจะเป็นสัญญาลักษณ์ได้เหมือนกันนะ ฮ่าๆ]











[คนเริ่มทยอยออกไปบ้างแล้ว]





ผมเดินไปตามชายหาด ผู้คนน้อยลงเรื่อยๆ
ไม่หนาแน่นเหมือนหน้าหาด







[ต้นไม้ล้มเต็มเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน]



























[หาดมีเศษของไม้ต่างๆ ที่พัดเข้ามา]

















[เริ่มเดินกลับ ลองใช้ CPL ดูดีขึ้นเยอะเหมือนกันแฮะ]


















[เดินกลับมาตรง ร้านอาหาร เด็กกำลังเล่นชิงช้าอย่างมีความสุข]












ผมเดินกลับมาตรงจุดที่เราแยกกัน
แต่ตอนนี้ผมหาคนอื่นไม่เจอ
ไม่รู้ว่าไปเล่นน้ำตรงจุดไหน
แต่มองไปก็ยังเห็นเรือเรา ยังไม่ไปไหน
ก็เลยนั่งเล่น ฟังเพลงที่เตรียมมาไปเรื่อยๆ
เป็นช่วงเวลาที่แสนสบายจริงๆ





ผมฟังอยู่นาน จนเริ่มกังวลว่า เขาหายไปไหนกัน
ก็เลยกลับไปตรงหน้าหาดอีกที

เห็นคนเริ่มน้อยลง เลยต้องถ่ายภาพไว้











พอเดินกลับมา ก็เห็นพี่อ้อ และแก๊ปก็เดินมาพอดี
พวกเราก็ได้เวลาไปยังเกาะต่อไป

แต่ก่อนไป มองไปเห็นเรือลำนี้ล่องผ่านมา
เลยถ่ายไว้ซะหน่อย






















จากเกาะปอยะ เรือก็พาเราไปยัง ถ้ำพระนาง
ตอนแรกผมเข้าใจว่า คงมีแต่ถ้ำเฉยๆละมั้ง
แต่แบบว่าเข้าใจผิด จริงๆ เป็นเกาะ ที่มีวิวสวยๆ อีกเกาะเลยครับ
ถ้ำพระนาง และไร่เลย์ (สารภาพว่า รู้จักชื่อนี้มาจากเพลงของ จ็อบ บรรณจบ)
จะอยู่เกาะเดียวกันครับ เดินหากันได้ไม่ไกลนัก

ผมเจอนักท่องเที่ยวคนนึงมาหาเรือกลับ
แล้วเจอเรือลำนึงพยายามหลอกนักท่องเที่ยวว่า เดินไปไร่เลย์ไกลมาก นั่งเรือดีกว่า
ซึ่งจริงๆเดินไม่ถึงกิโลเลยมั้งครับ มันแค่อยู่คนละอ่าว
ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ พี่น้องคนไทย;p

ผมและพี่สุชาติก็ไม่กล้าพูดไร ได้แต่เดินหนีครับ
ไม่อยากยุ่งกับพวกเรือเจ้าถิ่น เดี๋ยวจะมีเรื่องเปล่าๆ




มาชมภาพสวยๆ ของถ้ำพระนางดีกว่าครับ









[ถ้ำพระนาง]














[อลังการมากๆ]




















[สองสาวต่างชาติ น่ารักดีครับ กำลังกินผัดไทยด้วยนะ]
















[หาดถ้ำพระนาง]
















[ตรงนี้ดูยิ่งใหญ่มากๆเลยละ]









จริงๆ ตรงบริเวณ ถ้ำก็จะเจอกับหินที่เป็นสุสานหอยนะ คือเป็นซากหอยเกาะบนหินหยึบหยับไปหมด
(ภายหลังผมพบว่า มันดูดีกว่า ที่สุสานหอยเยอะเลยครับ]






