Welcome to my blog
3 วัน 2 คืน กาลครั้งหนึ่ง ณ เบตง เมืองงามใต้สุดแดนสยาม (ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวเบตง)


สถานที่ท่องเที่ยว : Street art ที่เบตง, ยะลา Thailand
พิกัด GPS : 5° 46' 19.26" N 101° 4' 17.50" E

สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมอยากให้ผู้อ่านลองดูรูปนี้ครับ ผมเชื่อว่าถ้าใครไม่ได้อ่านหัวข้อว่า วันนี้ผมจะมารีวิวที่ไหน หลายๆคนคงคิดว่า ผมจะพาไปเที่ยวชมทะเลหมอกที่ไหนสักแห่งในภาคเหนือตอนหน้าหนาว แต่ใครจะเชื่อล่ะครับว่า ภาคใต้จะมีทะเลหมอกที่สวยขนาดนี้ และที่สำคัญคือ ทะเลหมอกนี้อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซะด้วย

 

เมื่อพูดถึงคำว่า “สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” หลายๆคนอาจจะนึกไปถึงความรุนแรงต่างๆตามที่เห็นในสื่อทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ รวมทั้งสื่อออนไลน์ต่างๆ แต่ในรีวิวนี้ ผมจะพาไปชมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในอีกแง่มุมหนึ่ง ณ อำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย ติดกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งที่นั่นมีทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงาม อาหารที่อร่อย และผู้คนที่เป็นมิตร อำเภอนั้นมีชื่อว่า เบตง ครับ

ทริปนี้ ผมไปมาเมื่อวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน สไตล์แบ็คแพ็ค โดยแรงบันดาลใจของทริปนี้ที่ทำให้ผมอยากไปเบตง มาจากคลิปรีวิวของบล็อกเกอร์ชื่อดัง 2 คน คือ น้องปั้น The Walking Backpack และ หมอเปียง Traveller x Doctor ผมจึงขอเอาคลิปของทั้งคู่มาแปะในที่นี้ ลองดูคลิปนะครับ รับรองว่า ถ้าคุณดูจบและอ่านรีวิวของผมครบทุกตอน คุณจะอยากไปที่นี่แน่นอนครับ

 


 
รู้จักกับเบตง

เบตง เป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่ที่อยู่ในจังหวัดยะลา ตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศไทย ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 140 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 1,220 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหัวหอกยื่นเข้าไปในประเทศมาเลเซียตาม แนวเทือกเขาสันกาลาคีรี

ภูมิประเทศของอำเภอเบตงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงจึงทำให้เบตงมีอากาศดี และมีหมอกตลอดปี จึงมีคำขวัญประจำอำเภอที่ว่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน”


คำว่า เบตง มาจากภาษามลายูว่า "Buluh Betong" หมายถึง ไผ่ตง ซึ่งมีอยู่มากที่นี่ ต้นไผ่ตงจึงกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของอำเภอเบตง

ความน่าสนใจของอำเภอเบตงที่ทำให้ที่นี่มีเอกลักษณ์นั่นก็คือ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม กล่าวคือ ที่นี่มีการผสมผสานของคนถึง 3 เชื้อชาติ ได้แก่ ชาวไทยเชื้อสายจีน, ชาวไทยเชื้อสายภาคใต้ และชาวไทยเชื้อสายมลายู ดังนั้น เราจึงเห็นศาสนสถานต่างๆ ทั้งวัดไทย, วัดจีน, มัสยิด รวมทั้งโบสถ์คริสต์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่นี่จะมีประชากรหลากหลายกลุ่ม และนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน แต่เบตงกลับไม่มีความขัดแย้งทางศาสนาใดๆ และทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข และกลมกลืน

 



ในอดีต เบตงยังเป็นสถานที่ๆ พรรคคอมมิวนิสต์มลายา (หรือที่คนไทยมักจะเรียกกันว่า โจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา) ใช้เคลื่อนไหวในการต่อสู้กับรัฐบาลมาเลเซียในช่วงปี 2491 จนถึง 2523 จนเมื่อรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ได้ออก คำสั่งที่ 66/23 สมาชิกของกลุ่มนี้จึงวางอาวุธ เปลี่ยนสถานะกลายเป็น ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และได้ลงหลักปักฐานที่อำเภอเบตง อย่างไรก็ตาม ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ช่วงนี้ยังคงมีให้เห็น ได้แก่ อุโมงค์ปิยะมิตร ที่ผมจะพาไปเที่ยวในตอนที่ 3 ครับ
 

เที่ยวช่วงไหนดี

เบตงเป็นเมืองที่เที่ยวได้แทบจะทุกช่วงของปีครับ เนื่องจากเบตงอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,900 ฟุต อากาศที่เบตงจึงเย็นในช่วงเช้า และมีหมอก (ที่นี่จึงได้ชื่อว่าเป็น เมืองในหมอก) แต่พอถึงตอนบ่ายๆ อากาศจะค่อนข้างร้อนชื้น เป็นอย่างนี้ตลอดทุกช่วงของปี อย่างไรก็ตาม ช่วงเดียวที่ผมแนะนำให้เลี่ยงคือ ช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม เนื่องจากฝนจะค่อนข้างเยอะ