จากนั้นเราก็เดินไปยังไร่เลย์ ส่วนเรือของเราจะไปจอดรอที่ไร่เลย์ก่อนหน้านี้แล้ว


จากถ้ำพระนางเดินไปไร่เลย์ไม่ไกลครับ




แต่แว๊บแรกที่เห็นไร่เลย์ ผมค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อย
ผมคิดว่ามันมาจาก "ไร่เลน" ป่าวเนี่ย-_-'














[หินผาด้านข้าง คือที่ฝึกซ้อมชื่อดังของที่นี่เลยนะ]













[ที่นี่น้ำแห้งเป็นเลนไปเยอะมาก เขาเลยมีบริการรถรับส่งนักท่องเที่ยวไปยังเรือ ซึ่งก็คือรถในภาพนั่นแหละครับ]















[ชาวต่างชาติกำลังสนุกสนานกับการปืนผา]















จากจุดที่เรายืน ยังมีอีกฝั่งนึงที่มีเสียงเพลงดังกระหึ่ม
และก็ได้ยินเสียงเพลงของ จ็อบ บรรจบ ด้วย :D
ในส่วนนั้นจะเขากำลังเริงร่ากับการเล่นสงกรานต์ครับ
เราก็เลยไปแค่ด้านหน้า แต่ไม่เข้าไป









[มองย้อนกลับไปจะเห็นผาที่ผู้คนนิยมมาฝึกซ้อม]














[เรือที่จะขนขยะจากเกาะออกไปทิ้ง]
















สำหรับตรงหาดนี้เขาจะมีโรงแรมไฮโซว ที่เขียนป้ายว่า กรุณาแต่งกายสุภาพ
อืมม.... โรงแรมริมหาด แต่งกายสุภาพ อืม... ไฮโซจังนะมึง




ข้ามเรื่องโรงแรมไป จะมีป้ายให้เราไปชมไร่เลย์อีกฝั่งตะวันตก ส่วนจุดที่เรามา เขาเรียกไร่เลย์ตะวันออกครับ










[ไร่เลย์ตะวันตก]











[อีกมุมนึง]





ที่ไร่เลย์ตะวันตก หาดจะดูดีกว่าที่ตะวันออก
แล้วก็มีร้านค้ามาตั้ังร้านริมหาด ค่อนข้างคึกคักเหมือนกัน

อีกจุดที่ผมชอบมากแต่ไม่กล้าถ่ายรูป
ก็จะมีสระว่ายน้ำขนาดเล็กของโรงแรม ที่มองออกไปก็เป็นทะเล
ผมก็อยากมีชีวิต ไฮโซวว แบบนั้นบ้างเหมือนกันนะเธอวววว




ชมหาดไร่เลย์แล้ว เราก็ได้เวลากลับครับ
อย่างที่บอก เราเดินกลับไปขึ้นเรือที่ไร่เลย์ตะวันออก
ตอนแรกนึกว่าต้องลุยเลนเลอะๆ ซะแล้ว

แต่มาเดินจริงๆ จะมีทางปูนให้ครับ
ผมชอบวิวนี้เหมือนกันนะ










[เป็นภาพที่ผมเองก็ประทับใจนะ :)]











จากถ้ำพระนาง ตอนแรกผมนึกว่าจบทัวร์แล้ว
แต่พี่สุชาติ เพิ่มโปรแกรมเข้าไปอีกอัน
ก็คือ เขาขนาบน้ำ
เพราะครอบครัวพี่ปิ๊บยังไม่ได้มา
เขาเลยพาไปชม



สำหรับถ้ำขนาบน้ำตอนเย็น อากาศดีกว่าตอนเช้ามากครับ
โดยเฉพาะปากถ้ำ ลมเย็นตลอดเวลา
รู้สึกดีมาก

ที่เขาขนาบน้ำ แก๊ปรับบทเป็นไกค์ ให้คำแนะนำ ประวัติความเป็นมาของที่นี่



จากเขาขนาบน้ำ ก็พาไปที่กระชังปลา ที่เกาะกลาง จุดที่ผมมาเมื่อวันแรกน่ะครับ
สำหรับที่นี่ ตอนนี้ปลาไม่น่าตื่นเต้นแล้ว
เพราะวันนี้มีแขกมาหลายคน
ปลาเลยได้กินอาหารโชว์แขกไปหลายราย
^^'

ท่ีน่าสงสารหน่อยก็ปลาปักเป้า ครับ
มันพองตัวไม่ไหวแล้ว โชว์มาทั้งวันนี่เนอะ ^^'






นั่งพักที่กระชังปลาสักพัก เราก็กลับไปที่บ้านพี่สุ
อาบน้ำ และมาช่วยกันจุดไฟ ปิงย่างของกินกันครับ
มื้อนี้ มีทั้งปลาหมึก ปูทะเล ไส้กรอก หอยแครงลวก ปลาย่าง
และไข่เจียว
อาหารเยอะมาก กินกันไม่หมดเลยครับ

มีเรื่องฮาที่อยากจะเล่าคือ ตอนจุดไฟ
แก๊ปพยายามใช้เชื้อเพลิงเป็น แกลบแท่ง ที่ตอนเช้าผมได้เครื่องอัดแกลบแท่งไป
พบว่า มันติดไฟยากมาก แถมควันก็เยอะ
ผมว่ามันไม่เวิร์กเลยนะ ^^'
เพราะสุดท้ายเราต้องเอาถ่านดำ มาใช้อยู่ดีครับ



อาหารมื้อนี้กินอย่างอร่อย
และก็คุยกันอย่างออกรสชาติ
แต่วันนั้นผมรู้สึกเพลียมากๆ
เลยขอตัวไปนอนก่อน


สำหรับแผนเที่ยวในวันพรุ่งนี้ ผมกะว่าจะนั่งสองแถว ไปเที่ยววัดถ้ำเสือ , สุสานหอย และอ่าวนาง
(เพราะผมล้มเลิกที่จะไปสระมรกตแล้ว)
เลยเลือกเที่ยวด้วยรถสองแถวครับ
กลับมาเป็นความรู้สึกแบบเราๆ ดีกว่า เที่ยวลุยๆ เรื่อยๆเปื่อยๆ
:)



Create Date : 29 เมษายน 2553
Last Update : 29 เมษายน 2553 0:19:06 น. 7 comments
Counter : 2874 Pageviews.  

 
รูปสวยมากค่ะ อยากไปแบบนี้บ้างจัง


โดย: MT-Naree วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:8:41:12 น.  

 
อิดฉา.........................................อ่ะ

สวยยยย.มากรูป..



โดย: แป้นเหย้า วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:10:23:26 น.  

 
สวยค่ะ


โดย: noinanai วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:10:34:35 น.  

 
คนเรือพาไปเที่ยวครบเลย อยากให้พาไปบ้างจัง ติดต่ออย่างไรค่ะ


โดย: Tree Rose วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:10:50:42 น.  

 
ถ้าสนใจไปนอนที่คลองประสงค์ และให้เขาพาเที่ยว 4 เกาะ
ก็ติดต่อพี่ สุ ดูนะครับ

ไปที่เว็บนี้ครับผม
//www.krabihomestay.com/index.html


โดย: วัช IP: 61.90.92.224 วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:11:46:26 น.  

 
รูปสวยมากๆๆเลยจ้าวัช

ปีหน้ากลับไปขอทริปกระบี่ทริปแรกเลยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ปล.พอเลื่อนลงมาเห็นรูปข้าวยำปุ๊บหิวข้าวปั๊บเลยอ่ะ เอื๊อกๆๆๆๆ


โดย: ก่าแป๊ง วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:13:50:00 น.  

 


โดย: thanitsita วันที่: 29 เมษายน 2553 เวลา:15:00:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

วัชเจียเหว่ย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัชเจียเหว่ย's blog to your web]