 
 
ผู้คนและความปลอดภัย

ประชากรในเบตงสามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ ชาวไทยเชื้อสายภาคใต้, ชาวไทยเชื้อสายจีน และ ชาวไทยเชื้อสายมลายูที่นับถือศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม แต่เบตงกลับไม่มีความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติหรือศาสนาใดๆ ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข จนกลายเป็นเสน่ห์ของที่นี่ และที่สำคัญ คนที่นี่เป็นมิตรสุดๆ ขณะที่ผมเดินเที่ยว คนที่นี่ก็ทักทาย พูดคุย และต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี 

ส่วนเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเบตง ตั้งอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า เบตงปลอดภัย 100% อย่างไรก็ตาม เบตงถือเป็นพื้นที่ๆปลอดภัยที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และไม่เคยมีการก่อเหตุใดๆในเขตเทศบาลเมืองเบตงมามากกว่า 5 ปีแล้ว (เคยมีระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อปี 57) ส่วนนอกเขตเทศบาลเมืองก็มีการก่อเหตุบ้างนานๆที (ครั้งล่าสุดเมื่อปี 60 แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต) โดยภาพรวม ในปัจจุบัน ผมว่า เบตงปลอดภัยพอที่จะท่องเที่ยวได้แล้วครับ

 

การเดินทางไปยังอำเภอเบตง

1. เริ่มต้นจากกรุงเทพ​​​​

     1.1 รถทัวร์

           
รถทัวร์จากกรุงเทพไปเบตง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14-16 ชั่วโมง มีอยู่ด้วยกันหลายบริษัท ได้แก่

           - บขส. มีวันละ 2 เที่ยวคือ 15.00 และ 16.00 โทร.02-287-2177

           - สยามเดินรถ มีวันละ 2 เที่ยวคือ 15.30 และ 17.40 จองตั๋วออนไลน์ได้ที่นี่ www.จองตั๋วสยามเดินรถ.com/จองตั๋วรถทัวร์

           - รุ่งเรืองทัวร์ จองตั๋วออนไลน์ได้ที่นี่ www.จองตั๋วรถทัวร์7.com/

 

   
     1.2 รถไฟ
           
           ปัจจุบัน ไม่มีรถไฟไปที่เบตงโดยตรง สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานียะลา แล้วจึงต่อรถ Taxi จากยะลาเข้าสู่เบตงอีกที หรือไม่ก็ลงที่สถานีหาดใหญ่ แล้วจึงต่อรถตู้จากหาดใหญ่เข้าเบตง

 
 
     1.3 เครื่องบิน
         
           เนื่องจากสนามบินเบตงกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดในช่วงกลางปี 63 ปัจจุบันจึงยังไม่มีเครื่องบินไปลงที่เบตงโดยตรง นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการเที่ยวบินกรุงเทพ-หาดใหญ่ แล้วจึงต่อรถตู้จากหาดใหญ่ เข้าไปที่เบตงอีกที (ในทริปนี้ ผมเลือกวิธีนี้ครับ)

 
 

2. เริ่มต้นจากหาดใหญ่

สามารถใช้บริการรถตู้สายหาดใหญ่-เบตง โดยขึ้นรถที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ (ใกล้ๆกับเซ็นทรัลเฟสติวัล) มีอยู่ด้วยกัน 2 บริษัทคือ เบตงทัวร์ และ เบตงโพธิ์ทอง ทัวร์ (โดยส่วนตัว ผมชอบเบตงทัวร์มากกว่าครับ)
 
เส้นทางที่เข้าสู่อำเภอเบตง มีอยู่ 2 เส้นทางหลักๆคือ 

- เส้นทางไทย รถจะวิ่งจากหาดใหญ่ผ่าน ปัตตานี ยะลา บันนังสตา ธารโต และเบตง ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 4 ชั่วโมง ข้อเสียของเส้นทางนี้คือ ไม่ปลอดภัย และทางโค้งเยอะ (เมารถ) แต่ข้อดีคือ ราคาถูก และไม่ต้องใช้เอกสารผ่านแดนใดๆทั้งสิ้น ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 230 บาทครับ
 

- เส้นทางมาเลเซีย รถจะวิ่งออกจากหาดใหญ่ ออกจากประเทศไทยที่ด่านสะเดา เข้าสู่ประเทศมาเลเซีย จากนั้นค่อยวกกลับเข้าสู่อำเภอเบตงอีกที ข้อดีของวิธีนี้คือ ปลอดภัยกว่า ถนนดี แต่ต้องใช้พาสปอร์ตผ่านแดน และราคาจะแพงกว่าเส้นทางที่ 1 คือ 410 บาท
 
 
Note: การเดินทางไปเบตง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางใด หรือบริษัทใดก็ตาม ผมแนะนำให้โทรจองก่อน สัก 1-2 วันนะครับ เพราะรถมีน้อย แต่คนเดินทางมีเยอะ ถ้าจองหน้างานอาจจะพลาดการเดินทางได้ครับ

การเดินทางภายในเบตง

สถานที่ท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองเบตง เช่น หอนาฬิกา, ตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย, พิพิธภัณฑ์เบตง, สวนสาธารณะเบตง, สนามกีฬาเบตง พวกนี้สามารถไปได้โดยการเดินทั้งหมดครับ แต่สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่นอกเขตเทศบาล เช่น บ่อน้ำพุร้อน, สวนดอกไม้เมืองหนาว, อุโมงค์ปิยะมิตร รวมทั้ง ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง พวกนี้จะอยู่ไกลออกไป จำเป็นต้องเช่ารถสองแถวคันสีเหลือง ซึ่งราคาก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจาต่อรองของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปจะคิดราคาที่ 2,500 บาทต่อวัน

 

 
ถ้าใครสนใจรถเหมาเที่ยวเบตง ผมแนะนำรถของ บังมะ สามารถติดต่อสอบถามผ่านเพจนี้ได้เลยครับ https://www.facebook.com/bangmah698/

แผนเที่ยว

วันที่หนึ่ง
  • ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปที่สนามบินหาดใหญ่ (DD7104)
  • นั่งรถตู้จากหาดใหญ่ไปที่เบตง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
  • เช็คอินเข้าที่พัก
  • เที่ยวในเขตเทศบาลนครเบตง ได้แก่ หอนาฬิกา, ตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย, อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์, สนามกีฬาที่สูงที่สุดในประเทศไทย รวมทั้ง สตรีทอาร์ตต่างๆ
  • รับประทานอาหารสไตล์เบตงที่ ร้านต้าเหยิน
วันที่สอง
  • เหมารถเที่ยวนอกเมืองเบตง
  • เช้า ชม ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ที่เขาไมโครเวฟ
  • เที่ยว น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9
  • เที่ยวชม สะพานแตปูซู
  • ชิม เฉาก๊วยกม. 8
  • เที่ยวชม สวนดอกไม้เมืองหนาว
  • เที่ยว อุโมงค์ปิยะมิตร และชม ต้นไม้พันปี
  • แช่ขาที่ บ่อน้ำร้อนเบตง
  • ถ่ายรูปกับ ป้ายใต้สุดแดนสยาม ที่ด่านเบตง
วันที่สาม
  • ทานอาหารเช้าสไตล์ติ่มซำที่ ร้านไท่ซีอี๊
  • เที่ยว วัดพุทธาธิวาส, โรงเรียนจงฝา, วัดกวนอิม, มัสยิดกลาง และ พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง
  • ทานอาหารเที่ยงที่ ร้านเจริญข้าวมันไก่เบตง
  • เช็คเอาท์/นั่งรถกลับหาดใหญ่
  • ออกเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่กลับกรุงเทพ (DD7113)
ที่พัก

ทริปนี้ผมเลือกพักที่ Foto Hostel ซึ่งมีข้อดีมากมาย เช่น ที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมือง, เจ้าของที่ friendly สุดๆ, ราคาถูก (คืนละ 350 บาทต่อคนต่อคืน) และที่สำคัญ ที่นี่ยังช่วยจัดทริปแบบแชร์เที่ยวนอกเมืองเบตงกับนักท่องเที่ยวคนอื่นที่พักใน hostel เดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเหมารถเที่ยวให้เสียเงินแพงๆครับ

 

ใครสนใจที่พักนี้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://www.facebook.com/FOTOHOSTEL/

งบประมาณ

ทริปนี้ ผมใช้งบไปประมาณ 4,500 บาท แบ่งเป็น ค่าตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-หาดใหญ่ 2,000 บาท, ค่าเดินทางระหว่างหาดใหญ่กับเบตงขาละ 230 บาท, ค่าที่พักคืนละ 350 บาท จำนวน 2 คืน, ค่ารถเที่ยวนอกเมืองเบตงคนละ 500 บาท นอกนั้นเป็นค่าอาหารล้วนๆครับ

สำหรับรีวิวในตอนแรกนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ ในตอนถัดๆไป ผมจะมาลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางในแต่ละวัน ฝากติดตามด้วยนะครับ

ตอนอื่นๆ
 
ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวเบตง

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=29-04-2019&group=25&gblog=1
 
ตอนที่ 2: เที่ยวในเมืองเบตง

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=12-05-2019&group=25&gblog=2
 
ตอนที่ 3: อัยเยอร์เวง ทะเลหมอกชายแดนใต้

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=15-05-2019&group=25&gblog=3
 
ตอนที่ 4: เบตง เมืองพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=19-05-2019&group=25&gblog=4



Create Date : 29 เมษายน 2562
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2562 22:26:35 น. 4 comments
Counter : 698 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณKavanich96


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:2:47:47 น.  

 
ยินดีครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยโหวตให้


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 30 เมษายน 2562 เวลา:17:19:41 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:42:17 น.  

 
ตามมาเลยครับ


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:34:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.